- หน้าแรก
- ผู้เล่นของข้างดุร้ายมาก
- บทที่ 25: ถ้ากรอบโปรไฟล์ไม่เท่ แม้แต่เสียงผายลมก็ไม่มีใครฟัง
บทที่ 25: ถ้ากรอบโปรไฟล์ไม่เท่ แม้แต่เสียงผายลมก็ไม่มีใครฟัง
บทที่ 25: ถ้ากรอบโปรไฟล์ไม่เท่ แม้แต่เสียงผายลมก็ไม่มีใครฟัง
บทที่ 25: ถ้ากรอบโปรไฟล์ไม่เท่ แม้แต่เสียงผายลมก็ไม่มีใครฟัง
เช่นเดียวกับการที่โจแปนต้องการมอบความดับสูญให้เมอร์ฟีด้วยการสูบเลือดให้แห้งและตัดขาดพลัง แม้แต่ยอดฝีมือจากตระกูลวูล์ฟเบนตนนี้จะถูกระเบิดนับสิบลูกถล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า และถูกลูกดอกนักล่าแม่มดระดมยิงจนร่างเละเทะ
ทว่าเขาก็ยังไม่สิ้นชีพภายใต้เงามืดร่างกายของเขาถูกเผาจนดำเป็นตอตะโก ทว่าภายใต้ผิวหนังที่ไหม้เกรียมนั้นกลับมีรอยแตกสีแดงฉานพาดผ่าน พร้อมกับเสียงครางแผ่วเบาและคำสาปแช่งอันดุร้ายของโจแปนที่ดังขึ้นจนชวนให้ขนหัวลุก
วิธีการปราบมารทางกายภาพนั้นได้ผลยากยิ่งสำหรับแวมไพร์
อย่างน้อยที่สุดส่วนใหญ่ก็ทำได้เพียงให้พวกมันรู้สึกเจ็บปวด หากปริมาณของพลังทำลายไม่ถึงขั้นป่นกระดูกให้เป็นผงธุลี ก็จำเป็นต้องใช้ "ฝีมือดั้งเดิม" มาจัดการปัญหา
"มอบความตายให้เขาสิ! เร็วเข้า!"
เลดี้อเดลที่ถูกโจแปนสูบเลือดไปเกือบหนึ่งในสี่ของร่างกำลังโอนเอนจวนจะล้ม แม้เมอร์ฟีจะพยุงเธอไว้ใต้ต้นไม้ แต่มือของเธอก็ยังคว้าข้อมือเขาไว้เพื่อเตือนสติ:
"ฆ่าเขาซะ!
แล้วไปช่วยคุณหนู!
ข้ารู้ว่าเจ้าทำอะไรลงไป แต่ตอนนี้นางต้องการความช่วยเหลือนะ เมอร์ฟี!
เจ้าจะเกลียดแร้งโลหิตก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่คุณหนูคือคนเดียวในกลุ่มที่หวังดีกับเจ้า!
เจ้าต้องช่วยนาง!"
"ข้าจะทำ พักผ่อนเถอะ"
เมอร์ฟีตอบกลับอย่างขอไปที จากนั้นจึงเรียกมิเรียมมาช่วยห้ามเลือดและรักษาแผลที่ลำคอของอเดลเธอถูกแวมไพร์กัด และไม่ใช่ในรูปแบบ "โอบกอดแรก" ที่แสนอ่อนโยนเสียด้วยนั่นหมายความว่าหลังจากนี้เธอต้องทรมานอีกนานทีเดียว
"ข้าขอโทษสำหรับถ้อยคำและพฤติกรรมที่หยาบคายก่อนหน้านี้นะครับคุณหนู"
เมอร์ฟีชักดาบไม้เท้าของวูล์ฟเบนที่ปักอยู่ที่อกออกมา แล้วโยนมันเข้ากระเป๋าพลังจิต พลางเอ่ยเสียงเบากับอเดลที่จ้องเขาเขม็ง:
"ข้าจะพยายามช่วยให้เจ้าฟื้นตัวอย่างเต็มที่"
"ข้าตายได้ แต่คุณหนูต้องรอด!
เมอร์ฟี... ข้าช่วยเจ้าแล้ว เจ้าต้องไปช่วยนาง! ชีวิตแลกชีวิต เร็วเข้า!"
อเดลแทบจะอ้อนวอน แต่เธอก็ใกล้จะหมดสติเต็มทน
เมอร์ฟีพยักหน้าให้เธอ แล้วส่งสายตาให้แม็กซิม ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ก้าวเข้ามาแล้วใช้สันมือฟาดเข้าที่ท้ายทอยของแม่บ้านสาวจนสลบไป เพื่อให้มิเรียมห้ามเลือดได้สะดวกขึ้น
"ดูแลนางให้ดี"
เมอร์ฟีบอกผู้ช่วยทั้งสอง ก่อนจะใช้ดาบแห่งความปรารถนายันกาย เดินกะเผลกกลับไปข้างหลัง
เหล่านักรบต่างมิติพากันรุมล้อมจ้องมองดูแวมไพร์ที่ถูกทำลายหนักแต่กำลังฟื้นตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ ต้องยอมรับว่าขั้นตอนนี้มันเต็มไปด้วยความสยดสยองและน่าสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะยามที่เนื้อเยื่อสดใหม่งอกออกมาจากใต้ผิวหนังที่ไหม้เกรียม
"ข้าว่าคืนนี้ข้าต้องฝันร้ายแน่ ๆ"
อาฉากุมตาพูดขึ้นมา ส่วนพี่ไคว่เล่อที่อยู่ข้าง ๆ ก็ทำท่าพะอืดพะอม:
"เดือนนี้ข้าคงกินสเต็กไม่ลงแล้วว่ะ"
"โธ่! พี่ไคว่เล่อ บ้านพี่รวยขนาดไหนเนี่ย นึกจะกินสเต็กก็กินได้เลยเหรอ?"
พวกเขเริ่มพล่ามไร้สาระตามนิสัย โดยมองภาพตรงหน้าเหมือนหนังสยองขวัญเรื่องสั้น ทว่าเมื่อเห็นเมอร์ฟีเดินเข้ามา เหล่านักรบต่างมิติก็ยังมีมารยาทพอที่จะหลีกทางให้เขา
"การจะสังหารแวมไพร์ให้ตายสนิทนั้นยากยิ่ง พวกเรามีคุณลักษณะความมืดแห่งชีวิต 'นิรันดร์' ติดตัวมาแต่กำเนิด และพวกเจ้าจะได้เห็นเหตุการณ์ที่ปกติจะมีอยู่เพียงในตำนานกับตาตัวเอง"
เมอร์ฟีเอ่ยเสียงต่ำกับเหล่านักรบของเขา:
"ข้ากำลังจะประหารเขา มอบความเงียบชั่วนิรันดร์ ขอให้มารดาแห่งรัตติกาลทรงเมตตาต่อดวงวิญญาอันโหดเหี้ยมที่ไร้ที่ไปของเขาด้วยเถิด"
"มารดาแห่งรัตติกาล?
นั่นคือเทพเจ้าของพวกท่านเหรอครับ?"
เป้าหลงเชอเชอ (รถถังไดโนเสาร์) ที่สนใจเรื่องลี้ลับถามขึ้นเบา ๆ เมอร์ฟีที่กำลังคุกเข่าลงข้างซากศพไหม้เกรียมของโจแปนส่ายหัวแล้วตอบว่า:
"ไม่หรอก นักรบของข้า แวมไพร์คือ 'ทายาทบาปชั่วนิรันดร์' ไม่มีเทพเจ้าองค์ใดจะปรายตามองมาที่พวกเรา ไม่ว่าพระองค์จะทรงเมตตาหรือเย็นชาเพียงใด
มีเพียงความมืดเท่านั้นที่จะโอบกอดพวกเรา มอบที่พักพิงสุดท้ายให้แก่เรา ดังนั้นพวกเราจึงยกย่องราตรีให้เป็นมารดา
พวกเราไม่เคยบังอาจหวังว่าจะได้มีเทพเจ้าเป็นของตัวเอง"
เมอร์ฟียื่นมือออกไป ตามขั้นตอนที่ทรีซเคยบอกเขาตอนเมาหยำเป เขาห่อหุ้มปลายนิ้วด้วยพลังจิตมืดแล้วฉีกกระชากซากไหม้เกรียมของโจแปนออก คว้าหมับเข้าที่หัวใจของเผ่าพันธุ์โลหิตที่เพิ่งฟื้นฟูและยังเต้นแผ่ว ๆ อยู่ จากนั้นจึงออกแรงดึงมันออกมาอย่างแรง
ภาพนี้ไม่ได้ดูบ้าคลั่งนัก
อย่างน้อยสำหรับผู้เล่นที่ยืนดูอยู่ แรงปะทะทางใจของฉากนี้ยังเทียบไม่ได้กับความสยองตอนโจแปนงอกเนื้อใหม่ อาจเป็นเพราะเมอร์ฟีลงมือได้เด็ดขาดและรวดเร็วพอ เพราะเขาไม่คิดจะมอบความทรมานให้โจแปนมากเกินไปนัก
เมื่อหัวใจหลุดจากร่าง พลังการสมานแผลของโจแปนก็หยุดลงทันที
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่สิ้นหวังราวกับหมาป่าหอน เลือดที่เป็นของเขาก็ถูกดึงออกมาจากร่างกายราวกับวงรัศมีสีแดงที่พันรอบหัวใจแวมไพร์ในมือเมอร์ฟีพลังของแวมไพร์มาจากโลหิต
เมื่อเลือดที่เป็นสัญลักษณ์ของพลังถูกสูบจนแห้งเหือด นั่นคือเวลาที่แวมไพร์จะตายไปตลอดกาล ทว่ากระบวนการนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงความดับสูญที่มาเยือน แต่มันคือรางวัลจากราตรีที่มอบให้แก่ผู้ชนะ
ในสายตาของเมอร์ฟี ยามที่เลือดของโจแปนถูกรวบรวมเข้ามา หัวใจเนื้อที่ยังเต้นอยู่ก็ค่อย ๆ แปรสภาพเป็นหินสีเลือดที่เย็นเฉียบและแข็งกระด้างอย่างรวดเร็วซากไหม้เกรียมแทบเท้าเขาก็เปลี่ยนสภาพไปในทางเดียวกัน
เมื่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกบีบออกจากปอดของโจแปน เขาก็ได้ปิดฉากการหายใจครั้งสุดท้ายบนโลกใบนี้ เขากลายเป็นรูปปั้นหินที่ไร้สีสัน ทว่าพื้นผิวภายนอกยังคงร่องรอยความสิ้นหวังก่อนตายไว้อย่างชัดเจน
เมอร์ฟีมองดู "หัวใจแวมไพร์กลายเป็นหิน" สีแดงก่ำในมือ พลังแก่นแท้ของโจแปนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เขาจะมอบหินก้อนนี้ให้ทายาทของตน หรือเอาไปแลกเปลี่ยนกับแวมไพร์ตนอื่นก็ได้หรือจะเก็บไว้สะสมก็ยังได้ เพราะของชิ้นนี้ค่อนข้างหายากและงดงามทีเดียวแน่นอนว่าเขาสามารถดูดซับพลังนี้ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด ในนามของผู้ชนะ
"ในนามของผู้ชนะ!"
เมอร์ฟีไม่ลังเล
ภายใต้การจ้องมองของเหล่านักรบต่างมิติ เขาชูศิลาสีแดงก่ำขึ้นราวกับจะชูแก้วเฉลิมฉลอง ก่อนจะออกแรงบีบจนมันแตกละเอียด ร่างหินของโจแปงก็พังทลายกลายเป็นผุยผงหินปลิวว่อนไปในอากาศพร้อมกัน
นี่คือความตายของแวมไพร์การจากไปอย่างถาวรและเด็ดขาด ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ ไว้บนโลกอีก
ละอองแสงสีแดงก่ำกลุ่มนั้นถูกเมอร์ฟีสูดเข้าไปทางจมูกและปาก เมื่อเขาหลับตาลง แสงสีแดงกลุ่มหนึ่งก็เริ่มไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดภายใต้ผิวหนังสีขาวซีดของเขา
เขาต้องการพลังนี้อย่างเร่งด่วน เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น!
ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเองเท่านั้น
แต่ยังมี "แวมไพร์ขี้เมา" ที่สูญเสียพลังและถูกพวกพ้องรังแกกำลังรอให้เขาไปปกป้อง และยังมีกลุ่มนักรบต่างมิติที่น่ารัก จงรักภักดี และใช้งานง่ายกลุ่มนี้รอให้เขานำทาง
รวมถึงโลกต่างมิติที่ป่าเถื่อนทว่าลึกลับทั้งใบที่รอให้เขาไปพบเห็น ไปค้นพบ และไปสยบมัน!
การ์ดตัวละครเด้งการแจ้งเตือน:
【แก่นแท้แห่งโลหิต·ผสานวูล์ฟเบน : แก่นแท้นี้มาจาก โจแปง มาคิช กังเกรล จะทำการสุ่มดึงความสามารถจากลักษณะพลังของฝ่ายตรงข้ามมามอบให้แก่ผู้ใช้
【เนื่องจากความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามสูงกว่าผู้ใช้มาก จำนวนลักษณะพลังที่ถูกดึงจะเพิ่มขึ้น ทว่าลักษณะพลังใหม่จะถูกลดระดับเหลือเพียงระดับเริ่มต้น】
【กำลังดึงพลัง...】
【1. เพิ่มค่าสถานะทั้งหมด!
เทมเพลตตัวละครเปลี่ยนจาก "ทั่วไป" เป็น "หายาก" ค่าสถานะเริ่มต้นของเผ่าพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็น 150%
เทมเพลตนี้สามารถคัดลอกสืบทอดได้ (จำกัดเฉพาะทายาทสายเลือด)
ตรวจสอบย้อนกลับเทมเพลตตัวละครพบว่าเป็น
【เผ่าพันธุ์แวมไพร์ สาขาตระกูลแร้งโลหิต】
【พรสวรรค์เฉพาะตระกูลคือ: การควบคุมการบิน ซึ่งจะเปิดใช้งานหลังจากผ่านบททดสอบพลัง·กายาเหล็กดำ และมีลักษณะทางชีวภาพ "ปีกโลหิต" แล้ว】
【ได้รับเทมเพลตหายาก!】
【รางวัล: พรสวรรค์เฉพาะตระกูลถูกเปลี่ยนเป็น 【เจ้าเวหา】 ทำให้ปีกโลหิตของท่านมีขนาดใหญ่ขึ้น หนาขึ้น และคล่องตัวขึ้น สามารถใช้ป้องกันได้อย่างสมบูรณ์พร้อมกับเพิ่มความเร็วในการบินอย่างมหาศาล (ความเร็วสูงสุดเมื่อบินยามเที่ยงคืนเพิ่มขึ้นถึงระดับความเร็วเสียง)】
คำอธิบายศัพท์การเปลี่ยนเทมเพลตชีวภาพ:
【เทมเพลตทั่วไป】: ค่าสถานะเริ่มต้นของบุคคลเท่ากับหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเผ่าพันธุ์ ไม่มีการเสริมพลังพิเศษ
【เทมเพลตหายาก】: ค่าสถานะเริ่มต้นของบุคคลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเผ่าพันธุ์ 150% ขึ้นไป รางวัล: เสริมพลังพรสวรรค์เฉพาะเผ่าพันธุ์
【เทมเพลตระดับชั้นยอด 】: ค่าสถานะเริ่มต้นของบุคคลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเผ่าพันธุ์ 200% ขึ้นไป และต้องมีแต้มความสำเร็จ 【นักรบ】 รางวัล: เสริมพลังทักษะอาชีพ
【เทมเพลตระดับผู้นำ】: เทมเพลตนี้ไม่จำกัดค่าสถานะ แต่ต้องมีแต้มความสำเร็จ 【รวมใจเป็นหนึ่ง + ชื่อเสียงขจรไกล + เจ้าที่ดินผู้มีอำนาจจริง】 เทมเพลตนี้เป็น 【หนึ่งเดียวในฝ่าย】 รางวัล: เสริมพลังทักษะประเภทออร่าผู้นำ
【เทมเพลตระดับประมุข】: ต้องมีเทมเพลต 【ผู้นำ】 และมีแต้มความสำเร็จ 【พลิกวิกฤตเป็นโอกาส + ชื่อเสียงสะเทือนโลก + ยุทธศาสตร์สิบทิศ】 เทมเพลตนี้เป็น 【หนึ่งเดียวในเผ่าพันธุ์】 รางวัล: เสริมพลังทักษะประเภทบัญญัติเผ่าพันธุ์
เทมเพลตพิเศษ จะไม่มีการอธิบาย เนื่องจากระบบแต้มความสำเร็จยังไม่เปิดใช้งาน เทมเพลตระดับ 【ชั้นยอด】 ขึ้นไปจึงยังไม่สามารถรับได้ในขณะนี้
2. ทักษะที่ถูกดึงออกมาคือ:
ศาสตร์อัญเชิญ I·หมาป่าดารา 【พรสวรรค์เฉพาะเผ่าพันธุ์ของตระกูลวูล์ฟเบน】 ระดับความชำนาญในปัจจุบันคือ "เริ่มต้น"
เนื่องจากผู้ใช้มีพรสวรรค์ · การอัญเชิญสิ่งมีชีวิตต่างมิติ ผลของศาสตร์อัญเชิญนี้จึงถูกยกระดับเป็น: ศาสตร์อัญเชิญ II·หมาป่าดารายักษ์ 【0/1】 ระดับความชำนาญในปัจจุบันคือ "เริ่มต้น"
【สิ้นสุดการดึงพลัง!】
【แจ้งเตือน!】
【เนื่องจากผู้ใช้ยังไม่ผ่านบททดสอบพลัง·เหล็กดำ แก่นแท้แห่งโลหิตที่เหลือจึงไม่สามารถดูดซับต่อได้ ต้องการ/ไม่ต้องการ ให้ควบแน่นใหม่?】
【แจ้งเตือน!】
【แก่นแท้แห่งโลหิตหนึ่งชิ้น อนุญาตให้ผู้ใช้คนเดิมใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น】
【แจ้งเตือน!】
【การใช้แก่นแท้แห่งโลหิตบ่อยครั้งในระยะเวลาสั้น ๆ อาจนำไปสู่ภาวะสายเลือดแปรปรวน, สติวิปลาส, ความจำสับสน และผลกระทบด้านลบอื่น ๆ ผลกระทบเหล่านี้หากได้รับแล้วจะไม่สามารถล้างออกได้】
"นี่มันชวนให้เศร้าใจจริง ๆ สรุปคือยังอ่อนแอเกินไปสินะ?
แม้แต่ค่าประสบการณ์ที่ดรอปจากศัตรูก็ยังดูดซับต่อไม่ได้! แล้วไอ้พรสวรรค์ตระกูลแร้งโลหิตนี่เพิ่งจะมาเปิดใช้งานเอาป่านนี้เนี่ยนะ เอาจริงดิ?
แสดงว่าข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริงสิ!
เพราะทรีซกากเกินไป ก็เลยทำให้แวมไพร์ทุกคนที่นางเปลี่ยนสายเลือดให้พลอยกากตามไปด้วย กากถึงขั้นที่พรสวรรค์ตระกูลยังเปิดใช้งานเองไม่ได้เลยเนี่ยนะ!
ทั้งที่เป็นแวมไพร์จากตระกูลผู้ดีมีชื่อเสียงแท้ ๆ แต่กลับต้องแบกเทมเพลตทั่วไปที่เก่งกว่าคนธรรมดานิดเดียวประทังชีวิตมาจนถึงตอนนี้กว่าจะถูไถอัปเกรดได้ ข้านี่มันลำบากจริง ๆ..."
เมอร์ฟีสัมผัสถึงพละกำลังที่พุ่งสูงขึ้น 50% ในทุกด้าน พลันรู้สึกรันทดใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
ทรีซทำเอาเขาซวยไปด้วยจริง ๆ แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็กลายเป็นระดับ "หายาก" แล้วแม้แต่ขอบของการ์ดตัวละครกึ่งโปร่งใสของเขายังมีกรอบสีเงินพันรอบ บ่งบอกว่าเมอร์ฟีได้หลุดพ้นจากชนชั้น "มอนสเตอร์ทั่วไป" กลายเป็น "มอนสเตอร์หายาก" ผู้สูงส่งและโดดเด่นเสียที
ตามคำอธิบายเทมเพลตชีวภาพ ขั้นตอนต่อไปของการอัปเกรดคงจะเป็น "สิ่งมีชีวิตระดับชั้นยอด" สินะ?
เย้! กรอบโปรไฟล์มังกรทองสุดเท่กำลังรอข้าอยู่!
วันดี ๆ มันอยู่ข้างหน้านี้เอง
ทว่าในวินาทีถัดมาเขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ถ้าเขาเป็นมอนสเตอร์หายากแบบนี้ เวลาเดินตามถนนเขาจะถูกเหล่านักรบต่างมิติแอบเอาไม้ฟาดหัวเพื่อชิง "ของดรอปเฉพาะตัว" ไหมนะ?
จะว่าไป ชุดเกราะผู้อาวุโสบนร่างเขานี่ทั้งแพงทั้งหายากเลยนะ…
แต่พอนึกย้อนกลับไป ในสายตาคนพวกนี้มันคือเกมนี่นา ตราบใดที่เขาวางตัวให้ดี ไม่ทำตัวรนหาที่ตาย ไม่โชว์แถบเลือด (HP) ต่อให้ผู้เล่นจะน้ำลายสอแค่ไหน ก็คงยากที่จะหาทางชิงของดรอปจากเขาได้ละมั้ง?
เมอร์ฟีฉีกยิ้มพลางปัดความคิดไร้สาระทิ้งไป เขาควบแน่นแก่นแท้แห่งโลหิตที่เหลือในมือให้กลายเป็นผลึกเลือดใสกระจ่างหนึ่งก้อน
ไอ้เจ้านี่แวมไพร์ตนอื่นยังสามารถดูดซับได้อีกครั้ง เมอร์ฟีสามารถเอามันไปแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับแวมไพร์ตนอื่นได้อย่างสนุกสนาน ทว่าในวินาทีต่อมา เขากลับโยนแก่นแท้แห่งโลหิตอันล้ำค่านี้ให้แม็กซิมที่อยู่ข้างหลังอย่างง่ายดาย
ทาสเลือดผิวเผือกถึงกับอึ้งไปเลย
เขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงของแก่นแท้แห่งโลหิตนี้ แต่เพิ่งจะได้เห็นของจริงเป็นครั้งแรก
"ความจงรักภักดีอันรุ่มร้อนสมควรได้รับรางวัล เพื่อเป็นการขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนกับการทรยศที่ขี้ขลาด"
เมอร์ฟีที่ฟื้นฟูสภาพร่างกายจนสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วขยับข้อศอกไปมา พลางบอกแม็กซิมว่า:
"รอหลังจากข้าทำพิธีจูบแรกให้เจ้าเสร็จ เจ้าค่อยดูดซับมันเสีย เช่นนี้เจ้าจะได้ไม่ต้องเดินตามรอยความล้มเหลวของข้า มันจะช่วยให้เจ้าเก่งกาจกว่าแวมไพร์หน้าใหม่ตนอื่น ๆ ตั้งแต่เริ่มต้น"
"ท่านครับ! ของสิ่งนี้มันล้ำค่าเกินไป ข้า..."
แม็กซิมพยายามจะปฏิเสธ
ทว่าเมอร์ฟีไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดต่อ เขาโบกมือห้ามคำพูดของข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ แล้วหันหลังหรี่ตามองไปทางป่าค้าของเถื่อนตอนนี้เขาสามารถหนีไปได้ทันที
แต่หลังจากนิ่งคิด เขาก็หันกลับมามองเหล่านักรบต่างมิติที่รักของเขา แล้วเอ่ยถามอย่างจริงจังว่า:
"เอาละ เหล่านักรบของข้า พวกเจ้าว่าอย่างไร... พวกเราควรจะไปช่วยคุณหนูคนนั้นดีหรือไม่?"
"เชี่ย! เนื้อเรื่องทางแยกมาแล้ว!"
เหล่านักรบต่างมิติเข้าใจทันที
พวกเขาตระหนักได้ว่าเพราะความพยายามในการผลักดันภารกิจของตนเอง ตอนนี้เนื้อเรื่องได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือนการเลือกอย่างอิสระ ที่ NPC หลักจะตัดสินใจแตกต่างกันไปตามคำตอบของพวกเขา
ในสถานการณ์ตอนนี้ หากพวกเขาเลือกที่จะไม่ช่วย คุณหนูฟีมิส ผู้น่ารักคนนั้นคงมีโอกาสสูงที่จะสิ้นชื่อที่นี่
"รบกวนขอเวลาพวกเราปรึกษากันสักครู่ครับ ท่านเมอร์ฟี"
อู๋เมียวหวังเอ่ยขึ้น เมอร์ฟีจึงพยักหน้า:
"แน่นอน เกียรติยศนี้เป็นของพวกเจ้า เหล่านักรบของข้า หากไม่มีพวกเจ้าก็คงไม่มีชัยชนะในวันนี้ พวกเจ้าย่อมมีสิทธิ์ที่จะตัดสินผลลัพธ์ของมันแต่เวลาเหลือน้อยแล้ว โปรดตัดสินใจโดยเร็ว"
เหล่านักรบต่างมิติเดินแยกไปถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ส่วนเมอร์ฟีมองตามด้วยสายตาแปลก ๆ เอาเถอะ…เจ้าพวกนี้อินกับบทบาทจริง ๆ แฮะ การหยอกเล่นกับพวกเขา มอบอำนาจในการตัดสินใจให้เล็กน้อย อาจจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเล่นเกมให้ยอดเยี่ยมขึ้น ส่วนเรื่องคุณหนูจะรอดหรือจะตาย... พูดตามตรง เมอร์ฟีไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก
ให้ตายเถอะ!
พ่อนางเป็นถึงเจ้าตระกูลเชียวนะ
คุณหนูที่กินหรูอยู่สบายขนาดนั้น ต้องให้สมาชิกชายขอบอย่างเมอร์ฟีมานั่งเป็นห่วงเนี่ยนะ?
มันไม่ต่างอะไรกับพวกรากหญ้าไปนั่งเห็นอกเห็นใจนายทุนเลยสักนิด น่าขำสิ้นดี อีกอย่างตอนที่คุณหนูโยนเขาและเหล่าผู้เล่นเข้าสู่สนามรบในฐานะเบี้ย ก็ไม่เห็นจะมีใครมานั่งสงสารพวกเขาสักนิด
ทว่าเหล่านักรบต่างมิติที่น่ารักของเขาคงมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมดูพละกำลังฝั่งตัวเองไปเสียสนิท ถ้านับจริง ๆ ตอนนี้ก็มีแค่เมอร์ฟีที่เพิ่งอัปเกรดเทมเพลตเท่านั้นที่พอจะรบได้แบบถูไถ ถ้าขืนพุ่งเข้าไปตอนนี้ คงได้แค่ไปยืนดูคัตซีนสวย ๆ แล้วเก็บศพคุณหนูให้ดูสง่างามเท่านั้นเอง…
"ท่านเมอร์ฟีครับ! พวกเราตัดสินใจได้แล้ว"
เบื้องหลังเขา อู๋เมียวหวังในฐานะตัวแทนผู้เล่นก้าวออกมา พร้อมกับทำความเคารพแบบแร้งโลหิตที่เริ่มดูเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาโค้งตัวให้เมอร์ฟีเล็กน้อยแล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า:
"พวกเราไม่ควรทอดทิ้งคุณหนูครับ อย่างไรเสียเขาก็เคยช่วยพวกเราไว้ ดังนั้นพวกเราตัดสินใจว่า... พวกเราจะไปช่วยนางครับ!"
พูดซะสวยหรูเชียวนะ
แต่ความจริงแล้วความคิดของผู้เล่นนั้นเข้าใจง่ายมาก และไม่เกินความคาดหมายของเมอร์ฟีเลย
พวกมันแค่ไม่อยากพลาด "เควสต์ย่อย" ที่น่าทำสักอันเท่านั้นเอง!
ยิ่งไปกว่านั้น นี่มันคือคุณหนูแวมไพร์สามไม่มีผู้น่ารักเชียวนะ องค์ประกอบแบบตัวละครอนิเมะมาเต็มพิกัดขนาดนี้…
ข้าคนนี้ มันรู้ใจผู้เล่นจริง ๆ พับผ่าสิ!