- หน้าแรก
- เอ็นบีเอ เริ่มต้นด้วยทักษะระดับเทพจาก คุโรโกะ
- บทที่ 47 : รางวัลสกิลใหม่! ปณิธานอันแรงกล้าของอาเหยา
บทที่ 47 : รางวัลสกิลใหม่! ปณิธานอันแรงกล้าของอาเหยา
บทที่ 47 : รางวัลสกิลใหม่! ปณิธานอันแรงกล้าของอาเหยา
บทที่ 47 : รางวัลสกิลใหม่! ปณิธานอันแรงกล้าของอาเหยา
วงล้อเสี่ยงโชคในห้วงความคิดของโนวาเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปอึดใจใหญ่ วงล้อค่อยๆ ชะลอตัวจนหยุดกึก พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นชัดเจน
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับสกิลการ์ด ลูกยิงไร้รูปแบบ ของ อาโอมิเนะ ไดกิ!]
ใบหน้าของโนวาฉายแววปลาบปลื้มสุดขีด!
ของรางวัลรอบนี้มันโคตรแจ่ม! เขาถึงกับสุ่มได้สกิลของ อาโอมิเนะ ไดกิ เอซระดับสัตว์ประหลาดจาก "รุ่นปาฏิหาริย์" มาครอบครอง
ตอนที่เขาเคยใช้ [การ์ดประสบการณ์ทักษะบาสเกตบอลของอาโอมิเนะ] ก่อนหน้านี้ เขาได้สัมผัสถึงความน่ากลัวของ ลูกยิงไร้รูปแบบ มากับตัวแล้ว
มันคือสกิลระดับบั๊กที่ทำลายสามัญสำนึก เพราะคนยิงไม่จำเป็นต้องจัดระเบียบร่างกาย ไม่ต้องมีท่าชูตที่ตายตัว จะเอียงตัว จะหงายหลัง หรือจะยิงจากมุมไหนก็ได้ตามสัญชาตญาณ ทำให้ตัวประกบเดาทางป้องกันไม่ได้เลย
เดิมทีโนวามีเพียง "ลูกยิงสามแต้ม" เป็นอาวุธหลัก ซึ่งแอบทำให้มิติการบุกดูแคบไปนิด แต่พอได้สกิลนี้มาเสริมทัพ วิธีการทำแต้มของเขาจะหลากหลายขึ้น และยกระดับประสิทธิภาพการบุกให้พุ่งสูงขึ้นอีกหลายเลเวล!
โนวาลองเช็กรายละเอียดของสกิล [ลูกยิงไร้รูปแบบของอาโอมิเนะ ไดกิ] ในหัว
[ลูกยิงไร้รูปแบบของอาโอมิเนะ ไดกิ] : ท่าไม้ตายของเอซแห่งรุ่นปาฏิหาริย์ เครื่องจักรทำแต้มแห่งโรงเรียนเทย์โค สกิลนี้จะหลอมรวมเข้ากับร่างกายเพื่อความสามารถในการชูตจากทุกท่วงท่า
- ระดับเริ่มต้น : ขั้นสูง
- อัตราการหลอมรวม : 50%
- อัตราแม่นยำเมื่อใช้ท่าไร้รูปแบบ : 50%
- เงื่อนไข : ปัจจุบันมีผลเฉพาะในพื้นที่เกมบุกภายในเส้นสามแต้มเท่านั้น
เป็นไปตามคาด ระบบยังคงจำกัดเขตการใช้สกิลของอาโอมิเนะไว้แค่ภายในเส้นสามแต้ม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะวงนอกเขามีสกิล [ลูกยิงวิถีโค้งสูงพิเศษของมิโดริมะ] คุมอยู่แล้ว แค่นี้ก็เพียงพอจะถล่มทุกทีมในโลก!
"ระบบ เริ่มการหลอมรวมสกิล ลูกยิงไร้รูปแบบ ได้เลย!"
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ การหลอมรวมเสร็จสมบูรณ์!]
โนวาลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ ตอนนี้เขามั่นใจสุดๆ ว่าในโอลิมปิกที่กำลังจะถึงนี้ เขาจะกลายเป็นฝันร้ายของผู้เล่นทุกคนที่บังอาจขวางหน้า
กลับมาสู่โลกความเป็นจริง…
เพื่อนร่วมทีมยังคงเฉลิมฉลองชัยชนะนัดอุ่นเครื่องกันอย่างคึกคัก ในขณะที่ผู้เล่นออสเตรเลียเดินคอตกออกจากสนามแบบหมดสภาพ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมาแพ้ที่นี่
ตอนนี้ทัพจิงโจ้ตระหนักแล้วว่า ทีมชาติจีนไม่ใช่ขนมหวานที่ใครจะมาเคี้ยวเล่นได้ง่ายๆ อีกต่อไป
นับตั้งแต่โนวาลงสนามในครึ่งหลัง คุณภาพเกมรุกของจีนก็ยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล แม้ว่าการประสานงานจะยังดูขัดเขินไปบ้างเพราะเพิ่งรวมตัวกัน แต่ความน่าเกรงขามในตอนนี้มันของจริง!
และที่สำคัญที่สุด... "เหยาหมิง" ซูเปอร์สตาร์ NBA ยังไม่ได้ลงสนามเลยนะ!
ถ้าเหยาหมิงกับโนวาได้ประสานงานกันในสนามพร้อมกัน ทีมชาติจีนจะแข็งแกร่งขนาดไหน? คำถามนี้คงต้องรอไปเฉลยในวันเปิดม่านโอลิมปิกเท่านั้น แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้จีนกลายเป็นหนึ่งใน 12 ทีมที่ไม่มีใครกล้ามองข้ามอีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้ออสเตรเลียยังรู้สึกโชคดีอยู่บ้าง คือการที่จีนถูกจับไปอยู่ในกลุ่ม B ซึ่งเป็น "กลุ่มแห่งความตาย" ถ้าอยากจะเจอกันในรอบลึกๆ จีนต้องผ่านด่านหินในกลุ่มนั้นไปให้ได้ก่อน... แต่เรื่องที่น่ากังวลกว่าคือ วันมะรืนนี้พวกเขาต้องลงอุ่นเครื่องกับทีมจีน (ที่มีโนวา) อีกรอบเนี่ยสิ!
"น้องชาย! ทำได้เยี่ยมมาก พอมีนายมาร่วมทีม ทีมชาติของเราดูดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยจริงๆ!"
จพี่เหยาเดินกะเผลกเข้ามาคว้าตัวโนวากอดแน่น แววตาของเขาเริ่มแดงระเรื่อด้วยความตื้นตันใจ เขารู้สึกฮึกเหิมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
สิ่งที่เหยาหมิงเห็น ไม่ใช่เพียงแค่ชัยชนะในนัดนี้ แต่มันคือ "เขี้ยวเล็บ" อันทรงพลังที่ทีมชาติจีนจะแสดงให้โลกเห็นในโอลิมปิกที่กำลังจะมาถึง
สำหรับเหยาหมิง โอลิมปิกครั้งนี้มีความหมายเหนือสิ่งอื่นใด แม้ทีมแพทย์ของร็อกเก็ตส์จะคัดค้านการลงเล่นในช่วงปิดฤดูกาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็ยังยืนกรานที่จะกลับมารับใช้ชาติโดยไม่ลังเล ต่อให้ต้องกัดฟันสู้ทั้งที่ยังเจ็บ เขาก็ยอม... เพราะนี่คือโอลิมปิกในบ้านเกิด
เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้หลายครั้งว่า "ถ้าผมพลาดโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ผมคงต้องเสียใจไปชั่วชีวิต" ในฐานะผู้นำและเสาหลักทางจิตใจ มันคือหน้าที่ที่เขาต้องพาไปให้ไกลที่สุด
สื่ออเมริกาและแฟนบาสบางส่วนอาจจะไม่เข้าใจในความรักชาติอันแรงกล้าของเขา และมองว่าความดื้อรั้นนี้จะส่งผลเสียต่อสโมสร แต่ในโลกที่เชิดชูความเป็นปัจเจกนิยม พวกเขาไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าหัวใจคนจีนพองโตแค่ไหน เมื่อได้เห็นธงแดงดาวห้าดวงค่อยๆ ทะยานขึ้นสู่ยอดเสาในมหกรรมกีฬาโลก
ทว่าสื่อบางสำนักก็ออกมาสนับสนุนอาเหยา โดยบอกว่าความรักชาติของเขานั้นอยู่เหนืออาชีพและเงินทอง และเหล่าสตาร์อเมริกันที่เมินเฉยต่อโอลิมปิกควรจะดูเขาเป็นตัวอย่าง
"ฮ่าๆ แน่นอนครับพี่! พอพี่หายเจ็บกลับมา เราสองคนจะไปครองโอลิมปิกด้วยกัน!" โนวากล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ในเมื่อไม่มีโอกาสได้ผนึกกำลังกับอาเหยาในทีมร็อกเก็ตส์ การได้ร่วมสู้ในนามทีมชาติเพื่อเกียรติยศของแผ่นดินแม่ก็ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ในชาติก่อนโนวาจดจำภาพการกู้ชาติของอาเหยาได้ติดตา โดยเฉพาะคำกล่าวในรายงานข่าวชิ้นหนึ่งที่ว่า
"มันเจ็บปวดเกินทน เมื่อรู้ว่าคนนับพันล้านฝากความหวังไว้ที่คุญ...แต่คุณกลับลงไปเล่นไม่ได้" โนวาเชื่อว่านั่นคือความรู้สึกของอาเหยาในตอนนั้นจริงๆ
เหยาหมิงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำว่า "ครองโอลิมปิก"... มันช่างเป็นคำพูดที่บ้าบิ่นและทรงพลังเหลือเกิน! เดิมทีเขาไม่เคยกล้าคิดไกลขนาดนี้ แต่พอมีโนวามาอยู่ข้างๆ ความคิดเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป จินตนาการถึงการพาทีมชาติจีนก้าวไปสู่จุดที่ไม่เคยมีใครไปถึง
"คืนนี้กลับมาบ้านเกิดทั้งที ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม? มา! พี่เลี้ยงมื้อดึกเอง" อาเหยากล่าวพลางรู้สึกถึงเลือดที่กำลังสูบฉีด
"จัดไปครับพี่! ขอผมกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัวแป๊บนะครับ" โนวาและเพื่อนร่วมทีมพากันกลับเข้าห้องพัก... สุดท้ายคืนนั้นอาเหยาก็จัดหนักเลี้ยงมื้อดึกให้เพื่อนร่วมทีมทั้งทีม สำหรับนักบาสพันล้านอย่างเขา เงินแค่นี้มันแค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น!
วันต่อมา สื่อจีนทุกสำนักต่างประโคมข่าวการกลับมาของโนวาที่ช่วยกู้สถานการณ์พาทีมพลิกชนะออสเตรเลีย เพียงไม่ถึงครึ่งวัน โลกอินเทอร์เน็ตก็แทบลุกเป็นไฟ แฟนบาสต่างถกเถียงกันอย่างตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง
ความคึกคักนี้ทำเอาแฟนบอลทีมชาติจีนตากระตุกด้วยความอิจฉา... พวกนายเคยเป็นจุดอ่อนของกีฬาชาติเหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมอยู่ดีๆ ถึงกลายเป็นทีมสุดโหดไปได้ขนาดนี้ล่ะเนี่ย?
แฟนบอลหลายคนที่ผิดหวังกับฟุตบอลจึงเริ่มหันมาเทใจเชียร์ทีมบาสเกตบอลแทน ฝากความหวังของชาติไว้ที่ปลายนิ้วของเหล่านักยัดห่วง
วันที่สาม ทีมชาติจีนอุ่นเครื่องกับออสเตรเลียอีกนัดที่อู๋เคอซง ครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายเล่นกันแบบผ่อนคลายเพื่อรักษาเนื้อรักษาตัว และเป็นอีกครั้งที่ทีมจีนคว้าชัยไปได้ด้วยฟอร์มอันสม่ำเสมอของโนวา โดยที่เขายังไม่ได้งัดสกิล [การจู่โจมไร้รูปแบบของอาโอมิเนะ] ออกมาใช้เลย
เขาตั้งใจเก็บท่าไม้ตายนี้ไว้ใช้ในวินาทีเป็นวินาทีตายของโอลิมปิกเพื่อให้ศัตรูคาดไม่ถึง!
ช่วงครึ่งเดือนหลังจากนั้น ทีมจีนเดินสายอุ่นเครื่องกับทีมอย่างเซอร์เบียและแองโกลา จนกระทั่งปลายเดือนกรกฎาคม ทัพนักกีฬาบาสเกตบอลจีนก็ย้ายเข้าสู่หมู่บ้านนักกีฬาอย่างเป็นทางการ พร้อมข่าวดีที่ว่า เหยาหมิงได้รับอนุญาตจากแพทย์ให้ลงซ้อมกับทีมได้เต็มรูปแบบแล้ว!
ยิ่งใกล้วันเปิดม่าน บรรยากาศโอลิมปิกทั่วแผ่นดินมังกรก็ยิ่งเข้มข้น สายตาของคน 1,300 ล้านคนจับจ้องมาที่จุดเดียว ไม่ว่าจะเดินไปตามตรอกซอกซอยไหน ผู้คนต่างพูดถึงแต่เรื่องโอลิมปิก
และแล้ว... วันที่ 8 เดือน 8 ปี 2008 ก็มาถึง
พิธีเปิดโอลิมปิกปักกิ่ง... กำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!