เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เส้นทางแห่งศิลาจารึกมรณะ

บทที่ 15 เส้นทางแห่งศิลาจารึกมรณะ

บทที่ 15 เส้นทางแห่งศิลาจารึกมรณะ


บทที่ 15 เส้นทางแห่งศิลาจารึกมรณะ

"ไม่นะ... ไม่..."

"ทำไม! ทำไมแกถึงขยับตัวอีกแล้ว!"

"ทำไมต้องมาขยับเอาตอนที่พวกเรากำลังจะหนีด้วย!!!"

เหอจวินจ้องมองสตรีระบำวิญญาณด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

แกรก... แกรก... แกรก...

เส้นผมสีดำยาวรุงรังปลิวไสว มันพันธนาการศีรษะของเพื่อนร่วมงานเขาอย่างแน่นหนา

อึก... อึก...

เส้นผมยาวสีดำเหล่านั้นทำหน้าที่ราวกับหลอดดูด หลังจากพันรอบตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงไม่กี่นาที ร่างกายของเขาก็เหี่ยวแห้งลงไปหลายนิ้ว

ฉัวะ!

ในที่สุด ร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็แตกโพล่งออกด้วยรอยใบมีด กลายเป็นหมอกโลหิตฟุ้งกระจายก่อนจะสลายตัวไปจนหมดสิ้น

"ไม่! ไม่!!!"

เหอจวินสั่นสะท้านด้วยความขวัญเสีย เขาปรารถนาจะหนีไปจากที่นี่ ทว่าร่างกายกลับแข็งทื่อจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว

"มานี่สิ..."

"มานี่..."

สตรีระบำวิญญาณโบกมือเรียกเหอจวินพร้อมเส้นผมที่ปลิวไสว ร่างของเขาเดินเข้าไปหานางโดยไม่อาจขัดขืน

ฉัวะ!

วินาทีต่อมา แขนสีแดงฉานดั่งโลหิตพาดลงบนไหล่ของเขา เส้นผมสีดำไหลทะลักเข้าสู่ปาก จมูก และใบหู ร่างกายของเขาชักกระตุกและหดตัวลง เท้าทั้งสองข้างร่ายรำอย่างควบคุมไม่ได้ในขณะที่โอบกอดร่างอันชุ่มโชกไปด้วยเลือดของสตรีระบำวิญญาณ

หยด... หยด... หยด...

โลหิตสาดกระเซ็น

เพียงไม่นาน...

ฉัวะ!

หมอกโลหิตระเบิดออกอีกครั้ง

ภายใต้จันทร์เสี้ยวสีเลือด ณ ประตูทิศใต้ของเขตที่พักอาศัยหลินผิง มีเพียงเสียงฝีเท้า ตึก... ตึก... ตึก... ดังขึ้นอย่างสง่างาม เคล้าไปกับละอองเลือดที่โปรยปราย...

...

ตึก... ตึก... ตึก...

เขาวิ่งติดต่อกันเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร

ร่างของกวนเย่ค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพปกติในขณะที่เขายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มแท่นหินหลุมศพ

เขาถอดเสื้อกันฝนสีเลือดออกแล้วโยนมันลงบนแท่นหินหลุมศพที่มีใบหน้ามนุษย์ซึ่งกำลังจับจ้องเขาอยู่ ใบหน้าบนแผ่นหินนั้นบิดเบี้ยวและน่าสยดสยอง มือหินข้างหนึ่งเริ่มยื่นออกมาจากพื้นดิน

ทว่าหลังจากถูกเสื้อชุ่มโชกไปด้วยเลือดฟาดเข้าที่ใบหน้า มันกลับนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย!

อันที่จริง เมื่อเห็นถนนที่เต็มไปด้วยแท่นหินรูปหัวคนในตอนแรก กวนเย่ก็รู้สึกระแวดระวังอยู่บ้างตามสัญชาตญาณ

อย่างไรก็ตาม หลังจากวิ่งมาตลอดทาง กวนเย่พบว่าพวกมันไม่ได้ทำอันตรายใดๆ ต่อเขา เขาจึงไม่ได้ใส่ใจนัก

"บางที... ข้าอาจจะยังไม่ได้กระตุ้นเงื่อนไขการสังหารของพวกมัน?"

เมื่อคิดได้ดังนั้น กวนเย่จึงมองไปยังแท่นหินหลุมศพนับไม่ถ้วนที่ยังคงเรียงรายอยู่บนถนนเบื้องหน้า และตัดสินใจในทันที

"ตรวจสอบ!"

เป้าหมายการสังเกต: แท่นหินหลุมศพวิญญาณ

ความคืบหน้าการสังเกตปัจจุบัน: สิบเปอร์เซ็นต์

แท่นหินหลุมศพวิญญาณ: รูปลักษณ์ภายนอกเป็นมนุษย์ แต่แก่นแท้ยังคงเป็นแผ่นหินกายภาพ

ความสามารถ: ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด!

เงื่อนไขการกระตุ้น: ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด!

"ชิ..."

"พวกมันกระจายอยู่เต็มถนนทั่วเมืองแบบนี้ การสืบหาข้อมูลคงเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย"

"ช่างมันเถอะ!"

"การออกจากเมืองหลินเจียงสำคัญที่สุด!"

กวนเย่ละสายตาจากแผงควบคุมการสังเกตอย่างไร้ความหมาย แล้วหันไปมองขอบฟ้าอันเงียบสงัดในระยะไกลอีกครั้ง

ในขณะที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้า เสียงตะโกนหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

"คุณกวน! คุณกวน!"

"รอ... รอฉันด้วย!"

แฮก... แฮก... แฮก...

เมื่อหันไปมอง เขาเห็นหวงยาถิงในชุดพนักงานขายวิ่งตรงมาหาเขาด้วยอาการหอบเหนื่อย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจ

"โอ้? เจ้าตามข้าออกมาจริงๆ หรือ"

"ใจกล้าไม่เบานี่..."

นี่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย

กวนเย่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าวิ่งออกมาในขณะที่เขาเข้าควบคุมสตรีระบำวิญญาณ เห็นชัดว่านางไม่ยินยอมที่จะนอนรอความตายอยู่ในเมืองหลินเจียงจริงๆ

"ให้... ให้ฉันตามไปด้วยได้ไหมคะ"

"ฉันให้เงินคุณได้นะ! คุณรู้ไหมว่าเมืองที่อยู่นอกเมืองหลินเจียงอาจจะไม่ได้..."

ทันทีที่หวงยาถิงมาถึง นางพยายามงัดข้อมูลที่มีอยู่น้อยนิดออกมาใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนสำคัญ

"หยุด!"

กวนเย่โบกมือพลางยักไหล่

"อยากตามก็ตามมา!"

"แต่เจ้าควรจำไว้อย่างหนึ่ง เจ้าไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับข้า หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ข้าจะไม่ปกป้องเจ้าเด็ดขาด!"

"เอ่อ... ค่ะ... เข้าใจแล้วค่ะ..."

ความดีใจบนใบหน้าของนางพลันมลายหายไปในทันที

หวงยาถิงรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีพันธะใดๆ ที่จะต้องปกป้องนาง

ในโลกยุควิบัติ การวิงวอนที่มากเกินไปอาจกลายเป็นเหตุผลให้อีกฝ่ายลงมือสังหารเจ้าได้เพียงเพราะความเห็นไม่ลงรอยกันเพียงครั้งเดียว

นางนิ่งเงียบลง ทำเพียงจ้องมองแผ่นหลังของชายเบื้องหน้าที่สามารถหนีรอดจากเหตุการณ์เหนือธรรมชาติได้ถึงสองครั้งติดต่อกัน ดวงตาของนางสั่นไหว ไม่อาจคาดเดาได้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่...

ตึก... ตึก... ตึก...

จากทางด้านหลัง มีคนอีกสามคนวิ่งตามมาสมทบในเวลาไม่นาน

เมื่อมองไปยังคนทั้งสามนั้น ดวงตาของกวนเย่ก็หรี่ลงจนเป็นเส้นตรง

เลิ่งปิน, โหวหมิง, หวังฮั่นเจียน

ในบรรดาสามคนนี้ มีถึงสองคนที่เป็นศัตรูของเขา!

บางทีทั้งสามคนอาจจะตกลงกันมาแล้วในระหว่างทาง ทันทีที่ปรากฏตัว พวกเขาทั้งหมดต่างมองกวนเย่ด้วยรอยยิ้มจอมปลอม

"น้องชายกวน มาพรรคร่วมพวกกันเถอะ! เรื่องของที่ตกลงใส่ร้านของเจ้าก่อนหน้านี้มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ พวกเราไม่เกี่ยวข้องด้วยเลยสักนิด!"

"ใช่แล้ว! ทั้งหมดเป็นฝีมือของพวกคนตระกูลหวังที่หนีไปแล้วทั้งนั้น ตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต่อให้เคยมีเรื่องผิดใจกันบ้าง แต่มีคนเยอะย่อมดีกว่าใช่ไหมล่ะ"

"พวกเรามาจากเขตที่พักเดียวกันทั้งนั้น ยังไงเสียก็ต้องช่วยเหลือกันจริงไหม"

น้ำเสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยคำแก้ตัวและคำพูดประจบสอพลอขณะที่เดินเข้ามาหา

กวนเย่นิ่งเงียบ ไม่ปฏิเสธและไม่ตอบตกลง

หวงยาถิงมองการตัดสินใจของกวนเย่ด้วยความประหลาดใจ นางรู้ดีว่าคนอย่างเขาที่มองกฎของสิ่งเหนือธรรมชาติออกถึงสองอย่าง มีหรือจะไม่รู้ว่าคนพวกนี้คือตัวการที่ทำลายร้านของเขา?

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อกวนเย่ไม่เอ่ยปาก นางก็ไม่อาจซักถามสิ่งใดได้

ตึก... ตึก... ตึก...

กวนเย่เดินนำไปอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของเขาบิดเบี้ยวไปอย่างประหลาด ในบางครั้งเขาสังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเลิ่งปินและหวังฮั่นเจียน

พวกเขากำลังยิ้ม และกวนเย่เองก็กำลังหัวเราะเยาะอยู่ในใจเช่นกัน

ด้วยทักษะ "การควบคุมด้วยเสียง" ใครกันเล่าจะเหมาะสมไปกว่าคนพวกนี้ในการเป็น "ตัวตายตัวแทน" สำหรับการทดสอบกับดัก?

เมื่อมีตัวตายตัวแทนมาส่งให้ถึงที่ประกอบกับสิ่งเหนือธรรมชาตินับไม่ถ้วนในเมืองที่ต้องได้รับการทดสอบ มีหรือที่กวนเย่จะปฏิเสธ?

ความจริงแล้ว ในตอนที่หนีออกมาจากประตูทิศใต้ กวนเย่สามารถใช้ทักษะการควบคุมด้วยเสียงสั่งให้สตรีระบำวิญญาณบุกเข้าไปในป้อมรักษาความปลอดภัยเพื่อสังหารพวกเขาให้สิ้นซากได้ และเขาก็จะจากไปได้อย่างราบรื่น

ทว่า...

กวนเย่ไม่ได้ทำเช่นนั้น!

เพราะเขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าคนกลุ่มนี้จะต้องตามเขาที่มีวิธีเอาตัวรอดออกมาแน่ เพราะหวังจะพึ่งพาเขาเพื่อให้ออกจากเมืองหลินเจียง

กวนเย่คิดเรื่องนี้ไว้หมดแล้ว เขาจึงปล่อยพวกเขาไปและรอให้คนพวกนี้มาหาเอง

เขาจะไม่ต้องการ "ตัวตายตัวแทน" สำหรับการลองผิดลองถูกได้อย่างไร?

...

ตึก... ตึก... ตึก...

จันทร์เสี้ยวสีแดงแขวนเด่นอยู่บนฟากฟ้า สะท้อนทุกสรรพสิ่งเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต

แท่นหินหลุมศพบนทางเท้าวางระเนระนาดทั้งคดเคี้ยวและเอียงกะเท่เร่ เส้นทางที่ทอดยาวผ่านแท่นหินเหล่านั้นดูราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด

ในบางครั้งยังคงพองมองเห็นอาคารสูงโดยรอบ

ทว่าที่นั่น... กลับวังเวงและมืดมิดสนิท ไม่เหลือร่องรอยของความสว่างไสวและความพลุกพล่านในอดีตอีกต่อไป

"โอ๊ย!"

หลังจากเดินมานานเท่าใดไม่ทราบได้ ข้อเท้าของหวงยาถิงก็เกิดอาการบิดแข็งขึ้นมาอย่างกะทันหัน

นางล้มลงกับพื้นเสียงดัง ตึก และเริ่มคลึงข้อเท้าของตนเองอย่างต่อเนื่อง

ซี้ด...

"ไม่ควรจะเป็นแบบนี้... ฉันก็ขยับตัวตลอดนี่นา!"

"ทำไมข้อเท้าถึงได้แข็งทื่อแบบนี้?"

นางพยายามตบข้อเท้าของตนเอง แม้จะลุกขึ้นยืนได้แล้ว แต่ลักษณะการเดินของนางกลับดูผิดแปลกและทุลักทุเลราวกับคนพิการ

เมื่อเห็นนางเดินกะโผลกกะเผลกไปข้างหน้า กลับไม่มีใครในกลุ่มแม้แต่คนเดียวที่จะแสดงความเปร็นสุภาพบุรุษหรือเข้าไปช่วยเหลือเพราะความสวยของนาง

ในโลกยุควิบัติ สิ่งที่เรียกว่าพวกบ้าผู้หญิงนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

ซี้ด... ซี้ด...

ยิ่งหวงยาถิงเดินไปไกลเท่าใด นางยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น

ไม่ใช่เพราะมีแท่นหินหลุมศพอยู่รอบกายมากเกินไป แต่เป็นเพราะนางเริ่มพบความผิดปกติว่า เริ่มต้นจากข้อเท้าและตอนนี้ลามมาถึงน่อง ขาทั้งสองข้างของนางเริ่มแข็งทื่อและหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ!!!

จบบทที่ บทที่ 15 เส้นทางแห่งศิลาจารึกมรณะ

คัดลอกลิงก์แล้ว