- หน้าแรก
- ช่วยด้วย ตัวประกอบชายพังพล็อตหลังอ่านคอมเมนต์
- บทที่ 4 วันที่สี่ของการทะลุมิติเข้ามาในนิยายแนวแมรี่ซู
บทที่ 4 วันที่สี่ของการทะลุมิติเข้ามาในนิยายแนวแมรี่ซู
บทที่ 4 วันที่สี่ของการทะลุมิติเข้ามาในนิยายแนวแมรี่ซู
บทที่ 4 วันที่สี่ของการทะลุมิติเข้ามาในนิยายแนวแมรี่ซู
อันอี้เลิกคิ้วขึ้นพลางหรี่ตามองหวงฉาน
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาก็พบว่าสีหน้าของผู้คนในบริเวณนั้นแทบจะไม่ต่างจากหวงฉานเมื่อครู่เลย บนใบหน้าของพวกเขายังคงประดับด้วยความสงสารที่แสนถูกค่าน่ารังเกียจปนเปไปกับการรอเหยียบยามซ้ำเติม ราวกับว่าทุกคนกำลังตกอยู่ในภาวะตาบอดสีแบบเลือกปฏิบัติพร้อมๆ กันอย่างนั้นแหละ
อันอี้ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาค่อนแคะเรื่องนี้ดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์จากสถานการณ์ปัจจุบัน ในเมื่อเขาหลุดเข้ามาอยู่ในโลกนิยาย มันก็คงพอจะเข้าใจได้... ละมั้ง? ที่ผู้คนรอบข้างจะถูกอำนาจของพล็อตเรื่องเข้าครอบงำจนมองข้ามความจริงที่อยู่ตรงหน้าไป
พลังแห่งพล็อตเรื่อง... ช่างเผด็จการและไร้สาระสิ้นดี
ยิ่งกว่านั้น เมื่อดูจากการแสดงออกของหวงฉานแล้ว สถานการณ์ที่ดวงตาถูกเมฆหมอกแห่งพล็อตเรื่องบดบังนี้ก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากมายนัก
เพียงแค่สะกิดเตือนนิดหน่อย ก็สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้แล้ว
แน่นอนว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่พวกเขาเป็น 'ตัวร้าย' ในเรื่องด้วยก็ได้
แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาในตอนนี้เท่านั้น
ทันใดนั้นเอง เสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกึกก้องภายในห้องจัดเลี้ยง
'ถอนหมั้น! วันนี้ฉันต้องถอนหมั้นให้ได้!'
อันอี้เพ่งมองไป และก็เป็นไปตามคาด คนที่พูดคือหยางซือซือ
หวงฉานลืมความสับสนก่อนหน้านี้ไปในทันที ดวงตาของเขาเป็นประกายพลางถูมือเข้าด้วยกันอย่างตื่นเต้นเหมือนแมลงวัน เขารีบฉุดกระชากอันอี้ให้เบียดเสียดเข้าไปยังใจกลางพายุ
เขาต้องไปจับจองที่นั่งแถวหน้าเพื่อดูละครฉากนี้ให้ได้!!
อันอี้ถูกลากจนแทบจะสะดุดล้ม มุมปากของเขาหยักโค้งอย่างขัดใจขณะที่ถูกหวงฉานเบียดให้มาอยู่ด้านหน้าสุดของฝูงชนอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในขณะนี้ ห้องจัดเลี้ยงเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงยุงขยับปีก
ความตกตะลึงบนใบหน้าของแขกเหรื่อทุกคนที่มาร่วมงานนั้นชัดเจนยิ่งนัก ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น นี่มันน่าสนใจเกินไปแล้ว แววตาของทุกคนต่างซ่อนความอยากรู้อยากเห็นและความตื่นเต้นเอาไว้
พูดตามตรง อันอี้เองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน
คนอย่างหยางซือซือถึงขั้นบุกมาอาละวาดขอถอนหมั้นในงานวันเกิดของผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย—เขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากว่าเธอคงจะมีเส้นประสาทส่วนไหนสักแห่งที่หลุดไปแล้วแน่ๆ
ต่อให้วันนี้เธอจะสมปรารถนาและได้ถอนหมั้นจริงๆ—ไม่สิ ต่อให้ถอนหมั้นสำเร็จในวันนี้ หลังจากจบงานเลี้ยงนี้ไป เธอไม่มีทางอยู่อย่างสงบสุขแน่!
มันช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาเบาปัญญาอย่างถึงที่สุด!
ที่ใจกลางห้องจัดเลี้ยง ใบหน้าของตูกูหยวนมืดมนจนดูเหมือนจะมีน้ำหยดออกมาได้!
ส่วนสีหน้าของคนอื่นๆ ในตระกูลตูกูก็ย่ำแย่ถึงขีดสุด ราวกับว่าใบหน้าของทุกคนถูกฉาบไว้ด้วยสีดำราคาถูก
อันอี้: 'โอ้โฮ~ หยางซือซือซวยแน่ๆ~'
เขาจำได้ว่าในพล็อตเรื่องดั้งเดิม หยางซือซือก็ทำแบบนี้เป๊ะ และจุดจบของเธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าอันอี้หรือหวงฉานเท่าไหร่นัก
มันเป็นเพียงความต่างระหว่างการตายอย่างทรมานมากกับการตายอย่างทรมานน้อยกว่านิดหน่อยเท่านั้น
ตูกูหยวนจ้องมองหยางซือซือเขม็ง ริมฝีปากของเขาค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นเป็นมุมโค้งที่เย็นชา โหดเหี้ยม และ 'กระหายเลือด' ตามแบบฉบับในตำรา: 'หึ~ ดี! ดีมาก!!'
'เธออยากจะถอนหมั้นกับฉันงั้นเหรอ??'
หยางซือซือเป็นเหมือนนกยูงที่ทะนงตัว เธอเชิดหน้าขึ้นสูง มองลงมาที่เขาเหมือนเขเป็นขยะชิ้นหนึ่ง: 'แน่นอนว่าฉันต้องอยากถอนหมั้นอยู่แล้ว ดูสารรูปตัวเองสิ มีส่วนไหนที่คู่ควรกับฉันบ้าง?'
'ผู้ชายที่ฉันจะแต่งงานด้วยต้องเป็นชายที่โดดเด่นที่สุดในโลก ตัวอย่างเช่น... หึ~'
ในขณะที่เธอพูด ใบหน้าของหยางซือซือกลับปรากฏความขัดเขินขึ้นมาวูบหนึ่ง
อันอี้:...
ระดับตำนานจริงๆ!!
สีหน้าของตูกูหยวนบิดเบี้ยวจนน่าเกลียดอย่างถึงที่สุด เขารู้สึกเหมือนมีทุ่งหญ้าสีเขียวขจีอยู่บนหัวที่กว้างใหญ่พอจะให้ม้านับหมื่นตัววิ่งเล่นได้
เขาพูดผ่านไรฟันว่า: 'อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!!'
เขไม่ได้ใยดีในตัวหยางซือซือเลยสักนิด สิ่งที่เขาสนใจคือหน้าตาของตัวเอง แม้ว่าในสายตาคนนอก เขาจะไม่ได้มีหน้ามีตาอะไรให้รักษามากนักก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหยางซือซือกล้าทำเช่นนี้ เขาจะทำให้อยู่ไม่สู้ตายอย่างแน่นอน!!!
ตูกูหยวนสาบานในใจ: สิบปีล้างแค้นยังไม่สาย! อย่าได้ดูถูกคนหนุ่มที่ยังยากจน!!
เขาจะต้องทำให้หยางซือซือชดใช้ให้กับความโง่เขลาในวันนี้อย่างแน่นอน!! ความอัปยศในวันนี้จะต้องได้รับการเอาคืนเป็นร้อยเท่า!!
เมื่อได้ยินคำพูดของตูกูหยวน ความดูแคลนบนใบหน้าของหยางซือซือก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น: 'เสียใจเหรอ? ฮ่าๆๆๆ~'
'เสียใจที่ได้ถอนหมั้นกับนายน่ะเหรอ?'
'วันนั้นจะไม่มีวันมาถึงหรอก!!'
หยางซือซืออยากจะเหยียบย่ำเขาซ้ำอีกสักสองสามครั้ง แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
'พอได้แล้ว!!' ใบหน้าของตูกูถิงมืดครึ้มขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า สายตาของเขาคมกริบดุจใบมีด
'คุณหนูหยาง ในเมื่อเธอดูถูกตระกูลตูกูของฉันขนาดนี้ งั้นการแต่งงานครั้งนี้ก็ถือว่ายกเลิกกันไป!'
'ส่วนพ่อแม่ของเธอ ฉันจะเป็นคนไปพบพวกเขาด้วยตัวเอง!'
ท่าทางโอหังของหยางซือซือเริ่มสั่นคลอน และมุมปากของเธอก็หยักขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่ได้
แต่เธอก็ยังคงไม่พูดอะไร เชิดศีรษะอันสูงส่งขึ้น และทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไปจริงๆ!
อันอี้เอื้อมมือขึ้นมากุมขมับ ฉากการถอนหมั้นที่ดูยังไงก็ดูโง่เง่าและพิสดารสิ้นดีกลับกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา
มันช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!
ส่วนหวงฉานที่อยู่ข้างๆ เขากลับไม่ได้มีสีหน้า 'สนุกกับละคร' เหมือนผู้คนรอบข้าง แต่เขากลับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดกับอันอี้ว่า 'ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องล่ะ?'
อันอี้เอื้อมมือไปลูบหัวเขาด้วยสายตาเวทนา: 'ยินดีด้วยนะ นายเริ่มมีสมองขึ้นมาบ้างแล้ว!'
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเบาๆ รอบตัวพวกเขา
ตูกูถิงสมกับเป็นจิ้งจอกเฒ่า สีหน้าของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลงขณะที่เอ่ยปากเชิญแขกเหรื่อให้ร่วมสนุกกับงานเลี้ยงต่อ ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงการแสดงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มอรรถรสเท่านั้น
อันอี้พยักหน้าในใจ: 'ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ เขามีของดีอยู่เหมือนกัน!'
ตูกูหยวนดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างกับตูกูถิง ตูกูถิงถลึงตาใส่เขาอย่างดุเดือด และราวกับว่าทนมองหน้าเขาไม่ได้ จึงกวัดแกว่งมือไล่เขาไป
ในวินาทีที่ตูกูหยวนก้าวเดินก้าวแรกออกจากสถานที่จัดงาน อันอี้ก็ชะงักนิ่งอยู่กับที่
คำพูดพล่ามด้วยความสับสนของหวงฉานข้างกายไม่ได้เข้าหูเขาเลยแม้แต่น้อย
ในขณะนี้ ในหูของเขาเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงที่วุ่นวายหนวกหู!
มันเหมือนกับมีเป็ดนับหมื่นตัวที่คุ้มคลั่งกำลังตะโกนใส่ลำโพงอยู่ในหูของเขา และแปรเปลี่ยนเป็นเข็มแหลมคมทิ่มแทงเข้าไปในสมอง
เขารู้สึกปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว!
เสียงตะโกนเหล่านั้นฟังดูเหมือนผู้คนกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นเรื่องอะไรบางอย่าง ซึ่งทำให้อันอี้ถอยหลังไปสองก้าวโดยสัญชาตญาณจนเกือบจะเสียหลัก!
หวงฉานตกใจมากรีบยื่นมือมาประคองเขาไว้: 'เป็นอะไรไป? นายเป็นอะไรไป?'
'ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้นายดูอาการไม่ค่อยดี!!'
แต่ในตอนนี้ อันอี้ไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจเขาแล้ว เสียงรบกวนอันรุนแรงนั้นกำลังดึงดูดและทำลายสมาธิทั้งหมดของเขา
เขารู้สึกเหมือนลำคอถูกอุดกั้น และได้แต่ตะโกนเรียกในใจไม่หยุดว่า: 'หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้! หยุดสักที!'
โชคดีที่ภายใต้แรงปรารถนาของเขา เสียงในหูเริ่มจางหายไปจริงๆ
เสียงพูดคุยไม่ได้มีมากมายขนาดนั้นอีกแล้ว
ราวกับว่าเสียงบางอย่างถูกคัดกรองออกไป และอันอี้ก็เริ่มได้ยินคำพูดในหูของเขาอย่างชัดเจนทีละนิด
วลีที่ชัดแจ้งเริ่มผุดขึ้นมา...
'ไม่จริงน่าท่าน... นี่มันจะชุ่ยเกินไปหน่อยไหม!'
'นักเขียนเป็นคนปัญญาอ่อนหรือเปล่าเนี่ย?'
'เชี้ย ขำฉิบหาย! เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ด้วยเหรอ??'
'สมองนักเขียนโดนประตูหนีบมารึไง?'
'หยางซือซือต้องเสียใจแน่นอน!'
'ฉันจินตนาการออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป: พระเอกระเบิดพลัง อดีตคู่หมั้นร้องไห้โฮ พระเอกไปโชว์เหนือกับสาวงามคนอื่น—เป็นแพทเทิร์นตบหน้าหลังถอนหมั้นแบบคลาสสิกชัดๆ!'
'นักเขียนต้องเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวแน่ๆ!'
'ใจฉันนิ่งสนิทกับพล็อตเรื่องแบบนี้แล้วล่ะ~'
'สร้างคลื่นลมแรง~'
'สายฟ้าแลบถล่มโปแลนด์!'
'...'
ใบหน้าของอันอี้ชาหนึบ เขาผลักแก้วน้ำอุ่นที่หวงฉานยื่นมาให้พลางเอ่ยว่า 'ฉันไม่เป็นไร แค่เพลียๆ นิดหน่อยน่ะ'