- หน้าแรก
- แผนลวงโอเมก้าเมื่อบอสสุดฮอตไม่ใช่แค่เหยื่อ
- บทที่ 27 ข้อตกลงที่ต้องใส่ใจ
บทที่ 27 ข้อตกลงที่ต้องใส่ใจ
บทที่ 27 ข้อตกลงที่ต้องใส่ใจ
บทที่ 27 ข้อตกลงที่ต้องใส่ใจ
"คุณคิดว่าอย่างไรดีที่สุดก็ทำตามนั้นได้เลยค่ะ พร่างสัญญาเสร็จแล้วส่งมาให้ฉันดูสักฉบับ หากต้องแก้ไขตรงไหนฉันจะบอกคุณเอง"
"ตกลงค่ะ! หนูจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย"
เสิ่นซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย เธอกลืนคำพูดที่เหลือลงคอและไม่ได้กล่าวอะไรต่อ หลังจากทั้งคู่กล่าวราตรีสวัสดิ์แก่กัน ฉวีเจินก็จัดการทำความสะอาดห้องนั่งเล่นให้เรียบร้อยก่อนจะถือแท็บเล็ตกลับเข้าห้องพักแขก
การร่างสัญญาเก่อนสมรสไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอ อีกทั้งเธอยังมีความจริงใจอย่างเปี่ยมล้น โดยยึดถือผลประโยชน์ของเสิ่นซูเหยาเป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด
ขณะที่ฉวีเจินกำลังขะมักเขม้นพิมพ์ข้อความอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอได้รับข้อความจากเอ็น
[เอ็น: เอกสารที่ผมส่งให้พอจะช่วยคุณได้บ้างไหม]
ฉวีเจินกดเปิดหน้าต่างข้อความเพื่อตอบกลับทันที
[ฉวีเจิน: แน่นอนค่ะ! คุณช่วยหนูได้มากจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ]
อีกฝ่ายตอบกลับมาค่อนข้างรวดเร็ว
[เอ็น: ยินดีครับ มีเรื่องอื่นที่อยากให้ผมช่วยอีกไหม]
ฉวีเจินนึกถึงหนังสือ คู่มือความรักและกฎเหล็กของการใช้ชีวิตคู่ ที่เธอสั่งซื้อไปและมีกำหนดส่งในวันพรุ่งนี้ ทันใดนั้นเธอก็เกิดความอยากรู้ขึ้นมา
[ฉวีเจิน: คุณเอ็นคะ คุณโสดหรือแต่งงานแล้วเหรอคะ]
[เอ็น: เพิ่งแต่งงานเมื่อไม่นานมานี้ครับ]
ฉวีเจินกะพริบตาปริบๆ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าถามอะไรต่อ
[ฉวีเจิน: ขอให้ชีวิตคู่ของคุณยืนยาวและมีความสุขมากๆ นะคะ! ตอนนี้หนูยุ่งอยู่นิดหน่อย ไว้มีเวลาเราค่อยคุยกันใหม่นะ]
[เอ็น: ขอบคุณครับ ผมจะทำแบบนั้น]
ฉวีเจินไม่ปล่อยให้ตัวเองวอกแวก เธอตั้งสมาธิกับการร่างเอกสารอยู่นานนับชั่วโมงก่อนจะไปอาบน้ำชำระร่างกาย เมื่อล้มตัวลงนอนเธอก็ยังไม่หยุดพัก มือเรียวหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดดูแผนผังการทำงานของเอ็นเพื่อศึกษาต่อ ทว่ากลับมีไฟล์ใหม่ถูกส่งมาจากเอ็นในหน้าต่างสนทนาอีกครั้ง
[เอ็น: ผมคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณเช่นกัน ไม่ต้องเกรงใจครับ ราตรีสวัสดิ์]
ฉวีเจินเปิดไฟล์บีบอัดในโฟลเดอร์นั้นขึ้นมา
หลังจากแตกไฟล์ออก ชื่อของแต่ละหัวข้อก็สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง ฉวีเจินเพียงแค่เหลือบมองแวบเดียว ใบหูของเธอก็แดงซ่านจนต้องรีบมุดตัวลงใต้ผ้าห่มทันที
108 คำถามระหว่างคู่รัก: ความลับที่ไม่เคยเปิดเผย
— เคล็ดลับของการครองคู่ให้สมบูรณ์แบบคือการเติมความหวานให้เหมือนตอนรักกันใหม่ๆ!
— ว่าด้วยเรื่องความเป็นไปได้และการปฏิบัติจริง: คู่มือฉบับสมบูรณ์ 99 ท่วงท่าระหว่างภรรยา
บทที่ 13
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉวีเจินตื่นเช้ากว่าปกติมาก
สำหรับมื้อเช้า เธอเตรียมครัวซองต์แครนเบอร์รี่ แพนเค้กฟักทอง และนมถั่วลิสงผสมวอลนัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าเมื่อวาน เพียงแค่นำมาอุ่นร้อนง่ายๆ ก็พร้อมรับประทาน
เมื่อเสิ่นซูเหยาเดินออกมาจากห้องนอนหลักและเห็นอาหารเช้าที่วางเรียงรายอยู่ แววตาของเธอก็สั่นไหวด้วยความประหลาดใจ
"วันนี้ตื่นเช้าจังเลยนะคะ จะไปมหาวิทยาลัยเหรอ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของฉวีเจินก็เห่อแดงขึ้นมาเล็กน้อย ภาพคำบรรยายที่ชัดเจนและโจ่งแจ้งจากเมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้ง
หลังจากที่เธอแตกไฟล์ของเอ็นออกดูในตอนแรก เธอทำเพียงแค่เหลือบมองด้วยความขัดเขินและหดตัวหนีอยู่ใต้ผ้าห่ม ทว่าชื่อหัวข้อเหล่านั้นกลับวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมไปไหน เธอพพิลกตัวไปมาอย่างไรก็ก็นอนไม่หลับจนแทบจะหายใจไม่ออก
หลังจากโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม เธอจ้องมองไปที่ผนังห้องและครุ่นคิดอยู่นานพลางตำหนิตัวเองในใจ แต่ก็ปลอบใจตัวเองไปด้วยว่าเอ็นคงหวังดี และที่สำคัญมันอาจจะมีประโยชน์จริงๆ ก็ได้
ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเปิดไฟล์แรกด้วยความกล้าๆ กลัวๆ
— 366 วิธีในการแสดงความรัก: ความรักดั่งการปลูกมวลบุปผา
เธอนึกภาพไปถึงดอกไม้นานาพรรณในร้านดอกไม้ของครอบครัว ซึ่งเปรียบเปรยว่าคู่รักแต่ละคนคือดอกไม้ต่างชนิดที่ต้องการการดูแลและรดน้ำอย่างทะนุถนอม แต่ดอกไม้เหล่านี้กลับไม่เป็นอย่างที่เธอคาดคิด การจัดวางองค์ประกอบของ "ดอกไม้" ในเอกสารฉบับนี้ช่างละเอียดลออและพิสดารเหนือความคาดหมาย
แม้จะไม่มีวิดีโอหรือรูปภาพประกอบ มีเพียงตัวอักษรบรรยาย แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้ฉวีเจินขัดเขินจนใบหน้าแดงก่ำดั่งดอกไม้ที่งดงามที่สุดบนกิ่งก้าน
ฉวีเจินไม่แม้แต่จะกล้าสบตาเสิ่นซูเหยา
เธอกล่าวว่า "คือว่า... หนูนึกขึ้นได้ว่ายังมีหนังสือบางเล่มที่ต้องใช้บ่อยๆ อยู่ในหอพักค่ะ เลยอยากจะกลับไปเอามา"
เสิ่นซูเหยาเหลือบมองเธอ สายตาหยุดอยู่ที่ติ่งหูที่แดงจัดก่อนจะเบนสายตาออกไปราวกับไม่สังเกตเห็น "ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปส่งค่ะ เพราะเป็นทางผ่านพอดี"
"ตกลงค่ะพี่ ทานมื้อเช้าไปก่อนนะคะ หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่ค่ะ"
"อืม"
ฉวีเจินรีบแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำ เธอวักน้ำเย็นขึ้นล้างหน้าเพื่อเรียกสติ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองเงาตัวเองในกระจก
อัลฟ่าที่สะท้อนอยู่ในกระจกมีใบหน้าที่งดงาม ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับมีสีสันแปลกประหลาดราวกับน้ำหมึกเข้มข้นที่ไม่อาจละลายได้
ฉวีเจินหยิบกระดาษชำระมาซับหยดน้ำพลางคิดในใจว่า ถึงแม้เอ็นจะหวังดี แต่เดี๋ยวเธอคงต้องลบไฟล์นี้ทิ้งเสีย มิเช่นนั้นเธอคงไม่สามารถเผชิญหน้ากับเสิ่นซูเหยาโดยไม่หน้าแดงได้จริงๆ
เมื่อเปรียบเทียบกับเสิ่นซูเหยาผู้ดูสูงส่งราวกับเทพธิดาที่ไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ตัวเธอกลับดูเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจะถูกสัญชาตญาณเข้าครอบงำทีละน้อย
.
หลังจากมื้อเช้า ทั้งสองก็ขับรถไปยังจุดหมายปลายทาง
ฉวีเจินสงบจิตสงบใจลงได้บ้างเมื่อเดินทางมาถึง เธอสะพายย่ามผ้าใบ ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง เสื้อผ้าและการวางตัวดูเป็นนักศึกษาอย่างเต็มตัว ไม่เหมือนกับคนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานเลยสักนิด
เมื่อรถมาถึงประตูทางทิศใต้ของวิทยาเขต ฉวีเจินโน้มตัวลงเพื่อปลดเข็มขัดนิรภัย เดิมทีเธอตั้งใจจะกล่าวลาและลงจากรถ แต่เมื่อนึกถึงอาการป่วยของเสิ่นซูเหยาและการสร้างพันธะชั่วคราว เธอจึงเป็นฝ่ายยื่นมือไปหาคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อน
"พี่คะ ก่อนจากกัน เราขอจับมือกันหน่อยได้ไหมคะ"
นิ้วเรียวยาวดุจหยกวางลงบนพวงมาลัยสีดำ ก่อให้เกิดภาพที่ตัดกันอย่างเด่นชัด เสิ่นซูเหยาเหลือบมองเธอด้วยสายตาที่แฝงความหมายลึกซึ้ง
"ได้ค่ะ"
มือของทั้งสองประสานเข้าด้วยกัน มือของฉวีเจินนั้นอบอุ่นกว่า ในขณะที่มือของเสิ่นซูเหยาเย็นเยียบราวกับหยกขาว
"พี่คะ ถ้าเราแต่งงานกันในภายหลัง พี่มีความต้องการอย่างไรเกี่ยวกับงานแต่งงานบ้างไหมคะ"
ฉวีเจินกำลังวางแผนระยะยาว เธอตั้งใจจะบอกแม่เรื่องความสัมพันธ์ของพวกเธอเมื่อกลับบ้านในสัปดาห์นี้ และรอการตัดสินใจของเสิ่นซูเหยา หากทุกอย่างราบรื่น งานแต่งงานย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าการพบกันของพวกเธอจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เธอก็อยากมอบงานแต่งงานที่จะทำให้เสิ่นซูเหยามีความสุขและรู้สึกว่าได้รับพรอย่างที่สุด
คนที่นั่งอยู่ข้างกายเงียบไปครู่หนึ่ง "จัดงานแต่งงานในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ยังไม่สายเกินไปหรอกค่ะ ตารางงานของฉันค่อนข้างซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดจนถึงสิ้นปี ความคิดของฉันคือเราไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วค่อยจัดงานแต่งงานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือคุณอยากจะจัดหลังจากเรียนจบก็ได้นะ"
ฉวีเจินส่ายหัว "ไม่เป็นไรค่ะ หนูเข้าใจ หนูจะฟังพี่ค่ะ เราไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน ส่วนเรื่องงานแต่งงานไว้ค่อยคุยกันหลังปีใหม่ดีไหมคะ"