- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคหกศูนย์ ขอพลิกชะตาเป็นเศรษฐีนีข้ามยุค
- บทที่ 9: หมูป่ายักษ์ตัวนั้นมาจากไหน?
บทที่ 9: หมูป่ายักษ์ตัวนั้นมาจากไหน?
บทที่ 9: หมูป่าตัวเบ้อเริ่มมาจากไหนเนี่ย
กว่าที่เกาหยางและคนของเขาจะจากไป ซิงเจาเจาก็จัดการแบกหมูป่าตัวเขื่องกลับเข้ามาซ่อนในห้องใต้ดินหลังบานประตูลับเรียบร้อยแล้ว
เธอถอนลูกหน้าไม้สลักลวดลายประณีตที่ปักคาอยู่บนร่างหมูป่าออกและวางมันลงอย่างระมัดระวัง ซิงเจาเจานึกย้อนไปถึงเครื่องแต่งกายของสองลุงหลานที่เธอพบหลังบานประตู รวมถึงคนติดตามและอาวุธที่พวกเขาใช้ สิ่งเหล่านั้นช่างดูประณีตล้ำสมัยแตกต่างจากยุคที่เธออยู่อย่างสิ้นเชิง
เธอไม่รู้ว่าที่นั่นคือที่ไหน...
หรือจะพูดให้ถูกคือ... ไม่รู้ว่านั่นคือยุคสมัยใดกันแน่
แต่สำหรับเธอแล้ว นี่คือโอกาสทองฝังเพชรชัดๆ!
นอกจากหมูป่าตัวนี้ เธออาจจะสามารถกอบโกยของดีอื่นๆ จากที่นั่นกลับมาได้อีก
คิดได้ดังนั้น ซิงเจาเจาก็แทบจะอดใจรอไม่ไหว
ครั้งหน้าที่ไป เธอตั้งใจจะลงไปดูในเมืองเสียหน่อย ว่าบ้านเมืองที่นั่นยังคงอยู่เหมือนเดิมไหม และเปลี่ยนแปรสภาพไปเป็นเช่นไรแล้วบ้าง
ทว่าตอนนี้ สิ่งที่ทำให้ซิงเจาเจาต้องกุมขมับก็คือหมูป่าน้ำหนักหลายร้อยชั่งที่นอนแอ้งแม้งอยู่ตรงหน้า
หมูป่าตัวใหญ่เบ้อเริ่มขนาดนี้ เอาออกไปโชว์ชาวบ้านไม่ได้เด็ดขาด!
ถ้าเป็นแค่ไก่ฟ้าหรือกระต่ายป่าตัวเล็กๆ จับได้ก็คือจับได้ แต่หมูป่าตัวเบ้อเริ่มขนาดนี้ ถ้ามีคนเห็นเข้า เธอคงไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับมัน ดีไม่ดีอาจจะได้ส่วนแบ่งเนื้อมาแค่ไม่กี่ชั่ง ซึ่งเธอทำใจยอมรับไม่ได้แน่ๆ อุตส่าห์ลงแรงแบกมันข้ามประตูมาแทบตาย
อีกอย่าง ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นฤดูใบไม้ร่วง แต่เนื้อเยอะขนาดนี้ก็เก็บไว้กินได้ไม่นาน ครอบครัวเธอมีแค่เธอกับเด็กเล็กๆ สามคน (ไม่นับทารกแบเบาะที่ยังกินนม) กินเนื้อเยอะขนาดนี้ไม่หมดหรอก สู้แอบเอาไปขายแลกเป็นเงินมาเก็บไว้ยังจะดีเสียกว่า เจี้ยนกั๋ว ลูกชายป้าห่าวทำงานที่สถานีรับซื้อของเก่า รู้จักคนกว้างขวาง น่าจะพอหาช่องทางปล่อยของได้
แต่... เธอจะอธิบายที่มาของหมูป่าตัวนี้ให้ป้าห่าวฟังว่ายังไงดีล่ะ?
จะบอกว่ามันโผล่มากลางห้องใต้ดินดื้อๆ ก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?
ถึงแม้ว่าความจริงมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการโผล่มาดื้อๆ สักเท่าไหร่ก็เถอะ
คิดไปคิดมา ซิงเจาเจาก็ตัดสินใจทิ้งหมูป่าไว้ในห้องใต้ดินสักวัน พรุ่งนี้พอป้าห่าวมา เธอค่อยบอกว่าไปเดินเล่นบนเขาแล้วเจอหมูป่าตัวนี้วิ่งชนต้นไม้ตาย ก็เลยเก็บมา
ส่วนป้าห่าวจะเชื่อหรือไม่... เธอไม่ขอรับประกัน
ซิงเจาเจาเดินออกจากห้องใต้ดิน เตรียมจะย่องกลับเข้าห้องตัวเอง
ก็แหงล่ะ เธอเพิ่งแอบหนีออกมาเมื่อกี้เอง ถ้าขืนไปจ๊ะเอ๋กับป้าห่าวเข้า มีหวังโดนบ่นหูชาแน่ๆ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยงดีกว่า
แต่... ทันทีที่เธอปิดประตูห้องใต้ดินและเตรียมตัวจะชิ่ง เสียงเย็นยะเยือกของป้าห่าวก็ดังมาจากข้างหลัง
"มาทำอะไรตรงนี้ฮึ"
ร่างของซิงเจาเจาแข็งทื่อเป็นหินไปในทันที
หลังจากเงียบไปอึดใจหนึ่ง เธอก็หันไปส่งยิ้มประจบประแจงให้ป้าห่าว "ป้าจ๊ะ ไม่ใช่ว่าป้ากำลังทำความสะอาดอยู่ข้างหน้าหรอกเหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงมาหลังบ้านได้ล่ะ"
ป้าห่าวปรายตามองไม้กวาดในมือซิงเจาเจา มีหรือที่แกจะไม่รู้ว่าแม่ตัวดีแอบไปทำอะไรมา
"ถ้าป้าไม่มาดูหลังบ้าน ป้าจะรู้ได้ยังไงว่าอุตส่าห์สั่งให้แกนอนพักในห้องดีๆ แต่แกดันไม่ฟัง แอบมาทำความสะอาดห้องใต้ดินเนี่ย!" ป้าห่าวเดินเข้ามาเอานิ้วจิ้มหน้าผากซิงเจาเจาด้วยความหงุดหงิด "ทำไมถึงได้ดื้อด้านขนาดนี้นะ เพิ่งคลอดลูกแท้ๆ ถ้าไม่อยู่ไฟให้ดี ระวังเถอะ แก่ตัวไปโรคภัยจะถามหาเอา!"
ซิงเจาเจามุมปากกระตุก "ก็ที่นี่มันบ้านฉันนี่จ๊ะ จะปล่อยให้ป้าห่าววิ่งวุ่นทำงานงกๆ อยู่คนเดียว ส่วนฉันเอาแต่นอนเฉยๆ มันก็น่าเกลียดแย่น่ะสิ"
"ตอนที่หมิงเฉิงฝากงานประจำที่สถานีรับซื้อของเก่าให้ลูกชายคนโตป้า แถมยังพาลูกคนรองเข้ากองทหาร ป้ายังไม่เห็นรู้สึกว่ามันน่าเกลียดเลย ตอนนี้หมิงเฉิงไม่อยู่ ป้าก็แค่มาช่วยดูแลแก แกจะมาคิดเล็กคิดน้อยอะไรฮึ หรือว่าแกรังเกียจป้า" ป้าห่าวถลึงตาใส่พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
ซิงเจาเจารีบคว้าแขนป้าห่าว ส่งยิ้มประจบประแจงอีกรอบ "จะเป็นไปได้ยังไงล่ะจ๊ะ ฉันดีใจจะแย่ที่ป้ามาช่วย จะไปรังเกียจป้าได้ยังไง"
"ถ้างั้นก็กลับเข้าห้องไปพักผ่อนซะเดี๋ยวนี้เลย" ป้าห่าวสั่งเสียงเฉียบ
"...จ้ะๆๆ เข้าใจแล้วจ้ะ" ซิงเจาเจารีบรับคำ เตรียมจะดุนหลังป้าห่าวให้เดินออกไป
แต่เพิ่งจะก้าวไปได้แค่สองก้าว ป้าห่าวก็หยุดชะงักกึก
ใจของซิงเจาเจาหล่นวูบ "มีอะไรเหรอจ๊ะป้าห่าว"
ป้าห่าวทำจมูกฟุดฟิด "ทำไมป้าได้กลิ่นคาวเลือดหว่า"
ซิงเจาเจาหัวเราะแห้งๆ "ก็ฉันเพิ่งคลอดหงหลิงนี่จ๊ะ น้ำคาวปลายังไม่หมดเลย"
ป้าห่าวส่ายหน้า "ไม่ใช่ๆ กลิ่นมันไม่ใช่แบบนี้"
พูดจบ ป้าห่าวก็เดินดมกลิ่นไปรอบๆ ตัวซิงเจาเจา จนสายตาไปสะดุดเข้ากับรอยเลือดสีแดงคล้ำบนไหล่ของเธอ
ป้าหรี่ตาลงจ้องมองซิงเจาเจาเขม็ง "เลือดบนไหล่แกมาจากไหน อย่าบอกนะว่าเป็นน้ำคาวปลา..."
ซิงเจาเจา: "..."
เมื่อเห็นซิงเจาเจาเงียบ ป้าห่าวก็ไม่ได้คาดคั้นต่อ แต่เดินตามกลิ่นตรงดิ่งไปที่ห้องใต้ดิน
ซิงเจาเจาอยากจะห้ามก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว
ทันทีที่ป้าห่าวเปิดประตูห้องใต้ดิน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็พวยพุ่งเข้าใส่หน้า
เมื่อเห็นหมูป่าตัวเขื่องนอนแอ้งแม้งอยู่ในห้องใต้ดิน ตาของแกก็เบิกกว้างแทบถลน แกหันขวับมามองซิงเจาเจาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "หมูป่าตัวเบ้อเริ่มนี่มันมาจากไหนเนี่ย!"
ซิงเจาเจาอึกอัก ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี
"นี่แกแอบขึ้นเขาตอนป้าเผลอเรอะ แล้วไปเจอหมูป่าเข้างั้นสิ เป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม" ป้าห่าวถามอย่างร้อนรน พลางสำรวจร่างกายซิงเจาเจาด้วยความเป็นห่วง
ซิงเจาเจา: "..."
ดูเหมือนเธอแทบไม่ต้องเสียเวลาแต่งเรื่องเองเลยแฮะ
ซิงเจาเจารีบส่ายหน้า "ฉันไม่ได้เป็นอะไรจ้ะ หมูป่าตัวนี้มันวิ่งชนต้นไม้ตายเอง ฉันก็แค่ออกแรงแบกมันกลับมานิดหน่อยเอง"
ป้าห่าวอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่ "แกเห็นป้าเป็นคนโง่หรือไงฮึ ถึงคิดว่าป้าจะเชื่อคำพูดพล่อยๆ ของแกเนี่ย"
ซิงเจาเจา: "..."
เธอไม่ได้คิดว่าป้าโง่หรอกนะ แล้วเธอก็ไม่ได้หลอกป้าด้วย ป้าคิดเป็นตุเป็นตะไปเองต่างหากล่ะ!
ป้าห่าวสำรวจซิงเจาเจาอย่างละเอียดอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน แกก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็หันไปมองหมูป่าด้วยความรู้สึกทั้งดีใจและหนักใจในเวลาเดียวกัน
"ถึงตอนนี้อากาศจะเย็นลงแล้วก็เถอะ แต่เนื้อเยอะขนาดนี้ เก็บไว้ได้ไม่นานหรอก" ป้าห่าวพูด ก่อนจะหันมาถามซิงเจาเจา "แกคิดจะทำยังไงกับมันล่ะ"
ซิงเจาเจาตอบตามความจริง "ก็กะว่าจะเก็บไว้กินเองส่วนนึง ให้บ้านป้าส่วนนึง ส่วนที่เหลือ ฉันอยากจะรบกวนเจี้ยนกั๋วให้ช่วยหาทางขายให้หน่อยจ้ะ ได้เงินมาเท่าไหร่เราค่อยมาแบ่งกัน"
ป้าห่าวส่ายหน้า "แกอุตส่าห์ลงแรงเหนื่อยแทบตาย จะมาแบ่งอะไรกันล่ะ แค่ให้ค่าเหนื่อยมันนิดหน่อยก็พอ แกตัวคนเดียวต้องเลี้ยงเด็กตั้งสามคน หมิงเฉิงก็ไม่อยู่ ถ้าไม่เก็บเงินไว้เยอะๆ จะเอาชีวิตรอดยังไงล่ะ เอาตามนี้นะ เดี๋ยวป้าให้ซิ่วหนิงไปต้มน้ำร้อน วันนี้เราจะจัดการชำแหละหมูตัวนี้กันเลย"
"ป้าทำคนเดียวไหวเหรอจ๊ะ" ซิงเจาเจาถามด้วยความเป็นห่วง
ป้าห่าวถลึงตาใส่ "อย่าบอกนะว่าแกคิดจะมาช่วยป้าน่ะ ป้าแกเกิดมาในครอบครัวคนขายหมูเชียวนะโว้ย เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย เดี๋ยวแกแค่ช่วยลากหมูตัวนี้ไปที่ลานหน้าบ้านก็พอ แล้วก็กลับเข้าห้องไปนอนพักซะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป แกต้องอยู่ไฟให้ครบเดือน ป้าจะมาเฝ้าแกเอง"
ซิงเจาเจา: "..."
งั้นก็แปลว่า... เธอจะข้ามไปอีกฝั่งไม่ได้พักใหญ่เลยน่ะสิ!
ปวดใจแท้ทรู
วันนั้น ป้าห่าวช่วยซิงเจาเจาจัดการชำแหละหมูป่า และให้ห่าวเจี้ยนกั๋วช่วยแอบเอาเนื้อไปขายให้
ส่วนเงินที่ได้มา นอกจากค่าเหนื่อยของห่าวเจี้ยนกั๋วแล้ว ซิงเจาเจายังแบ่งเป็นค่าชำแหละให้ป้าห่าวและค่าช่วยงานให้ซิ่วหนิงด้วย
ป้าห่าวพยายามจะคืนเงินให้ แต่ถูกซิงเจาเจาปฏิเสธเด็ดขาด
"ถ้าป้าไม่รับ ต่อไปฉันจะไม่กล้ากวนให้ป้ามาช่วยอีกแล้วนะจ๊ะ" ซิงเจาเจาขู่
ป้าห่าวเลยต้องจำใจรับเงินไว้ในที่สุด
ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดของป้าห่าว ในที่สุดซิงเจาเจาก็อยู่ไฟครบเดือน และได้รับการ "ปลดปล่อย" เป็นอิสระเสียที
เผลอแป๊บเดียว ก็เข้าสู่เดือนธันวาคมแล้ว
ในอดีตชาติ ซิงเจาเจาสิ้นใจตายในคืนอันหนาวเหน็บช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้นี่เอง