- หน้าแรก
- ระบบคลุ้มคลั่ง: จากนายน้อยขยะสู่เทพมังกรไร้พ่าย!
- บทที่ 34 - นี่คือหลุมศพของพวกเจ้า
บทที่ 34 - นี่คือหลุมศพของพวกเจ้า
บทที่ 34 - นี่คือหลุมศพของพวกเจ้า
บทที่ 34 - นี่คือหลุมศพของพวกเจ้า
วิ่งตะบึงมาถึงสองชั่วยาม พวกเจ้าคิดว่าข้ากำลังหนีตายอย่างนั้นหรือ
คิดผิดถนัด!
หลงเฟยกำลังหาสถานที่ต่างหาก หาสถานที่ลับตาคน เพราะในที่ลับตาคนเช่นนี้แหละ ถึงจะเหมาะแก่การลงมือฆ่าคน!
"สวบ... สวบ..."
ศิษย์ตระกูลหลงสามคนเลิกซ่อนตัวและเดินออกมาจากมุมมืด ชายผู้เป็นหัวหน้าแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "หลงเฟย จะให้ข้าสรรหาคำไหนมาด่าเจ้าดีนะ"
"รนหาที่ตายแท้ๆ อุตส่าห์ดั้นด้นมาจนถึงที่เปลี่ยวร้างเช่นนี้ คิดจะหาหลุมศพให้ตัวเองอยู่หรือไง"
"พวกเรา ลุย!"
"พวกเราก็แค่จะทำให้หลงเฟยเจออุบัติเหตุ สาเหตุก็เพราะมันไม่เจียมตัว คิดจะมาแย่งสัตว์อสูรหมาป่าอัคคีของพวกเราไงล่ะ"
พูดจาอ้างเหตุผลสวยหรูจบปุ๊บ ทั้งสามคนก็พุ่งเข้าล้อมกรอบหลงเฟยทันที
หลงเฟยยิ้มบางๆ เอ่ยถาม "ก่อนข้าตาย พอจะบอกเหตุผลให้ข้าชื่นใจหน่อยได้ไหม"
ชายผู้เป็นหัวหน้าขมวดคิ้ว "เหตุผลอะไรของเจ้า"
หลงเฟยตอบ "เหตุผลที่พวกเจ้าต้องฆ่าข้าไงล่ะ ข้าจำได้ว่าไม่เคยไปล่วงเกินพวกเจ้ามาก่อนเลย หรือว่ามีใครสั่งพวกเจ้ามา หลงจ้านอู่ใช่ไหม"
ชายผู้เป็นหัวหน้ายิ้มหยัน "บอกให้รู้ก่อนตายก็ไม่เสียหายอะไร ใช่แล้ว เป็นผู้อาวุโสใหญ่ที่ส่งพวกข้ามา ส่วนเหตุผลน่ะหรือ ง่ายนิดเดียว ก็เพราะเจ้ามันไม่เจียมตัว ไปขวางหูขวางตาผู้อาวุโสใหญ่เข้าไงล่ะ"
"อ้อ!"
"เข้าใจแล้ว" หลงเฟยพยักหน้าหงึกๆ "ตอนนี้ข้าแน่ใจแล้วล่ะ"
ชายผู้เป็นหัวหน้าขมวดคิ้วมุ่น "แน่ใจเรื่องอะไร"
มุมปากของหลงเฟยกระตุกยิ้มเหี้ยม ยันต์พยัคฆ์เขี้ยวดาบแผ่นหนึ่งปรากฏขึ้นระหว่างนิ้วมือทั้งสอง รอยยิ้มของเขาดูราวกับมัจจุราชผู้เรียกหาวิญญาณ "แน่ใจว่าพวกเจ้าถึงเวลาตายแล้วไงล่ะ!"
"ไป!"
อักขระยันต์แผ่นหนึ่งถูกซัดออกไป
พริบตานั้น
หลงเฟยก็กระตุ้น 'ท่าร่างเงาวายุไร้ร่องรอย' ฝีเท้าพลิ้วไหวดุจสายลม ก่อเกิดเป็นเงามายาซ้อนทับกันไปมา
ความเร็วและทิศทางของเขายากจะคาดเดา
ดาบเบิกพสุธาในมือขยับวูบ ฟาดฟันลงมาอย่างดุดัน "กระบวนท่าถลกหนัง!"
"โฮก..."
ยันต์พยัคฆ์เขี้ยวดาบแผลงฤทธิ์ พยัคฆ์ร้ายกระโจนตะปบศิษย์ตระกูลหลงผู้หนึ่งลงไปกองกับพื้น อ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม แล้วงับเข้าที่ลำคอของศิษย์ผู้นั้นจนขาดสะบั้น เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาเป็นสาย
"ติง!"
"ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลงเฟย'..."
สังหารในพริบตา!
และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง
'เพลงดาบพิฆาตมังกร' ที่หลงเฟยใช้ออกมาก็ฟาดฟันเข้าใส่ศิษย์อีกคนซึ่งอยู่ระดับปรมาจารย์นักรบขั้นแปด ขาดสะบั้นลงในดาบเดียว
สังหารในพริบตาอีกแล้ว!
จากนั้นเขาก็กระโดดลอยตัวขึ้นกลางอากาศ กางแขนขาทั้งสี่ออก แล้วทิ้งตัวลงกระแทกพื้นอย่างแรง "อ๊อด... อ๊อด..."
ชายผู้เป็นหัวหน้าขนลุกซู่ไปทั้งหนังหัว ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที พี่น้องของเขาสองคนถูกสังหารดับอนาถในพริบตา พอเห็นหลงเฟยหมอบราบกับพื้นและทำท่าทางประหลาดๆ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือ หนี!
"หลงเฟย ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"
เขารีบหันหลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
พอเห็นว่าหลงเฟยไม่ได้ไล่ตามมา หัวใจที่เต้นระรัวก็ค่อยๆ สงบลง พลางรำพึงในใจ "มันคงตามข้าไม่ทันหรอก"
ทว่ายังไม่ทันจะขาดคำ
"ปัง!"
ร่างของเขาพุ่งถลาไปข้างหน้า กระดูกสันหลังหักสะบั้น ลมปราณอันแข็งแกร่งสายหนึ่งทะลวงเข้าสู่กระเพาะลำไส้ของเขา เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากเบื้องหลัง "สังหารเกลียว!!"
"กร๊อบ!"
อวัยวะภายในบิดเบี้ยวบดเบียดเข้าหากัน ราวกับถูกเครื่องบดเนื้อบดขยี้อย่างไรอย่างนั้น
"พรวด พรวด พรวด..."
เลือดสดๆ พ่นออกมาคำโต อวัยวะภายในแหลกเหลวเละเทะ ร่างของเขาร่วงหล่นกระแทกพื้น!
ตายสนิท!
"ติง!"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง
หลงเฟยเอ่ยเสียงเย็น "อย่ามากระตุกหนวดเสือ ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ บิดาก็จะสับให้เละไม่เหลือซาก!"
ดุดันและทรงอำนาจยิ่งนัก
หลังจากจัดการศิษย์ตระกูลหลงทั้งสามคนเสร็จ หลงเฟยก็ไม่ได้รั้งรออยู่ตรงนั้น เขาออกเดินทางมุ่งหน้าลึกเข้าไปในหุบเขาต่อไป
...
หนึ่งชั่วยามต่อมา
หลงอ้าวแผดเสียงตวาดลั่น "ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง ให้สะกดรอยตามคนแค่นี้ยังปล่อยให้คลาดสายตาไปได้!"
"นายน้อย แล้วเราจะเอายังไงกันต่อดีขอรับ"
หลงอ้าวแค่นเสียงเย็น "ก็ต้องค้นหาต่อไปสิวะ ให้หลงหย่งออกโรงด้วย จำไว้ว่าต้องจับเป็นหลงเฟยมาให้ได้ ข้าจะลงมือสับมันด้วยมือของข้าเอง"
แค้นที่โดนตบหน้าสองฉาดนั้น เขาต้องชำระให้จงได้!
"รับทราบ!"
...
หลงเฟยบุกทะลวงเข้าไปจนถึงส่วนลึกของหุบเขาหมาป่าอัคคีแล้วจึงหยุดพัก เขามองดูหมาป่าที่ดุร้ายดุจเปลวเพลิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า "เริ่มกันเลย!"
ท่าร่างเงาวายุไร้ร่องรอยถูกกระตุ้นขึ้น
ฝีเท้าพลิ้วไหวดุจภาพมายา ดุจสายลม และดุจเงาพราย
หมาป่าอัคคีระดับหนึ่งตัวนั้นยังไม่ทันได้ขยับตัว ก็ถูกหลงเฟยตวัดดาบเด็ดหัวหลุดกระเด็นไปแล้ว
"ติง!"
"ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลงเฟย' สังหาร 'หมาป่าอัคคี' ได้รับค่าประสบการณ์ 300 แต้ม ค่าลมปราณ 10 แต้ม"
"เส้นทางการอัปเลเวลเริ่มต้นขึ้นแล้ว!"
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ เลือดในกายของหลงเฟยก็สูบฉีดพลุ่งพล่าน เขาเก็บหัวหมาป่าอัคคีใส่ลงในแหวนมิติที่ตระกูลหลงแจกให้ จากนั้นก็ล็อกเป้าหมายไปที่หมาป่าอัคคีตัวที่สอง แล้วพุ่งเข้าสังหารอย่างต่อเนื่อง
"ติง!"
"ติง!"
"ติง!"
เสียงจากระบบดังกังวานขึ้นไม่ขาดสาย
สองชั่วยามต่อมา
"ติง!"
"ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลงเฟย' เลื่อนระดับ ปัจจุบันอยู่ระดับปรมาจารย์นักรบขั้นเจ็ด!"
"ปรมาจารย์นักรบขั้นเจ็ด ยังไม่แข็งแกร่งพอ!"
ในบรรดาผู้เข้าร่วมการทดสอบ มีจำนวนครึ่งหนึ่งที่อยู่ในระดับวิญญาณนักรบ หากต้องเผชิญหน้ากันย่อมรับมือได้ยากลำบากยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้น หลงจ้านอู่ที่ต้องการจะกำจัดเขา คงไม่ส่งแค่ศิษย์ระดับปรมาจารย์นักรบมากระจุกจิ๋วเพียงแค่นี้แน่ เบื้องหลังจะต้องมียอดฝีมือแอบแฝงอยู่อีกเป็นแน่
หลงเฟยต้องรีบกอบโกยเวลาเพื่อทะลวงระดับให้จงได้!
มีเพียงการอัปเลเวลเท่านั้น เขาจึงจะได้รับพลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อใช้รับมือกับยอดฝีมือระดับวิญญาณนักรบ!
"ลุยต่อ!"
หลงเฟยยิ่งสู้ก็ยิ่งห้าวหาญ ด้วยประสบการณ์จากการไล่ล่าสัตว์อสูรในเทือกเขาหั่วหลีคราวก่อน การรับมือกับสัตว์อสูรระดับหนึ่งในตอนนี้จึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ตลอดทั้งวัน
หลงเฟยขลุกอยู่แต่ในส่วนลึกของหุบเขา ไล่สังหารหมาป่าอัคคีอย่างบ้าคลั่ง ซากหมาป่าอัคคีนอนเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกแห่งหน
หลอดค่าประสบการณ์ของเขาก็พุ่งขึ้นมาถึงครึ่งหลอดแล้ว
ยามราตรีมาเยือน ถึงเวลาที่เหล่าสัตว์อสูรจะออกอาละวาด
ยามค่ำคืนคือช่วงเวลาออกหากินของสัตว์อสูร ในเวลานี้พวกมันจะออกมาเพ่นพ่าน และจะยิ่งดุร้ายป่าเถื่อนกว่าในตอนกลางวันมากนัก
และที่สำคัญที่สุด สายตาของพวกมันในยามค่ำคืนนั้นเฉียบคมกว่ามนุษย์หลายเท่านัก
"บรู๊ว..."
เสียงหมาป่าหอนดังแว่วมาจากหน้าผาชันแห่งหนึ่ง
จากนั้น
หมาป่าทั้งหุบเขาก็ส่งเสียงหอนรับกันระงม ทั่วทั้งหุบเขาตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอันตราย
โดยปกติแล้ว
ในยามค่ำคืนเช่นนี้ ศิษย์ตระกูลหลงทุกคนจะหาที่หลบซ่อนตัว มีเพียงคนบ้าคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเดินหน้าต่อไป แถมยังไล่ฆ่าฟันอย่างเมามันส์อีกต่างหาก
"ฮ่าๆๆ..."
"หมาป่าอัคคียิ่งออกมากันเยอะ ก็ยิ่งสะใจโว้ย ถ้าได้สับมันแบบนี้ไปทั้งคืน ข้าต้องทะลวงขึ้นระดับปรมาจารย์นักรบขั้นแปดได้แน่ๆ" หลงเฟยไม่หวาดกลัวสิ่งใด กลัวก็แต่จะไม่มีสัตว์อสูรให้ล่าเท่านั้น
กลิ่นคาวเลือดสดๆ โชยคลุ้งไปทั่ว
ฝูงหมาป่าอัคคีกำลังรวมตัวกัน
พวกมันทั้งหมดกำลังมุ่งหน้าตีวงล้อมเข้ามาหาหลงเฟย
ฝูงหมาป่า!
ฝูงหมาป่าอัคคีจำนวนกว่าห้าร้อยตัว
"ข้าจะฆ่า ข้าจะฆ่า ข้าจะฆ่าให้เกลี้ยง" หลงเฟยยิ่งสู้ก็ยิ่งพริ้ว อาศัยท่าร่างเงาวายุไร้ร่องรอย หมาป่าอัคคีก็ไม่อาจแตะต้องปลายขนของเขาได้เลยแม้แต่น้อย ท่วงท่าของเขาดูราวกับกำลังร่ายรำก็ไม่ปาน
...
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านว่ามันเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า"
"มันไม่รู้หรือไงว่าตอนกลางคืนคือเวลาของสัตว์อสูร มันต้องหาที่ซ่อนตัวสิ"
"ศิษย์พี่ หมาป่าอัคคีกำลังแห่กันมาล้อมมันไว้แล้ว พวกเราควรจะ..."
สามสาวแห่งสำนักเฉาเทียนแกะรอยตามหลงเฟยมาเจอตั้งแต่หนึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้แล้ว
พวกนางเร้นกายซุ่มดูความเคลื่อนไหวของหลงเฟยอยู่อย่างเงียบเชียบ
หลิ่วลั่วซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า "พวกเราตกลงกับนายหญิงฝูไว้แค่ว่าจะรับมือกับนักฆ่าของพันธมิตรสยบปักษา ส่วนเรื่องอื่นไม่ใช่กงการอะไรของพวกเรา"
เซียวเถียนเถียนชะงักไปนิดหนึ่ง พึมพำว่า "ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราทำแบบนี้มันจะไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ"
เยี่ยจื่อเยียนเอ่ยเย้า "ศิษย์น้องเล็ก ปวดใจแทนมันแล้วสิ"
เซียวเถียนเถียนรีบปฏิเสธเสียงหลง "ใครปวดใจแทนมันกันเล่า มันตายไปซะได้ก็ดี ไอ้ทึ่ม ไอ้หมูโง่ โดนฝูงหมาป่าล้อมไว้หมดแล้วยังไม่รู้ตัวอีก"
เยี่ยจื่อเยียนยิ่งขยี้ "ปากแข็งไปเถอะ ข้าเห็นๆ อยู่ว่าเจ้าอยากจะพุ่งออกไปช่วยมันใจแทบขาด"
หลิ่วลั่วซีกดเสียงต่ำลง "อย่าส่งเสียงดัง ฝูงหมาป่ามากันแล้ว!"
[จบแล้ว]