- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 498 สวี่เฮยผู้ขัดสนเงินทอง (2/2)
บทที่ 498 สวี่เฮยผู้ขัดสนเงินทอง (2/2)
บทที่ 498 สวี่เฮยผู้ขัดสนเงินทอง (2/2)
ชายชราผู้นี้ย่อมจดจำฐานะของสวี่เฮยได้ จึงรีบประสานมือคารวะอย่างรวดเร็ว
สวี่เฮยพยักหน้าเล็กน้อย ทิ้งโอสถไว้หนึ่งเม็ด แล้วหันหลังเดินจากไป
ชายชรารับโอสถมาดู สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง สัญชาตญาณสั่งให้เขารีบซ่อนมันไว้ทันที แต่พอคิดได้ว่าตอนนี้อยู่ในเมืองเลี่ยเฟิง ก็อดไม่ได้ที่จะวางใจลง
"ท่านอาจารย์ นี่คือโอสถอะไรหรือเจ้าคะ?" เด็กสาวที่แผงลอยเอ่ยถาม
ชายชราย่อตัวลง กดเสียงต่ำแล้วกล่าว "นี่คือโอสถชิงหยวน (ปราณเขียว) สามารถช่วยให้เจ้าทะลวงสู่ระดับเจี๋ยตาน (สร้างแกน) ได้ หากเอาไปไว้ในสำนักของพวกเรา เกรงว่าคงก่อให้เกิดการเข่นฆ่าแย่งชิงกันเป็นแน่"
เด็กสาวเผยสีหน้าตื่นเต้นดีใจออกมาทันที
…………
ต่อมา สวี่เฮยก็ไปเยือนทั้งโรงเตี๊ยม โรงพักแรม และตลาดการค้า เขาก็พบว่าการจัดการของเมืองเลี่ยเฟิงนั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง แทบจะไม่มีเรื่องลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นเลย
สิ่งนี้ส่งผลให้ภายในเมืองเลี่ยเฟิงมีความสงบสุขเป็นอย่างมาก
ตราบใดที่ค่ายกลป้องกันเมืองยังไม่ถูกทำลาย ความสงบสุขเช่นนี้ก็จะดำรงอยู่ตลอดไป
"มิน่าล่ะ ถึงได้มีแม้กระทั่งผู้บำเพ็ญเพียรระดับจู้จี (สร้างรากฐาน) อาศัยอยู่ด้วย" สวี่เฮยคิดในใจ
เขาจึงไปหาร้านค้าแห่งหนึ่ง นำสิ่งของที่ไม่มีประโยชน์กับตนเองออกขายทั้งหมด เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นหินวิญญาณ
ก่อนหน้านี้สวี่เฮยไม่ได้มีความต้องการหินวิญญาณมากมายนัก แต่ตอนนี้ หลังจากที่ต้องเลี้ยงแมลงแล้ว มีเพียงการจัดหาหินวิญญาณให้อย่างไม่ขาดสายเท่านั้น ถึงจะสามารถครอบครองกองทัพแมลงที่มากพอได้
นอกจากนี้ การหลอมของวิเศษก็เป็นงานที่ผลาญหินวิญญาณอย่างมหาศาลเช่นกัน
พูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้เขาขัดสนเงินทองอย่างหนัก
สวี่เฮยโยนหินวิญญาณทั้งหมดเข้าไปในแหวนสัตว์วิญญาณรวดเดียว แล้วถามว่า "ป๋ายจือ ของพวกนี้ที่ข้าให้เจ้าไป เจ้าจะสร้างแมลงออกมาได้สักกี่ตัว?"
"มีแค่นี้ สร้างขนแมลงให้เจ้าสักเส้นก็บุญแล้ว!" ป๋ายจือตอบอย่างรำคาญใจ
สวี่เฮยมุมปากกระตุกเล็กน้อย เขากวาดสายตามองสภาพแวดล้อมภายในแหวน ก็พบว่ามีไข่หินเพิ่มขึ้นมาสองร้อยฟอง เมื่อนำมาประเมินรวมกับอัตราการสิ้นเปลืองน้ำวิญญาณและหินวิญญาณแล้ว ในใจเขาก็พอจะคำนวณได้
หากผลาญทรัพยากรเหล่านี้จนหมด ป๋ายจือน่าจะออกไข่ได้ประมาณสามพันฟอง!
เมื่อรวมกับที่มีอยู่เดิมในแหวน หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เขาจะมีมดกลืนวิญญาณรวมทั้งหมดห้าพันตัว ไม่ต้องถึงขั้นบอกว่าเป็นใหญ่ในแคว้น แต่ก็เพียงพอที่จะรับมือกับยอดฝีมือไม่กี่คนในเมืองเลี่ยเฟิงได้โดยไม่มีปัญหามากนัก
ทว่า การฟักตัวของมดกลืนวิญญาณก็ยังต้องใช้เวลา
ยิ่งไปกว่านั้น การเลี้ยงแมลงก็เป็นการผลาญทรัพยากรอย่างหนัก หากไม่กินไม่ดื่ม พวกแมลงก็ไม่มีพลังต่อสู้ สวี่เฮยจึงต้องการหินวิญญาณจำนวนมหาศาลอย่างเร่งด่วน ยิ่งมากยิ่งดี
นอกจากนี้ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง เลือดมังกรหนึ่งหยดที่สวี่เฮยใช้ไป ยังคงไม่ฟื้นฟูกลับมาเสียที
แม้เขาจะมีเลือดมังกรสำรองอีกหนึ่งหยดที่ถูกผนึกไว้ในขวดยา แต่หากไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ เขาก็ไม่อยากกินมันลงไป
โอสถกิเลนก็เช่นเดียวกัน โอสถเม็ดนี้ล้ำค่ายิ่งกว่าเลือดมังกรเสียอีก
"เรื่องโอสถก็เป็นปัญหา ตอนนี้ข้าแทบจะกินโอสถบำรุงจนหมดเกลี้ยงแล้ว เฮ้อ ปวดหัวจริงๆ!" สวี่เฮยเริ่มคิดถึงวันเวลาที่มีสวี่ป๋าย (ขาว) อยู่ด้วย
ความยากจนนี่ นึกจะมาก็มาจริงๆ
สวี่เฮยคิดสะระตะอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ไปหาหลัวกัง เพื่อสอบถามเรื่องการหาเงิน
"เจ้าต้องการหินวิญญาณรึ?"
หลัวกังตบฉาดเข้าที่ต้นขา ควักถุงเก็บของออกมาส่งให้สวี่เฮยอย่างใจป้ำ ภายในมีหินวิญญาณบรรจุอยู่ถึงหนึ่งล้านก้อน
"พี่หลัว ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าต้องการธุรกิจที่สามารถทำเงินได้ในระยะยาว ไม่ใช่มาขอให้ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า" สวี่เฮยรู้สึกอ่อนใจไม่น้อย
แต่มือของเขากลับเก็บหินวิญญาณเข้ากระเป๋าไปหน้าตาเฉย
หลัวกังก็ไม่ได้ถือสาอะไร จะพูดให้ถูกคือ เขารอให้สวี่เฮยเป็นฝ่ายเอ่ยปากขออยู่แล้ว
"เรื่องหาเงินนั้นง่ายนิดเดียว ไม่ทราบว่าพี่สวี่ยินดีจะเข้าร่วมกับเมืองเลี่ยเฟิงของพวกเรา มาเป็นผู้อาวุโสรับเชิญ (เค่อชิง) หรือไม่?" หลัวกังยิ้มถาม
"ผู้อาวุโสรับเชิญของเมืองเลี่ยเฟิงเรา มีเบี้ยหวัดปีละห้าแสนหินวิญญาณ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพี่สวี่ ข้าจะให้เจ้าปีละสองล้าน" หลัวกังกล่าวอย่างใจกว้าง
สองล้านก้อนต่อปี สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิง (ทารกวิญญาณ) คนใดก็ตาม ถือเป็นเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะเป็นกงซุนป๋อ หรือหวังซิวในตอนนั้น ล้วนถูกดึงตัวเข้ามาด้วยราคานี้ทั้งสิ้น
ทว่า สำหรับสวี่เฮยที่ต้องเลี้ยงกองทัพแมลงแล้ว มันก็ยังคงน้อยเกินไปอยู่ดี