เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 116 ช่างมีวาสนาต่อกันตั้งแต่ชาติปางก่อนจริงๆ

ตอนที่ 116 ช่างมีวาสนาต่อกันตั้งแต่ชาติปางก่อนจริงๆ

ตอนที่ 116 ช่างมีวาสนาต่อกันตั้งแต่ชาติปางก่อนจริงๆ


ตอนที่ 116 ช่างมีวาสนาต่อกันตั้งแต่ชาติปางก่อนจริงๆ

[เยี่ยจือเวย แสงจันทร์กระจ่างในนิยายรักบำเพ็ญเพียร พลัดตกหน้าผาขณะเข้าร่วมในแดนลับเมื่อสามปีก่อน นางบังเอิญพบกับรอยแยกมิติและทะลุมิติไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท่านอาศัยอยู่พอดี นางอาศัยอยู่ที่นั่นระยะหนึ่ง]

[ตั้งแต่โบราณกาลมา ผู้ที่ตกลงไปในห้วงเหวไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับมาได้เลย ดังนั้น ในเวลานั้น ทุกคนในสำนักเวิ่นเจี้ยนจึงเชื่อว่านางได้ตกตายไปแล้ว]

[ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากมิติเวลาที่แตกต่างกัน ตะเกียงวิญญาณที่เป็นตัวแทนของเยี่ยจือเวยจึงได้ดับลง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมในเวลาต่อมา ยอดเขาหลักของสำนักเวิ่นเจี้ยนจึงมีศิษย์น้องที่เป็นตัวแทนอย่างเยี่ยจือจือเพิ่มเข้ามา]

[ตามที่เจ้าพูด เวลาที่ข้าได้พบกับนางเอกในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ยังเร็วกว่าตอนที่ข้าผูกมัดกับเจ้าเสียอีกใช่ไหม?]

[แต่ข้าจำไม่ได้เลยนะว่ารู้จักคนชื่อเยี่ยจือเวย]

[บางทีท่านอาจจะยังจำต้นไม้อวบน้ำที่ท่านเก็บมาจากริมถนนและเลี้ยงมันมาตลอด 3 ปีได้กระมัง?]

ระบบเหล่าลิ่วมองดูข้อมูลที่มันค้นพบแล้วเอ่ยเตือนความจำนาง

ต้นไม้อวบน้ำหรือ?

ลู่ซิงเหยียนกะพริบตาปริบๆ

ความทรงจำของนางถูกดึงกลับไปตามคำพูดของระบบเหล่าลิ่วอย่างไม่อาจควบคุมได้

นางไม่ได้พักอยู่ในหอพักมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีสอง เพราะมีอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวอยู่ข้างนอก

และก็จริงที่นางเคยเก็บต้นไม้อวบน้ำมาเลี้ยงต้นหนึ่ง

ต้นไม้อวบน้ำต้นนั้นมีสีเขียวมรกตแต่เหี่ยวเฉา เป็นแบบที่ต่อให้ทิ้งไว้ริมถนนก็ไม่มีใครเหลียวแล

ปกติแล้วลู่ซิงเหยียนย่อมไม่มีทางเก็บต้นไม้พรรณนี้มาอย่างแน่นอน

แต่ในตอนนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ หลังจากที่นางเดินผ่านต้นไม้อวบน้ำต้นนั้นไปแล้ว นางกลับหันหลังกลับไปเก็บมันขึ้นมา

ภายใต้การดูแลรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยอย่างดี ในที่สุดต้นไม้อวบน้ำต้นนั้นก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากฟูมฟักมา 3 ปี มันก็ยิ่งงดงามขึ้นเรื่อยๆ ทว่ามันกลับไม่เคยโตขึ้นเลย

บางครั้งซิงเหยียนถึงกับรู้สึกว่ามันสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้ และใบสีเขียวมรกตอวบอิ่มของมันก็จะแกว่งไกวไปมาเบาๆ ตามสายลมเป็นบางครั้ง

จนกระทั่งวันหนึ่ง บ้านของนางถูกขโมยงัด

หัวขโมยบุกเข้าไปในบ้านของนาง ไม่ได้หยิบของมีค่าอะไรไปเลย แถมยังหิ้วถุงขยะไปทิ้งให้ตอนขาออกอีกต่างหาก

นอกจากเรื่องนั้นแล้ว สิ่งเดียวที่หายไปก็คือต้นไม้อวบน้ำที่นางเก็บมาเลี้ยงดูฟูมฟักเป็นอย่างดีนั่นเอง

[เหล่าลิ่ว อย่าบอกนะว่า เยี่ยจือเวยก็คือต้นไม้อวบน้ำที่ข้าเลี้ยงมา 3 ปีต้นนั้นน่ะ?]

สายตาของลู่ซิงเหยียนสบเข้ากับเยี่ยจือเวย เมื่อมองดูนางในตอนนี้ นอกจากท่าทีอ่อนโยนที่เป็นธรรมชาติของเยี่ยจือเวยแล้ว นางก็รู้สึกว่าสายตาที่เยี่ยจือเวยมองตอบกลับมานั้นดูแปลกประหลาดเป็นพิเศษ

มันมีความปีติยินดี ความรักใคร่ และถึงขั้นมีความคลั่งไคล้แฝงอยู่ด้วย

[ใช่แล้ว เยี่ยจือเวยคือต้นไม้อวบน้ำที่ท่านเลี้ยงมา 3 ปี]

[ตอนนั้นนางบาดเจ็บสาหัส และเนื่องจากการทะลุมิติไปยังอีกโลกหนึ่ง จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของนางจึงไม่เสถียร นางเลยจำแลงกายเป็นต้นไม้ เนื่องจากพลังวิญญาณไม่เพียงพอ นางจึงไม่มีโอกาสได้คืนร่างเป็นมนุษย์เลย]

[หลังจากสะสมพลังวิญญาณมาตลอด 3 ปี วันที่นางคืนร่างเป็นมนุษย์และกำลังจะขอบคุณท่าน นางก็บังเอิญไปเจอหัวขโมยที่งัดเข้ามาในบ้านของท่านพอดี นี่คือเหตุผลว่าทำไมหัวขโมยถึงขโมยไปแค่ถุงขยะตอนที่บุกเข้ามาในบ้านของท่าน]

[อย่างไรก็ตาม เยี่ยจือเวยไม่ได้เป็นคนของประเทศจีน หลังจากที่พลังวิญญาณของนางฟื้นฟู นางก็ถูกอัญเชิญกลับมายังแดนเซียนหลิงทันที โดยไม่ทันได้เอ่ยคำร่ำลาท่านด้วยซ้ำ]

หลังจากได้ฟังคำอธิบายของระบบเหล่าลิ่ว ลู่ซิงเหยียนก็รู้สึกกระอักกระอ่วนจนพูดไม่ออก

นางรู้แล้วว่าทำไมตอนนั้นหัวขโมยคนนั้นถึงได้ปฏิเสธเสียงแข็งนักหนาว่าไม่ได้ขโมยต้นไม้อวบน้ำของนางไป

ตอนนั้นนางโกรธจัดจนถึงขั้นกะเวลาที่หัวขโมยคนนั้นจะออกจากโรงพัก แล้วดักรอเอาสอบคลุมหัวซ้อมมันเสียยกใหญ่

ที่แท้ต้นไม้อวบน้ำของนางก็กลายร่างเป็นคนแล้วจากไปเอง มันไม่ได้ขโมยต้นไม้อวบน้ำไปจริงๆ ด้วย

"ฉะ... สหายนักพรตเยี่ย" ลู่ซิงเหยียนเกือบจะหลุดปากเรียกชื่อเดิม ยิ่งมองเยี่ยจือเวยมากเท่าไหร่ ใบหน้างดงามของนางก็ยิ่งดูละม้ายคล้ายคลึงกับต้นไม้อวบน้ำสีเขียวมรกตกระถางนั้น ที่ทั้งอวบอิ่มและชุ่มฉ่ำ

นางหยิบหยกสื่อสารของตนเองออกมา "การได้พบกันถือเป็นวาสนา จากนี้ไปเรามาติดต่อกันบ่อยๆ เถอะ"

"ตกลง สหายนักพรตลู่" เยี่ยจือเวยเงยหน้ามองนางด้วยดวงตาเป็นประกาย หลังจากยืนยันว่าเพิ่มช่องทางการติดต่อสำเร็จแล้ว นางก็จากไปอย่างพึงพอใจ

[เหล่าลิ่ว พระเอกในเนื้อเรื่องต้นฉบับอย่างหลี่อวิ๋นเซียว เป็นพวกผู้ชายเฮงซวยหรือเปล่า?]

[ก็ไม่เชิงนะ...]

ระบบเหล่าลิ่วเงียบไป

[เขาก็แค่พระเอกจอมเผด็จการตามแบบฉบับนิยายทำร้ายจิตใจนางเอกยุคเก่าทั่วไปนั่นแหละ ไม่ว่าเขาจะทำร้ายจิตใจนางเอกสักกี่ครั้ง นางเอกก็ยังคงปฏิบัติต่อเขาราวกับรักแรกอยู่ดี]

[ยังไงเขาก็ไม่มีความสามารถในการแยกแยะพวกผู้หญิงเสแสร้งแกล้งทำตัวใสซื่อหรือพวกนางเอกเจ้าน้ำตาหรอก]

[ข้าทนรับเรื่องนี้ไม่ได้หรอกนะ!]

จู่ๆ ลู่ซิงเหยียนก็โพล่งขึ้นมา

จบบทที่ ตอนที่ 116 ช่างมีวาสนาต่อกันตั้งแต่ชาติปางก่อนจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว