เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 เข้าครัวริมตลิ่ง!!

ตอนที่ 7 เข้าครัวริมตลิ่ง!!

ตอนที่ 7 เข้าครัวริมตลิ่ง!!


ตอนที่ 7 เข้าครัวริมตลิ่ง!!

ถ้าเซียวหรันเป็นคนเอาขนมไปแจกเอง พวกผู้ใหญ่อาจจะรู้สึกเกรงใจ แต่พอเป็นองค์หญิงน้อยเป็นคนเดินไปแจก บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที

“อื้อๆ~” องค์หญิงน้อยยินดีเป็นอย่างยิ่ง

เซียวหรันไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของทุกคน เพราะขนมปังกรอบเจ้านี้รสชาติดีจริงๆ บนรถของเขามักจะมีติดไว้เสมอ เพราะมันเก็บได้นานตราบใดที่ไม่โดนความชื้น ตอนเช้าๆ เอามาแช่นมกินเป็นอาหารเช้าก็เข้าท่าไม่เลว

องค์หญิงน้อยถือขนมเดินไปหาหลี่ซื่อหมินและพรรคพวก “อาเย่~ ทานนี่จิ๊~”

“อร่อยมากเยยก๊าบ~”

“อืม ดี!” หลี่ซื่อหมินรับไปสามชิ้น “ขอบใจเสี่ยวหลางจวินมาก!” แล้วพระองค์ก็แบ่งให้เฉิงอวี่จินกับฉินฉงคนละชิ้น

“ท่านลุงไม่ต้องเกรงใจครับ แค่ของกินนิดหน่อยเอง” เซียวหรันบอก

องค์หญิงน้อยยังไม่ลืมจางอาหนานที่อยู่ข้างหลังด้วย

“หือ?” ทันทีที่ได้ลิ้มรส หลี่ซื่อหมินก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา

มันพิเศษมากและอร่อยมาก พระองค์ไม่เคยทานขนมที่มีรสสัมผัสแบบนี้มาก่อนเลย

เฉิงอวี่จินและคนอื่นๆ ก็มีปฏิกิริยาคล้ายกัน ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมองค์หญิงน้อยถึงได้ตื่นเต้นนัก มันยอดเยี่ยมจริงๆ ทุกคนทานกันแค่คนละชิ้น ส่วนที่เหลือก็ส่งคืนให้องค์หญิงน้อยเก็บไว้ทานต่อ

เซียวหรันไม่ได้สนใจว่าใครจะรู้สึกยังไงต่อ เขาหยิบชุดเครื่องครัวออกมาจากกล่องแล้วจัดวางบนโต๊ะที่เตรียมไว้

“เสี่ยวหลางจวิน นี่คือขนมอะไรหรือ?”

“เอ่อ... จะเรียกว่าขนมโก๋ก็ไม่ใช่ครับ มันคือขนมปังกรอบรสนมครับ”

“ขนมปังกรอบรสนม... มิน่าเล่า กลิ่นนมถึงได้หอมเข้มข้นขนาดนี้”

องค์หญิงน้อยพยักหน้าหงึกๆ “ใช่เยย ใช่เยย~”

“ชอบก็ดีแล้วครับ!” เซียวหรันนั่งยงโย่หยิบอุปกรณ์ทำอาหารออกมา

คราวนี้ไม่ใช่แค่สององค์หญิงที่จ้องเขม็ง แม้แต่หลี่ซื่อหมินและยอดขุนพลทั้งสองที่กำลังตกปลาก็อดไม่ได้ที่จะหันมามอง เครื่องครัวพวกนี้ก็เป็นของแปลกใหม่ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน ขณะหยิบของ เซียวหรันก็คิดไปด้วยว่าจะทำเมนูอะไรดี วัตถุดิบหลักคือปลาแน่นอน แต่ปลาทำได้หลายอย่างเหลือเกิน ปลาที่นี่ถ้าไม่ใช่มนปลาหลีฮื้อ (คาร์พ) ก็เป็นปลาเฉา (ปลาจีน) ไม่มีอย่างอื่นแล้ว องค์หญิงน้อยยืนดูอยู่ข้างๆ พลางเคี้ยวขนมตุ้ยๆ

เซียวหรันหยิบเก้าอี้สนาม (ม้าจั่งพับได้) ออกมาจากกล่องอีกใบ

“แม่นางน้อยนั่งลงสิครับ ยืนนานๆ มันเหนื่อยนะ”

“ฮิฮิ~ ขอบคุณนะเสี่ยวหลางจวิน~” องค์หญิงน้อยนั่งลงบนเก้าอี้อย่างว่าง่าย

หลี่ลี่จื้อก็นั่งลงข้างๆ “เสี่ยวหลางจวิน มีอะไรให้ข้าช่วยไหม?”

นางอยากจะช่วยบ้าง แต่เซียวหรันไม่ได้คิดจะให้หลี่ลี่จื้อลงมือทำอะไร ดูจากท่าทางคงเป็นคุณหนูในตระกูลสูงศักดิ์ที่ไม่เคยหยิบจับงานบ้านงานเรือนแน่ๆ และคงทำไม่เป็นด้วย

“แม่นางพักผ่อนเถอะครับ ไม่มีอะไรต้องทำหรอก” เซียวหรันลุกขึ้นถือกะละมังเดินไปที่ถังน้ำ เขาหยิบปลาออกมาสองสามตัว พวกหลี่ซื่อหมินดู ออกว่าเซียวหรันกำลังจะทำอาหาร

ทุกคนรู้สึกทึ่งมากที่เขาเตรียมการมาดีขนาดนี้ ถึงขั้นพกเครื่องครัวมาทำอาหารริมน้ำแบบจริงจัง แต่ที่สงสัยมากกว่าคือเขาจะทำอย่างไร และรสชาติจะออกมาเป็นแบบไหน ในเมื่อเป็นคนตกปลา วัตถุดิบหลักก็ต้องเป็นปลาแน่นอน เซียวหรันหยิบมีดพกออกมา นั่งยงโย่ริมตลิ่งแล้วเริ่มขูดเกล็ดควักไส้ปลาอย่างชำนาญ

องค์หญิงน้อยไม่ได้นั่งเฉยๆ นางเดินมาอ้อมหลังเซียวหรันแล้วชะโงกหน้าดู

“เสี่ยวหลางจวินเก่งฝุดๆ ไปเยย~”

หลี่ลี่จื้อเองก็สัมผัสได้ว่า ฝีมือการจัดการปลานั้นคล่องแคล่วมาก ก็แหงล่ะ เซียวหรันชอบตกปลาและชอบกินปลา ทำกินเองบ่อยๆ จนชำนาญเข้าขั้นมือโปร

“แม่นางน้อย ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วครับ?”

องค์หญิงน้อยนิ่งคิดครู่หนึ่ง “หนูใกล้จะสองขวบแย้ว~”

ยังไม่เต็มสองขวบเลย เด็กวัยนี้ช่างไร้เดียงสาและน่ารักจริงๆ

ถ้าโตกว่านี้อีกหน่อยคงเริ่มดื้อ แต่พอมองดูหลี่ลี่จื้อแล้ว เซียวหรันคิดว่ายัยหนูคนนี้โตขึ้นก็น่าจะเป็นกุลสตรีที่เรียบร้อยเหมือนพี่สาวของนาง

เขาเห็นองค์หญิงน้อยถือขนมปังกรอบไว้แต่ไม่ได้ทานต่อ จึงถามว่า “ทำไมไม่ทานต่อล่ะครับ?”

องค์หญิงน้อยมองขนมในมือ “หนูจะเอาไปฝากอาเหนียง (ท่านแม่) กับพี่รอง (องค์หญิงเกาสือ) จ๊ะ~”

“เก่งมากเลย!” ดูจากกิริยาของสองพี่น้อง เซียวหรันรู้เลยว่าครอบครัวนี้อบรมสั่งสอนลูกมาดีมาก ระหว่างที่เซียวหรันกำลังเตรียมปลา พวกหลี่ซื่อหมินก็ตกเพิ่มได้อีกสองสามตัว

หลังจากล้างปลาสะอาดแล้ว เซียวหรันก็ซอยต้นหอมกับขิงใส่ลงไป แล้วราดเหล้าสำหรับทำอาหาร (เหล้าปรุงรส) ตามลงไป

“เสี่ยวหลางจวิน ทำแบบนี้ทำไมเย๋อ ~”

“นี่คือการลดความหอมเพิ่มความคาว... เอ้ย ลดคาวเพิ่มหอมครับ”

ต้องหมักปลาทิ้งไว้สักครู่ เซียวหรันหยิบเตาแก๊สปิคนิค ออกมา พร้อมกับหม้อหุงข้าวใบเล็ก พอเห็นเซียวหรันเริ่มหุงข้าว หลี่ลี่จื้อก็ประหลาดใจมาก ไม่นึกว่าเขาจะพกข้าวสารติดตัวมาด้วย

“ว้าว~ สุดยอดไปเยย~” เมื่อเซียวหรันจุดเตาแก๊ส องค์หญิงน้อยถึงกับตกตะลึง ความจริงหลี่ลี่จื้อเองก็ตกใจไม่แพ้กัน นางไม่คิดว่า "เตา" จะมีหน้าตาแบบนี้ มันช่างเล็กกะทัดรัดและใช้งานสะดวกจนเกินจินตนาการ

จางอาหนานที่ตอนแรกคอยคุมเชิงอยู่ข้างหลังหลี่ซื่อหมิน ตอนนี้ก็เริ่มสนใจการทำอาหารของเซียวหรันมากกว่าการตกปลาเสียแล้ว

“เสี่ยวหลางจวิน เจ้านั่นคืออะไรหรอ~” องค์หญิงน้อยเหมือนเด็กขี้สงสัยที่มีคำถามตลอดเวลา เซียวหรันยื่นไฟแช็กให้องค์หญิงน้อยดู

“ไฟแช็กครับ!”

“ไฟแช็กเก่งจังเลย~” องค์หญิงน้อยรับไปมองดูอย่างสงสัย

หลี่ลี่จื้อและจางอาหนานต่างก็พบว่า เซียวหรันมีของวิเศษที่ดูเหนือชั้นเกินความจริงอยู่เต็มไปหมด

ก่อนหน้านี้เซียวหรันชินกับการอยู่คนเดียวมาตลอดและคิดว่ามันก็ดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่า การมีเด็กน้อยช่างจ้อแบบนี้อยู่ข้างๆ ก็สนุกดีเหมือนกัน เซียวหรันลุกขึ้นมองไปรอบๆ เขาต้องไปหาฟืนมาเพิ่มเพื่อทำปลาเผา เพราะการจะเผาปลาบนเตาแก๊สปิคนิคมันดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่

องค์หญิงน้อยพอเห็นเซียวหรันจะเดินไปที่อื่น ก็รีบพาสุนัขเดินตามทันที “เสี่ยวหลางจวินจะไปไหนเย๋อ~”

“จะไปเก็บกิ่งไม้แห้งมาทำฟืนครับ”

หลี่ลี่จื้อรีบตามมาด้วย “เสี่ยวหลางจวิน ข้าไปเป็นเพื่อนนะ”

จางอาหนานลังเลเล็กน้อยว่าจะตามไปดี หรือจะอยู่เฝ้าหลี่ซื่อหมินดี

หลี่ซื่อหมินส่งสายตาเป็นเชิงอนุญาต จางอาหนานจึงรีบตามไปอารักขา

ต้นไม้แถวนี้ถูกตัดไปเยอะมาก แต่การจะหาเศษกิ่งไม้แห้งมาทำฟืนก็ยังไม่ใช่เรื่องยาก เพราะพุ่มไม้เตี้ยๆ ยังมีอยู่เพียบ พอเห็นเซียวหรันหยิบกิ่งไม้แห้งบนพื้น องค์หญิงน้อยก็ทำตามบ้าง ทั้งหลี่ลี่จื้อและองค์หญิงน้อยไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน จึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และสนุกสนาน

ติดตรงที่ขนมปังกรอบในมือมันเกะกะไปหน่อย

องค์หญิงน้อยจึงส่งให้หลี่ลี่จื้อ “อาเจี่ย~”

หลี่ลี่จื้อรับมาแล้วส่งต่อให้จางอาหนาน “ท่านลุงจาง!”

“ขอรับคุณหนู!” จางอาหนานรับขนมปังกรอบรสนมไปเก็บไว้ที่ริมตลิ่งให้เรียบร้อย

“แม่นาง ทำไมต้นไม้แถวนี้หดหายไปเยอะจังครับ?” เซียวหรันอดถามไม่ได้

“น่าจะโดนตัดไปเผาถ่านน่ะสิ ตอนนี้เริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อีกไม่นานก็จะถึงฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ ราคาถ่านในช่วงนี้จึงสูงขึ้นมาก...”

พอได้ยินหลี่ลี่จื้ออธิบาย เซียวหรันก็ถึงบางอ้อ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมป่าแถวนี้ถึงดูโล่งพิกล ยุคนี้ไม่มีแก๊สหุงต้มหรือก๊าซธรรมชาติ การจะให้ความอบอุ่นหรือทำอาหารก็ต้องพึ่งพาไม้ฟืนทั้งนั้น

ชาวบ้านทั่วไปใช้ไม้ฟืน ส่วนคนรวยใช้ถ่านไม้ แต่สรุปแล้วก็ต้องตัดต้นไม้เหมือนกันหมด

จางอาหนานกลับมาสมทบและช่วยเก็บกิ่งไม้แห้งด้วยอีกแรง องค์หญิงน้อยยังเด็กเกินไป กิ่งใหญ่ๆ นางยกไม่ไหว เลยเลือกเก็บกิ่งเล็กๆ แทน นางเลียนแบบท่าทางเซียวหรัน ใช้มือขวาหยิบกิ่งไม้แล้วพาดไว้บนแขนซ้าย

“แม่นางน้อย เดี๋ยวเสื้อผ้าจะเปื้อนเอานะครับ” เซียวหรันเตือน

“ไม่เป็นไรเยย~”

หลี่ลี่จื้อเห็นน้องสาวมีความสุขก็ไม่ได้ห้ามปราม “เสี่ยวหลางจวิน ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ!”

ยามอยู่ในวังหลวง ไม่เคยได้ทำเรื่องแบบนี้เลย ทั้งหลี่ลี่จื้อและน้องสาวจึงรู้สึกเพลิดเพลินไปกับมัน

เมื่อพิจารณาว่าเหยื่อตกปลาเริ่มจะหมดแล้ว เฉิงอวี่จินและฉินฉงจึงเลิกตกปลา และยกสิทธิ์ให้หลี่ซื่อหมินตกต่อคนเดียว ไม่นานนัก เซียวหรันและคณะก็หอบฟืนกลับมาที่ริมน้ำ เขาหาหญ้าแห้งมาเป็นเชื้อไฟ แล้วจุดไฟเผากิ่งไม้เพื่อเตรียมถ่านสำหรับย่างปลาในขั้นตอนต่อไป

##ซื่อจื่อน้อย กำลังสนุกเยยก๊ะ!!! ##

…จบตอน 7…

จบบทที่ ตอนที่ 7 เข้าครัวริมตลิ่ง!!

คัดลอกลิงก์แล้ว