- หน้าแรก
- ยุคทองแห่งการเดินเรือ สลัดรักดาวมหาลัย คว้าใจราชินีโจรสลัด
- บทที่ 10: ได้ตัวคราเคนวัยเยาว์มาครอง!
บทที่ 10: ได้ตัวคราเคนวัยเยาว์มาครอง!
บทที่ 10: ได้ตัวคราเคนวัยเยาว์มาครอง!
"เสียเงินซื้ออสูรกายปลาหมึกเนี่ยนะ?"
หลินหยวนเลิกคิ้ว แสร้งทำสีหน้ารังเกียจ
"พูดตามตรงนะพี่ติง มันไม่มีประโยชน์อะไรกับผมเลย แถมอาจจะนำภัยมาให้ด้วยซ้ำ ขายแพงขนาดนี้ ถ้าผมซื้อไปก็โง่เต็มทีแล้วไม่ใช่หรือไง?"
หลินหยวนไม่ได้เปิดเผยความในใจออกมา
การติสินค้าคือบทเรียนแรกของการต่อรองราคา
ติงเผิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าดูลำบากใจราวกับกำลังฝืนใจลดราคาให้กับเพื่อนสนิท
ด้วยความที่เป็นพ่อค้าปลามานาน เขาพอจะจับสังเกตความสนใจลึกๆ จากสีหน้าของหลินหยวนได้ จึงยอมอ่อนข้อให้
"เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถือเสียว่าซื้อใจเพื่อน"
ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์? นั่นก็ตั้งหกร้อยสี่สิบเหรียญทองเลยนะ
หลินหยวนคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว
เขามีเงินเหลือติดตัวอยู่หกร้อยเจ็ดสิบแปดเหรียญทอง
ถ้าซื้อมา เขาจะเหลือเงินไม่ถึงสี่สิบเหรียญทองด้วยซ้ำ
เงินแค่นี้ห่างไกลจากคำว่าพอมากนัก หากเขาต้องการจะทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการเก็งกำไรใบชาที่ท่าเรือแห่งหน้า
เขาต้องการเงินทุนเริ่มต้นอย่างน้อยแปดสิบเหรียญทอง มิฉะนั้นกำไรที่ได้จะไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งจะทำให้ความก้าวหน้าในการพัฒนาของเขาล่าช้าลง
แม้จะบอกว่าการได้ตัวคราเคนวัยเยาว์มาครองจะทำให้ยอมรับการพัฒนาที่ช้าลงได้บ้างก็ตาม
แต่สิ่งที่หลินหยวนต้องการคือจุดเริ่มต้นระดับเทพเจ้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก
เขาจึงตัดสินใจกดดันต่อไปเพื่อกดราคาให้ได้ตามที่หวังไว้
"พี่ติง ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์นี่ดูไม่ค่อยจริงใจเท่าไหร่เลยนะ"
"ลองคิดดูสิ ขนาดบ้านผีสิงยังต้องลดราคาตั้งครึ่งถึงจะขายออก แต่อสูรกายปลาหมึกในขวดนี่มันดุร้ายกว่าบ้านผีสิงตั้งเยอะ!"
"ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ไปเลยเป็นไง!"
หลินหยวนหั่นราคาลงครึ่งหนึ่งดื้อๆ
เขารู้ดีว่าลดครึ่งราคาเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่มันก็ช่วยเพิ่มช่องว่างให้ต่อรองได้อีกเยอะ
ราคาในใจที่เขาตั้งไว้คือประมาณหกร้อยเหรียญทอง หรือลดราวๆ ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์
"จะเป็นไปได้ยังไง!" ติงเผิงร้อนรนขึ้นมาตามคาด
"แค่ขวดใบนี้ก็ปาเข้าไปเจ็ดร้อยห้าสิบเหรียญทองแล้ว! ลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์นี่ก็เหมือนยกไอ้สัตว์ประหลาดนี่ให้ฟรีๆ แถมยังได้ขวดไปในราคาถูกแสนถูกอีก!"
"พี่ติง..." หลินหยวนจิบเหล้า ราวกับกำลังเตรียมร่ายมนตร์
เขาลอบสังเกตสีหน้าของติงเผิงด้วยสายตาเฉียบคม
"เมื่อกี้พี่เพิ่งบอกเองว่าขวดใบนี้กับอสูรกายปลาหมึกมันเป็นของคู่กัน มีแค่ขวดนี้เท่านั้นที่ขังมันไว้ได้"
น้ำเสียงของหลินหยวนราบเรียบและเนิบนาบ เขาดูเหมือนคนเมา แต่กลับจับจุดสำคัญของปัญหาได้อย่างแม่นยำ
"แถมพี่ยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ในขวดเคยมีของชั่วร้ายอย่างอื่นอยู่ ซึ่งพี่ให้พ่อค้ามนตร์ดำจัดการให้แล้ว"
"ถ้าอสูรกายปลาหมึกตัวนี้มันจัดการได้ พี่ก็คงทำไปนานแล้วล่ะ"
"ยังไงซะมันก็ฆ่าลูกพี่ลูกน้องของพี่ไป การทำลายมันทิ้งนอกจากจะได้แก้แค้นแล้ว ยังจะได้ขวดราคาแพงใบนี้กลับมาใช้ด้วย"
"แต่พี่กลับไม่ทำ และเลือกที่จะเอามันมาประกาศขายแทน"
หลินหยวนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของติงเผิงและเอ่ยทีละคำ:
"ในมุมมองของผม มันมีความเป็นไปได้แค่อย่างเดียวเท่านั้น"
"นั่นก็คือ พี่ไม่มีปัญญาจัดการกับมันเลย แต่จะให้โยนขวดราคาเจ็ดร้อยห้าสิบเหรียญทองทิ้งก็ทำใจไม่ได้ เลยอยากจะขายมันทิ้งเพื่อถอนทุนคืนให้ได้มากที่สุด"
"ต่อให้เป็นพ่อค้าปลาที่ประสบความสำเร็จแค่ไหน ของที่ซื้อมาตั้งเจ็ดร้อยห้าสิบเหรียญทองก็ไม่ใช่สิ่งที่จะโยนทิ้งกันได้ง่ายๆ หรอกนะ"
"พี่ติง ผมพูดถูกไหมล่ะ?"
ติงเผิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกระดาษเปล่าที่ถูกหลินหยวนอ่านทะลุปรุโปร่งจนหมดเปลือก
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
จริงอย่างที่ว่า ถ้าเขาสามารถทำลายคราเคนวัยเยาว์ตัวนี้ได้ เขาคงทำไปตั้งนานแล้ว!
ติงเผิงถอนหายใจยาวเฮือก เรี่ยวแรงร่วงหล่นหายไปจากร่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความอับจนหนทาง
"ช่างเถอะ... ถ้าอยากจะซื้อจริงๆ ฉันลดให้สี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยเอ้า"
"นี่คือราคาต่ำสุดเท่าที่จะให้ได้แล้ว..."
ลดสี่สิบเปอร์เซ็นต์!
สี่ร้อยแปดสิบเหรียญทอง!
ราคานี้ต่ำกว่าราคาในใจของหลินหยวนไปมากโขเลยทีเดียว
เขาลิงโลดอยู่ภายในใจ แต่ใบหน้ากลับยังคงแสดงความเจ็บปวดและลังเลใจ เขาส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
"เฮ้อ ลดสี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังแพงไปหน่อยอยู่ดี... เอาเป็นว่า พี่แถมตู้ปลาให้ผมด้วยได้ไหม?"
"เอาไปทำไม?" ติงเผิงทำหน้าฉงน
"นี่แกกะจะปล่อยมันออกมาเลี้ยงจริงๆ รึไง?"
"เปล่าหรอก" หลินหยวนโบกมือปฏิเสธพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ
"ผมมีงานอดิเรกส่วนตัวนิดหน่อยน่ะ ชอบเลี้ยงปลาสวยงามไว้บนเรือ"
"เออๆ! แถมตู้ปลาให้ด้วยก็แล้วกัน!" ติงเผิงโบกมืออย่างรำคาญใจ เขาอยากจะรีบๆ ส่งตัวซวยในขวดแก้วนี้ไปให้พ้นๆ หน้าเสียที
จะขาดทุนเพิ่มอีกนิดก็ช่างมันปะไร!
"ตกลง!" หลินหยวนดีใจเนื้อเต้น รีบล้วงเอาถุงใส่เหรียญทองที่หนักอึ้งออกมาจากช่องเก็บของทันที
ติงเผิงพยักหน้าและส่งสัญญาณให้เด็กสาวหน้าตาซื่อๆ ที่ดูอายุน้อยกว่าหลินหยวนไม่กี่ปีไปหยิบขวดแก้วลงมา
ดูจากน้ำเสียงที่ติงเผิงใช้เรียกเธอแล้ว เธอน่าจะเป็นลูกสาวของเขา
เด็กสาวยื่นขวดแก้วเย็นเฉียบใส่มือของหลินหยวน
วินาทีที่การซื้อขายเสร็จสิ้น ติงเผิงดูราวกับได้หลุดพ้นจากฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนมาหลายวัน เผยรอยยิ้มอย่างโล่งอกออกมา
จากนั้นเขาก็เลือกตู้ปลาธรรมดาๆ ขนาดยาวประมาณครึ่งเมตรใบหนึ่งให้กับหลินหยวน
ยื่นหมูยื่นแมว
แทบจะในพริบตาที่ปลายนิ้วของหลินหยวนสัมผัสกับขวดแก้ว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว:
【ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นได้รับไอเทมระดับวัตถุศักดิ์สิทธิ์: 'ขวดคริสตัลผนึกมาร'!】
【'ขวดคริสตัลผนึกมาร': ขวดคริสตัลที่รังสรรค์ขึ้นโดยเหล่าจอมขมังเวทที่ทรงพลังที่สุด สามารถกักขังและผนึกสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายได้】
【ความคืบหน้าในการพัฒนาประสิทธิภาพ: 1%】
【ผลลัพธ์ปัจจุบัน: สามารถผนึกได้เพียงสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่มีขนาดเท่ากับความจุของขวดเท่านั้น】
เชี่ยเอ๊ย!
ระดับวัตถุศักดิ์สิทธิ์!
หัวใจของหลินหยวนเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ!
ระดับคุณภาพของไอเทมและอุปกรณ์ จากต่ำไปสูง ได้แก่:
ทั่วไป, ปานกลาง, ชั้นยอด, ชั้นเลิศ, หายาก, ตำนาน, วัตถุศักดิ์สิทธิ์, อมตะ, เทพเจ้า
เขาคิดว่าขวดใบนี้เต็มที่ก็คงเป็นแค่ระดับหายาก ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่ามันจะเป็นถึงระดับวัตถุศักดิ์สิทธิ์!
แถมความคืบหน้าในการพัฒนาประสิทธิภาพยังอยู่ที่แค่ 1% เองด้วย!
ถ้ามันถูกพัฒนาจนเต็มพิกัด ไม่ใช่ว่าจะสามารถผนึกได้แม้กระทั่งอสูรกายกลืนเกาะในตำนานอย่าง 'ลิเวียธาน' เลยหรอกหรือ?
นี่มันลาภลอยก้อนโตเกินคาดชัดๆ!
ก่อนที่เขาจะทันได้หายตกตะลึง เสียงแจ้งเตือนที่สองก็ดังตามมาติดๆ:
【ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นจับอสูรกายทะเลระดับจักรพรรดิได้: 'คราเคน'!】
【'คราเคน': หนึ่งในอสูรกายทะเลที่ทรงพลังที่สุดในตำนาน มีขนาดตัวมหึมาและรูปลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัว หนวดอันหนาทึบนับไม่ถ้วนของมันสามารถบดขยี้เรือให้แหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ ได้ในพริบตา】
【ช่วงวัยการเจริญเติบโต: วัยเยาว์】
ใครจะไปเชื่อล่ะ?
สามร้อยเหรียญทองสำหรับไอเทมระดับเทพเจ้า และอีกสี่ร้อยแปดสิบเหรียญทองสำหรับไอเทมระดับวัตถุศักดิ์สิทธิ์บวกกับอสูรกายทะเลระดับจักรพรรดิ
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด: เจ็ดร้อยแปดสิบเหรียญทอง
เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริงของพวกมันแล้ว เงินแค่นี้มันเหมือนได้เปล่าชัดๆ!
เขารวยเละแล้ว!
รวยแบบฉุดไม่อยู่ รวยจนน่าใจหาย!
จากเงินทุนเริ่มต้นหนึ่งพันเหรียญทอง ตอนนี้เหลือเพียงสองร้อยยี่สิบเหรียญทอง
เงินก้อนนี้มากพอที่จะซื้อเรือใบสกูเนอร์ระดับต่ำสุด แล้วเอาเงินที่เหลือทั้งหมดไปทุ่มกับใบชา
ทว่า ถ้าจะโลภแล้ว ก็ต้องโลภให้ถึงที่สุด!
หลินหยวนตัดสินใจไว้แล้วว่าจะเจียดเงินสักยี่สิบเหรียญทองไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็นตามรายการของเหยียนอิงลี่ เพื่อตบตาคนอื่นไปก่อน
ส่วนเงินอีกสองร้อยเหรียญทองที่เหลือ จะเอาไปทุ่มซื้อใบชาให้เกลี้ยง!
ส่วนเรื่องที่ว่า มือใหม่ที่เพิ่งออกเรือครั้งแรก จะกล้าทุ่มหมดหน้าตักให้กับสินค้าที่มีส่วนต่างราคามากที่สุดได้อย่างแม่นยำขนาดนั้นได้อย่างไร?
หากจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี ย่อมต้องทำให้ลูกเรือเกิดความสงสัยเป็นแน่
สำหรับเรื่องนั้น หลินหยวนได้คิดแผนการอันชาญฉลาดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
แต่นั่นเป็นเรื่องของอนาคต
หลินหยวนเก็บ 'ขวดคริสตัลผนึกมาร' เข้าที่ แต่ยังไม่รีบจากไป
เขามองไปที่ติงเผิง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
"พี่ติง ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของมันแล้ว ผมว่าผมมีสิทธิ์ที่จะรู้เหตุผลนะว่าทำไมขนาดพ่อค้ามนตร์ดำยังจัดการมันไม่ได้?"
ติงเผิงพยักหน้า รู้สึกว่าควรจะแจ้งเรื่องนี้ให้หลินหยวนทราบ
"จริงๆ แล้ว หลังจากที่จับมันได้ ฉันก็รีบไปหาพ่อค้ามนตร์ดำทันที กะจะให้เขาใช้คำสาปที่ร้ายกาจที่สุดฆ่าไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่เพื่อล้างแค้นให้ลูกพี่ลูกน้องฉัน"
"แต่พอพ่อค้ามนตร์ดำเห็นสิ่งที่อยู่ในขวด เขาก็ปฏิเสธฉันทันควัน"
"ฉันจำได้แม่นเลย เขาบอกว่า..."
ติงเผิงลดเสียงต่ำลง เลียนแบบน้ำเสียงแหบพร่าและลึกลับของพ่อค้ามนตร์ดำ:
"'หากข้าฆ่ามัน ข้าจะต้องแบกรับคำสาปที่เลวร้ายที่สุดในโลกหล้า"
"มหาสมุทรแห่งนี้จะไม่มีวันปล่อยข้าไป"
"หากข้าหนีขึ้นฝั่ง มหาสมุทรจะกลืนกินผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้ว"
"หากข้าหนีขึ้นฟ้า มหาสมุทรจะก่อคลื่นยักษ์สูงเสียดฟ้า"
"เพราะว่า มันคือจักรพรรดิแห่งท้องทะเล'"
หลังจากเลียนแบบจบ ติงเผิงก็รีบกลับมาใช้น้ำเสียงปกติ
ด้วยกลัวว่าจะทำให้หลินหยวนหวาดกลัวจนขอคืนสินค้า เขาจึงรีบปลอบใจว่า:
"โธ่ แกก็รู้ใช่ไหมล่ะว่าพวกพ่อค้ามนตร์ดำน่ะชอบทำตัวลึกลับ แล้วก็ชอบพูดจาเพ้อเจ้ออะไรแบบนี้แหละ อย่าเก็บไปใส่ใจมากเลย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินหยวนกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
กระบวนการความคิดของเขาแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งคราเคนแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้นเมื่อผูกวิญญาณเข้ากับมัน
คำพูดของพ่อค้ามนตร์ดำนั่น ฟังดูเหมือนกำลังหาเรื่องอ้อมค้อมมาอวยความเทพของหลินหยวนไม่ใช่หรือไง?
หลินหยวนโบกมือด้วยสีหน้าไม่แยแสและหัวเราะเบาๆ
"พี่ติง ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ในเมื่อผมซื้อมาแล้ว ผมก็ไม่เสียใจทีหลังหรอก"
"เอาล่ะ แค่นี้แหละ ผมยังต้องไปเตรียมเสบียงสำหรับออกเดินเรืออีก"
"ไว้เจอกันใหม่นะพี่ติง!"
พูดจบ เขาก็เก็บตู้ปลาเข้าช่องเก็บของแล้วหันหลังเดินจากไป
เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงตะโกนของติงเผิงก็ดังไล่หลังมา
ชายวัยกลางคนตะโกนเตือนเสียงดังลั่น:
"เฮ้ย! พ่อหนุ่ม!"
"คำพูดของพ่อค้ามนตร์ดำน่ะ จะเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่ได้ แต่จะมองเป็นเรื่องตลกไปซะหมดก็ไม่ได้เหมือนกันนะ! วันหลังก็ระวังตัวหน่อยล่ะ!"
"ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีแกอาจจะเลี้ยงมันจนกลายเป็น 'จักรพรรดิแห่งท้องทะเล' อะไรนั่นได้จริงๆ ก็ได้!"
หลินหยวนไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่ยิ้มและโบกมือไปด้านหลัง ฝีเท้าก้าวเดินอย่างบางเบา น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
"แน่นอนอยู่แล้วพี่ติง แน่นอนอยู่แล้ว!"