เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 7 รางวัล

Chapter 7 รางวัล

Chapter 7 รางวัล


Chapter 7 Reward

ผมตั้งใจแน่วแน่ที่จะก้าวข้ามจากการเป็นนักเรียนตลอดไป.*

(TN: ความจริงแล้วเขาพูดว่า ต้องการหนีพ้นจากสภาพการเป็นพลเรือนโดยการสอบเข้าทำงานรัฐบาล.)

ระยะเวลาพักคือ11วัน ผมไม่รู้ว่าชีวิตเหลืออยู่เท่าไร ดังนั้นผมจึงไม่สามารถเสียเวลาอันมีค่าของผมและขลุคอยู่ในห้องใต้ดินห้องนี้ ผมบอกเจ้าของห้องเช่าว่าผมจะย้ายออกทันที ผมหวังว่าผมจะได้เงินมัดจำคืนเมื่อเธอได้ผู้เช่ารายใหม่.

ผมโทรบอกผู้จัดการของร้านสะดวกซื้อที่ผมทำงานพาร์ทไทม์อยู่ ผมโกหกว่าผมโดนรถมอเตอร์ไซค์ชนขาหัก ผู้จัดการก็ยังคงขอร้องให้ผมไปทามงานให้หน่อย แต่เขาจะทำอะไรได้ ผมบอกว่าผมขาหัก.

หลังจากออกจากงานแล้วผมก็บอกโทรหาแม่ ร้านค้าเปิดเวลา14.00น. ดังนั้นเธออาจจะยังอยู่ที่บ้านของเธอ?

แน่นอนว่าคุณแม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีที่โทรศัพท์เริ่มสั่น.

“โอ้ ลูกชาย ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้โทรหาฉันก่อนนะ.”

มันเป็นเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น แต่เสียงของแม่ก็อบอุ่นและน่าดึงดูด.

โดยไม่รู้ตัวปากของผมก็ยิ้มกว้างออกมา

“แม่ ผมโทรหาเพราะว่าคิดถึงแม่.”

“โอ้. ลูกชายนี่นายเมาตั้งแต่หัววันเลยหรอ?”

“ไม่.”

“ฉันรู้ เธอต้องการเงินใช่มั๊ย หืม?”

“สัปดาห์ที่แล้วมันเป็นวันจ่ายเงินของผมนะ.”*

(TN: เขาประชด.)

“แต่ว่าเธอกำลังได้เงินเดือนเร็วๆนี้ มันถูกโอนเข้าในบัญชีไม่ใช่หรอ.”

“มันก็จริง แต่ผมยังมีค่าเช่าห้องบางส่วน.”

“แล้วเธอโทรหาทำไม? โอ้.ไม่ใช่เป็นเพราะการสอบของพลเรือน? เพราะว่าเธอคิดว่าเธอคงไม่ติดแน่นอนในปีนี้และต้องการขอโอกาสอีกทีจนกว่าจะถึงปีหน้า?”

“…แม่. ต้องการไปไหนกับผมหรือป่าว?”

“ฉันต้องการไปหาลูกชายหัวแข็งของฉันนี่แหละ.”

(TN: หมายถึงมีก้อนหินอยู่ในสมองแทนที่จะเป็นเนื้อเยื่อ.)

“อย่างไรก็ตาม ผมกำลังจะกลับบ้าน”

“ห๊ะ?”

แม่ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

ผมตอบ.

“ผมลาออกจากการสอบบรรจุพลเรือนแล้วและจะกลับวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทอดไก่หรือว่าผัดมัน ผมจะทำตราบเท่าที่แม่ต้องการให้ผมทำ.”

“ลูกชาย มีบางอย่างเกิดขึ้นหรอ?”

ใช่ ผมตายไปแล้วครั้งนึง

ผมยิ้มและตอบกลับ.

“มันก็แค่...ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมมีค่ามากเกินไปที่จะต้องใช้เวลาแบบคนขี้เกียจและอีกอย่างผมต้องการจะดูแลแม่ด้วย.”

(TN: เหมือนกับลูกที่ต้องมีหน้าที่ส่งเงินมาให้ทุกๆเดือนให้พ่อแม่ยามแก่.)

“จริงดิ?”

“อะไร ทำไม?”

“โอ้ ลูกชายคนดีของแม่! แม่ขยับตัวไม่ได้เลยเพราะว่ากำลังจะร้องไห้ ลูกรักของแม่!”

“นี่... พามาให้หมดนี่แหละ ยังไงก็เป็นลูกคุณนี่.”

และผมก็ได้ยินเสียงผ่านทางโทรศัทพ์.

“เฮ้ ฮยอนจี โอปป้า* ของคุณในที่สุดก็เลิกล้มความคิดและกำลังจะกลับบ้านแล้ว!”

(TN: มันเป็นคำเรียกของผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าผู้ชาย.)

“จริงดิ? จิ๊ๆ นั่นคือความโล่งใจ ฉันรู้สึกกังวลว่าเขาจะมีชีวิตอยู่แบบนี้จนเลย30ไปแล้วเสียอีก.”

‘พวกนี้นี่…’

ผมระงับอารมณ์แล้วพูด.

“อย่างไรก็ตามผมจะกลับบ้านในวันพรุ่งนี้เพื่อทำความสะอาดห้องของผม.”

“OK แน่นอนๆ แม่จะทำบางอย่างให้ชื่นใจเลยหล่ะ…”

“ไม่เอาไก่ทอด ผมต้องการโบซาม(bossam).”*

(TN: เป็นกิมจิที่ต้องกินพร้อมกับเนื้อหมูต้มเค็มกับกระหล่ำปี.)

“Ok.ฉันจะทำโบซามให้กินสักอย่าง.”

‘บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าคุณแม่ตื่นเต้นมากน้ำเสียงของเธอจึงกระปรี้กระเปร่า.’

หลังจากนั้นผมก็โทรไปหาคอลเซ็นเตอร์เพื่อเรียกรถบรรทุก

การจัดการในการใชีชีวิตของผมใช้เวลาเพียง30นาทีเท่านั้น

‘ฉันจะไม่ยอมเสียแม้แต่วินาทีเดียวอย่างเปล่าๆ’

ผมสัญญากับตัวเอง

***

ที่ที่ครอบครัวผมอาศัยอยู่ในอยู่ในเมืองซังบุกจังหวัดชอยอัน

หลังจากลงมาที่สถานนีขนส่งที่ชอยอัน ด้วยการขนส่งที่เรียบง่ายผมก็มาถึงพื้นที่ๆมีขนาด1800ตารางฟุตมีห้องพักอยู่4ห้องสำหรับแม่และพี่น้องทั้งสามคน.

ด้วยการนั่งรถขนส่งนั้นตอนนี้ผมก็ได้มาถึงหน้าบ้านแล้ว ด้วยความช่วยเหลือของคนขับรถที่ช่วยผมยกของๆผม เนื่องจากมันไม่มีอะไรมากนักการย้ายของก็เสร็จสิ้นด้วยเวลาแปปเดียว.

“ขอบคุณมาก รวมทั้งระหว่างทางก็หาอะไรทานเพื่อผมด้วยนะ.”

“โอ้ ขอบคุณ.”

ผมให้เงินเขาไป10ดอลล่าและเขาก็ออกไปด้วยรอยยิ้ม

(TN:10ดอลมันมากเกินพอที่จะทานอาหารมื้อนึงๆ ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ในร้านข้างทางแค่6ดอลเท่านั้น.)

ผมมองไปรอบๆห้องของผมที่ว่างเปล่า หลังจากใช้เวลาหลายปีในห้องใต้ดินเมื่อผมมาเห็นห้องตัวเองแล้วอากาศมันช่างบริสุทธิ์จริงๆ.

“ว้าว ฉันควรรจะกลับมาให้เร็วว่านี้.”

และผมคิดกับตัวเอง

‘ว้าว ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับดันเจี้ยนใต้ดินเล็กๆนั่น.’

ถ้าผมรู้ว่าผมจะตายด้วยโรคหัวใจด้วยอายุ29ปี ผมคงไม่ใช่เวลาอย่างเปล่าประโยชน์.

การจัดของใช้เวลาน้อยกว่าที่คิด.

‘ฉันไม่ต้องการนั่งอยู่ที่นี่เพื่อมาเสียเวลา.’

เวลาที่ได้พักคือ 11 วัน ทุกวินาทีมีค่า.

ผมเดินเข้าไปในห้องครัวได้เห็นจานที่กองพะเนินกองใหญ่ๆเรียงรายเหมือนกับภูเขา เมื่อมองไปที่ซิ้งล้างจานแล้วผมยิ้มให้กับตัวเอง.

“ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นอย่างนี้.”

แม่และพี่สาวของผมยุ่งอยู่กับงานเสมอการทำงานบ้านก็เลยลดลงตามระเบียบ งานบ้านเหล่านี้จึงตกเป็นของฮยอนจี แต่ฮยอนจีก็กำลังเตรียมจะเข้าเรียนสถาบันวิชาชีพเพื่อที่จะได้เข้าทำงาน ด้านบนที่เก็บของวางของอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นอย่างมาก.

‘ตอนนี้คนว่างงานก็ต้องเป็นคนทำ.’

ผมพับแขนเสื้อขึ้นเพื่อที่จะล้างจาน หลังจากล้างเสร็จอย่างรวดเร็วแล้วผมก็เอาเครื่องดูดฝุ่นมาดูดฝุ่น.

‘เออใช่ ไม่ใช่ว่าฉันมีสปิริตที่สามารถอันเชิญได้หรอ?’

“ซิล”

-เมี๊ยว.

ซิลปรากฎขึ้นและปีนขึ้นไปอยู่บนหัวผม ผมจะตายจากความน่ารักของมัน มันเอาหางที่สะบัดไปมาโดนหัวของผม.

“ซิล เธอช่วยใช้พลังลมของเธอดูดฝุ่นในภายในบ้านนี้ไปรวมในจุดๆเดียวได้ไหม?”

-เมี๊ยว.

ซิลพยักหน้าของเธอ.

หลังจากนั้นก็เกิดลมพัดอย่างรุนแรงภายในบ้าน.

สวูฟฟฟ.

ใต้โซฟา,หลังTV,ใต้เตียง,บนตู้เสื้อผ้าทั้งหมด ลมได้พัดผ่านทุกซอกทุกมุมและมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าปลายเท้าของผม.

“ย๊า! มองไปที่ฝุ่นทั้งหมดนี่สิ”

ฝุ่นที่เหมือนกับกระต่ายที่มีขนาดพอๆกับหัวของผมอยู่ตรงหน้าผม มันเป็นผลจากการเก็บฝุ่นทั้งหมดภายในบ้าน.

ราวกับว่าอาจจะมีคนมากบอกว่าบ้านนี้มีผู้หญิงถึงสามคนผมจะถือว่าพวกเขาพูดไร้สาระ อิ๊ยะ..ทั้งหมด(ผู้หญิงสามคนบ้านก็ต้องโครตๆสะอาดสิแต่นี่มันตรงข้าม/ไรต์)

-เมี๊ยว.

ซิลที่ส่ายหางไปมาบนกองกระต่ายฝุ่น เธอจ้องมองมาทางผมราวกับจะถามว่าเธอทำงานดีหรือไม่

“ขอบคุณซิล เธอทำงานได้ยอดมาก.”

-เมี๊ยว.

ซิลได้ถูกใบหน้าของเธอกับแก้มของผม เห็นได้ชัดว่าทำไมมนุษย์ส่วนใหญ่ถึงเป็นทาสแมว.

ต้องขอบคุณการช่วยเหลือของซิล การความสำอาดบ้านจึงจบลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ผมต้องทำอะไรดี?

‘บางทีต้องเตรียมพร้อมกับการสอบครั้งที่สอง?’

แน่นอนว่ามันคงไม่ต่างกันมากนักใน11วันนี้เพื่อออกกำลังกาย แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

มีเส้นทางเดินป่าบนภูเขาแทโจและมันก็เป็นที่ควรจะออกกำลังกายที่ดี สถานที่สอบที่1คือป่าบนภูเขา ผมไม่รู้ว่าอาจจะมีโอกาสได้ต่อสู้บนป่าหรือภูเขา เวลาจำกัดคือ11วัน อย่างไรก็ตามผมจะต้องทำความคุ้นเคยกับมันแม้สักนิดก็ยังดี

ผมสวมเสื้อออกกำลังกายและรองเท้ากีฬาและออกจากบ้าน เมื่อมาถึงภูเขาแทโจผมได้เลือกเส้นทางที่ยาวที่สุดซึ่งมันต้องใช้เวลาถึง1ชั่วโมง50นาทีผมตั้งใจที่จะทำมันให้สำเร็จในวันนี้

ไม่นานหลังจากที่เริ่มออกเดินทาง ผมเริ่มหายใจหนักขึ้นและเท้าของผมก็เริ่มยกลำบาก.

‘ฉันน่าจะเลือกเส้นทางที่ง่ายกว่านี้เป็นอย่างแรก?’

หลังจากที่มีช่วงเวลาที่อ่อนแอ ผมเงยหน้าและสัญญากับตัวเอง

‘ไม่ต้องเห่าหอน นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยาก แต่ฉันต้องผ่านมันไป.’

มันเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ หลังจากที่ชีวิตของผมเต็มไปด้วยความพยายามและเป้าหมายครั้งแรกที่ชัดเจนขนาดนี้

สอบ, อารีน่า, ชีวิต!

มันเป็นเรื่องที่ตามมาเป็นกระพรวน

ขณะที่ผมปีนขึ้นภูเขาแทโจอย่าแน่วแน่ ลมหายใจของผมก็พุ่งสูงขึ้นและผมก็เริ่มหอบเหมือนจะเป็นลมมากจนทำให้คนแก่ที่เดินขึ้นมาเหมือนกันจ้องมองผม แม้ว่าผมจะไม่ได้หยุดและเดินต่อไปเรื่อยๆ.

แม้ว่าจะเวียนหัวและอยากจะอ้วกแต่ผมก็ยังบังคับร่างกายของผมก้าวเดินไปข้างหน้า ผมยังอยู่ในช่วงอายุ20ปีมันเป็นช่วงที่มีชีวิตชีวา ถ้าผมไม่สามารถทำสำเร็จกับการเดินทางแค่นี้หล่ะก็ผมจะกลายเป็นชายที่ล้มเหลว.

‘ไม่มีใครช่วยฉันได้ ฉันจะต้องเสียใจเพราะตัวของฉันเอง.’

หลังจากที่เดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อยในที่สุดผมก็มาถึงยอดเขาและมองเห็นทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของชอยอันจิตวิญญาณของผมรู้สึกได้ราวกับโบยบินผมยกมือขึ้นและลมหนาวที่มาปะทะกับเหงื่อของผมทำให้รู้สึกเย็นสบาย แม้ว่าหัวใจและร่างกายของผมจะล้า แต่มันก็รู้สึกสดชื่นมากเหมือนกัน เป็นเพราะว่าตอนนี้ผมทำในสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน.

‘คนขี้ขลาด.’

ผมเสียใจกับชีวิตที่ผ่านมาของผม ผมเกลียดตัวเองที่ได้ใช้ชีวิตโดยไม่มีความมุ่งมั่นมากพอที่จะปีนขึ้นมาได้

“ฉันจะอภัยให้คุณในครั้งนี้ แต่เราจะไม่ได้อยู่อย่างคิมฮยอนโฮ.”(ไม่รู้ว่าอิ้งมั่วป่าวนะ แปลตามเขา/ไรต์)

หลังจากที่สัญญาอย่างยิ่งใหญ่กับตัวเองแล้ว ผมก็ใช้เส้นทางที่ผมพึ่งเดินมากลับไปยังบ้าน


ติมตามได้ที่>>เพจ<<

จบบทที่ Chapter 7 รางวัล

คัดลอกลิงก์แล้ว