- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 471 สร้างสถานีอวกาศ
บทที่ 471 สร้างสถานีอวกาศ
บทที่ 471 สร้างสถานีอวกาศ
บทที่ 471 สร้างสถานีอวกาศ
เจียงชิ่นลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ
เธอเข้าใจดีว่า เป็นเพราะจางถิงมีนิสัยเก็บตัว จึงทำให้เธอมีจิตใจที่อ่อนไหวและเปราะบางกว่าเด็กผู้หญิงในวัยเดียวกัน เธอจึงยิ่งกลัวความเจ็บปวด
"จางถิง น้าเจียงจะไม่พูดอะไรให้มากความแล้วนะจ๊ะ สรุปก็คือหนูต้องกลับไปคิดทบทวนตัวเองให้ดี ว่าตกลงแล้วหนูชอบเขาหรือเปล่า ถ้าชอบ ก็จงรวบรวมความกล้าสักครั้ง แต่ถ้าไม่ได้ชอบขนาดนั้น หรือยังมีความกังวลอีกมากมาย น้าเจียงก็จะไม่บังคับใจหนู เพียงแต่หนูต้องเข้าใจไว้อย่างหนึ่งนะว่า ถึงแม้ตอนนี้หนูจะยังอายุน้อย เส้นทางชีวิตในอนาคตยังอีกยาวไกล และยังต้องพบเจอผู้คนอีกมากมาย แต่บางครั้ง... โอกาสมันก็อาจจะผ่านมาแค่ครั้งเดียว และมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถ้าคว้าไว้ไม่ได้ ชาตินี้ทั้งชาติมันก็อาจจะไม่หวนกลับมาอีกเลย หนูต้องคิดให้รอบคอบนะจ๊ะ"
บางทีคำพูดของเจียงชิ่นอาจจะได้ผล เพราะท้ายที่สุดเจียงชิ่นก็ได้ยินจากฟู่ซานว่า จางถิงยอมตกลงรับรักการตามจีบของเฉินข่ายแล้ว และตอนนี้ทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการแล้ว
จางถิงทำตามสัญญาด้วยการพาเฉินข่ายมาเป็นแขกที่บ้านเจียงชิ่น
เมื่อได้พบกับเฉินข่าย ความประทับใจแรกของเจียงชิ่นที่มีต่อชายหนุ่มคนนี้ถือว่าดีมาก
เฉินข่ายเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลา การพูดจาทักทายและกิริยามารยาทล้วนดูสุภาพเรียบร้อย มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเติบโตมาในครอบครัวที่มีการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น จากทุกการกระทำและคำพูดของเขา ก็สัมผัสได้เลยว่าเขาชอบจางถิงจากใจจริง
ในวันนั้น เจียงชิ่นจงใจให้คนอื่น ๆ ในบ้านออกไปทำธุระข้างนอกกันหมด ภายในบ้านจึงเงียบสงบ มีเพียงเจียงชิ่น ฟู่เส้าตั๋ว จางถิง และเฉินข่าย รวมเป็นสี่คนเท่านั้น
ระหว่างรับประทานอาหาร เจียงชิ่นใช้เทคนิคการถามเลียบเคียงจนสืบทราบภูมิหลังของเฉินข่ายมาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทั้งรายละเอียดเรื่องอาชีพการงานของพ่อแม่เขา รวมไปถึงประวัติการศึกษาและการทำงานของตัวเขาเอง เจียงชิ่นซักไซ้จนได้ข้อมูลมาครบถ้วนทุกกระเบียดนิ้ว
ซึ่งเฉินข่ายก็ตอบคำถามทุกข้ออย่างฉะฉานและเป็นธรรมชาติมาก
ทำให้เจียงชิ่นยิ่งรู้สึกพึงพอใจในตัวเขามากขึ้นไปอีก
เมื่อทั้งสองคนกลับไป เจียงชิ่นก็ต่อสายหาเหอชุนผิงเพื่อเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
พอได้ฟัง เหอชุนผิงก็ทั้งดีใจและแอบทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
"ครอบครัวเขาพื้นเพดีขนาดนั้น ทำไมถึงมาถูกใจเสี่ยวถิงของเราได้ล่ะเนี่ย"
"พี่ห้ามเอาคำพูดพวกนี้ไปพูดต่อหน้าเสี่ยวถิงเด็ดขาดเลยนะคะ แกยิ่งเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว ถ้าพี่ไปพูดแบบนี้ แก็ยิ่งจะคิดมากไปกันใหญ่"
"ไม่พูดหรอกจ้ะ เรื่องพวกนี้พี่ก็บ่นให้เธอฟังแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ ไม่มีทางไปพูดให้เสี่ยวถิงฟังแน่นอน"
"แบบนั้นก็ดีแล้วค่ะ เอาเป็นว่าปล่อยให้พวกเขาสองคนลองคบกันไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวนี้สังคมมันเปิดกว้างขึ้นแล้ว ไม่เหมือนสมัยก่อนที่พอตกลงคบกันแล้วก็ต้องแต่งงานกันเสมอไป คนหนุ่มสาวสมัยนี้เขาคบกันแบบเป็นแฟนไปก่อน ถ้าเข้ากันได้ก็คบต่อ ถ้าไปกันไม่ได้ก็แค่เลิกกันเท่านั้นเอง"
"พี่กลัวว่าเสี่ยวถิงจะเสียเปรียบน่ะสิ"
"วางใจเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะช่วยจับตาดูให้เอง"
เมื่อมีคำยืนยันจากเจียงชิ่น เหอชุนผิงก็เบาใจลง หน้าที่จับตาดูจางถิง เจียงชิ่นมอบหมายให้ฟู่ซานเป็นคนจัดการ ถึงยังไงฟู่ซานในฐานะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเสื้อผ้าก็มีเวลาว่างล้นเหลือในแต่ละวัน แถมจางถิงก็ทำงานอยู่ภายใต้สายตาของเธอพอดี เธอจึงสามารถจับตาดูความเคลื่อนไหวของจางถิงและเฉินข่ายได้ตลอดเวลา
หลังหมดวันหยุดพักร้อน เจียงชิ่นก็กลับเข้าสู่ห้องแล็บ
ทว่าเพิ่งจะกลับมา เธอก็ถูกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิญตัวไปร่วมประชุมทันที
หวังเหิงเกษียณตัวเองไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ปัจจุบันคนที่ทำหน้าที่ประสานงานกับเจียงชิ่นก็คือรองผู้อำนวยการที่ขึ้นมารับตำแหน่งแทนหวังเหิง ซึ่งมีชื่อว่า ซางเหว่ย
ทันทีที่เห็นเจียงชิ่น ซางเหว่ยก็รีบเดินเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
"ท่านราชบัณฑิตเจียง มาแล้วเหรอครับ"
เจียงชิ่นพยักหน้ารับ พลางถามว่า "การประชุมคราวนี้มีหัวข้ออะไรเหรอคะ ? "
เมื่อกวาดสายตามองเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของผู้เข้าร่วมประชุม เจียงชิ่นก็พอจะเดาออกแล้วว่าเบื้องบนน่าจะมีความเคลื่อนไหวอะไรครั้งใหญ่อีกแน่ ๆ
ซางเหว่ยกระซิบด้วยท่าทีลึกลับ "เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานีอวกาศครับ"
"สถานีอวกาศงั้นเหรอ ? "
เมื่อได้ยินคำนี้ เจียงชิ่นกลับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเท่าไหร่นัก
ด้วยศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศจีนในปัจจุบัน การจะสร้างสถานีอวกาศของตัวเองนั้นถือว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก
ที่ผ่านมาโปรเจกต์นี้ยังไม่ถูกนำมาพิจารณาก็เพราะประเทศจีนยังมีจุดอ่อนอยู่หลายด้าน นอกเหนือจากระบบดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่วแล้ว โครงการด้านอวกาศอื่น ๆ ต่างก็ถูกระงับไว้ก่อนชั่วคราว เพื่อเร่งพัฒนาโครงการอื่นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมากกว่า
เจียงชิ่นเข้าใจดีว่า การที่เบื้องบนตัดสินใจจะเดินหน้าสร้างสถานีอวกาศในครั้งนี้ ย่อมมีความเชื่อมโยงกับโปรเจกต์วิจัยมากมายที่เธอและฟู่เส้าตั๋วเพิ่งจะทำเสร็จสิ้นไปหมาด ๆ
เมื่อความแข็งแกร่งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศจีนยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะเบนสายตาออกไปสู่ห้วงอวกาศเสียที
หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น สิ่งแรกที่เจียงชิ่นทำเมื่อกลับถึงบ้านก็คือการโยนปึกเอกสารกองโตไปให้ฟู่เส้าตั๋ว
"นี่คืออะไรครับ ? "
ฟู่เส้าตั๋วเปิดดูเอกสาร พลางมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
"ข้อมูลเกี่ยวกับยานอวกาศค่ะ ฉันยกให้คุณจัดการต่อเลยนะ ตอนนี้เบื้องบนเตรียมจะสร้างสถานีอวกาศแล้ว ทางกองทัพของคุณก็อย่ามัวแต่อยู่เฉยเลย รีบสร้างยานอวกาศออกมาให้ได้เถอะค่ะ"
ฟู่เส้าตั๋ว: "..."
คุณภรรยารู้ตัวไหมเนี่ยว่ากำลังพูดอะไรอยู่ ?
ยานอวกาศคือยานพาหนะที่มีคนขับซึ่งสามารถบินไปมาระหว่างอวกาศและโลกได้อย่างอิสระ มีความสามารถในการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ในอวกาศได้ตลอดเวลา และยังทำหน้าที่เป็นยานขนส่งเสบียงให้กับสถานีอวกาศได้อีกด้วย นี่มันเป็นเรื่องของภาพยนตร์ไซไฟชัด ๆ !
ทว่าเมื่อพิจารณาจากการวิเคราะห์เชิงทฤษฎีในเอกสารแล้ว ด้วยระดับเทคโนโลยีของประเทศจีนในปัจจุบัน การสร้างยานอวกาศขึ้นมานั้น แทบจะไม่มีอุปสรรคทางเทคโนโลยีใด ๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
"เมื่อเราสามารถสร้างยานอวกาศได้สำเร็จ เป้าหมายในอนาคตของประเทศจีนเราก็จะไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่งบนโลกใบนี้อีกต่อไป... แต่มันคือ ทะเลดาวอันกว้างใหญ่ไพศาลต่างหากค่ะ" เจียงชิ่นเอ่ยพร้อมกับประกายแสงดุจดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่ในดวงตา
มือของฟู่เส้าตั๋วที่ถือเอกสารอยู่ถึงกับสั่นสะท้าน ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าของมหาวิทยาลัยการทหาร เขาย่อมตระหนักถึงความหมายอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนี้เป็นอย่างดี
"ตกลงครับ เดี๋ยวผมจะรีบเขียนรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาเดี๋ยวนั้นเลย"
เขาไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว รีบตรงดิ่งเข้าห้องหนังสือของตัวเองทันที
ส่วนทางด้านเจียงชิ่น เธอก็เริ่มลงมือเข้าสู่มิติ เพื่อใช้เครื่องจำลองซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานีอวกาศ
ในโลกเดิมที่เธอจากมา ประเทศจีนสามารถสร้างสถานีอวกาศ "เทียนกง" ได้สำเร็จในปี 2022
ตามความคิดของเจียงชิ่น ด้วยระดับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและพละกำลังของชาติในยุคปัจจุบันของโลกนี้ ประเทศจีนนั้นล้ำหน้ากว่าประเทศจีนในปี 2022 ของโลกเดิมไปไกลมากแล้ว ดังนั้นการออกแบบสถานีอวกาศก็ควรจะก้าวล้ำไปกว่าเดิมด้วย
ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอย หรือห้องปฏิบัติการทดลอง ก็สามารถปรับปรุงให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นได้อีก
ในขณะที่เจียงชิ่นกำลังหมกมุ่นอยู่กับการทำงาน จู่ ๆ พี่สะใภ้รอง เก๋อหมิงลี่ ก็โทรศัพท์มาหาเธอ
"เจียงหยวนท้องแล้วจ้ะ ! อายุครรภ์ได้สามเดือนแล้วด้วย"
น้ำเสียงของเก๋อหมิงลี่ในสายเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
หลังจากที่เจียงหยวนแต่งงานและกลับมาจากฮันนีมูน เธอก็พยายามจะมีลูกทันที แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ท้องเสียที ทั้งคู่เคยไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว ร่างกายของทั้งคู่ก็ปกติดี แข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่กลับไม่มีวี่แววจะตั้งครรภ์เลย
แต่งงานมาสามปียังไม่มีวี่แวว ในขณะที่สองสามีภรรยาเริ่มจะถอดใจ เด็กน้อยก็กลับมาเกิดอย่างเงียบ ๆ แม้แต่ตัวเจียงหยวนเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองท้องตั้งแต่ตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็ท้องได้สองเดือนกว่าแล้ว
สองสามีภรรยาดีใจจนแทบจะเนื้อเต้น และรีบแจ้งข่าวให้เก๋อหมิงลี่ทราบทันที
เมื่อรอจนอายุครรภ์ครบสามเดือนและผ่านช่วงอันตรายไปแล้ว เก๋อหมิงลี่ก็เริ่มโทรแจ้งข่าวดีให้กับคนในครอบครัวทีละคน
"ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ ! ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่สะใภ้รอง พี่จะได้เลื่อนขั้นเป็นคุณยายแล้วนะคะ"
เก๋อหมิงลี่เอ่ยอย่างเบิกบาน "นั่นสิจ๊ะ พี่สะใภ้ใหญ่ได้เป็นคุณย่าไปแล้ว ตอนนี้พี่ก็จะได้เป็นคุณยายกับเขาบ้างแล้ว ต่อไปก็รอลุ้นเฮ่อหนิงกับลูก ๆ สามคนของเธอนั่นแหละจ้ะ"
"พวกนั้นยังอีกไกลเลยค่ะ ดูจากท่าทางของพวกแกแล้ว ไม่น่าจะใช่คนรีบแต่งงานกันเร็ว ๆ หรอกค่ะ อ้อ... พี่สะใภ้รองคะ แล้วพี่โทรไปบอกคุณแม่หรือยังคะ ? "
"บอกแล้วจ้ะ พี่โทรบอกคุณแม่เป็นคนแรกเลย"
การที่เจียงหยวนมีลูกยาก ไม่ใช่แค่สองสามีภรรยาที่กังวล แต่จ้านอวี้หมิ่นเองก็กังวลใจไปตาม ๆ กัน ด้วยความที่จ้านอวี้หมิ่นเป็นหมออยู่แล้ว เธอจึงพยายามหาวิธีสารพัดมาช่วย แถมยังพาเจียงหยวนไปปรึกษาหมอแผนโบราณอีกด้วย
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในบรรดาวิธีทั้งหมดนั้นมีวิธีไหนที่ได้ผล สรุปก็คือในที่สุดเจียงหยวนก็ตั้งท้องได้สำเร็จ