- หน้าแรก
- สมรภูมิเอาตัวรอดระดับชาติบัญชาการรบฉบับบอสสูงสุด
- บทที่ 36 "ที่นี่ไม่มีผีแน่นอน ใช่ไหม!"
บทที่ 36 "ที่นี่ไม่มีผีแน่นอน ใช่ไหม!"
บทที่ 36 "ที่นี่ไม่มีผีแน่นอน ใช่ไหม!"
บทที่ 36 "ที่นี่ไม่มีผีแน่นอน ใช่ไหม!"
ปรากฏว่าคนพวกนี้คือผู้เล่น
เซียวจินพิงหน้าต่างพลางเงี่ยหูฟังบทสนทนา สายตาของเธอจับจ้องไปยังรถตู้มินิแวนที่จอดอยู่ด้านนอกห้องสมุด เธอไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ไปหารถคันนี้มาจากไหน แต่มันคงเคยจอดอยู่ในที่ร่มที่กันฝนได้มาก่อน เพราะรถตู้สีขาวคันนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาท่ามกลางซากโครงเหล็กของรถคันอื่นบนท้องถนนที่ถูกกรดกัดกร่อนจนเกลี้ยง
กระจกรถถูกปิดสนิทจนมองไม่เห็นภายใน แต่จากบทสนทนาทำให้เธอรู้ว่า ในรถน่าจะมีเสบียงที่พวกเขาขโมยมาจากจุดพักพิงของทางการ คนพวกนี้ช่างใจกล้าบ้าบิ่นนัก เธอไม่รู้ว่าพวกเขาหนีออกมาได้อย่างไร เพราะในจุดพักพิงย่อมไม่มีทางไร้ผู้คุมที่ติดอาวุธ
เมื่อเห็นคนด้านนอกเริ่มเดินเข้ามาในห้องสมุด เซียวจินก็รีบเคลื่อนตัวอย่างว่องไวไปซ่อนอยู่ในช่องว่างระหว่างชั้นวางหนังสือทันที
อย่างไรเสีย ย่อมต้องมีเหตุผลที่คนกลุ่มนี้เลือกทิ้งจุดพักพิงของทางการแล้วดั้นด้นมายังห้องสมุดที่ห่างไกลเช่นนี้
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องสมุด เหมาลิ่วซึ่งเดินนำหน้าอยู่ก็ย่นจมูกพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่
"ทำไมฉันได้กลิ่นหม้อไฟหม่าล่าล่ะ!"
"จริงเหรอ" คนอื่นๆ รอบตัวต่างพากันสูดดมตาม วินาทีต่อมาดวงตาของพวกเขาก็เป็นประกาย ให้ตายเถอะ มันมีกลิ่นนั้นจริงๆ!
สวี่หมิงโยนเศษเสื้อผ้า กระดาษลัง และข้าวของที่พันอยู่รอบตัวลงบนพื้น "เกิดอะไรขึ้น มีคนอยู่ข้างในงั้นเหรอ"
"มีคนอยู่ก็ดีสิ!" หนึ่งในนั้นเลียริมฝีปากพลางเอ่ย "ไม่ว่าใครจะอยู่ข้างใน เสบียงทั้งหมดต้องเป็นของพวกเรา แล้วพวกเราพี่น้องจะได้กินหม้อไฟกันให้เปรม"
"ฮ่าๆ ถูกต้อง!" ทุกคนต่างขานรับ
คนดีที่ไหนจะไปขโมยเสบียงจากจุดพักพิง พวกเขาพูดเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรของผู้รอดชีวิตคนอื่นโดยไม่รู้สึกผิดสักนิด
เหมาลิ่วมองดูสวี่หมิงและคนอื่นๆ ตรงหน้า เขาอยากจะพูดแต่ก็ลังเล เขาเริ่มสังหรณ์ใจว่าเมื่อครู่นี้เขาอาจจะพูดอะไรผิดไป แต่เขามีเพียงทักษะการสะเดาะกลอนระดับพื้นฐานเท่านั้น หากโกดังของจุดพักพิงไม่จำเป็นต้องให้เขาเป็นคนเปิด สวี่หมิงและคนอื่นๆ ก็คงไม่ยอมให้เขาร่วมกลุ่มด้วยตั้งแต่แรก
เมื่อรู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์มีเสียง เหมาลิ่วจึงกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป
อีกด้านหนึ่ง ซางฟานเองก็ขมวดคิ้วมุ่นเช่นกัน
ไม่นานนัก สวี่หมิงและพวกก็พบเต็นท์ที่เซียวจินกางไว้
"มีคนอยู่จริงๆ ด้วย!" สวี่หมิงรื้อค้นอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อไม่เห็นแม้แต่เศษอาหารสักนิด
ด้วยความโมโห สวี่หมิงเตะโต๊ะข้างตัวจนล้มคว่ำ
"มันต้องซ่อนอยู่ข้างในนี้แน่ๆ ค้นให้ทั่ว มันคงพกอาหารไว้กับตัว ต่อให้ต้องพลิกห้องสมุดนี้หา ก็ต้องลากคอมาให้ได้"
หากหาเสบียงไม่เจอ เต็นท์และของพวกนี้ก็ถือเป็นของดี พวกเขาจึงกวาดเอาไปจนหมด
จากนั้นทั้งห้าคนก็แยกย้ายกันค้นหา เหมาลิ่วเดินทอดน่องเข้าไปในทางเดินระหว่างชั้นหนังสือ เขาไม่ได้มองหาใครตามที่สวี่หมิงสั่ง แต่กลับเริ่มเปิดอ่านหนังสือบนชั้นไปเรื่อยเปื่อย
"เอาแต่รังแกคนอ่อนแอ เหอะ ฉันไม่ช่วยแกหรอก!" ทุกคนต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ต่อให้ไม่ได้มาจากโลกเดียวกัน แต่ทำไมต้องโหดร้ายขนาดนี้
เมื่อนึกถึงตอนที่สวี่หมิงจัดการกับพนักงานในจุดพักพิงเพื่อคาดคั้นที่ตั้งของโกดัง เหมาลิ่วก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บ
ใช่แล้ว พวกเขาไม่ได้แค่ขโมยของ แต่สวี่หมิงยังฆ่าคนในจุดพักพิงไปอีกด้วย ตอนนี้เขาไม่มีทางย้อนกลับไปได้แล้วต่อให้จะรู้สึกเสียใจเพียงใดก็ตาม
เหมาลิ่วพลิกหน้าหนังสือในมือเล่นพลางชะเง้อมองออกไปข้างนอกเป็นพักๆ เมื่อเห็นว่าสวี่หมิงไม่ได้สนใจว่าเขากำลังอู้งานอยู่ เขาจึงนั่งยองๆ หลบหลังชั้นหนังสือต่อไปด้วยอาการใจลอย
ในเวลานั้นเอง เหมาลิ่วไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีเงามืดปรากฏขึ้นข้างหลังเขาอย่างกะทันหัน
"อื้ม..."
ซางฟานที่เดินอยู่อีกด้านหนึ่งก็ดูเหม่อลอยอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับเหมาลิ่วที่ทำอย่างขอไปทีแล้ว เขาก็ดูจริงจังกว่ามาก
ขณะที่ซางฟานกำลังจะเข้าไปตรวจสอบในห้องน้ำ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงประหลาด ทว่าเสียงนั้นดังขึ้นเพียงครู่เดียวแล้วก็เงียบหายไป ซางฟานก้มหน้าลงพลางใช้ความคิด
"ปัดโธ่เอ๊ย!" สวี่หมิงเหวี่ยงขวานดับเพลิงในมือ หากมองดูใกล้ๆ จะเห็นว่ายังมีคราบสีน้ำตาลเข้มติดอยู่ที่ด้ามขวาน "ให้ตายเถอะ มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน หรือว่ามันจะงอกปีกบินหนีไปได้"
สวี่หมิงแสยะยิ้ม "หนีไปเถอะ ฉันอยากจะรู้นักว่าแกจะหนีไปได้ถึงไหน!"
"เฮ้! พวกแกทำอะไรกันอยู่ ยังไม่เจอใครอีกเหรอ" สวี่หมิงเริ่มสังเกตเห็นว่าเขาไม่ได้ยินเสียงเพื่อนร่วมกลุ่มมานานมากแล้ว จึงตะโกนถามออกไป
วินาทีถัดมา เหงื่อเย็นๆ ก็ไหลซึมออกมาตามร่างกายของสวี่หมิงอย่างไร้สาเหตุ
ภายในห้องสมุดที่ว่างเปล่า นอกจากเสียงของสวี่หมิงที่ดังก้องไปทั่วโถงแล้ว กลับไม่มีเสียงตอบรับจากอีกสี่คนที่เหลือเลย
"ไม่... เป็นไปไม่ได้..." สวี่หมิงกำขวานดับเพลิงในมือแน่นด้วยความประหม่า สายตาลอกแลกไปมาอย่างรวดเร็ว
ชั้นนี้ไม่ได้กว้างขวางขนาดนั้น และเขาตะโกนเสียงดังขนาดนี้ ซางฟานและคนอื่นๆ ไม่มีทางที่จะไม่ได้ยิน ทำไมพวกเขาถึงไม่ตอบกลับมา หรือว่า... สวี่หมิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปลอบใจตนเอง "นี่มันภารกิจเอาชีวิตรอดจากภัยธรรมชาติ ที่นี่ไม่มีผีแน่นอน ใช่ไหม!"
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่ขนอ่อนบนใบหน้าของสวี่หมิงกลับลุกชัน และน่องของเขาก็เริ่มสั่นกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้
"อย่ากลัวไปเลย พวกเขาอาจจะไปที่ชั้นอื่นแล้วก็ได้ ฉัน... ฉันมีไอเทมจากมอลล์อยู่ในมือ ไม่เห็นต้องกังวลเรื่องอะไรที่โผล่มาเลย!"
มีเหตุผลที่สวี่หมิงกล้าพูดเช่นนี้ เช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆ เขาได้รับ 50 คะแนนพื้นฐานจากโลกที่แล้ว หลังจากหักไป 10 คะแนนสำหรับการใช้ชีวิตบนรถไฟในแต่ละวัน เขาใช้คะแนนที่เหลือซื้อขนมปัง บุหรี่ สุรา และอาหารชั้นเลิศมามากมาย
ด้วยความคิดที่ว่าเขาต้องการอาวุธสำหรับโลกถัดไป สวี่หมิงจึงใช้ 4 คะแนนที่เหลือซื้อขวานดับเพลิงมา
เขาไม่ได้เลือกซื้อมีดสั้นหรือดาบยาวที่มีขาย สวี่หมิงแค่ต้องการรู้ว่าทำไมขวานดับเพลิงถึงมีราคาแพงนัก 4 คะแนนสามารถซื้อเหล้าได้ตั้งสิบขวด แต่พอได้เห็นอานุภาพของมัน เขาก็รู้สึกทันทีว่าขวานเล่มนี้คุ้มค่าเกินราคา
แค่จามเบาๆ ตู้ไม้เนื้อแข็งก็แตกกระจาย แม้แต่เหล็กหล่อก็ยังมีรอย
เมื่อกำขวานไว้ในมือเช่นนี้ สวี่หมิงจึงรู้สึกเหมือนมีความกล้าฉีดพล่านเข้าสู่ร่างกาย เส้นเลือดที่ลำคอของเขาโปนขึ้นพลางคำรามลั่น "ใคร! ใครมาเล่นตลกแถวนี้ ออกมานะ!"
ครู่ต่อมา 'ตึก... ตึก...' เสียงส้นรองเท้ากระทบกับพื้นหินอ่อนดังขึ้นอย่างชัดเจน
เสียงนั้นค่อยๆ เข้าใกล้สวี่หมิงมาจากที่ไกลๆ สวี่หมิงยืนตัวตรง ดวงตาที่เบิกกว้างเริ่มมีเส้นเลือดฝอยขึ้นสีแดงฉาน
ตรงมุมห้อง ปรากฏร่างโปร่งบางทว่าสูงเพรียวเดินออกมา
ทันทีที่สวี่หมิงเห็นเซียวจินที่เป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจปรากฏตัวขึ้น หัวใจที่เคยเต้นรัวไปอยู่ที่ตาตุ่มก็กลับมาอยู่ที่เดิม ทว่าการกระทำถัดไปของเซียวจินกลับทำให้เขากระสับกระส่ายจนหน้าถอดสี
เซียวจินถือดาบยาวไว้ในมือขวา ส่วนมือซ้ายเธอดึงเชือกในฝ่ามืออย่างแรง ลากกลุ่มคนที่ถูกมัดรวมกันออกมาจากมุมมืด
ซางฟานซึ่งอยู่รั้งท้ายสุดเดินสะดุดจนเกือบจะล้มทับคนข้างหน้า
มือของเขาถูกมัดไขว้หลังไว้ตรงเอว และในปากถูกอุดไว้อย่างแน่นหนา รอยยิ้มขื่นๆ ปรากฏบนใบหน้าขณะที่เขามองแผ่นหลังของเซียวจินที่อยู่เบื้องหน้า การเคลื่อนไหวของเธอนั้นรวดเร็วเกินไป เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบโต้ใดๆ เลย
ส่วนเจ้าคนโชคดีรายแรกอย่างสหายเหมาลิ่วนั้น ลงไปนอนแผ่อยู่กับพื้นเรียบร้อยแล้ว แถมยังถูกพี่ชายที่ตามหลังมาเหยียบซ้ำไปอีกหลายที