- หน้าแรก
- ระบบย้อนเวลาเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ
- บทที่ 47 - นายมีความสัมพันธ์ยังไงกับจางอี้โหมวกันแน่?
บทที่ 47 - นายมีความสัมพันธ์ยังไงกับจางอี้โหมวกันแน่?
บทที่ 47 - นายมีความสัมพันธ์ยังไงกับจางอี้โหมวกันแน่?
บทที่ 47 - นายมีความสัมพันธ์ยังไงกับจางอี้โหมวกันแน่?
★★★★★
"สวัสดีค่ะ ฉันมาถึงแล้วนะคะ!"
พอเห็นว่าเฉินจิ่นไม่ยอมตอบข้อความสักที เป้าจิงจิงที่ยืนอยู่ใต้ตึกมัลติมีเดียของเป่ยเตี้ยนก็อดไม่ได้ที่จะส่งข้อความส่วนตัวไปหาเขาอีกครั้ง
เพราะใกล้จะถึงสี่โมงเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ทั้งสองคนนัดกันไว้แล้ว
"ฮ่าๆๆ!"
เสียงหัวเราะที่แหบพร่าเล็กน้อยดังแว่วเข้ามาในหูของเป้าจิงจิง
ฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน
เธอเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงโดยสัญชาตญาณ สีหน้าพลันเหม่อลอยไปชั่วขณะ
จาง... จางอี้โหมว?
ผู้กำกับจางอี้โหมวใช่ไหมนั่น?
สำหรับผู้กำกับชื่อดังที่เรียนจบจากเป่ยเตี้ยนคนนี้ เป้าจิงจิงย่อมรู้จักเป็นอย่างดี เธออดไม่ได้ที่จะมองดูพวกเขาอีกหลายครั้ง ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังรอรถอยู่
ไม่นานนัก รถตู้ก็ขับมาจอดตรงหน้าจางอี้โหมว
"ลาก่อนครับผู้กำกับจาง!"
เฉินจิ่นส่งจางอี้โหมวขึ้นรถ ส่วนฟู่ลู่ลู่ก็ขยิบตาให้เขาพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้
จากนั้นเธอก็ตามจางอี้โหมวขึ้นรถไป
รอจนกระทั่งรถขับลับสายตาไป เฉินจิ่นถึงได้เดินตรงไปหาเป้าจิงจิงที่ยืนอยู่ข้างๆ
เป้าจิงจิงมองดูเฉินจิ่นที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยความรู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย เมื่อกี้ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนี้เพิ่งจะยืนคุยหัวเราะต่อกระซิกกับผู้กำกับจางอี้โหมว เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเต็มสองตา
"รุ่นพี่เป้าหรือเปล่าครับ?"
เฉินจิ่นโบกมือให้กับเป้าจิงจิงที่สวมเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลรักษ์โลก ผมยาว ใบหน้ารูปไข่ "ผมคือแม่ทัพใหญ่แห่งง่อก๊กครับ!"
"หา?!"
เป้าจิงจิงเบิกตากว้างพลางขยับแว่นตา ท่าทางดูไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "นาย... นายคือคนที่นัดฉันไว้เหรอ?"
"ใช่ครับ ผมแซ่เฉิน!"
"ถ้าพูดให้ถูกก็คือผมเป็นรุ่นน้องของพี่นั่นแหละ!"
"นี่มัน..."
เห็นได้ชัดว่าเป้าจิงจิงรู้สึกผิดคาดไปมาก ทว่าพอคิดถึงท่าทางที่เขายืนคุยเล่นกับจางอี้โหมวเมื่อครู่นี้ เธอก็รู้สึกว่ารุ่นน้องที่ดูเด็กเกินวัยตรงหน้าคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"งั้นเราหาที่นั่งคุยกันหน่อยดีไหมครับ?"
"เอาสิ ดะ... ได้เลย!"
เป้าจิงจิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลง
สาเหตุหลักเป็นเพราะเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเฉินจิ่นกับจางอี้โหมวดูไม่ธรรมดา ภายในใจของเธอจึงเต็มไปด้วยข้อสงสัย
"รุ่นพี่พอจะรู้ไหมครับว่าแถวนี้มีร้านไหนเหมาะจะนั่งคุยกันบ้าง?"
เฉินจิ่นเอ่ยถามความคิดเห็นของเป้าจิงจิง
แน่นอนว่านี่ก็เพื่อลดความหวาดระแวงของเป้าจิงจิงลง สถานที่ที่เธอเป็นคนเลือก ย่อมปลอดภัยกว่าในความรู้สึกของเธอ
ไม่นานนักทั้งสองคนก็มาถึงร้านสตาร์บัคส์ใกล้กับเป่ยเตี้ยน
ในยุคนี้หญิงสาวสายอาร์ตที่มีฐานะหน่อยมักจะชอบมาร้านแบบนี้ เป้าจิงจิงเพิ่งจะอายุยี่สิบสามปีและเพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ
"นาย... เป็นนักศึกษาเป่ยเตี้ยนเหรอ?"
หลังจากสั่งกาแฟเสร็จ เป้าจิงจิงก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าถามเฉินจิ่น
"ใช่ครับ แต่ยังไม่ได้เข้าเรียนนะ กำลังสอบศิลปะอยู่!"
เป้าจิงจิง "..."
"รู้สึกเหมือนโดนหลอกใช่ไหมครับ?"
เฉินจิ่นยิ้มบางๆ เป้าจิงจิงส่ายหน้า "ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่มันผิดไปจากที่ฉันคิดไว้เยอะมากเลย!"
"ตอนแรกรุ่นพี่คิดว่ามีนักแสดงชื่อดังถูกใจนิยายของพี่แล้วอยากจะเอาไปสร้างเป็นหนังใช่ไหมล่ะครับ?"
"ใช่แล้วล่ะ!"
เป้าจิงจิงไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร เพราะเธอคิดแบบนั้นจริงๆ บอกตามตรงว่าเธอแอบคาดหวังไว้พอสมควรเลย
"แบบไหนถึงจะเรียกว่ามีชื่อเสียงล่ะครับ?"
"รุ่นพี่มีนักแสดงที่เหมาะกับบทพระเอกนางเอกในใจหรือเปล่า?"
ไหนๆ ก็นั่งคุยเล่นกันแล้ว เฉินจิ่นจึงอยากฟังความคิดเห็นของเจ้าของผลงาน ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่าในอนาคตใครคือนักแสดงที่มารับบทพระเอกนางเอกในเรื่อง 'อกหัก 33 วัน' ก็ตาม
"เหวินจาง นายรู้จักไหม?"
ความจริงแล้วมีแฟนคลับในเว็บโต้วป้านถามคำถามนี้เยอะมาก สุดท้ายเป้าจิงจิงก็นึกถึงเหวินจาง
"รู้จักครับ คนที่เล่นเรื่อง 'มุ่งสู่ฝัน' ใช่ไหม?"
เฉินจิ่นรู้จักนักแสดงคนนี้ผ่านภาพยนตร์ชีวประวัติในอนาคตนั่นเอง
ในปัจจุบันเหวินจางยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก อย่าว่าแต่นักแสดงระดับแนวหน้าเลย เต็มที่ก็เป็นแค่นักแสดงระดับกลางๆ เท่านั้น
บทบาทที่สร้างชื่อให้เขามากที่สุดน่าจะเป็นเซี่ยงหนานจากซีรีส์เรื่อง 'มุ่งสู่ฝัน' แล้วก็เสี่ยวเป้ยจากเรื่อง 'รังแคบ'
แถมทั้งสองเรื่องเขายังรับบทเป็นแค่พระรองอีกต่างหาก
ซีรีส์เรื่อง 'มฤตยูหิมะ' ที่เขารับบทนำเพิ่งจะเริ่มเปิดกล้อง ส่วนภาพยนตร์เรื่อง 'รักที่ยิ่งใหญ่' ที่เขาแสดงร่วมกับหลี่เหลียนเจี๋ยผู้เป็นพ่อบุญธรรมและราชาแห่งวงการกังฟู ก็เพิ่งจะกำหนดวันเข้าฉายในช่วงซัมเมอร์นี้
ต้องรอให้ซีรีส์เรื่อง 'อกหัก 33 วัน' กับ 'วิวาห์ไร้เรือนหอ' ออกอากาศก่อน ถึงจะผลักดันให้เขาก้าวขึ้นสู่อันดับพระเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงจีนได้
หลังจากนั้นพอเขารับเล่นภาพยนตร์เรื่อง 'ไซอิ๋ว 2013 โจวซิงฉือสะท้านโลก' ของโจวซิงฉือ ชื่อเสียงของเขาก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด
หลังจากนั้นอีก ก็เกิดเหตุการณ์เรื่องอื้อฉาวอันโด่งดังในวันจันทร์ จนทำให้เขาหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง
"ใช่ ฉันรู้สึกว่าเขาเหมาะจะมารับบทหวังเสี่ยวเจี้ยนมากเลยล่ะ!"
เป้าจิงจิงไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นมา จู่ๆ เธอก็เอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก
"แล้วนางเอกล่ะครับ?"
"นางเอกยังไม่ได้คิดเลย!"
"พี่เขียนบทหวังเสี่ยวเจี้ยนโดยมีเหวินจางเป็นต้นแบบเหรอครับ?"
"ไม่ใช่แน่นอนสิ!"
เป้าจิงจิงโพล่งออกไปทันที พอพูดจบเธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอแสดงท่าทีเสียมารยาท จึงรีบพูดต่อว่า "ความจริงหวังเสี่ยวเจี้ยนมีนิสัยเหมือนฉันต่างหาก ส่วนหวงเสี่ยวเซียนน่ะคือเพื่อนสนิทของฉันเอง!"
"อ้อ..."
เฉินจิ่นเริ่มเข้าใจแล้ว จู่ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นว่า "แล้วรุ่นพี่คิดว่าผมเหมาะที่จะเล่นบทหวังเสี่ยวเจี้ยนไหมครับ?"
"นายเหรอ?"
เป้าจิงจิงจ้องมองเฉินจิ่นแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่เหมาะหรอก นายตัวสูงเกินไป แถมยัง..."
"ไม่ดูสาวแตกด้วย!"
"ฮ่าๆ!"
เฉินจิ่นเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าที่แท้หวังเสี่ยวเจี้ยนก็เป็นผู้ชายออกสาว
"ความจริงแล้วผมสนใจบทหวังเสี่ยวเจี้ยนมากเลยนะ แล้วก็สามารถหาเงินร่วมลงทุนมาได้ด้วย!"
"ส่วนเรื่องผู้กำกับ ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เหมือนกัน!"
เฉินจิ่นไม่ได้กำลังโม้ เรื่องเงินลงทุนน่ะเขาสามารถหามาได้แน่นอน
ส่วนผู้กำกับ... เดี๋ยวก็มีคนเสนอตัวเข้ามาหาเองนั่นแหละ
ตอนนี้กุญแจสำคัญคือการยอมตกลงของเป้าจิงจิงต่างหาก
แต่คำพูดนี้เมื่อฟังเข้าหูเป้าจิงจิง เห็นได้ชัดว่ามันถูกตีความไปอีกแบบ เธอคิดว่าเฉินจิ่นมีเส้นสายดึงดูดเงินลงทุนและผู้กำกับมาได้
ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธอคงไม่มีทางเชื่อแน่นอน แต่หมอนี่รู้จักกับจางอี้โหมวนะเออ!
เป้าจิงจิงจึงไม่ได้สงสัยในคำพูดของเฉินจิ่นเลยแม้แต่น้อย
"ส่วนที่พี่บอกว่าผมไม่เหมาะ ความจริงมันขึ้นอยู่กับตัวนักแสดงเองมากกว่านะ!"
มีระบบบวกกับการ์ดสัมผัสประสบการณ์ตัวละครคอยช่วย อย่างมากเฉินจิ่นก็แค่ลดน้ำหนักลงหน่อย เขามั่นใจว่าสามารถถ่ายทอดความเป็นหวังเสี่ยวเจี้ยนออกมาได้อย่างแน่นอน
หากพูดถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับบทบาทแล้วล่ะก็ หลังจากมีระบบ เฉินจิ่นก็สามารถเปลี่ยนแปลงออร่าและรูปร่างของตัวเองได้อย่างอิสระ
"ว่าไงครับรุ่นพี่ ลองกลับไปคิดดูดีไหม มาร่วมมือกันสร้างผลงานเรื่องนี้ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างกันเถอะ?"
พอเห็นเป้าจิงจิงยังคงใช้ความคิด เฉินจิ่นก็รีบพูดเสริม "ผมให้พี่รับหน้าที่เป็นคนเขียนบทได้เลยนะ!"
"จะเริ่มถ่ายทำเมื่อไหร่ล่ะ หรือต้องรออีกนานแค่ไหน?"
"แล้วนายจะหาเงินมาลงทุนได้สักเท่าไหร่กันเชียว?"
เป้าจิงจิงจิบกาแฟ แม้ภายในใจจะแอบตื่นเต้นแต่เธอก็ยังต้องถามรายละเอียดพื้นฐานให้แน่ชัดเสียก่อน
"ภายในหนึ่งปีสามารถเริ่มโปรเจกต์และเปิดกล้องถ่ายทำได้แน่นอนครับ!"
"ส่วนเรื่องเงินลงทุน พูดตามตรงนะ คงไม่ได้มีเป็นสิบล้านหรอก แต่ถ้าแค่ไม่กี่ล้านล่ะก็ไม่มีปัญหาแน่นอน!"
"ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องถึงขนาดนั้น!"
เป้าจิงจิงรีบโบกมือปฏิเสธ "เงินลงทุนเป็นสิบล้านฉันไม่เคยคิดฝันถึงเลยล่ะ!"
"งั้นก็ไม่มีปัญหาครับ ถ้าต่ำกว่าสิบล้านก็ถือว่าโอเคหมด!"
"รุ่นพี่มีผู้กำกับที่เหมาะสมในใจบ้างหรือเปล่า?"
เฉินจิ่นเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
เป้าจิงจิงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า "ไม่มีหรอก!"
"งั้นเดี๋ยวผมจะเป็นคนจัดการติดต่อเอง ถ้าได้เรื่องยังไงจะบอกพี่อีกทีนะ!"
"ยังมีคำถามอะไรอีกไหมครับ?"
เฉินจิ่นตอบอย่างตรงไปตรงมา ทว่าเป้าจิงจิงกลับรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย "เอ่อ... ขอเสียมารยาทถามหน่อยเถอะ นายมีความสัมพันธ์ยังไงกับผู้กำกับจางอี้โหมวกันแน่?"
เธออยากรู้อยากเห็นจนแทบทนไม่ไหว เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจจนอกจะแตกตายอยู่แล้ว
"รุ่นพี่เห็นแล้วเหรอครับ?"
"อืม บังเอิญเห็นนายกับเขายืนคุยหัวเราะกันตอนเดินออกมาจากตึกมัลติมีเดียน่ะ!"
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมกับเขาไม่ได้สนิทกันเลย!"
เรื่องการมาแคสติ้งหนังรักใต้ต้นซานจาจะปล่อยให้ใครรู้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังไงเขาก็ยังไม่ได้รับเลือกให้แสดงนำเลย
"..."
เป้าจิงจิงมีสีหน้าตกตะลึง ท่าทางจริงจังของเฉินจิ่นแบบนี้ ใครเชื่อก็บ้าแล้ว!
ยิ่งเขาพูดแบบนี้ เป้าจิงจิงก็ยิ่งรู้สึกว่าเขากับจางอี้โหมวจะต้องสนิทกันมากแน่ๆ!
[จบแล้ว]