- หน้าแรก
- ผู้เล่นของข้างดุร้ายมาก
- บทที่ 11: เจ้าที่เล่นแนว FPS จะมาสู้กับข้าที่เล่นแนว RTS ได้ยังไงกัน?
บทที่ 11: เจ้าที่เล่นแนว FPS จะมาสู้กับข้าที่เล่นแนว RTS ได้ยังไงกัน?
บทที่ 11: เจ้าที่เล่นแนว FPS จะมาสู้กับข้าที่เล่นแนว RTS ได้ยังไงกัน?
บทที่ 11: เจ้าที่เล่นแนว FPS จะมาสู้กับข้าที่เล่นแนว RTS ได้ยังไงกัน?
ฝั่งของเมอร์ฟีคือช่วงเวลาโพล้เพล้ แต่โลกแห่งความจริงที่ผู้เล่นอยู่น่าจะเป็นช่วงเช้ามืด และประจวบเหมาะที่เป็นวันหยุดพักผ่อน สภาพการณ์จึงดีกว่าช่วงเวลาทำงานเฮงซวยเมื่อวานอย่างเทียบไม่ได้
ดังนั้น เมื่อท่านผู้ดูแลระบบออกคำสั่ง กลุ่มสนทนาก็ครึกครื้นขึ้นมาทันที
เหล่าผู้เล่นพากันรัวเลข "1" เพื่อแสดงความพร้อม แม้แต่พวกสายซุ่มที่ไม่เคยปริปากพูดก็กระโดดออกมาแจมด้วย
ไต้โถวต้าเกอ (ลูกพี่ใหญ่): 【ล็อกอินๆ! ลุยเลยๆ! อา... เลือดในกายของลูกพี่มันเดือดพล่านไปหมดแล้ว คราวนี้ต้องจัดหนักให้ได้!】
อู๋เมียวหวัง (ราชาเมี้ยว): 【@สมาชิกทุกคน อย่ารน! ทุกคนล็อกอินแล้วห้ามรนเด็ดขาด ทำตามแผนที่เราวางไว้ ต้องเยือกเย็นเข้าไว้ เราจะโชว์ฟอร์มของผู้เล่นช่วง Close Beta ให้ทีมพัฒนาที่ดูถูกคนได้เห็นเป็นขวัญตา】
เป้าหลงเชอเชอ (รถถังไดโนเสาร์): 【ฮือๆ o(╥﹏╥)o รถถังยังต้องรออีก 2 วันถึงจะเกิดใหม่ได้ ครั้งนี้ทำได้แค่ส่งแรงใจช่วยนะ แต่ถ้าใครกากจนตายล่ะก็ ทางเรามีที่นั่ง VIP สำหรับรับชมการถ่ายทอดสดเตรียมไว้ให้นะจ๊ะ】
อาฉา: 【ถุย! ไอ้ลูกทรพี พูดจาให้มันเป็นมงคลหน่อย! ถ้าพ่อตายในเกม พ่อจะไปเช็คบิลแกในโลกจริง... อ๊ะ ล็อกอินได้แล้ว! เร็ว! ชาร์จ!!!】
ในตอนนั้นเอง เมอร์ฟีได้เปิดใช้งานทักษะอัญเชิญสิ่งมีชีวิตต่างโลก พลังจิตมืดในร่างกายถูกรีดเค้นออกมาเหมือนเดิม ละอองแสงหม่นเต้นระบำในเงามืดก่อนจะกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในบ้านที่มิเรียมหลบอยู่
ทว่าคราวนี้เมอร์ฟีใช้กลยุทธ์ เขาไม่ได้อัญเชิญผู้เล่นทั้ง 12 คนพร้อมกัน แต่เลือกอัญเชิญเพียง 6 คนแรกไปก่อน
คลื่นพลังจิตที่รุนแรงนี้ถูกตรวจพบโดยนักล่าสายสอดแนมทันที
เธอกระชากหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง ในสายตาที่วาวโรจน์ด้วยพลังจิต ห้องที่เดิมทีควรจะว่างเปล่าตรงสุดถนนหมู่บ้าน กลับปรากฏกลิ่นอายพลังชีวิตที่ไม่รู้จักพวยพุ่งขึ้นมาหลายจุด
"มันคือเวทอัญเชิญ! มีกับดัก!" เธอตะโกนก้อง
หัวหน้าหน่วยหญิงที่ถือดาบนักล่าปฏิกิริยาไวกว่า เธอออกตัวพุ่งไปยังตำแหน่งที่ลูกน้องสองคนเพิ่งถูกส่งไปทันที แต่เมอร์ฟีที่ขดตัวอยู่ใต้เงาแทงก์น้ำจากการถูกสูบพลังจิตจนหมดแรง ได้เงยหน้าขึ้นแล้วกรอก "เลือดบริสุทธิ์" ในขวดของมิเรียมลงคอ
ของเหลวหวานล้ำไหลลงลำคอ ความกระหายสีเลือดได้รับการเยียวยา ตามมาด้วยสัญชาตญาณกระหายเลือดที่พุ่งพล่าน พลังแห่งโลหิตทำให้จิตวิญญาณการต่อสู้ของเมอร์ฟีพุ่งสูงขึ้น แม้แต่พลังจิตที่ขาดหายไปก็ถูกเติมเต็มจนสมบูรณ์
อัญเชิญรอบที่สอง... เริ่มได้!
วูบ!
ละอองแสงอีก 6 สายเต้นระบำอยู่ที่ชั้นสองของบ้านตรงทางเข้าหมู่บ้าน เหมือนกับเทคนิค "ลากคลุมแล้วสั่งบุก" ของผู้เล่นแนว RTS ทำให้หน่วยสอดแนมที่อยู่ร่อแร่ด้านหลังไร้การป้องกัน ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้เล่นตัวน้อยของเมอร์ฟีทันที
ไต้โถวต้าเกอ ปรากฏตัวขึ้นในห้องและเห็นหน้าไม้สองกระบอกพร้อมชุดเกราะที่ NPC เตรียมไว้ให้ ซึ่งเป็นของที่เขารูทไว้ก่อนจะถูกเตะออฟไลน์นั่นเอง
ลูกพี่ใหญ่ไม่รอช้า คว้าเกราะมาสวมลวกๆ ถือหน้าไม้พุ่งไปที่หน้าต่าง กวาดสายตามองลงไปเห็น กูกูจี และ อาฉา พุ่งออกมาจากบ้านข้างๆ เข้าไปรุมสกรัมหน่วยสอดแนมหญิงที่โดดเดี่ยว
อาฉาถือมีดล่าสัตว์ฟันสะเปะสะปะ ส่วนกูกูจีที่ถือดาบมือครึ่งกลับใช้มันฟาดแทนค้อน
หน่วยสอดแนมร่างบางมือไม้ปั่นป่วนไปหมด แต่ยังพอต้านทานการโจมตีของสองผู้เล่นไก่กาได้ ทว่าเธอกลับถูกลูกพี่ใหญ่ที่ลอบโจมตีจากที่สูงยิงหน้าไม้เข้าที่ต้นขาหลายนัด เธอร้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดล้มลง ก่อนจะถูกกูกูจีพุ่งเข้าตะครุบแล้วทุบไม่ยั้ง
"แอมเบอร์! บ้าเอ๊ย!"
หัวหน้าหน่วยหญิงที่กำลังพุ่งไปทางบ้านกับดักเห็นหน่วยสอดแนมของตนถูกชาวบ้านอัญเชิญรุมยึด จึงรีบหักพวงมาลัย เอ้ย! หันหลังกลับไปช่วยทันที แต่เธอกลับถูกเงาสายหนึ่งพุ่งออกมาจากเงามืดข้างกำแพง ดาบเรเปียร์ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยสัญชาตญาณของร่างกายบีบให้เธอต้องถอยร่นไปหลายก้าว
เมอร์ฟียืนอยู่ในเงามืด กวัดแกว่ง ดาบแห่งความปรารถนา แม้จะดูเจ้าเล่ห์แต่เขายังคงรักษามาดแวร์ไพร์ผู้สง่างาม เอ่ยกับนักล่าหญิงว่า
"อา... ผู้ที่ตามข้าอย่างกระตือรือร้นมันทำให้ข้าปฏิเสธได้ยากจริงๆ ในเมื่อเจ้ามาเพื่อข้า งั้นเรามาเต้นรำด้วยกันสักเพลงเถอะ แม่สาวผมเทา ให้เสียงโหยหวนของลูกน้องเจ้าเป็นดนตรีประกอบให้เราสองคนเป็นอย่างไร"
"ไสหัวไป!
ไอ้แวมไพร์!"
หัวหน้าหน่วยหญิงที่รู้ตัวว่าติดกับก็ระเบิดโทสะทันที เธอกระชับดาบนักล่าแล้วพุ่งเข้าใส่
ตัวดาบดูเหมือนจะเปิดใช้งานพลังจิตพิเศษบางอย่าง เปลวไฟสีน้ำเงินแกมเขียวลุกโชนบนคมดาบ พลังแห่งการชำระล้างนั้นทำให้เมอร์ฟีรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
ฉิบหายแล้ว!
งานหยาบ!
"ทางเข้าหมู่บ้านยังมีคนอีก!
พวกมันกำลังจะบุกเข้ามา!
เร็ว! นักธนูทุกคน ยิง! ยิงสิวะ!!!"
ที่สูงด้านหลังเมอร์ฟี เสียงตะโกนแหบพร่าอย่างตื่นเต้นของลุงวัยกลางคนทำให้ลูกพี่ใหญ่ที่กะจะใช้หน้าไม้ช่วย NPC ของตัวเองถึงกับสะดุ้ง
เขาพุ่งไปอีกฝั่งและเห็นนักล่าแม่มดทหารผ่านศึกสี่คนที่คุมอยู่ข้างนอกกำลังพุ่งเข้ามาในหมู่บ้าน สิ่งนี้ทำให้เขาเริ่มลนลาน แต่ทันใดนั้นเสียงเย็นเยียบของ NPC ประจำบ้านก็ดังขึ้นข้างหู
"อย่ารน! รถม้าที่ขวางทางเข้าหมู่บ้านน่ะชโลมน้ำมันไว้แล้ว ข้างในยังมีระเบิดของนักล่าแม่มดอยู่ด้วย โคมไฟแก๊สที่อยู่ข้างมือเจ้าน่ะ โยนลงไปซะ! ให้พวกคนบ้าพวกนี้ได้ลิ้มรสการถูกแผดเผาด้วยไฟดูบ้าง!"
เชดดด สมเป็นแวมไพร์ โครตเจ้าเล่ห์! ข้าละชอบจริงๆ!
ลูกพี่ใหญ่ฉีกยิ้ม กวาดสายตาไปรอบๆ คว้าโคมไฟแก๊สที่เตรียมไว้ หมุนลวกๆ เห็นเปลวไฟแลบออกมาก็ฮึดสู้เหวี่ยงมันลงจากชั้นสองทันที
โคมไฟแตกกระจายบนรถม้าที่คว่ำอยู่ ประกายไฟเรียกเปลวเพลิงให้ลุกพรึบ กลายเป็นกำแพงไฟขวางนักล่าแม่มดทั้งสี่ไว้
ระเบิดข้างในถูกจุดชนวนด้วย!
แรงระเบิดมหาศาลซัดคนที่พุ่งมาเร็วที่สุดจนหงายหลัง เปลวไฟลามติดผ้าคลุมของเขา นักล่าอีกสามคนรีบดึงเขาถอยไปด้านหลังเพื่อไม่ให้กลายเป็นเป้าให้นักธนูส่อง
แต่พวกมันกังวลเกินไป…
ด้วยฝีมือยิงระดับไก่กาของผู้เล่นในตอนนี้ ไม่มีทางยิงธนูที่ดูอันตรายขนาดนั้นออกมาได้หรอก!
แค่ยิงออกไปให้หมดสายก็ถือว่าชนะแล้ว
"พวกมันนี่แหละที่ฆ่าล้างหมู่บ้าน ไอ้พวกนักล่าแม่มดพวกนี้มันคนเลว! พี่น้อง อย่าไปออมมือ! จัดการมันเลย!"
ลูกพี่ใหญ่ตะโกนลั่นด้วยความแค้น ฉากสลดที่เห็นในหมู่บ้านเมื่อวานทำให้เขามีไฟโทสะสุมทรวง
ผู้เล่นรุ่นลุงอีกสองคนที่ซ่อนอยู่บนชั้นสองก็หันหน้าไม้ไปยิงใส่ทางนั้น ความแม่นของพวกเขาดีกว่าลูกพี่ใหญ่นิดหน่อย ทำให้เกิดการกดดันศัตรูท่ามกลางความชุลมุนได้บ้าง
"อ๊าก!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหลังหัวหน้าหญิงที่กำลังไล่ล่าเมอร์ฟี
เธอหยุดชะงักและหันกลับไปมอง เห็นประตูบ้านที่ใช้ลอบโจมตีพังกระจาย
พอตเตอร์ นักล่าเฒ่าแขนเดียวถูกง่ามแทงฟางยาวสองอันยันที่หน้าท้องและเอวจนติดพื้น ชาวบ้านร่างสูงใหญ่สองคน (ผู้เล่น) กดเขาไว้อย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังแทงหมูป่าพลางคำรามลั่น ส่วนชาวบ้านร่างเตี้ยอีกคนใช้มีดล่าสัตว์กระหน่ำฟันใส่พอตเตอร์ไม่ยั้ง
เข้าไปสองคน แต่เหลือรอดออกมาได้แค่คนเดียว…
ชะตากรรมของนักล่าอีกคนไม่ต้องเดาก็รู้ คราบเลือดบนตัวชาวบ้านที่บ้าคลั่งเหล่านั้นบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ไอ้พวกผู้นิยมแวมไพร์เวรเอ๊ย!
ดินแดนทรานเซียมีแต่เนื้อร้ายแบบนี้เต็มไปหมด!
เขตที่ถูกแวมไพร์ปกครองมา 400 ปีนี่มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ!
"อย่าสนข้า! นาตาลี หนีไปเร็ว!"
พอตเตอร์ที่ถูกกดอยู่กับพื้นตะโกนบอกหัวหน้าหน่วยของตน เขาคว้านระเบิดออกมาหวังจะระเบิดตัวเองไปพร้อมกับไอ้พวกคนต่างโลกตรงหน้า แต่กลับถูกซานอู่โต่ว ที่ตาไวเตะระเบิดทิ้งไปเสียก่อน จากนั้นมิเรียมที่ถือท่อนไม้พุ่งออกมาก็ฟาดเข้าที่หัวของเขาอย่างแรง
ความโกรธแค้นที่บ้านถูกเผา หมู่บ้านถูกฆ่าล้าง ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ในวินาทีนี้ ทำให้สาวน้อยชาวทรานเซียกลายเป็นเหมือนแม่หมาป่าที่ดุร้าย เธอกระหน่ำฟาดไม้ใส่หัวนักล่าเฒ่าไม่หยุด
อู๋เมียวหวัง ที่เนื้อตัวโชกเลือดพุ่งออกมาจากบ้านเช่นกัน
ขาของเขาถูกฟันแผลหนึ่งทำให้เดินกะเผลกแต่เขากลับตื่นเต้นสุดขีด ในมือถือปืนยาวที่รูทมาได้จากนักล่าแม่มดที่ถูกรุมทุบตายก่อนหน้านี้ เขาคุกเข่าเล็งปืนอย่างมีชั้นเชิง
"เชี่ย! ปืนสไนเปอร์! k98! มอนสเตอร์ดรอปของเทพว่ะ!"
กูกูจีที่เพิ่งรุมทุบนักล่าแม่มด แอมเบอร์ จนโชกเลือด หันกลับมาเห็นท่าทางของอูเมี้ยวหวัง ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
ปัง!
อูเมี้ยวหวัง ลั่นไก กระสุนตะกั่วทรงกลมพุ่งออกจากลำกล้อง ผลคือเมอร์ฟีต้องจ้องมองด้วยความระอาเมื่อกระสุนนั่นไปตกห่างจากนักล่าหญิงตรงหน้าถึงสามฟุต ปลุกฝุ่นให้ฟุ้งขึ้นมาแทน
แม่มเล็งยังไงวะเนี่ย!
ใช้ปืนไรเฟิลยิงเป้าระยะสิบเมตรยังพลาดได้อีกเหรอ?
"แคกๆ ไม่ใช่ความผิดข้านะ! ปืนบ้านี่ไม่มีเกลียวลำกล้องโว้ย!"
อูเมี้ยวหวัง รู้ตัวว่าขายหน้าครั้งใหญ่ รีบบรรจุกระสุนใหม่ลนลานพลางบ่นแก้เก้อ
เขาก็มีเหตุผลนะ!
ปกติเล่นเกมแนว FPS เขาคือนักสะบัดสไนเปอร์มือหนึ่ง ใครจะไปรู้ว่าในเกมที่สมจริงขนาดนี้ การยิงพลาด มันจะพลาดได้ทุเรศขนาดนี้! นี่มันต้องเป็นเพราะฟิสิกส์เอนจิ้นมีปัญหาแน่ๆ จะเป็นความผิดของลูกพี่ได้ไง?
ข้าเล็งแม่นจะตายไป!
"พี่มันกากมาก พี่เมี้ยว หลีกไป!"
ผู้เล่นสาวเพียงหนึ่งเดียวใน 12 คนทนดูไม่ได้อีกต่อไป
เธอพุ่งไปข้างอูเมี้ยวหวัง แย่งปืนยาวลำกล้องยาวมาถือไว้ หักลำกล้องปืนดัง "แกร๊ก" ดันกระสุนตะกั่วเปื้อนเลือดเข้าไป แล้วกวาดสายตามองซ้ายขวาอย่างมืออาชีพ
"ดีไซน์คลาสสิกแบบหักลำกล้องเรียบ ยังดีไม่ใช่ปืนคาบศิลา ฉันไม่เคยเล่นของพรรค์นั้น... แต่ทำไมกระสุนยังเป็นทรงกลมอยู่ล่ะ?
วิถีกระสุนมันจะเป็นยังไงเนี่ย?
ไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลยแฮะ"
เธอพึมพำเบาๆ ยืนโพสท่าเล็งค้างไว้สองสามวินาที ในจังหวะที่เมอร์ฟีกับนักล่าหญิงแยกออกจากกันอีกครั้ง เธอตัดสินใจลั่นไกทันที
ปัง!
ละอองเลือดพุ่งกระฉูดจากกลางหลังของนักล่าหญิง แรงปะทะทำให้เธอเสียหลักเซไปข้างหน้า
เมอร์ฟีผู้เจ้าเล่ห์ได้จังหวะพุ่งเข้าหาหัวหน้าหน่วยหญิงจอมโหด แทงดาบใส่หนึ่งทีแล้วเตะดาบโอ๊คเพลิงที่แสนอันตรายในมือเธอปลิวไป สิ่งนี้เรียกเสียงเชียร์กระหึ่มจากเหล่าผู้เล่นรอบข้าง
"น้องสาว โลกจริงเธอทำงานอะไรเนี่ย?"
อูเมี้ยวหวังที่หน้าแดงแป๊ดจ้องมอง "ลูมิน่า" ที่ยืนอย่างสง่าผ่าเผยด้วยความอึ้ง เธอเหลือบมองพลางยัดกระสุนใหม่ดัง "แกร๊ก" แล้วตอบเบาๆ
"นักศึกษาสิคะ ก็แค่ไปซ้อมยิงปืนอาทิตย์ละสองครั้งเอง ทำไม?
พวกพี่ตอนเรียนไม่มีงานอดิเรกกันบ้างเหรอ?"
หัวหน้าหน่วยหญิงที่ถูกลอบโจมตีและถูกรุมล้อมตระหนักว่าตนตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิง เมื่อเห็นแวมไพร์นั่นกำลังจะพุ่งเข้ามาอีก ตอนนี้จะชักดาบใหม่ก็ไม่ทันแล้ว เธอจึงถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วคว้าของที่เธอสะพายไว้ข้างหลังออกมา
มันหนักอึ้ง แม้แต่สำหรับนักล่าแม่มดที่เจนจัดยังต้องใช้สองมือยก
รังลูกศรทรงกลมที่ทำจากโลหะถูกยึดติดกับโครงสร้างไม้ หม้อต้มไอน้ำขนาดเล็กภายในถูกจุดไฟเพิ่มความดัน สารเร่งปฏิกิริยาทองคำระเหยเข้าสู่ท่อขับดัน พร้อมกับไอน้ำสีขาวอุณหภูมิสูงพุ่งออกจากท่อไอเสีย เฟืองสีเงินเทาหมุนวนด้วยความเร็วสูง ขับเคลื่อนกลไกจักรกลอันซับซ้อนเพื่อเร่งเครื่องจนเกิดเสียง "กึกๆๆๆ" ที่บาดแก้วหู
เธอเล็งไม้สังหารสีดำสนิทไปที่เมอร์ฟีที่พุ่งเข้ามา
เมอร์ฟีใจหายวาบ กระโดดหลบเหมือนลิงทันที
ขณะที่เป้าหลงเชอเชอ หนึ่งในคู่หูรุ่นลุงที่ยังยิงหน้าไม้อยู่บนชั้นสองเหลือบไปเห็นเข้า ก็ตาค้างหน้าซีดเผือดตะโกนลั่นด้วยความขวัญเสีย
"นั้นมัน... ปืนกลหน้าไม้ นี่หว่า!!!"
แต่มันสายไปแล้ว
ลูกศรหน้าไม้ที่พุ่งออกมาดั่งพายุฝนภายใต้การควบคุมของนักล่าหญิงนาตาลี กวาดผ่านที่สูงไปอย่างง่ายดาย เจาะทะลุผนังบ้านส่องร่างผู้เล่นสามคนที่ครองจุดยุทธศาสตร์จนกลายเป็นเม่น ก่อนจะหันปากกระบอกปืนกวาดไปทางไอ้พวกชาวบ้านที่นิยมแวมไพร์พวกนั้น
เหล่าผู้เล่นพากันโกยแนบไม่คิดชีวิต ในแผนการคร่าวๆ ที่พวกเขาวางไว้ ไม่ได้คำนึงเลยว่านักล่าแม่มดจะควักของที่ "ไม่เป็นวิทยาศาสตร์" อย่างปืนกลหน้าไม้ออกมา
"เข้ามา! เร็วสิ รีบเข้ามาข้างใน!"
มิเรียมลากร่างของผู้เล่นสาวลูมิน่า ที่ขาถูกยิงจนหัก หลบเข้าไปในบ้านฝ่ายหลังรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่เท่าที่จินตนาการไว้
ดูเหมือนระบบลดความเจ็บปวดจะทำงานแล้ว เธอยังพยายามจะฝืนลุกขึ้นเพื่อจะใช้ปืนยาวในมือยิงสวน แต่ถูกมิเรียมกดตัวไว้แน่น
ผู้ช่วยชั่วคราวของเมอร์ฟีได้ยินเสียงคำรามของหน้าไม้สังหารอัตโนมัติด้านนอก ในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยช่างกล เธอรู้ดีว่าหากอีกฝ่ายมีของชิ้นนี้อยู่ แผนการลอบโจมตีของเมอร์ฟีก็อยู่ในขั้นวิกฤต
หากเมอร์ฟีและสิ่งอัญเชิญของเขาพ่ายแพ้ ชะตากรรมที่รอนางอยู่นั้นย่อมไม่ดีแน่นอน
ดังนั้นมิเรียมจึงกัดฟันตัดสินใจ ล้วงมือเข้าไปในเสื้อชั้นในแล้วหยิบของบางอย่างออกมา ส่งให้กับผู้เล่นหุ่นกำยำที่อยู่ข้างๆ พร้อมกับชี้ไปที่นักล่าหญิงข้างนอก แล้วทำท่าเหมือนกำลังปักเข็ม
"หนิวหนิว " เพื่อนซี้เด็กพละที่อาฉาลากเข้าเกมมา มองของในมือสลับกับท่าทางร้อนรนของ NPC สาวที่ชี้ออกไปข้างนอก
เขาเข้าใจทันที จากนั้นจึงสูดหายใจลึกและพุ่งออกไปพร้อมกับ ความหวังของหมู่บ้าน
เมอร์ฟีที่ถูกปืนกลหน้าไม้กดดันจนต้องวิ่งวุ่นเหมือนตัวละครในอนิเมะหรือหนังแอ็กชันคลาสสิก
จำเป็นต้องใช้ความคล่องตัวของแวมไพร์ในเงามืดอย่างเต็มกำลัง โดยมีห่ากระสุนลูกศรที่พุ่งเป็นเส้นไล่กวดตามหลังมา
เศษไม้กระจุย ฝุ่นตลบ
เมอร์ฟีได้แต่หลบหนีไม่คิดชีวิต ไม่กล้าหยุดแม้แต่วินาทีเดียว
นักล่าหญิงกำลังปรับทิศทางของหน้าไม้สังหาร รังศรที่ขับเคลื่อนด้วยไอน้ำหมุนแต่ละรอบสามารถยิงหน้าไม้ออกมาได้นับสิบดอก อัตราการยิงไม่ต่างจากปืนไรเฟิลอัตโนมัติเลยสักนิด
สิ่งนี้ทำให้เมอร์ฟีรู้สึกเหมือนเขากำลังฝ่าดงกระสุนปืนกลเพื่อเอาชีวิตรอด หากพลาดแม้แต่นิดเดียวคงถูกเครื่องจักรชิ้นนี้ยิงจนพรุนแน่นอน
แต่เขาก็สังเกตเห็นผู้เล่นตัวน้อยที่พุ่งออกมาจากบ้าน
ฝ่ายหลังพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าถเองทึง ดวงตาแดงก่ำ รูจมูกพ่นลมหายใจแรงเหมือนวัวบ้า ในมือที่ชูขึ้นสูงกำของบางอย่างไว้แน่น
มันคือกระบอกโลหะทรงกลมที่ดูเหมือนปากกา ผิวสัมผัสเรียบเนียนเหมือนไม่ใช่ของทำมือ ตรงส่วนยอดมีปุ่มกด เมื่อหนิวหนิวกดมันลงไป เข็มฉีดยาเรียวยาวก็พุ่งออกมาจากอีกด้าน สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นเป็นประกายที่ทำให้คนใจสั่น
นักล่าหญิงสัมผัสได้ถึงลมที่พุ่งมาจากด้านหลัง
แต่เธอไม่สามารถหยุดการยิงกดดันได้ เพราะเมอร์ฟีตรงหน้าก็เปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหาเธอเช่นกัน
ข้อมือยกขึ้น
เล็งล็อกเป้าที่เมอร์ฟีแล้ว
ขอแค่เหนี่ยวไก วิญญาณที่เจ้าเล่ห์และชั่วร้ายก็จะมลายหายไปจากโลกนี้
เวลาดูเหมือนจะถูกดึงให้ยาวออกไปอย่างไม่สิ้นสุดในเสี้ยววินาทีนี้ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติในพริบตาถัดมา
กริ๊ก
เสียงรังศรที่หมุนจนว่างเปล่าทำให้นาตาลีเบิกตาโพลง และในจังหวะเดียวกันนั้น การโจมตีของเด็กพละหนิวหนิวก็มาถึง
ฉึก! เสียงเบาหวิวเหมือนยุงกัด เข็มฉีดยาที่แหลมคมปักเข้าที่ลำคอของเธอ
ในวินาทีต่อมา อาการเวียนหัวและชาหนึบอย่างรุนแรงก็ระเบิดขึ้นในร่างกายที่ถูกเสริมพลังด้วยพลังธรรมชาติ นาตาลีกัดฟันเหวี่ยงหน้าไม้สังหารใส่แวมไพร์ตรงหน้า แต่ถูกอีกฝ่ายโยกหลบอย่างพริ้วไหวแล้วแถมลูกเตะใส่เข้าที่ตัวอีกหนึ่งที
ปึก!
ร่างของเธอร่วงลงกระแทกพื้นอย่างหมดสภาพ ในทัศนวิสัยที่สุดแสนจะมึนงง สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือแวมไพร์ตนนั้นที่ชูดาบขึ้นท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดง
การล่าสิ้นสุดลงแล้ว... และเธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่งนัก!