เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 8 ครอบครัว (Part 1)

Chapter 8 ครอบครัว (Part 1)

Chapter 8 ครอบครัว (Part 1)


Chapter 8 Family (Part 1)

หลังจากกลับมาจากการเดินป่าของผม ผมก็ได้เห็นน้องสาวฮยอนจีรออยู่หน้าบ้าน ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะกลับมาจากโรงเรียน

“โอ้พระเจ้า! โอปป้า, คุณผอมไปมากเลยนะ.”

“มันเป็นการดิ้นรนจากการเรียนอย่างหนัก.”

“ฮ่าฮ่า ตลกดี อาจจะเป็นเพราะกินแค่ราเม็งกับข้าวสามเหลี่ยมจากร้านสะดวกซื้อที่คุณทำงานเท่านั้น.”

“โอ..เธอก็รู้นี่.”

“อย่างไรก็ตามคุณได้ทำความสะอาดและล้างจานทั้งหมดนั้นหรอ?”

“จริง”

“ว้าววว จริงอ่ะ?”

“ฉันรู้ว่าเธอกำลังยุ่งกับการเตรียมพร้อมที่จะทำงานในตอนนี้ ฉันไม่มีอะไรจะทำชั่วคราวดังนั้นฉันจึงช่วยเธอ.”

ด้วยคำพูดของผมดวงตาของฮยอนจีก็เบิกกว้าง มันมีความรู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจเมื่อเธอพูด.

“คุณเป็นใคร?”

“ฉันก็คือโอปป้าของเธอไง”

“โกหก พี่ของฉันไม่ใช่แบบนี้”

“ฉันคิดว่าเธอต้องโดนตีสักหน่อยแล้วหล่ะ.”

ขณะที่ผมกำลังเงื้อมือที่จะฟาดหน้าผากของเธอ เธอก็ร้องเสียงหลงและวิ่งเข้าไปหลังจากที่เธอได้พ้นเงื้อมือผมแล้วเธอก็หันหลับมาพูดว่า

“คุณไม่ทานอาหารเย็นหรอ? แม่และอันนิบอกว่าจะมาสาย”

(TN:อันนิ เป็นคำเรียกของพี่สาวโดยน้องสาว มันออกเสียงว่า อานนิ.)

“โอ้จริงดิ? ฉันต้องการอะไรบางอย่าง?”

“คุณหมายถึงอะไร?แม่ได้ทันโบซามมาแล้ว?ฉันจะไปจัดโต๊ะ.”

คราวนี้ผมจ้องเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย.

“คุณเป็นใคร? น้องสาวของฉันไม่เคยจัดโต๊ะมาก่อน.”

ฮยอนจีหัวเราะเจื้อยแจ้ว

และเธอก็บอกว่า

“หนูจะบอกตามตรง เมื่อพี่บอกว่าจะล้างจานทั้งหมดและทำความสะอาดบ้าน อย่างน้อยหนูก็ยังจัดโต๊ะและทานมื้อเย็น.”

“จริงดิ? ด้วยน้ำเสียงนี้ ไม่ใช่ว่าเธอโตแล้วและกำลังจะไปเรียนในสถานที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน…”

“เฮ้ ขอโทษนะ ตอนนี้ฉันกำลังทำงานบางอย่างเพื่อเตรียมพร้อมกับการทำงาน?”

“ฉันได้ยินมาว่าแม่จับเธอได้ว่าเธอแอบไปเที่ยวไนท์คลับ.”

จากการถากถางของผมฮยอนจีพูดพึมพัม

“มันเป็นเพียงแค่การผ่อนคลายอารมณ์ ฉันไม่ได้ไปเจอผู้ชายและเล่นกับเขา ฉันไปกับเพือนและเต้นเท่านั้น.”

“จิ๊ จิ๊.มันจริงอย่างที่พูดเถอะปัญหาคืออย่าเที่ยวมากเกินไป.”

“โอ้ หุบปากเลย ไปและอาบน้ำแล้วมากินข้าวที่ฉันจัดโต๊ะ กลิ่นเหงื่อของคุณอย่างกับปลาหมึก.”

“ใช่ ใช่ .”

ขณะที่เธอกำลังจัดโต๊ะ ผมควรจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

โบซาม, กิมจิ, ข้าวกล้อง, และยังมีเครื่องเคียงอร่อยๆหลายอย่างตรงหน้า.ผมประหลาดใจเพราะว่ามันมีซุปสาหร่ายทะเล*ไม่ใช่วันเกิดใคร แต่เมื่อแม่ได้รู้ว่าผมกำลังจะกลับมาเหมือนว่าเธอจะตื่นเต้นมาก

(TN: ซุปสาหร่ายมักจะทำเฉพาะวันเกิด.)

“เร็วๆเข้าก่อนที่มันจะเย็นลง.”

“ตกลง.”

จิตใจของผมดีเป็นอย่างมากขณะที่ดูTV ไปด้วยขณะทานข้าว.

“เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ.”

“คุณหมายถึงอะไร?”

“ดี ในสมัยก่อนเธอและฉันทะเลาะกันบ้านแทบแตก.”

“ใช่นั้นเป็นความจริง จริงๆแล้วเมื่อได้ยินข่าวว่าคุณจะกลับมาที่บ้านฉันก็คิดว่าจะผลักงานบ้านทั้งหมดไว้ที่คุณ แต่เนื่องจากคุณทำความสะอาดและล้างจานแล้ว มันเลยทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงคุณ.”

“ยัยตัวร้าย เธอจะตื่นเต้นแค่ไหนกันในเมื่อเธอจงใจจะเอางานทั้งหมดมาไว้ที่ฉัน.”

“ฮ่าฮ่า.ดี ตั้งแต่คุณบอกว่าคุณจะทำงานในส่วนของฉัน ฉันจะทำอาหารและซักผ้า.”

“เอาหล่ะฟังดูดีขึ้นมานิดหน่อย ฉันไม่เหมือนกับผู้หญิงนะ ฉันก็มีแค่กางเกงในเท่านั้นที่จะต้องทำเอง มันไม่แปลกที่เธอจะทำในส่วนที่เหลือ.”

“อ้า คุณไม่สบายใจกับชุดชั้นในของสาวๆ?โอป้า คุณยังซิง?”(หมายความว่าอายที่จะให้ผู้หญิงซักกางเกงในให้)

ยัยสารเลวนี่?

“ชุดชั้นในของแม่และนูน่า*ไม่มีปัญหา แต่ฉันรู้สึกว่ากางเกงในของพี่มันค่อนข้างน่าเบื่อ จากสถานการณ์ของเธอแล้วมันทำให้ฉันกลัว”

(TN:มันเป็นสิ่งที่น้องชายเรียกพี่สาว.)

“อะไร? คุณจะเอาอะไรกับฉัน!”

“เสพติดไนท์คลับ”

“ฮืมม ดีกว่าการว่างงาน.”

“ฮ่าฮ่า. เธอยังไม่จบในเร็วๆนี้หรอกหรอ?”

“ใช่…แล้วไง?”

“แค่พูดเฉยๆ รอจนถึงปีหน้าไม่ได้นะ.”

“ได้ ในเมื่อคิดแบบนั้นกับฉัน แต่ฉันกำลังจะได้งานทำ.”

“ใช่และเมื่อฉันเรียนจบแล้วฉันก็คิดว่ามันจะเป็นไปตามแผน…”

“โอ้ อย่ามองฉันอย่างนั้น ฉันไม่มีวันตกงานเหมือนคุณ.”

“นี่ นี่ คนแบบเธอตอนนี้เขาไม่เรียกว่าคนว่างงานหรอกหรอ?”

“ดี งั้นคุณต้องการอะไร?”

“เป็นดาวรุ่ง*ที่ยอดที่สุดในการทอดไก่.”

(TN: อาจจะหมายถึงดาวรุ่งพุ่งแรง.)

ฮยอนจีหัวเราะกลิ้งไปรอบๆ

เวลาผ่านไปไวจริงๆ คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะมาถึง วันที่คุยเรื่องอนาคตกับน้องสาวและความหวังในการใช้ชีวิตและการทำงานกับน้องสาวที่ห่างกันถึง6ปี.

“เมื่อเร็วๆนี้อันนิได้บอกว่าเธอจะแต่งงานและได้ขอให้แม่ไปพบแฟนของเธอ.*

(TN: ในเกาหลีไม่ใช่เรื่องแปลกที่ขอให้คุณแม่หรือพ่อช่วยในการตัดสินใจว่าเธอเลือกคนที่ดีพร้อมแล้วหรือยัง.)

“จริงอ่ะ? จากวันนั้นจนถึงวันนี้เธอก็ใช้เวลาไปกว่า33ปีถึงจะได้แต่งงาน.”

“มันไม่แปลกหรอก? ฉันหมายความว่าเธอไม่ได้ขาดเหลืออะไร เพราะงั้นทำไมเธอถึงต้องการผู้ชาย? เธอสวยและร่างกายของเธอก็ดูดีอีกทั้งเธอก็เป็นทนาย.ถ้าเป็นฉันฉันอาจจะมีคนมากกว่า100มาให้เลือก.”

“นั่นนูน่าคุณหรอ?”

“มันก็ยังแปลก เมื่อมองว่าเธอต้องการที่จะแต่งงาน เธอไม่ใช้หมาป่าที่โดดเดี่ยว,และเธอก็ไม่ได้เป็นเลสเบี้ยน.”

“ก็นูน่าเป็นคนเรื่องมาก เธอพูดน้อยมาก แต่ยุคลิคของเธอดูดีในแบบที่เย็นชา เพียงแค่เธอส่งสายตาที่หนาวเย็นเหล่านั้นออกไปก็มากพอที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ชายคนอื่นๆเข้ามาใกล้”

ฮยอนจีหัวเราะทุกอย่าง

“ช่ายย.การแสดงออกของอันนิค่อนข้างน่ากลัว ฉันจะบอกคุณตามตรง แต่ฉันไม่สามารถพูดอะไรได้ แม้กระทั้งตอนที่ฉันถูกจับได้ว่าไปที่ไนท์คลับ แต่ฉันก็กลัวที่เธอจะออกมาและตะโกนใส่ฉัน.”

“ใช่ ฉันเข้าใจไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เคยเจออาการขนลุก.”

“ถูกต้อง.”

ผมถอนหายใจลึกๆ

“นี่. ทำไมเราไม่คุยเรื่องอื่น.อย่างน้อยนูน่าก็ได้เงินเยอะและเป็นที่นิยมอย่างมาก.สำหรับการเดทแล้วสิ่งที่ฉันเคยทำก็แค่ตอนอยู่มหาลัยเท่านั้น.ฉันได้สบตาเธอในวันปฐมนิเทศและเราก็ลงเอยกันได้ครึ่งปีนั่นแหละคือทั้งหมด.หลังจากนั้นพ่อก็จากไปและครอบครัวก็วุ่นวาย.ฉันไปโรงเรียน ทำงานพาทำไทม์สองที่ และก็สอบเข้ากองทัพ…”

เมื่อผมรวบรวมความคิดทั้งหมดแล้วผมก็ตระหนักได้ว่าผมอาจจะตายโดยที่ยังไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร.ขณะที่ผมถอนหายใจลึกๆ ฮยอนจีก็มองมาที่จ้องมาที่ผมด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ.

“ฉันควรจะแนะนำเพือนให้คุณดีไหม?”

อ่า สิ่งนี้มันยิ่งยั่วยวน

ความคิดในการเจอสาวๆก่อนที่จะตายได้เข้าสู่ความคิดของผม แต่ผมส่ายหัว.

“ไม่ ขอบคุณ.”

บางทีผมก็แค่คิดว่าผมกำลังจะตาย สิ่งสำคัญที่สุดคือจุดประสงค์ของผม.

(TN: เขากำลังพูดถึงการรอดชีวิตไม่ได้พูดว่าเขาจะตาย.)

มันเป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่เพื่อที่จะผ่านการทดสอบทั้งหมดและมีชีวิตอยู่.

ด้วยการตัดสินใจที่แน่วแน่ของผม ผมต้องใช้เวลาที่เหลือ11วันที่มีค่าไปกับผู้หญิง.

“อ่า. พี่ชายที่น่าสงสารของฉัน ทำธุรกิจไก่กับแม่และให้เวลาบางอย่าง เมื่อคุณอายุ30ปีขอคุณจะมีผู้หญิงจำนวนมากเช่นน้องสาวของคุณ ที่กำลังสงสัยว่าคุณเอาเวลาขนาดนั้นไปขว้างทิ้งได้อย่างไร.”

“ขว้างทิ้ง?”

ผมหัวเราะกับคำพูดของฮยอนจี ฮยินจีค่อนข้างมีชีวิตชีวาและช่างพูดและเวลาก็ล่วงเลยไป.

หลังจากทานอาหารเสร็จ ผมพูด.

“ฉันจะเก็บโต๊ะเอง กับไปตั้งใจเรียนหนังสือเถอะ.”

“โห โอปป้า.คุณทำดีกับฉันเกินไปและมันก็แปลกๆ.”

“เฮ้. นี่เธอไม่ซึ่งในพระคุณของ โอลาบุนิ(Olabuhni’s*) ซะแล้ว.

(TN:มันเป็นสิ่งที่พี่ชายพูดเมื่อยังมีราชาและราชินี เกหลีได้ใช้คำนี้มากประมาณ500ปีแล้ว มันเหมือนกับสำนวนของเช็คสเปียร์แต่เป็นของเกาหลี.)

“ฮี่ ฮี่.ขอบคุณ ฉันแน่ใจว่าฉันจะหาสาวสวยและดีจากเพือนของฉันแนะนำให้คุณ.”

“Guhlyuh.”*(อ่านไม่ออก แต่ให้อากู๋พูดมันบอกว่า กูโย๊ะ/ไรต์)

(TN: เช็คสเปียร์เกาหลีอีกครั้ง มันหมายถึงบางอย่างเช่น "ปล่อยให้มันเป็นไป")

ฉันก็หวังว่ามันจะมาถึง

ฮยอนจีกลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือ.ผมเก็บโต๊ะล้างจานอย่างรวดเร็ว ผมเริ่มออกกำลังกาย.เวลานี้เหมาะแก่การออกกำลังกาย.หลังจากที่ผมวิดพื้นประมาณ50ครั้งแขนของผมก็เริ่มที่จะสั่น.ต้องขอบคุณการเดินเขามันทำให้ขาของผมไม่สั่นเท่าไรนัก.ผมค่อนข้างยุ่งเหยิง.

แต่ผมอยู่ในสถาพนี้หลังจากที่เดินเขามาได้วันเดียว ผมกำลังโกรธตัวเอง ผมสามารถที่จะทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันในเวลา11วันได้?

‘แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นฉันก็ต้องทำต่อไป.’

แม้กระนั้นวันนี้ผมก็ยังแค่วิดพื้นที่เป็นพื้นฐานของการออกกำลังกายอย่างง่ายๆ ผมยังต้องฝึกปืนเวทย์มนตร์และอัญเชิญสปิริตในระหว่างต่อสู้.

‘เอาหล่ะ ตอนนี้ ฉันเหนื่อยแล้วฉันต้องพักผ่อน และฉันต้องออกไปแต่เช้าและไม่มีใครเห็นในการเริ่มฝึกซ้อม.’

ไม่ใช่ว่าผมจะสามารถเรียกปืนเวทย์มตร์และอัญเชิญสปิริตต่อหน้าคนอื่นๆที่อาจจะมองเห็นได้.

ผมไม่ต้องการตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่น ผมเลยนอนที่โซฟาและหลับตาลง

จบบทที่ Chapter 8 ครอบครัว (Part 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว