- หน้าแรก
- เปย์รักข้ามมิติ ภรรยาพร้อมเปย์คุณสามีมาดเข้ม
- บทที่ 468 ชุยไห่เยี่ยนกลับประเทศมาหาเจียงหัง
บทที่ 468 ชุยไห่เยี่ยนกลับประเทศมาหาเจียงหัง
บทที่ 468 ชุยไห่เยี่ยนกลับประเทศมาหาเจียงหัง
บทที่ 468 ชุยไห่เยี่ยนกลับประเทศมาหาเจียงหัง
เจียงชิ่นมักจะพูดเสมอว่า เจียงหังมีบุญจริง ๆ ที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงดี ๆ อย่างเซิงฉิง
ในขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู เป็นผู้หญิงอายุราว ๆ สามสิบปี ปล่อยผมสยายประบ่า ในมือถือช่อดอกไม้ช่อหนึ่ง
"ขอโทษนะคะ เซิงฉิงพักอยู่ห้องนี้หรือเปล่าคะ ? "
ทันทีที่เจียงชิ่นเห็นเธอ แววตาก็เปลี่ยนไปทันที เจียงหังที่อยู่ข้าง ๆ เองก็มีสีหน้าย่ำแย่ลง เขาผุดลุกขึ้นยืนพรวด มีเพียงเซิงฉิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ได้แต่มองผู้หญิงคนนั้นสลับกับมองพวกเขาสองคน
เจียงชิ่นพูดเสียงเย็นชาใส่เจียงหัง "นั่งลง แล้วอยู่เป็นเพื่อนภรรยาของแกซะ"
เจียงหังรีบนั่งลงทันที พร้อมกับบอกเจียงชิ่นว่า "ผมไม่รู้ว่าเธอมาได้ยังไงนะครับ ตั้งแต่ตอนนั้นผมก็ไม่เคยติดต่อกับเธออีกเลย"
"คำพูดนี้แกเอาไว้อธิบายกับภรรยาแกเถอะ ส่วนเรื่องของยัยนั่น เดี๋ยวอาจัดการเอง ถ้าอารู้ว่าแกแอบติดต่อกับหล่อนล่ะก็ อาไม่เอาแกไว้แน่" เจียงชิ่นขู่เสียงเข้ม
เจียงหังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
มาถึงตอนนี้เซิงฉิงก็พอจะเดาเรื่องราวบางอย่างออกแล้ว แต่เธอก็ยังอยากฟังคำอธิบายจากเจียงหังอยู่ดี เจียงหังคว้ามือเธอมากุมไว้แน่นพลางทำหน้าระทมทุกข์ "ที่รัก คุณต้องเชื่อผมนะ..."
อีกด้านหนึ่ง เจียงชิ่นเดินไปที่ประตู ผลักผู้หญิงคนนั้นออกไปนอกห้องรวดเดียวพร้อมกับปิดประตูห้องพักฟื้นลง
"คุณทำอะไรเนี่ย?" ผู้หญิงคนนั้นขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
เจียงชิ่นเอ่ยเสียงเย็น "ชุยไห่เยี่ยน เธอมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง ? "
ใบหน้าของชุยไห่เยี่ยนซีดเผือดลงทันที "คุณรู้จักฉันด้วยเหรอคะ ? "
เจียงชิ่นแค่นหัวเราะ "ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ยังรู้ด้วยว่าเธอเคยทำอะไรกับหลานชายฉันไว้บ้าง พูดมา วันนี้เธอมาที่นี่มีความหมายว่ายังไง ? "
สีหน้าของชุยไห่เยี่ยนยิ่งซีดขาวหนักกว่าเดิม "คุณคือคุณอาของเจียงหังเหรอคะ ? เจียงหังเอาเรื่องของเราไปเล่าให้คุณฟังเหรอ ? "
"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องยุ่งหรอก ถ้าเธอมาหาเจียงหังล่ะก็ เสียใจด้วยนะ เขาไม่ยอมเจอเธอหรอก"
"ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้มาหาเขา ก่อนหน้านี้ฉันเคยไปหาเขาหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่ยอมสนใจฉันเลย เดือนหน้าฉันก็จะกลับประเทศ M แล้ว วันนี้ฉันแค่ตั้งใจมาแสดงความยินดีเฉย ๆ ค่ะ"
"ถ้าเธอแค่มาแสดงความยินดี งั้นก็ขอบใจสำหรับการแสดงความยินดี อาขอขอบใจแทนเจียงหังก็แล้วกัน แต่ดอกไม้นี่รับไว้ไม่ได้หรอกนะ เด็กทารกแรกเกิดอาจจะแพ้ละอองเกสรดอกไม้ได้ เวลาผ่านไปตั้งหลายปี ป่านนี้เธอเองก็น่าจะเป็นแม่คนแล้ว เรื่องแค่นี้ก็น่าจะพอรู้บ้างนะ"
เจียงชิ่นจ้องมองชุยไห่เยี่ยนด้วยสายตาที่แหลมคม
ร่างของชุยไห่เยี่ยนเซไปเล็กน้อย สุดท้ายก็ฝืนยิ้มขื่น ๆ ออกมา เธอปรายตามองไปที่ประตูห้องพักฟื้นอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไปอย่างซวนเซ เจียงชิ่นยังคงยืนมองเธอด้วยสายตาเย็นชา จนกระทั่งแผ่นหลังนั้นหายลับเข้าไปในลิฟต์
"ไปสืบมาว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงกลับประเทศ แล้วมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ? " เจียงชิ่นเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตัวเองมา แล้วสั่งให้ไปสืบประวัติของชุยไห่เยี่ยน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมและรวดเร็วมาก คืนนั้นพวกเขาก็นำข้อมูลทั้งหมดของชุยไห่เยี่ยนหลังจากที่ไปอยู่ประเทศ M มามอบให้เจียงชิ่น
เมื่อเจียงชิ่นอ่านจบ ถึงได้เข้าใจว่าทำไมชุยไห่เยี่ยนถึงยอมทิ้งประเทศ M ที่ 'แม้แต่อากาศก็ยังหอมหวาน' (คำเปรียบเปรยประชดประชันของพวกเห่อชาติตะวันตก) เพื่อกลับมายังประเทศจีน
ที่แท้หลังจากที่เธอแต่งงานกับแฟนหนุ่มชาวต่างชาติที่นั่นได้สองปี เธอก็ถูกเขาทำร้ายร่างกาย จนถึงขั้นแท้งลูก และในช่วงที่เธอลางานเพื่อพักฟื้นร่างกาย บริษัทที่เธอทำอยู่ก็บีบให้เธอออกจากงานทางอ้อม
เมื่อต้องเผชิญกับความเจ็บปวดซ้ำซ้อน อาการป่วยของชุยไห่เยี่ยนก็ทรุดหนักลง เธอฝืนลากสังขารที่ป่วยไข้ไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่บริษัท ทางบริษัทไม่ได้ให้เหตุผลชัดเจน แต่มีคนแอบมากระซิบบอกเธอเป็นการส่วนตัวว่า สาเหตุที่ตอนแรกบริษัทให้ผลตอบแทนเธอดีขนาดนั้น ก็เป็นเพราะประเทศจีนกำลังผงาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางประเทศ M จึงเกิดความวิตกกังวล และหวังจะใช้นักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศจีนเหล่านี้เป็นเครื่องมือต่อกรกับประเทศจีน นึกไม่ถึงเลยว่าสองปีให้หลัง พลังความแข็งแกร่งของประเทศจีนจะไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงเลย แถมยังทิ้งห่างประเทศ M ไปไกลลิบ
ด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย บริษัทในประเทศ M จึงมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องเก็บนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวประเทศจีนที่รับเงินเดือนสูงลิ่วพวกนี้ไว้อีกต่อไป ชุยไห่เยี่ยนในฐานะหนึ่งในนั้น จึงถูกเลิกจ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อได้เงินชดเชยมาก้อนหนึ่ง ในตอนแรกชุยไห่เยี่ยนยังพอจะใช้เงินก้อนนี้ประทังชีวิตอยู่ในประเทศ M ได้ โดยหวังว่าจะหางานใหม่ที่เหมาะสมได้อีกครั้ง
ทว่าในช่วงเวลานั้น ประเทศ M กลับเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ บริษัทใหญ่ยักษ์ต่างพากันปลดพนักงาน การที่ชุยไห่เยี่ยนจะหางานให้ได้ในช่วงเวลาแบบนี้จึงยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ท้ายที่สุดเมื่อเงินชดเชยถูกใช้จนหมดเกลี้ยง ชุยไห่เยี่ยนก็ยังคงหางานไม่ได้อยู่ดี ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนจบพร้อมกับเธอและเลือกที่จะอยู่ทำงานในประเทศจีน กลับเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานกันอย่างรุ่งโรจน์
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทุบทำลายชุยไห่เยี่ยนจนย่อยยับ ก็คือข่าวสารข่าวหนึ่งที่แจ้งเตือนเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเธอ ข่าวนั้นเป็นประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประเทศจีนประจำปี 1995 เธอเพียงแค่กวาดสายตามองผ่าน ๆ แต่สายตากลับไปหยุดชะงักอยู่ที่ชื่อ ๆ หนึ่ง... เจียงหัง
เมื่อเห็นชื่อนั้น ชุยไห่เยี่ยนก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมชื่อของเจียงหังถึงไปอยู่ในรายชื่อนั้นได้ ในฐานะศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ชุยไห่เยี่ยนย่อมรู้ดีว่าการได้รับรางวัลนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่และสุดยอดมากแค่ไหน
ในช่วงเวลาที่เธอไม่รู้เรื่องรู้ราว เจียงหังได้เติบโตกลายเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่นถึงเพียงนี้แล้ว
จู่ ๆ ในใจของชุยไห่เยี่ยนก็เกิดความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจขึ้นมา รู้อย่างนี้ รู้อย่างนี้แต่แรก... ในวินาทีนั้น เธอเกิดความคิดอยากจะกลับประเทศขึ้นมาทันที
เจียงหังจะต้องรอเธออยู่อย่างแน่นอน เขารักเธอมากถึงขนาดที่ยอมทิ้งเวลาห้าปีไปอย่างสูญเปล่าเพียงเพื่อคำพูดคำเดียวของเธอ ดังนั้นเขาจะต้องยังรอเธออยู่ตลอดไปแน่ ๆ
ชุยไห่เยี่ยนปิดโทรศัพท์มือถือ และเริ่มวาดฝันถึงการกลับประเทศมาหาเจียงหัง เพื่อหวนคืนสู่จุดสูงสุดของชีวิตอีกครั้ง ทว่าเธอไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า ข้าง ๆ ชื่อของเจียงหังนั้น ยังมีชื่ออีกสองคำเขียนไว้อยู่ด้วย นั่นคือคำว่า 'เซิงฉิง'
ชุยไห่เยี่ยนขายทุกสิ่งทุกอย่างที่พอจะขายได้ในประเทศ M ทิ้งจนหมด แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศจีน เธอก็รีบไปหาเจียงหังทันที น่าเสียดายที่เจียงหังเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปแล้ว เบอร์เก่าจึงโทรไม่ติดเลย ชุยไห่เยี่ยนอาศัยข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตจนได้รู้ว่าหลังจากเจียงหังจบจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ตอนนี้เขาทำงานอยู่ในสถาบันวิจัย เธอจึงไปดักรอเจียงหังที่สถาบันวิจัย
ทว่าเธอกลับไม่ได้เจอตัวเขาเลย เพราะในช่วงนั้นเจียงหังกำลังพาเซิงฉิงไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่ต่างมณฑล ทั้งคู่อยู่ระหว่างท่องเที่ยวทางตอนใต้ เมื่อเจียงหังกลับมาถึงปักกิ่ง ลุงยามก็บอกเขาว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งมาตามหา พอเจียงหังได้ยินรูปพรรณสัณฐาน เขาก็รู้ทันทีว่าเป็นชุยไห่เยี่ยน เขาจึงกำชับลุงยามว่าห้ามปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาเด็ดขาด และเขาก็ไม่รู้จักเธอด้วย
หลังจากนั้นชุยไห่เยี่ยนก็ยังไปหาเจียงหังอีกหลายครั้ง ลุงยามเองก็ดูออกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาดีแน่ ๆ จึงบอกข่าวเรื่องที่เจียงหังแต่งงานแล้วและภรรยาก็กำลังตั้งครรภ์ได้หลายเดือนให้เธอฟัง ชุยไห่เยี่ยนตกใจจนแทบช็อก เธอไม่อยากจะเชื่อ และพยายามจะหาตัวเจียงหังอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นแม้แต่เงาของเขา
วันนี้เธอก็ไปหาเจียงหังที่สถาบันวิจัยอีกครั้ง และบังเอิญได้ยินลุงยามพูดว่าเจียงหังลางาน น่าจะเพราะภรรยาคลอดลูก เธอจึงรีบแจ้นมาที่โรงพยาบาล
จนถึงวันนี้ ชุยไห่เยี่ยนก็ยังคงมีความหวังริบหรี่อยู่ในใจ เธอเชื่อมั่นว่าเจียงหังยังไม่ลืมเธอ สาเหตุที่เขาไม่กล้าออกมาพบเธอ ก็เพราะกลัวว่าถ้าได้เจอกันแล้วจะควบคุมความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ เขาแค่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับเธอเท่านั้น
ชุยไห่เยี่ยนตั้งใจซื้อดอกไม้ช่อนี้มา เธอเชื่อว่าถ้าเจียงหังได้เห็นเธอ เขาจะต้องใจอ่อนอย่างแน่นอน ส่วนภรรยาของเขาน่ะ ผู้หญิงคนนั้นต้องฉวยโอกาสตอนที่เขาอ่อนแอเข้ามาแทรกกลางแน่ ๆ เจียงหังไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ใด ๆ ต่อผู้หญิงคนนั้นหรอก ถึงตอนนั้นอย่างมากก็แค่เอาเงินฟาดหัวไล่ไปก็สิ้นเรื่อง
ส่วนลูกก็ให้ผู้หญิงคนนั้นเอาไปด้วยเลย ถึงยังไงในอนาคตเธอก็จะคลอดลูกให้เจียงหังใหม่อยู่ดี เขาอยากจะได้สักกี่คนก็ย่อมได้