เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 สัตว์ร้ายปรากฎตัว!!

ตอนที่ 17 สัตว์ร้ายปรากฎตัว!!

ตอนที่ 17 สัตว์ร้ายปรากฎตัว!!


ตอนที่ 17 สัตว์ร้ายปรากฎตัว!!

เมื่อมีเจ้าหมาอยู่ด้วย ก็เป็นอันว่าหมดสิทธิ์นอนตื่นสาย เพราะต้องลุกขึ้นมาพามันไปเดินเล่นการเลี้ยงหมาทำให้คนเรามีวินัยจริงๆ!

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เซียวหรันก็หยิบขนมปังมาสองก้อน แล้วพาเจ้าเสี่ยวเฮย ออกจากถ้ำ

เขามิได้ลืมที่จะหยิบกล้องส่องทางไกลที่วางทิ้งไว้ข้างนอกรถบ้านเมื่อคืนติดมือไปด้วย พอเจ้าหมามาถึงริมน้ำ

มันก็กระโดดโลดเต้นไปมาอย่างคึกคัก

พลังงานล้นเหลือเกินไปแล้ว!

เซียวหรันเดินขึ้นไปบนที่สูง แล้วหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาสำรวจรอบๆ ในทุ่งนาที่ไม่ไกลนัก เขาเห็นร่างเล็กๆ ที่คุ้นตา

“ตื่นเช้าเหมือนกันนะเนี่ย!”

ความจริงพิสูจน์ให้เห็นว่า ความขยันก็ใช่ว่าจะทำให้มีกินอิ่มท้องเสมอไป ชีวิตของพวกนางช่างยากลำบากจริงๆ

“ซันเหนียง!”

“เสี่ยวหลางจวิน!” ซันเหนียงยิ้มตอบ

นางรู้ว่าเซียวหรันและเจ้าหมาอยู่แถวนี้ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนแน่ชัด เซียวหรันเดินเข้าไปหาแล้วยื่นขนมปังให้

“อ่ะ นี่ครับ!” นางยังมีท่าทีเกรงใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเหมือนตอนแรก เพราะเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว

“ขอบพระคุณเสี่ยวหลางจวินเจ้าค่ะ!”

ขนมปังนี้รสชาติไม่เหมือนกับขนมปังรสนมวันก่อน

พอซันเหนียงกัดไปคำหนึ่งก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา

ถึงจะแปลกไปบ้าง แต่มันก็อร่อยมาก เพียงแต่นางไม่กล้ากินให้หมด

จึงเก็บส่วนที่เหลือใส่ตะกร้าเข่าเหลาไว้ ตั้งใจจะเอากลับไปแบ่งให้พี่สาวได้ชิมด้วย

เจ้าเสี่ยวเฮยเดินเข้าไปถูไถข้างๆ ซันเหนียงจึงลูบขนของมันเบาๆ อย่างเอ็นดู

“เจ้าเป็นใครกัน?” เสียงหนึ่งดังขึ้นกะทันหัน

เซียวหรันหันไปพบชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่

“ตรงนี้ไม่ให้เก็บรวงข้าวหรอกนะ ไปที่อื่นเถอะ!”

“ผมไม่ได้มาเก็บไปเองนะครับ...” เซียวหรันชี้แจง

“ท่านอาเจ้าคะ เสี่ยวหลางจวินมาช่วยหนูเก็บเจ้าค่ะ” ซันเหนียงรีบพูดช่วย

ชายคนนั้นมองไปที่ซันเหนียง แววตาดูซับซ้อนและลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

“งั้นก็แล้วไป...”

พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจอีก

เซียวหรันรู้ดีว่านั่นคือการเห็นแก่หน้าซันเหนียง

แววตาที่ซับซ้อนนั้นคงเป็นเพราะครอบครัวของชายคนนั้นก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เศษรวงข้าวที่หลงเหลือเหล่านี้

ความจริงเขาก็อยากจะเก็บไว้เองเหมือนกัน

“โฮ่งๆๆ!” เจ้าหมาเห่าเตือนพลางมองไปอีกทาง

เซียวหรันมองตามไป เห็นเหมือนมีคนกำลังใกล้เข้ามา เขาหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดู

จึงเห็นรถม้าและกลุ่มคนขี่ม้า ซึ่งก็คือหลี่ซื่อหมิน เฉิงเหยาจิน และจางอาหนาน

เซียวหรันยิ้มออกมา เขารู้ว่าหลี่ลี่จื้อและพวกมาถึงแล้ว

ถ้าไม่มีหลี่ลี่จื้อและองค์หญิงน้อย หลี่ซื่อหมินและเฉิงเหยาจินคงแค่ขี่ม้ามา ไม่จำเป็นต้องใช้รถม้า

เซียวหรันวางรวงข้าวที่เก็บได้ลงในตะกร้าของซันเหนียง

“ซันเหนียง เก็บไปพลางๆ ก่อนนะ พี่มีธุระต้องไปจัดการหน่อย”

“เจ้าค่ะ!”

เซียวหรันพาสุนัขวิ่งเหยาะๆ จากไป สายสัมพันธ์สำคัญอีกกลุ่มมาถึงแล้ว!

เขาต้องระวังไม่ให้ตำแหน่งของถ้ำรั่วไหล จึงรีบเอาอุปกรณ์ตกปลาและเครื่องครัวออกมาเตรียมไว้ล่วงหน้า

บนรถม้าไม่ได้มีเพียงหลี่ลี่จื้อและองค์หญิงจิ้นหยาง (ซื่อจื่อ) เท่านั้น

แต่องค์หญิงเฉิงหยางก็มาด้วย พวกนางออกเดินทางแต่เช้าเพราะอยากมีเวลาตกปลานานๆ

เนื่องจากช่วงเที่ยงปลามักจะไม่กินเบ็ด

“อาเจี่ย~ ถึงหรือยังหยอ~” องค์หญิงน้อยเริ่มรอนไม่ไหวแล้ว

หลี่ลี่จื้อเปิดม่านดู “ใกล้แล้วจ้ะ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว”

“ไม่รู้ว่าเขาจะยังอยู่ไหม” หลี่ซื่อหมินเองก็แค่มาเสี่ยงดวงดู ไม่แน่ใจว่าเซียวหรันยังอยู่ที่นี่หรือเปล่า

“ถ้าไม่อยู่ริมสระ ก็คงอยู่ในหมู่บ้านเข่าเหลานั่นแหละ” หลี่ลี่จื้อคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น เซียวหรันคงไม่นอนกลางป่ากลางเขาหรอก

“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น!”

เมื่อหลี่ซื่อหมินและคณะมาถึงเนินเขาเล็กๆ ริมสระน้ำ ก็เห็นว่าที่จุดตกปลาเดิมมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

“อยู่จริงๆ ด้วยแฮะ!”

หลี่ซื่อหมินไม่นึกเลยว่าเซียวหรันจะติดการตกปลาขนาดนี้

ทั้งหมดลงจากม้าและจอดรถม้าที่ริมฝั่ง

หลี่ลี่จื้อและพวกเด็กๆ เดินออกมาจากรถม้า

“อ๊ะฮะ~” องค์หญิงน้อยตื่นเต้นมาก

หลี่ซื่อหมินเดินนำหน้าไปทันที เพราะตรงนั้นคือทำเลทอง

“ฮ่าๆๆ อรุณสวัสดิ์!” หลี่ซื่อหมินส่งเสียงหัวเราะกังวาน

เซียวหรันวางคันเบ็ดแล้วลุกขึ้น “ท่านลุง อรุณสวัสดิ์ครับ!”

เขาสังเกตเห็นว่าคราวนี้มีเด็กผู้หญิงเพิ่มมาอีกหนึ่งคน

“เสี่ยวหลางจวิน~”

“เจ้าหมาจ๋า~” องค์หญิงน้อยร่าเริงสุดขีด

“ซื่อจื่อ ช้าๆ หน่อยลูก”

หลี่ลี่จื้อจูงมือน้องสาวไว้ด้วยความระวัง กลัวจะหกล้ม

เจ้าหมาซามอยด์เดินเข้าไปหาและถูไถองค์หญิงน้อยอย่างเป็นมิตร

“ตัวใหญ่จัง... ขาวมาก... นุ่มจังเลย!”

องค์หญิงเฉิงหยางประหลาดใจมากที่ได้เห็นซามอยด์ครั้งแรก

แม้ซื่อจื่อจะเคยเล่าให้ฟัง แต่การได้เห็นด้วยตาตัวเองนั้นน่าทึ่งกว่ามาก

เซียวหรันและหลี่ลี่จื้อสบตายิ้มให้กันเป็นการทักทาย

“ว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เลยจะมาขอแย่งที่ตกปลาและขอแบ่งเหยื่อจากเสี่ยวหลางจวินอีกสักหน่อย!”

หลี่ซื่อหมินพกมาเพียงคันเบ็ด เหยื่อตกปลามิได้เตรียมมาเลย

“ท่านลุงพูดแบบนั้นก็ดูเกรงใจเกินไปครับ ที่ตรงนี้ไม่ใช่ของใครคนเดียว ส่วนเหยื่อนี่เรื่องเล็กน้อยมาก...” ตอนนี้เซียวหรันมีเหยื่อเหลือเฟือจริงๆ

หลี่ซื่อหมินและเฉิงเหยาจินนั่งลงข้างๆ เซียวหรันจึงแบ่งเหยื่อส่งให้ส่วนหนึ่ง

“ขอบใจเสี่ยวหลางจวินมาก!”

เฉิงเหยาจินรับเหยื่อมาวางไว้ข้างตัวหลี่ซื่อหมิน

ทั้งสองสังเกตเห็นว่าเหยื่อหน้าตาเหมือนกับคราวก่อนไม่มีผิด

สิ่งที่พวกเขากังวลไม่ใช่เรื่องอื่น แต่กลัวว่าคันเบ็ดและสายเอ็นของตนจะไม่แข็งแรงพอเหมือนของเซียวหรัน

ขณะหลี่ซื่อหมินกำลังเกี่ยวเหยื่อ เขาสังเกตเห็นว่ารอก บนคันเบ็ดของเซียวหรันหายไป

“เสี่ยวหลางจวิน ไอ้ตัวหมุนๆ หายไปไหนเสียแล้วล่ะ?” หลี่ซื่อหมินชี้ถาม

“ผมเปลี่ยนคันใหม่น่ะครับ คันนี้เป็นแบบไม่มีรอก”

หลี่ซื่อหมินพยักหน้าพลางเก็บข้อมูลสำคัญ:

เซียวหรันมีคันเบ็ดพิเศษแบบนี้อย่างน้อยสองคัน

ในใจของหลี่ซื่อหมินเริ่มมีความคิดบางอย่าง...

การใช้อำนาจแย่งชิงไม่ใช่สไตล์ของพระองค์

อย่างไรเสียก็ทรงเป็นถึงฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่

หากทำเช่นนั้นจะดูเสียเกียรติและเป็นที่ครหาได้

สององค์หญิงน้อยเล่นกับเจ้าซามอยด์อย่างใกล้ชิดและสนิทสนม

หลี่ลี่จื้อชายตามองจางอาหนาน จางอาหนานเข้าใจความหมายทันที

เขาเดินกลับไปที่รถม้าแล้วอุ้มของกองโตเดินเข้ามา

นี่คือของขวัญที่เตรียมมาให้เซียวหรันโดยเฉพาะ

เพราะพวกเขาไม่อยากติดค้างน้ำใจฝ่ายเดียว

“หลานชาย คราวก่อนทั้งขอแบ่งเหยื่อทั้งขอทานข้าวด้วย วันนี้อาเลยเตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาให้...” หลี่ซื่อหมินเปลี่ยนคำเรียกขาน

"หลานชาย" ฟังดูสนิทสนมขึ้นกว่าเดิมมาก

“ท่านลุง ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้ครับ การได้พบกันถือเป็นวาสนา...”

“ลุงรู้ว่าหลานชายคงไม่ขาดแคลนสิ่งของพวกนี้ แต่อาจะปล่อยให้เจ้าเสียเปรียบได้อย่างไรล่ะ อย่าได้ปฏิเสธเลย...”

“ขอบพระคุณท่านลุงครับ!”

เซียวหรันรับของมาจากจางอาหนาน รู้สึกว่ามันค่อนข้างหนักแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

“มาแล้ว!” หลี่ซื่อหมินรีบกระตุกคันเบ็ด ทุกคนหันไปมอง เฉิงเหยาจินวางคันเบ็ดของตนลง “หลานชาย ขอยืมสวิง หน่อย”

“ท่านลุงใช้ได้เลยครับ ตามสบายครับ...” เซียวหรันส่งสวิงให้

หลี่ซื่อหมินอารมณ์ดีมาก สำหรับคนรักการตกปลา ช่วงเวลานี้คือช่วงที่ฟินที่สุด

“ว้าว~ ปลาตัวใหญ่จังเยย~” องค์หญิงน้อยตบมือรัวๆ

“ซื่อจื่อ เห็นไหมว่าเสด็จพ่อเก่งแค่ไหน!” หลี่ซื่อหมินไม่ลืมที่จะหันมาอวดลูกสาว

“เก่งจ้า~” องค์หญิงน้อยตอบ ก่อนจะเสริมว่า

“แต่เสี่ยวหลางจวินเก่งกว่าจิ๊ดนึงนะ~”

“เจ้ายัยหนูคนนี้นี่!” หลี่ซื่อหมินหัวเราะร่วน

ต้องยอมรับว่าในด้านการตกปลานั้น เซียวหรันเหนือกว่าจริงๆ

หลี่ลี่จื้อเฝ้ามองน้องสาวทั้งสองเล่นกับสุนัข

ส่วนเรื่องช่วยช้อนปลานั้น เฉิงเหยาจินและจางอาหนานแย่งกันทำจนไม่ถึงมือนาง

และตัวนางเองทำเรื่องพวกนี้ก็ดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก

ทันใดนั้น แมวเหมียว (พันธุ์ซิลเวอร์แท็บบี้) ก็เดินออกมาจากถ้ำ

มันยืนมองกลุ่มคนอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ แมวค่อนข้างขี้เกียจ

ส่วนใหญ่จะอยู่แต่บนรถบ้าน นานๆ ทีถึงจะลงมาเดินเล่น

“เอ๋~ อาเจี่ย~ นั่นตัวอารายหยอ~” องค์หญิงน้อยสังเกตเห็นเจ้าแมวสีเงินที่อยู่ไม่ไกล

“เสือ!” (ต้าฉง เป็นคำเรียกเสือในยุคนั้น)

องค์หญิงเฉิงหยางร้องบอกทันทีด้วยความตกใจ

พอได้ยินคำว่า "เสือ" หลี่ซื่อหมิน เฉิงเหยาจิน และจางอาหนานถึงกับสะดุ้งโหยง รีบหันขวับไปมองทันที

“เสืออยู่ที่ไหนรึ?!” หลี่ซื่อหมินลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตระหนก

จบตอนที่ 17

##อ้าว!! เจ้าเหมียวน้อยถูกสถาปนาเป็นเสือไปแย้ววววว ##

จบบทที่ ตอนที่ 17 สัตว์ร้ายปรากฎตัว!!

คัดลอกลิงก์แล้ว