- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 502 กลิ่นอายสังหารอันแปลกประหลาด (2/2)
บทที่ 502 กลิ่นอายสังหารอันแปลกประหลาด (2/2)
บทที่ 502 กลิ่นอายสังหารอันแปลกประหลาด (2/2)
เขาไม่มีทางประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไปหรอก
หากเป็นจริงดั่งที่อีกฝ่ายว่า มูลค่าของหินสกัดเกินกว่าหินวิญญาณระดับสุดยอด เขาก็ได้กำไรมหาศาล แล้วทำไมต้องเสี่ยงไปพนันด้วยล่ะ? เขาไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย
"ข้าไม่พนันแล้ว แต่ข้าอยากจะดูนัก ว่าในหินก้อนนี้มันมีอะไรซ่อนอยู่!"
พูดจบ หลินเทียนเหอก็หยิบมีดออกมา เริ่มลงมือผ่า 'หินจักรวาล' ในมือทันที
สายตาของฝูงชนในที่นั้นต่างก็จับจ้องมา พวกเขาเองก็อยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก ว่าภายในหินจักรวาลที่ผู้อาวุโสหยวนหมายตาไว้ จะมีอะไรโผล่ออกมากันแน่
โอกาสเปิดได้ของวิเศษนั้นมีสูงมาก แต่มูลค่าที่จะเกินกว่าหินวิญญาณระดับสุดยอดนั้น ยังคงยากที่จะทำให้ผู้คนเชื่อลง
"สหายสวี่ ข้างในนี้มีของวิเศษอยู่จริงๆ รึ?" กงซุนป๋อส่งกระแสจิตถามโดยสัญชาตญาณ
"ไม่แน่ใจ" สวี่เฮยส่ายหน้า
"..." กงซุนป๋ออึ้งไป
หลินเทียนเหอลงมีดอย่างระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ผ่าไปได้แค่เปลือกชั้นนอกเพียงเล็กน้อย ยังไม่มีอะไรปรากฏออกมา
จากนั้น เขาก็ลงมีดครั้งที่สอง แต่ละมีดล้วนเฉือนไปแค่เปลือกผิวเพียงนิดเดียว ด้วยเกรงว่าจะไปทำลายของล้ำค่าเข้า
สวี่เฮยกลั้นหายใจรวมสมาธิ สัมผัสรับรู้อย่างเงียบๆ จิตประสาททั่วร่างตึงเครียด ความรู้สึกถึงอันตรายจางๆ นั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ทุกครั้งที่ลงมีด ความรู้สึกอันตรายก็พุ่งสูงขึ้นหนึ่งระดับ
ไม่ผิดแน่! ไม่มีทางผิดพลาด ในหินสกัดก้อนนี้ จะต้องมีสิ่งของที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งซ่อนอยู่แน่!
สวี่เฮยไม่แน่ใจว่ามูลค่ามันเท่าไหร่ เมื่อครู่นี้เขาก็แค่พูดหลอกกระเซ้าไปอย่างนั้น เพราะเขาไม่เชื่อหรอกว่า หลินเทียนเหอที่เพิ่งถูกเขาหลอกไปหมาดๆ จะยังเลือกพนันกับเขาอีก ผู้บำเพ็ญเพียรที่ฝึกฝนจนถึงระดับหยวนอิง (ทารกวิญญาณ) ขั้นปลายได้ ไม่มีใครเป็นคนโง่
เขาแค่หลอกปั่นหัวหลินเทียนเหอล้วนๆ หวังจะยั่วยุให้อีกฝ่ายรีบเปิดหินออกมาเดี๋ยวนั้น
สวี่เฮยขยับเท้า ค่อยๆ ถอยร่นไปทางประตูบ่อนพนันหินอย่างระมัดระวัง ในระหว่างนี้ ความสนใจของผู้บำเพ็ญเพียรชุดดำปิดหน้า ก็ยังคงจับจ้องมาที่เขาตลอดเวลา
"ฟู่!"
หลินเทียนเหอพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด กลางฝ่ามือเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา หน้าผากก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
เขาลงมีดไปแล้วสามมีด ใกล้จะถึงใจกลางของหินสกัดแล้ว
"ข้างในต้องมีของวิเศษแน่!" หลินเทียนเหอเองก็มีความรู้สึกบางอย่าง เขาถึงกับเริ่มตื่นเต้นตึงเครียดขึ้นมา นี่คือสัญชาตญาณของนักบำเพ็ญเพียร
เขาหยิบมีดสั้นออกมาทันที แล้วลงมือผ่าตรงไปยังใจกลางของหินสกัด
สายตาของทุกคนต่างก็จดจ่อมาที่ช่วงเวลานี้
มีดสั้นฟาดฟันลงมา สับเข้าที่จุดศูนย์กลางของหินสกัด
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ความรู้สึกถึงอันตรายในใจของสวี่เฮยก็พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบพุ่งทะยานร่างขึ้นจากพื้น พุ่งพรวดออกไปนอกบ่อนพนันหินด้วยความเร็วสูงสุด
ผู้บำเพ็ญเพียรชุดดำปิดหน้าจับสังเกตสวี่เฮยไว้นานแล้ว ในพริบตาที่สวี่เฮยเริ่มใช้วิชาตัวเบา เขาก็รีบทะยานร่างลุกขึ้น ไล่ตามสวี่เฮยไปอย่างรวดเร็ว
เขาต้องจับตาดูสวี่เฮยไว้ให้แน่น ป้องกันไม่ให้สวี่เฮยหนีรอดไปได้ นี่คือภารกิจของสำนัก
กว่าจะตามมาถึงเมืองเลี่ยเฟิงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากปล่อยให้สวี่เฮยหนีไปได้ต่อหน้าต่อตา ทุกอย่างที่ทำมาก็จะสูญเปล่าทันที
แต่ทว่า ในตอนนั้นเอง มีดของหลินเทียนเหอก็สับลงตรงจุดศูนย์กลางของหินสกัดพอดี
วินาทีต่อมา!
"วิ้ง!!!"
ทันใดนั้น ลำแสงสีแดงสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากในก้อนหิน ตามมาติดๆ ด้วยกลิ่นอายสังหารอันยิ่งใหญ่เทียมฟ้าที่ทะลักทลายออกมา สั่นสะเทือนไปถึงหมู่เมฆ ย้อมบ่อนพนันหินทั้งแห่งให้กลายเป็นสีเลือดแดงฉาน ราวกับเทพอสูรอาชูร่าจุติลงมาบนโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน
"แย่แล้ว!"
ผู้บำเพ็ญเพียรชุดดำปิดหน้าสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง รีบหันหลังกลับ พุ่งเข้าไปช่วยเหลือทันที
แต่ก็สายไปเสียแล้ว ทันทีที่กลิ่นอายสังหารนี้ระเบิดออก มือทั้งสองข้างของหลินเทียนเหอก็ขาดสะบั้นในพริบตา ท่อนแขนทั้งสองข้างถูกหั่นออกเป็นเศษเนื้อนับไม่ถ้วน ภายใต้แสงสีแดงสาดส่อง กลิ่นอายสังหารมหาศาลซัดสาดออกไป ฟันก้อนหินสกัดรอบๆ จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
หยกป้องกันที่หน้าอกของหลินเทียนเหอถูกกระตุ้นการทำงานโดยอัตโนมัติ แต่เพียงชั่วพริบตาก็สลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ร่างของเขากระอักเลือดคำโต ลอยกระเด็นถอยหลังไป ทั่วร่างราวกับถูกแล่เนื้อเถือหนังด้วยมีดทิ่มแทงนับพันเล่ม