- หน้าแรก
- ผู้เล่นของข้างดุร้ายมาก
- บทที่ 43: ภารกิจย่อย: การท้าทายผู้แข็งแกร่งของแม็กซิม
บทที่ 43: ภารกิจย่อย: การท้าทายผู้แข็งแกร่งของแม็กซิม
บทที่ 43: ภารกิจย่อย: การท้าทายผู้แข็งแกร่งของแม็กซิม
บทที่ 43: ภารกิจย่อย: การท้าทายผู้แข็งแกร่งของแม็กซิม
“ท่านครับ ข้าว่าข่าวลือดูจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง...”
ท่ามกลางซากเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยเงามืดมิติดวงดาว เมอร์ฟีและแม็กซิมข้ามผ่านถนนที่เงียบสงัดสายแล้วสายเล่าเพื่อเร่งรุดไปยังคลังเสบียงของตระกูลในเขตเมืองนอก
ในระหว่างการเดินทาง แม็กซิมซึ่งถือหอกยาวคอยระแวดระวังภัยรอบข้างพลางสังเกตพิจารณาสิ่งรอบตัวเพื่อป้องกันการถูกลอบโจมตี เขาได้กระซิบกับเมอร์ฟีเบาๆ ว่า:
“ท่านทรีซดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามข่าวลือที่ว่า... ข้าหมายถึง นางดูทรงอำนาจมาก!
ทรงอำนาจยิ่งกว่าท่านเจดเสียอีก หลังจากท่านช่วยนางออกมาจากเมือง นางดูเหมือนจะฟื้นฟูความน่าเกรงขามในฐานะผู้อาวุโสที่เคยมีกลับมาอีกครั้ง”
“ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ คือ ทรีซไม่ชอบเมืองนี้อย่างแน่นอน”
เมอร์ฟีถอนหายใจและกล่าวว่า:
“นางมองว่าที่นี่คือพันธนาการ พูดกันตามตรงนะ หลังจากได้เห็นเมืองแคดแมนถูกทำลายจนพินาศเช่นนี้ ข้ากับทรีซน่าจะเป็นสมาชิกตระกูลแร้งโลหิตเพียงสองคนที่รู้สึกผ่อนคลาย เจ้าจะรู้สึกไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้ไหม?”
“ไม่ครับท่าน ข้าจงรักภักดีต่อท่าน ไม่ใช่ตระกูลแร้งโลหิต”
แม็กซิมตอบเสียงต่ำ:
“ความจริงตอนที่ข้ารับใช้ตระกูลแร้งโลหิต ข้าก็ไม่ได้มีความสุขนัก บุญคุณของท่านเจดข้าจำเป็นต้องทดแทน
แต่หากตัดเรื่องนั้นออกไป
ตระกูลนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีสิ่งอื่นใดที่ให้ข้าต้องอาลัยอาวรณ์มากนัก”
“ข้าเองก็เหมือนกัน มิน่าล่ะพวกเราถึงดูเข้ากันได้ดี”
เมอร์ฟีตอบกลับไปคำหนึ่ง
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ตกอยู่ในความเงียบและไม่พูดจาอะไรกันอีก พวกเขาเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น หลังจากเดินผ่านตรอกสายหนึ่งที่ถูกยึดครองโดยฝูง ซาลาแมนเดอร์ดารา ที่ไม่ค่อยดุร้ายนัก ทั้งคู่ก็มาถึงตำแหน่งที่ตั้งของคลังเสบียงตระกูลตามที่ทรีซทำเครื่องหมายไว้
มันอยู่ใต้ดิน
ส่วนบนดินนั้นถูกพรางปกปิดไว้ในรูปแบบของสถานีดับเพลิงสำหรับมนุษย์ในเมืองแคดแมน
คลังใต้ดินทำนองนี้ในเขตเมืองนอกยังมีอีกสามแห่ง แต่นอกจากที่แห่งนี้ที่ค่อนข้างลับตาแล้ว คลังแห่งอื่นล้วนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ประชากรหนาแน่น ซึ่งตอนนี้คงถูกยึดครองโดยสิ่งที่เกิดจากความสิ้นหวังในเงามืดมิติดวงดาวและสัตว์ร้ายมิติดวงดาวที่ออกมาล่าเหยื่อไปแล้ว
เมอร์ฟีวางแผนจะใช้คลังเสบียงที่เหลืออีกสามแห่งเป็น "จุดท้าทาย" มอบให้พวกผู้เล่นตัวน้อยเป็นคนจัดการ
ในคืนนี้ผู้เล่นทั้งห้าคนที่ตายไปจะฟื้นคืนชีพ ซึ่งจะทำให้เขามีแรงงานรวมทั้งสิ้น 16 คน แบ่งออกเป็นสามกลุ่มได้พอดีสำหรับการทำ "การทดสอบดันเจี้ยน" ขั้นพื้นฐาน
“ดูเหมือนจะต้องรับสมัครคนเพิ่มอีกชุดแล้วล่ะ”
ในขณะที่แม็กซิมกำลังค้นหาทางลงสู่ห้องใต้ดินท่ามกลางซากสถานีดับเพลิงที่พังพินาศ เมอร์ฟีมองดูสภาพแวดล้อมที่มืดมัวและหม่นหมองนอกกำแพงที่พังทลาย รวมถึงท้องฟ้าประหลาดที่ยังมีประกายแสงสีม่วงหมุนวนและกะพริบอยู่เหนือหัว เขาคิดในใจว่า:
“ตอนนี้จำนวนคนทั้งหมดในมือข้าคือ 40 คน ไม่จำเป็นต้องเก็บที่เหลือไว้ ปล่อยออกมาใช้งานในคราวเดียวให้หมด
หลังจากเมืองแคดแมนถูกดึงเข้าสู่มิติดวงดาว ซากปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่เหล่านี้ยังมีพื้นที่อีกมากมายที่คุ้มค่าแก่การสำรวจ คนน้อยเกินไปย่อมไม่เพียงพอต่อการใช้สำรวม และยังมีภารกิจแนะนำมือใหม่ขั้นที่หก”
“ภารกิจนี้กำหนดให้ข้าต้องได้รับอาณาเขตของตัวเอง”
“ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าสามารถอาศัยความสัมพันธ์ของคุณหนูฟีมิสได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าและก็ยากกว่าเช่นกัน... ตระกูลแร้งโลหิตกู่ไม่กลับแล้ว!”
“ถึงแม้ที่นี่จะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังมีทั้งคนและทรัพยากร ทั้งยังมี ‘จุดฟาร์มมอนสเตอร์’ ที่สามารถอยู่ได้นาน ที่แห่งนี้บางทีอาจจะเป็น ‘หมู่บ้านเริ่มต้น’ ที่ดีที่สุดที่ข้าจะหาได้ในเขตทรานเซีย! แต่ส่วนเรื่องจะดำเนินงานอย่างไรนั้น ยังต้องมีการวางแผนให้รอบคอบเสียหน่อย”
เมอร์ฟีครุ่นคิดถึงแผนการในขั้นต่อไป จากนั้นเขาก็ล็อกอินเข้าสู่ฟอรั่ม
ในพื้นที่ยื่นคำขอ เขาเห็นใบสมัครทดสอบมากมาย แต่ส่วนใหญ่ล้วนมาจาก "การบอกต่อ" ของพวกผู้เล่นตัวน้อยที่มีอยู่เดิม
เกม 《โลกต่างมิติที่แท้จริง》 ไม่มีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ใดๆ ในโลกของผู้เล่นเลย และเมอร์ฟีเองก็ไม่ได้วางแผนหรือมีช่องทางที่จะทำเช่นนั้น เขาไล่ดูใบสมัครเกือบ 80 ใบที่มีอยู่ในปัจจุบัน และคัดเลือกเอา 24 คนที่มีคุณสมบัติโดยรวมยอดเยี่ยมที่สุดจากผลการทดสอบของพวกเขา จากนั้นก็ส่งรหัสเชิญทดสอบไปให้คนเหล่านั้น
ด้วยวิธีนี้ อย่างช้าที่สุดในอีก 12 ชั่วโมงข้างหน้า ก็จะมีกลุ่มผู้เล่นตัวน้อยหน้าใหม่ที่น่ารักเข้ามาเติมเต็มในซากเมืองแคดแมน เพื่อทำหน้าที่เป็น "หน่วยบุกเบิก" ที่ตกลงมาจากฟ้าในยามวิกฤต
อ้อ ใช่แล้ว!
เพื่อให้เรื่องทั้งหมดดูเหมือนเกมที่ค่อยๆ เปิดการทดสอบอย่างเป็นทางการ เมอร์ฟีรู้สึกว่าเขามีความจำเป็นต้องเขียนโพสต์ประกาศอย่างเป็นทางการฉบับหนึ่งในฟอรั่ม
ไว้จัดการคลังใต้ดินตรงหน้านี้เสร็จค่อยโพสต์แล้วกัน!
“ท่านเมอร์ฟี! พบทางเข้าแล้วครับ แต่ต้องใช้เลือดของสมาชิกตระกูลแร้งโลหิตเป็นกุญแจนำทางถึงจะเข้าไปได้”
เสียงของแม็กซิมดังมาจากห้องเก็บเอกสารที่พังพินาศ เมอร์ฟีรีบตามไปทันที ในส่วนหลังของตู้เก็บเอกสารที่ถูกเลื่อนออก เขาได้กัดนิ้วมือของตัวเองแล้วป้ายเลือดลงตรงใจกลางอักขระเวทสีแดงเข้มบนผนัง
ตามมาด้วยเสียงกลไกที่ดังสนิทและแสงริบหรี่ที่สว่างขึ้น ทางเดินลงสู่ใต้ดินก็ได้เปิดออก
เขาและข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์เดินตามกันลงไปข้างใน
ที่นี่ไม่ใช่คลังสมบัติที่แท้จริงของตระกูล ตระกูลแร้งโลหิตที่เป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ของแวมไพร์ ต่อให้จะตกอับเพียงใด คลังสมบัติของตระกูลก็ไม่มีทางจะดูอัตคัดเช่นนี้
ที่นี่เป็นเพียงสถานที่สำหรับจัดเก็บทรัพยากรที่สำคัญแต่ไม่ได้หายากมากนัก ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีพวกการ์กอยล์หรือผู้พิทักษ์พลังจิตที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ซึ่งถูกใช้เป็น "รปภ. มืออาชีพ" ในทวีปแห่งนี้คอยเฝ้าอยู่
พื้นที่ส่วนล่างนี้ไม่กว้างขวางนัก โดยรวมแล้วก็พอๆ กับสถานีดับเพลิงที่อยู่ด้านบน
มันถูกแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ เพื่อเก็บทรัพยากรที่ต่างกันออกไป ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ผลิตอาวุธและชุดเกราะ และยังมีของสำเร็จรูปที่วางเรียงรายอยู่ในตู้
เมอร์ฟีเปิดตู้ใบหนึ่งขึ้นมาตามใจชอบ แล้วดึงเอา ดาบเรเปียร์เล่มหนึ่งที่ประดับลวดลายกุหลาบโลหิตออกมาถือไว้ในมือเพื่อตรวจสอบ
การตรวจสอบไอเทมเริ่มต้นขึ้น หน้าต่างข้อมูลเด้งปรากฏขึ้นมา:
[ชื่อ]: ดาบผู้พิทักษ์
[คุณภาพ]: งานฝีมือชั้นดี • [ทหารใหม่]
[คุณสมบัติ]: เสริมความคม • เสริมพลังทะลวง • เสริมความทนทาน • ร่องเลือดอำมหิต (สามารถเคลือบยาพิษได้)
[เงื่อนไขการใช้]: พรสวรรค์ • ความชำนาญอาวุธมือเดียว, ความคล่องแคล่ว ≥ 6
[คำอธิบาย]: [อาวุธระดับชั้นยอดที่ช่างตีเหล็กตระกูลแร้งโลหิตผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้พวกทหารใหม่ในตระกูลใช้งาน คมกริบและถึงตาย ทั้งยังเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับพวกข้ารับใช้โลหิตที่ฝึกฝนเพลงดาบแร้งโลหิตและเพลงดาบขั้นสูง อาวุธชนิดนี้ครองอันดับหนึ่งในรายการร้องเรียนของ ‘สมาคมคุ้มครองนิ้วมือเมืองแคดแมน’ มาอย่างยาวนาน เพราะการจะใช้งานมันนั้นจำเป็นต้องมีเทคนิคสักเล็กน้อย]
เมอร์ฟีดึงหน้าไม้ล่าสัตว์มือเดียวสไตล์แวมไพร์อีกชิ้นขึ้นมาดู
มันเป็นอาวุธระดับงานฝีมือทหารใหม่เช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
อาวุธเหล่านี้คืองานฝีมือชั้นดีที่มีคุณสมบัติแฝงติดมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านงานฝีมือหรือวัสดุที่ใช้ ย่อมดีกว่าพวกอาวุธระดับ "ผู้ติดตาม" สีขาวที่พวกผู้เล่นกำลังใช้งานอยู่ในตอนนี้อย่างเห็นได้ชัด
มันสามารถนำมาใช้เป็นรางวัลภารกิจหรือรางวัลสำหรับระบบการเล่นใหม่ๆ ให้กับพวกเขาได้พอดี
ทางด้านแม็กซิมได้ค้นพบหีบที่บรรจุชุดเกราะทหารใหม่ชั้นดีที่ยังไม่ได้ทำสีในห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งทำให้เมอร์ฟีรู้สึกพึงพอใจมากยิ่งขึ้น ในเมื่อตระกูลแร้งโลหิตกลายเป็นอดีตที่โรยราไปแล้ว สิ่งของเหล่านี้เขาก็แค่เอาไปทำสีใหม่เพื่อตัดขาดจากอดีตเสียก็สิ้นเรื่อง
เขาส่งกระเป๋าพลังจิต 4 ใบให้แม็กซิมเป็นสัญญาณให้บรรจุสิ่งของเหล่านี้ลงไป จากนั้นตัวเขาเองก็เริ่มสำรวจลึกเข้าไปข้างในต่อ
ทรีซเคยบอกว่าในคลังใต้ดินนี้อาจมีตำราทักษะขั้นสูงสำหรับให้พวกชั้นยอดของตระกูลได้ฝึกฝน นี่คืออีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของเมอร์ฟี
เพลงดาบแร้งโลหิตเป็นเพียงทักษะพื้นฐานเท่านั้น เขาไม่สามารถพึ่งพาสิ่งนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อพากลุ่มผู้เล่นตัวน้อยบุกเบิกต่อไปได้ โชคดีที่คลังแห่งนี้ไม่มีห้องลับพิเศษใดซ่อนอยู่ เมอร์ฟีจึงพบห้องเก็บตำราในไม่ช้า บนชั้นวางหนังสือมีหนังสือเล่มเก่าแก่ที่มองจากวัสดุที่ใช้ก็รู้ว่ามีความเป็นมาโบราณอยู่หลายเล่ม
เขายิบมันลงมาเปิดอ่านในมือ:
《ตำราผู้พิทักษ์สุสาน》, 《บันทึกของนักทรมานโลหิต》, 《คัมภีร์ลับผู้ท่องราตรี เล่ม 1》, 《วิถีแห่งการล่าใต้แสงจันทร์》
หนังสือที่คัดลอกขึ้นมาหลายเล่มในมือนี้ เป็นตัวแทนของระบบอาชีพที่ตระกูลแร้งโลหิตครอบครองมาในประวัติศาสตร์อันยาวนาน
เมอร์ฟีสามารถแยกแยะได้ว่าพวกมันเป็นตัวแทนของเส้นทางอาชีพ นักดาบ, นักพลังจิต, มือสังหาร และนักล่า แน่นอนว่าในโลกที่แท้จริงแห่งนี้ไม่ได้มีการแบ่งแยกอาชีพที่ชัดเจนและเคร่งครัดขนาดนั้น
ขอเพียงมีพลังงานเพียงพอ นักดาบคนหนึ่งก็สามารถค้นคว้าเทคนิคพลังจิตได้
อย่างไรก็ตาม ตำราเหล่านี้ที่ใช้สำหรับ "การเปลี่ยนอาชีพ" มีความหมายที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับพวกผู้เล่นตัวน้อย เมอร์ฟีรู้ดีว่าพวกสาย "เน้นความแข็งแกร่ง" เหล่านั้นมีความกระตือรือร้นสูงเพียงใดในการวิจัยสายอาชีพและวิธีการเล่นเกม
ตัวเขาอาจจะแปลเนื้อหาบางส่วนไปลงในฟอรั่ม เพื่อให้พวก "ผู้เล่นตัวน้อยที่เป็นผู้ชม" ซึ่งผ่านการสมัครทดสอบแต่ยังไม่ได้รับรหัสเชิญได้อ่านแก้ขัดไปก่อน
เดี๋ยวก่อน!
ทำไมข้าต้องแปลเองด้วยล่ะ?
เมอร์ฟีกลอกตาไปมา
พวกผู้เล่นตัวน้อยมีพลังงานล้นเหลือ และตอนนี้ก็มีลูกแก้วประมวลผลแล้ว พวกเขาสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเองนี่นา
นอกจากจะช่วยเพิ่มความผูกพันกับเกมแล้ว ยังเป็นการป้องกันไม่ให้พวกเขาว่างจนเกินไปแล้วหาเรื่องปวดหัวมาให้เขาอีกด้วย
การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่วิเศษหรอกหรือ?
“หึๆ...”
เมอร์ฟีหัวเราะออกมาเบาๆ ท่ามกลางห้องใต้ดินที่มืดมิด จากนั้นเขาก็เก็บตำราทักษะอันล้ำค่าลงในกระเป๋าพลังจิต เขาถือหนังสือเล่มที่ชื่อว่า 《ตำราผู้พิทักษ์สุสาน》 ไว้ในมือพลางอ่านไปพลาง และสำรวจหาของมีค่าอื่นต่อไป
ไม่กี่นาทีต่อมา การแจ้งเตือนระบบใหม่ก็ได้เด้งปรากฏขึ้น:
[ได้รับทักษะใหม่: เพลงดาบขั้นสูง • เพลงดาบผู้พิทักษ์สุสาน เรียบร้อยแล้ว!]
[คำแนะนำ!]
ทักษะเพลงดาบนี้เป็นทักษะสายกายภาพ/พลังจิตมืด การจะเรียนรู้เพลงดาบนี้จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ทางพลังจิตในระดับหนึ่ง (ค่าสติปัญญา ≥ 5)
ทักษะเพลงดาบนี้เป็นทักษะขั้นสูงของเพลงดาบแร้งโลหิต เงื่อนไขล่วงหน้าในการเรียนรู้คือต้องมีความชำนาญในเพลงดาบแร้งโลหิตในระดับเชี่ยวชาญ
ขีดจำกัดความชำนาญในปัจจุบันของเพลงดาบนี้คือระดับ "ช่ำชอง"
หลังจากความชำนาญในเพลงดาบผู้พิทักษ์สุสานถึงระดับ "ช่ำชอง" และได้สร้าง "ตราสัญลักษณ์สุสาน" แล้ว จะสามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นอาชีพขั้นสูงของ "นักดาบแร้งโลหิต" ซึ่งก็คือ "ผู้พิทักษ์สุสาน" และปลดล็อกขีดจำกัดความชำนาญในเทคนิคขั้นใหม่ได้
“ได้การล่ะ!”
เมอร์ฟีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เขารู้ดีว่าผู้พิทักษ์สุสานคือ "อาชีพเฉพาะ" ของตระกูลแร้งโลหิต มีคุณสมบัติเด่นคือสามารถรับมือได้ทั้งการรุกและการรับ ทั้งยังได้รับพลังเสริมจากพลังจิตมืด ทำให้เป็นหน่วยรบที่รอบด้านและอเนกประสงค์อย่างยิ่ง
แน่นอนว่าคำว่ารอบด้านย่อมหมายถึงการที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้านแบบกลางๆ ทว่าในเมื่อเป็นอาชีพเฉพาะทางที่ผสมผสานทั้งกายภาพและเวทมนตร์เข้าด้วยกันแล้ว จะยังต้องการอะไรที่มากกว่านี้อีกเล่า?
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้พิทักษ์สุสานยังมีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษในด้านตำแหน่งอีกด้วย
พวกเขาคือชนชั้นชั้นยอดของตระกูลแร้งโลหิต ท่านเจดคนก่อนก็น่าจะเป็นผู้พิทักษ์สุสานที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่ง
ตระกูลแวมไพร์ตระกูลอื่นก็มีหน่วยรบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นของตัวเอง ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วครอบคลุมเส้นทางแห่งพลังทั้งหมดในทวีปนี้ แต่ทว่าระหว่างตระกูลต่างๆ กลับไม่มีการแลกเปลี่ยนใดๆ ต่อกันเลย
นี่คือความพิเศษในฐานะที่เป็นเผ่าพันธุ์ผู้ถูกสาปนิรันดร์
ทั้งที่หากรวมตัวกันได้ย่อมจะเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งมหาศาล แต่ทว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งพันปีที่ผ่านมา พวกเขากลับต่างคนต่างอยู่ และบางครั้งยังหาเรื่องปวดหัวหรือสร้างปัญหาให้แก่อีกฝ่าย จนทำให้ทั้งเผ่าพันธุ์ดูเหมือนพวกประสาทเสียที่ถูกบางสิ่งสกปรกสาปแช่งเข้าจริงๆ
“ท่านครับ! ข้าพบของที่ยอดเยี่ยมเข้าให้แล้ว!”
เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของแม็กซิมดังมาจากด้านหลังของเมอร์ฟี
เมื่อเขาตามไปถึง ก็พบว่าข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเขาได้ค้นพบช่องลับที่อยู่ด้านหลังตู้เก็บของที่ว่างเปล่า และได้ทลายกำแพงดึงเอาลังไม้ยาวสองใบที่เต็มไปด้วยฝุ่นออกมา
“นี่คือสิ่งที่ข้าเรียนมาจากพวกนักรบของท่านครับ ข้าสังเกตเห็นว่าพวกเขามักจะพบของแปลกๆ ในสถานที่ที่แปลกประหลาดอยู่เสมอ”
แม็กซิมยืนอยู่ด้านข้างพลางพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเกรงใจและกึ่งประหลาดใจว่า:
“สงสัยข้าจะอยู่กับพวกเขานานเกินไป จนติดนิสัยแปลกๆ แบบนี้มาด้วยเสียแล้ว”
“นี่เป็นเรื่องดีนะแม็ก การสำรวจหาของ คือทักษะที่จำเป็นในการก้าวสู่ความเป็นผู้แข็งแกร่ง”
เมอร์ฟีหัวเราะออกมา
เขาและแม็กซิมช่วยกันเปิดลังออก และพบว่าภายในบรรจุชุดอาวุธสั้นและยาวในสไตล์แวมไพร์ไว้ครบชุด มีจำนวนมากถึงสามสิบกว่าชิ้น
มีตั้งแต่ดาบและโล่ที่พบเห็นได้ทั่วไป ไปจนถึงกรงเล็บติดหมัด (กาต้า) และโซ่ลูกตุ้ม ที่หาดูได้ยากรวมอยู่ในนั้นด้วย
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นของที่ทำมาเป็นชุดเดียวกัน และจากแสงริบหรี่ที่แผ่ออกมาในความมืดรอบๆ ตัวพวกมัน ก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งเหล่านี้คืออาวุธพลังจิตที่หาได้ยากยิ่ง
แวมไพร์หนุ่มหยิบดาบยาวที่มีฝักขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วชักออก คมดาบที่สว่างจ้าทอแสงสีเขียวจางๆ ในความมืด หน้าต่างข้อมูลของมันก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเมอร์ฟี:
[ชื่อ]: ความทะเยอทะยานและความฝัน • ดาบของ "มิค" ผู้เฝ้าคลัง
[คุณภาพ]: งานฝีมือชั้นดี • [ทหารผ่านศึกชั้นยอด ]
[คุณสมบัติ]: คมกริบถึงขีดสุด • เสริมพลังแทง • เสริมสัมผัสพลังจิต • เคลือบยาพิษถาวร
[ผู้ผลิต]: ปรมาจารย์ช่างศาสตราแห่งแร้งโลหิต "เซกูร์"
[คำอธิบาย]: [มิค ผู้เฝ้าคลังเป็นแวมไพร์ชั้นผู้น้อยที่มีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานสูง แม้พรสวรรค์ของเขาจะดูธรรมดาๆ แต่เขาก็ยังคงปรารถนาที่จะสร้างชื่อเสียงและเกียรติยศในตระกูล ด้วยเหตุนี้เขาจึงอาศัยข้อได้เปรียบในอาชีพการงานของตน แอบซุกซ่อนชุดอาวุธพลังจิตที่เดิมทีควรจะจัดส่งให้กับเหล่าหัวหน้าองครักษ์ของตระกูลไว้เป็นของตัวเอง]
[มิคตั้งใจจะใช้สิ่งของสะสมเหล่านี้เพื่อสร้างโอกาสในการก้าวหน้าให้แก่ตัวเอง! เขาเตรียมการเพื่อการนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งเขาถูกส่งตัวออกไปลาดตระเวนที่ชายขอบภูเขาทมิฬ เขาพกพาเสบียงทุกอย่างที่สามารถเอาไปได้ติดตัวไป แต่ทว่าเพราะความตื่นเต้นจนเกินเหตุ เขากลับลืมชุดอาวุธที่เขาซ่อนไว้ไปเสียสนิท]
[อ้อ ใช่แล้ว เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งร้อยสิบปีก่อนน่ะ]
[คำแนะนำ!]
ป้าย [ชั้นยอด] คือป้ายสถานะไอเทมพิเศษ ซึ่งจะปรากฏเฉพาะในอาวุธและชุดเกราะที่มีประวัติความเป็นมาและมีคุณภาพเหนือกว่าไอเทมในระดับเดียวกันอย่างชัดเจน แต่ยังไม่ถึงขั้นของคุณภาพในระดับถัดไป
ไอเทมประเภทนี้มักจะมี "คุณค่าต่อการสะสม" เป็นพิเศษ
นอกจากนี้ยังมีป้ายพิเศษอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน เช่น [เงาสะท้อน/งานเลียนแบบขั้นสูง], [ของจริง/ชิ้นเดียวในโลก], [งานศิลปะ] และอื่นๆ อีกมากมาย
“เอ่อ... เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ ขอไว้อาลัยให้คุณมิคผู้มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ด้วยแล้วกันนะ”
เมอร์ฟีบ่นพึมพำในใจ
คุณภาพของสิ่งนี้ยังไม่สามารถเทียบได้กับ าบแห่งความปรารถนา ระดับงานฝีมือผู้บัญชาการที่ทรีซเคยมอบให้เขา ดังนั้นเขาจึงส่ายหัวแล้วโยนดาบเคลือบยาพิษในมือไปให้แม็กซิม จากนั้นก็หยิบหน้าไม้ล่าสัตว์เคลือบยาพิษสีแดงฉานจากลังอาวุธขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวของตัวเอง แล้วลุกขึ้นยืนพลางกล่าวว่า:
“ของพวกนี้ตกเป็นของเจ้า ข้าไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้มัน”
“เอาไปแบ่งให้อเดลสองสามชิ้น ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้เป็นของสะสมส่วนตัวของเจ้าเองเถอะ นอกจากนี้ ข้าจะสอนเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกนักรบของข้าให้เจ้าด้วย”
“ท่านว่ามาได้เลยครับ ข้าจดจำไว้หมดแล้ว”
แม็กซิมบรรจุลังอาวุธทั้งสองใบลงในกระเป๋าพลังจิตด้วยความยินดี การได้ครอบครองอาวุธชั้นยอดมักเป็นธรรมชาติของเหล่านักรบเสมอ เขาตั้งใจฟังคำแนะนำของเมอร์ฟีอย่างจดจ่อในขณะที่เดินออกจากคลังใต้ดินไปด้วยกัน
เมอร์ฟีเริ่มชี้นำเขาด้วยความใจเย็น:
“หลังจากที่เจ้าได้กลายเป็นแวมไพร์แล้ว เจ้าก็ควรจะมีข้ารับใช้เป็นของตัวเองใช่ไหมล่ะ?
ดังนั้นทำไมเจ้าไม่เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยล่ะ โดยการคัดเลือกคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดจากพวกนักรบของข้า จากนั้นก็หมั่นทดสอบความก้าวหน้าในด้านพละกำลังและเทคนิคของพวกเขาอยู่เสมอ”
“อืม... อาจจะสามวันครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้งก็ได้ รอให้พวกเขาเป็นฝ่ายขอประลองฝีมือ กับเจ้าด้วยตัวเอง หากความก้าวหน้าของพวกเขาถึงระดับที่เจ้าพึงพอใจและให้การยอมรับแล้ว
เจ้าก็จงมอบอาวุธชั้นดีเหล่านี้ให้พวกเขาไป เพื่อเป็นรางวัลและเป็นหลักฐานสำหรับสัญญาการเป็นข้ารับใช้ในอนาคต”
“ด้วยวิธีนี้ เจ้าก็จะได้รับข้ารับใช้ที่มีศักยภาพ ส่วนข้าเองก็จะได้เห็นเหล่านักรบของข้าก้าวหน้าได้รวดเร็วขึ้น”
“แต่มีข้อแม้หนึ่งข้อ!”
“แม็ก เจ้าห้ามออมมือให้พวกเขาเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“ในเมื่อเป็นการทดสอบ เจ้าก็ต้องทุ่มเทสุดกำลัง เจ้ารู้อยู่แล้วว่าพวกเขาไม่มีวันตายอย่างแท้จริง ดังนั้นจงลงมือให้เต็มที่เถอะ
หากพวกเขารู้ถึงความเสี่ยงดีอยู่แล้วแต่ยังยินดีที่จะรับคำท้า ต่อให้พลาดพลั้งจนถึงแก่ความตาย นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขาเองที่ยังอ่อนแอเกินไป”
“เชื่อข้าเถอะ นักรบของข้าชอบความรู้สึกในการได้ท้าทายศัตรูที่แข็งแกร่ง”
“ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งชอบเจ้ามากขึ้นเท่านั้น!”
“อ้อ เอาตำรา 《วิชาดาบลับตระกูลเอลฟ์เงา》 เล่มนี้ไปอ่านดูด้วย”
“ข้าเพิ่งจะคัดลอกมันเสร็จเมื่อคืนนี้เอง เพื่อเป็นการทบทวนความจำของเจ้าไปในตัว ช่วยคัดลอกมันให้ข้าอีกสักสามสิบชุดแล้วกันนะ”
“หากนักรบคนไหนสามารถเอาชนะเจ้าติดต่อกันได้สามครั้ง เจ้าก็ลองพิจารณาสอนวิชาดาบต่างแดนอันเป็นเอกลักษณ์นี้ให้เขาไปดู แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลักด้วย”
“สวมชุดเกราะที่ดีที่สุดเอาไว้!”
“เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีหรือใกล้จะพ่ายแพ้ ให้รู้จักหยุดทันที ข้าไม่อยากเสียผู้ช่วยและเพื่อนที่ดีที่สุดไปเพราะเหตุผลที่มันฟังดูไร้สาระหรอกนะ และก็อย่าได้ดูเบาพวกนักรบของข้าเป็นอันขาด พวกเขามักจะสรรหาเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ นานามาเพื่อช่วงชิงชัยชนะจากเจ้าให้ได้เสมอแหละ”
“ฟังดูแล้วเป็นวิธีการคัดเลือกที่เข้มงวดจริงๆ ครับท่าน”
แม็กซิมพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เขาเอามือลูบคลำดาบยาวที่ชื่อ "ความทะเยอทะยานและความฝัน" ตรงข้างเอวพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นว่า:
“หากนี่คือความประสงค์ของท่าน ข้าก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะทำหน้าที่เป็นคู่ประลองให้แก่เหล่านักรบของท่าน!”
เมอร์ฟีที่เดินนำหน้าอยู่ในความมืดเผยยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
‘เฮ้! ระบบการเล่นที่มีเอกลักษณ์ใหม่โผล่ออกมาอีกอย่างแล้วสินะ อยากได้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดที่สามารถหาได้ในขั้นตอนนี้งั้นหรือ?
เหล่านักรบเอ๋ย ถ้าอย่างนั้นก็จงมาท้าทาย "ผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่ง" ภายใต้สังกัดของข้าให้ชนะดูสิ!’
‘ต่อให้ตอนนี้จะยังเอาชนะไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก ในอนาคตจะมีระบบการเล่นในทำนองนี้เพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ ข้ามั่นใจว่าต้องมีสักอย่างที่จะทำให้พวกเจ้าพึงพอใจได้อย่างแน่นอน’