- หน้าแรก
- ปลูกผักข้ามดวงดาว ท่านเทพสงครามมาเนียนขอข้าวกินอีกแล้ว
- ตอนที่ 43 — ตื่นรู้
ตอนที่ 43 — ตื่นรู้
ตอนที่ 43 — ตื่นรู้
หนึ่งหลอด สองหลอด สามหลอด...
ไม่ได้ผล!
ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด!
ยาระงับประสาทที่อาจได้ผลกับอาการพลังจิตคลุ้มคลั่งทั่วไปแบบนี้ สำหรับพลังจิตของเขาที่เสียหายอย่างหนักและจวนจะพังทลายลงแล้วนั้น กลับเหมือนหยดน้ำที่ดับไฟกองมหึมา ไม่ส่งผลใดๆ เลย
“ไม่ได้ผลหรอก... เสี่ยวปิง...” ชายหนุ่มอาศัยช่วงเวลาที่ความเจ็บปวดเว้นว่างลงเพียงชั่วครู่ ดูเหมือนจะเรียกสติกลับคืนมาได้เพียงน้อยนิด เขาพยายามผลักภรรยาออกไปอย่างยากลำบาก น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ “ไป... คุณรีบไป... ไม่ต้องสนใจผมแล้ว... ผมจะทำร้ายคุณ...”
“ไม่! ฉันไม่ไป!” เฉินปิงร้องไห้ตะโกนพลางโผเข้าไปกอดเขาไว้อีกครั้ง “จะตายก็ตายด้วยกัน! ฉันจะไม่มีวันทิ้งคุณไว้คนเดียวเด็ดขาด!”
ผู้คนรอบข้างต่างพากันส่งเสียงสะอื้นไห้อย่างโศกเศร้า
ชายชราผมขาวคนหนึ่งทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง มองดูภาพอันสิ้นหวังตรงหน้า ดวงตาที่ฝ้าฟางของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความแค้นใจที่ไม่อาจคลี่คลาย
เขาชกหมัดลงบนพื้น พลางตะโกนด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและโกรธแค้น “ทำไมกัน?! สวรรค์ ทำไมท่านถึงไม่ดูดำดูดีเลย! อาจี๋เขายอมเสี่ยงตายเพื่อจักรวรรดิ เสียเลือดเสียเหงื่อในสมรภูมิเพื่อปกป้องผู้คนมามากมายเท่าไหร่! พอตอนนี้เขาบาดเจ็บ เขากลายเป็นคนพิการ กลับถูกโยนมาที่นี่เหมือนขยะชิ้นหนึ่ง! แม้แต่ยาช่วยชีวิตเพียงหลอดเดียวก็ยังไม่มีปัญญาซื้อ! นี่มันยุคสมัยอะไรกัน! จักรวรรดิ... จักรวรรดิทำกับผู้มีคุณูปการแบบนี้เหรอ?!”
“ยอมเสี่ยงตายเพื่อจักรวรรดิ... เสียเลือดเสียเหงื่อในสมรภูมิ...”
ถ้อยคำเหล่านี้เปรียบเสมือนกุญแจดอกหนึ่ง ที่สะกิดเข้ากับมุมเล็กๆ ที่ถูกปิดตายในส่วนลึกของหัวใจซูอิ๋งอย่างแรง
ในชาติก่อนหน้าของเธอที่เติบโตมาในประเทศจงฮวา เธอได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก จึงมักจะมีความเคารพอย่างเป็นธรรมชาติและมีความผูกพันที่ยากจะอธิบายต่อเหล่าทหารผู้ปกป้องชาติบ้านเมือง
เมื่อมองดูอดีตทหารที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งตอนนี้ตกต่ำถึงขั้นต้องดิ้นรนรอความตายเหมือนสัตว์ป่าบนดาวขยะ ทำให้ฝีเท้าที่เดิมทีตั้งใจจะเดินจากไปโดยไม่สนใจเรื่องของคนอื่น กลับกลายเป็นหนักอึ้งขึ้นมา
เธอหันกลับมา เดินตรงไปหาชายชราที่กำลังโศกเศร้าเสียใจอย่างที่สุด แล้วเอ่ยถามเบาๆ ว่า “คุณตาคะ พวกเขา... เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
ชายชราเงยหน้าที่นองน้ำตาขึ้น มองเห็นหญิงสาวหน้าตาไม่คุ้นเคยคนหนึ่ง บางทีอาจเป็นเพราะเก็บกดมานานและไม่มีใครรับฟัง เขาจึงเริ่มเล่าออกมาด้วยเสียงสะอื้นและตะกุกตะกัก “แม่หนู... เธอเพิ่งมาใหม่สินะ... นั่นคือโจวเคอเจี๋ย เมื่อก่อนเขาเป็นทหารหุ่นรบของกองทัพที่สามแห่งจักรวรรดิ เป็นทหารที่ดีมากเลยนะ! เมื่อห้าปีก่อนในศึกปะทะกับเผ่าพันธุ์แมลงที่ชายแดน เพื่อคุ้มกันเพื่อนทหารให้ถอยทัพ แกนพลังจิตของเขาจึงถูกการโจมตีทางจิตของแมลงราชากระแทกเข้าอย่างจัง... ตอนกลับมา สภาพก็แทบจะกลายเป็นคนพิการไปแล้ว... กองทัพ... ไอ้พวกกองทัพที่ควรจะถูกฟ้าผ่าตายพวกนั้น! บอกว่าเขาไม่มีค่าแล้ว กลายเป็นภาระ เลยโยนเงินชดเชยให้แค่นิดหน่อย แล้ว... แล้วก็เนรเทศเขามาอยู่ที่ที่เหมือนนรกนี่!”
เขาชี้ไปยังหญิงสาวที่กอดสามีไว้แน่น “นั่นคือภรรยาของเขา เฉินปิง ช่างเป็นเด็กที่ดีจริงๆ! เธอไม่ยอมรับการตัดสินใจของกองทัพ เลยไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมและโต้เถียงที่นั่น... สุดท้าย... สุดท้ายก็ถูกยัดข้อหา ‘การก่อความวุ่นวายในกิจการทหาร’ แล้วถูกเนรเทศตามกันมาที่นี่ด้วย... ช่างเป็นเวรกรรมจริงๆ! เวรกรรมแท้ๆ!”
เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของชายชรา ซูอิ๋งก็นิ่งเงียบไป
เธอมองดูสามีภรรยาคู่นั้นที่พึ่งพิงกันและดิ้นรนท่ามกลางความสิ้นหวัง ความรู้สึกไม่ยินยอมในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ช่วยโลกอะไร และความสามารถก็มีจำกัด แต่การจะยืนดูนักรบที่เคยปกป้องผู้อื่นต้องมามีจุดจบเช่นนี้ เธอไม่สามารถเพิกเฉยได้อย่างสมบูรณ์
ปราณวิญญาณสามารถฟื้นฟูทะเลจิตได้ นี่คือสิ่งที่เธอได้พิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว
ถึงแม้ปราณวิญญาณในมันฝรั่งจะเจือจาง และยังไม่รู้ผลลัพธ์สำหรับกรณีที่เสียหายหนักอย่างโจวเคอเจี๋ย แต่ว่า... บางทีมันอาจจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของเขาได้บ้างหรือเปล่า?
ต่อให้มันจะทำให้เขาได้สติกลับมาเพียงชั่วครู่เดียว สำหรับเขาและภรรยาก็คงเป็นสิ่งปลอบประโลมใจแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ ซูอิ๋งก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
เธอชะงักเท้าที่กำลังจะมุ่งหน้ากลับที่พัก ก่อนจะหันหลังก้าวยาวๆ ตรงไปหาสามีภรรยาคู่นั้น
ในระยะห่างจากพวกเขาไม่กี่ก้าว เธอรีบหยิบมันฝรั่งที่มีเศษดินติดอยู่ห้าหกหัวออกมาจากแคปซูลมิติ แล้วโยนไปข้างตัวโจวเคอเจี๋ยที่ยังคงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
มันฝรั่งกลิ้งขลุกๆ ไปหยุดอยู่ที่ข้างเท้าและข้างมือของเขา
หลังจากทำทั้งหมดนี้ เธอก็ทำราวกับว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญอะไร แล้วรีบเร่งฝีเท้าหายลับไปในเงามืดของภูเขาขยะโดยไม่หันกลับมามอง
เฉินปิงเห็นการกระทำของซูอิ๋ง ก็คิดว่าเธอเหมือนกับคนอื่นๆ ที่รังเกียจและหวาดกลัวผู้ที่มีพลังจิตคลุ้มคลั่ง จึงขว้างก้อนหินใส่สามีเพื่อดูถูกหรือขับไล่
เรื่องแบบนี้พวกเขาเคยเผชิญมานับครั้งไม่ถ้วนบนดาวขยะ
ในใจของเธอรู้สึกปวดแปลบด้วยความกลัวว่าสามีจะถูกขว้างจนบาดเจ็บ จึงไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง รีบพุ่งเข้าไปหมายจะตรวจดู
ทว่า ฉากที่สามีจะโกรธแค้นหรือได้รับบาดเจ็บตามที่เธอคาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น
เห็นเพียงโจวเคอเจี๋ยที่เดิมทียังคงกุมศีรษะดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น จู่ๆ การเคลื่อนไหวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีแดงฉานที่แทบจะหลุดโฟกัสของเขาจ้องมองไปยัง "ก้อนดิน" กลมๆ ไม่กี่ก้อนที่อยู่ข้างมือโดยสัญชาตญาณ
วินาทีต่อมา ความโหยหากลิ่นอายบางอย่างที่เกือบจะเป็นสัญชาตญาณ ก็ขับเคลื่อนให้เขาเหมือนสัตว์ป่าที่หิวโหยถึงขีดสุด เขารีบคว้ามันฝรั่งสองหัวขึ้นมาโดยไม่แม้แต่จะมอง แล้วยัดเข้าปากเคี้ยวคำโตทันที!
“พี่เจี๋ย! นั่นมันก้อนหิน! อย่า—” เสียงอุทานด้วยความตกใจของเฉินปิงค้างอยู่ที่ลำคอ
เพราะเธอเห็นอย่างชัดเจนว่า "ก้อนดิน" ที่สามีกัดจนแตกออกนั้น เผยให้เห็นเนื้อในสีเหลืองทอง กลิ่นหอมหวานนุ่มนวลที่แปลกใหม่แต่เย้ายวนใจอย่างประหลาด แฝงไปด้วยกลิ่นอายของแสงแดดและผืนดินขจรขจายไปทั่วในทันที!
นี่... นี่ไม่ใช่ก้อนหิน!
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้นยิ่งกว่าก็คือ เมื่อโจวเคอเจี๋ยกลืนมันฝรั่งสองหัวในมือลงไปจนหมด สีเลือดที่น่าสยดสยองในดวงตาของเขากลับค่อยๆ จางหายไปทีละนิดด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
แผ่นอกที่กระเพื่อมอย่างรุนแรงของเขาค่อยๆ สงบลง เสียงกรีดร้องที่น่าหวาดหวั่นเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วง
หัวใจของเฉินปิงในเวลานี้เต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก!
เธอกระเสือกกระสนคลานเข้าไปข้างกายสามี เสียงสั่นเครือจนไม่เป็นภาษาร้องเรียกอย่างระมัดระวังเพื่อหยั่งเชิงว่า “เจี๋ย... พี่เจี๋ย?”
โจวเคอเจี๋ยตกตะลึงไปชั่วครู่ ราวกับเพิ่งตะเกียกตะกายออกมาจากฝันร้ายอันยาวนาน
เขาค่อยๆ หันศีรษะอย่างแข็งทื่อเล็กน้อยไปมองภรรยาที่อยู่ข้างกายซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและรอยแผล
เมื่อสายตาของเขาปะทะกับรอยข่วนใหม่ๆ บนใบหน้าของเฉินปิง ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโทษตัวเองอย่างลึกซึ้งทันที น้ำเสียงแหบพร่าทว่าชัดเจน “เสี่ยวปิง... พี่ขอโทษ... ใช่ไหม... พี่ทำให้เธอเจ็บอีกแล้วใช่ไหม?”
คำว่า “เสี่ยวปิง” ที่ชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยสติคำนี้ ทำให้น้ำตาของเฉินปิงพังทลายออกมาในทันที!
เธอโผเข้ากอดสามีอย่างแรง ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจจนพูดจาไม่เป็นภาษา “ไม่มี! ไม่ได้บาดเจ็บเลย! พี่เจี๋ย! พี่... พี่หายแล้วเหรอ? พี่ได้สติจริงๆ แล้วใช่ไหม?! ดีเหลือเกิน! ดีจริงๆ!”
โจวเคอเจี๋ยตบหลังภรรยาเบาๆ เพื่อปลอบโยนเธอ แต่คิ้วกลับขมวดมุ่นเล็กน้อย “ครั้งนี้พี่... คลุ้มคลั่งไปกี่วัน?”
เขาจำได้ว่าหลังจากการคลุ้มคลั่งทุกครั้ง ตนเองจะอ่อนแอไปอีกนาน และดูเหมือนว่าระยะเวลาจะยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละครั้ง