- หน้าแรก
- ข้าคือเซียน เส้นทางอมตะแห่งชายชาวประมง
- บทที่ 43 - ศึกแรกในยุทธภพ
บทที่ 43 - ศึกแรกในยุทธภพ
บทที่ 43 - ศึกแรกในยุทธภพ
บทที่ 43 - ศึกแรกในยุทธภพ
บรรดาโจรสลัดน้ำที่กำลังต่อสู้อยู่บนเรือสินค้าตระกูลหลี่ ศิษย์สายในพรรคโอสถราชัน รวมถึงบ่าวรับใช้และกะลาสีเรือทุกคน เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าต่างก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก การเคลื่อนไหวของพวกเขาช้าลงโดยไม่รู้ตัว ต่างพากันมองไปยังซูเฉินที่อยู่บนแพไม้ไผ่ด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
ศิษย์รับใช้ชุดครามปิดหน้าผู้นี้ หน้าตาดูธรรมดาๆ กลับใช้แค่ไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ตวัดเบาๆ ก็สามารถซัดโจรสลัดน้ำสามคนกระเด็นตกลงไปในน้ำได้ หรือว่าเขาจะเป็นยอดฝีมือของหอรับใช้พรรคโอสถราชัน? ยอดฝีมือในหอรับใช้นั้นมีน้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลยเสียทีเดียว
"ศิษย์พี่จากหอรับใช้ รีบมาช่วยพวกเราเร็วเข้า!"
ศิษย์สายในของพรรคโอสถราชันหลายคนต่างก็แสดงสีหน้าดีใจสุดขีด ดูเหมือนว่าฝีมือของศิษย์รับใช้ชุดครามผู้นี้จะไม่ธรรมดา น่าจะพอช่วยพวกเขาได้
"โห ไอ้ศิษย์รับใช้ชุดครามคนนี้มีฝีมือไม่เบานี่นา ดูท่าคงเป็นยอดฝีมือระดับสาม มิน่าล่ะถึงกล้ามาสอดมือเข้ามายุ่ง จุ๊ๆ ดูจากการตวัดไม้พายเมื่อกี้สิ เหนือกว่าไอ้หน้าละอ่อนแซ่หวังนั่นตั้งเยอะ"
หัวหน้าโจรสลัดน้ำติงสือซานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
สถานการณ์บนเรือสินค้าตระกูลหลี่ก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมาแล้ว ยิ่งพอโจรสลัดน้ำหายไปสามคน เขาก็ยิ่งไม่มีลูกน้องเหลือพอไปจัดการกับซูเฉิน เขาต้องลงมือจัดการด้วยตัวเองเสียแล้ว
เมื่อซูเฉินจัดการโจรสลัดน้ำสามคนเรียบร้อย ก็ถ่อแพไม้ไผ่ตรงเข้าไปหาเรือเร็ว พอมุ่งไปถึงข้างเรือ เขาก็กระโดดขึ้นไปบนเรือเร็วอย่างรวดเร็ว
ติงสือซานถือมีดผ่าคลื่นยืนผงาดอยู่บนหัวเรือ มองลงมายังซูเฉินที่อยู่บนแพไม้ไผ่
ย่าห์!
ไอ้เด็กรับใช้คนนี้ช่างกล้าหาญชาญชัยรนหาที่ตายเสียจริง คิดว่าแค่เอาชนะลูกกระจ๊อกโจรสลัดน้ำสามคนได้ ก็จะมีหน้ามาท้าทายหัวหน้าโจรสลัดน้ำ ยอดฝีมือระดับสองอย่างเขาเชียวหรือ
"ไอ้เด็กเหลือขอตาบอด ถนนใหญ่มีไม่เดิน ดันมาหาที่ตายถึงนรก วันนี้นายท่านติงสือซานผู้นี้จะขอรับเอาชีวิตน้อยๆ ของเจ้าไปก็แล้วกัน เกิดใหม่คราวหน้าก็หัดลืมตาให้มันกว้างๆ หน่อยล่ะ!"
ติงสือซานหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม พลางตะโกนก้อง เขารวบรวมลมปราณแท้ภายในไปที่มีดผ่าคลื่นในมือ ประกายดาบวาบวับ กลายเป็นเงาดาบที่สว่างจ้าพุ่งตรงเข้าใส่ซูเฉิน
ซูเฉินตวัดไม้ถ่อเรือไม้ไผ่
เงาไม้ไผ่พุ่งแหวกอากาศราวกับงูร้าย ทะลวงผ่านเงาดาบนั้นไปในพริบตา
"เพี๊ยะ!"
ติงสือซานยังไม่ทันได้ฟาดดาบออกไป ก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่แก้มซ้ายจากการถูกปลายไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ฟาดเข้าอย่างจัง ทำเอาเขามึนงงจนต้องเดินเซถอยหลังไปหลายก้าว
ติงสือซานลูบแก้มที่บวมเป่งไปซีกหนึ่ง ฟันหักไปหลายซี่ เขาพ่นเลือดสีแดงคล้ำออกมา พลางยืนงงอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
นี่มันเพลงกระบองบ้าอะไรกัน ทำไมถึงได้พิสดารขนาดนี้?
เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นศิษย์รับใช้ชุดครามปิดหน้าคนนั้นยืนอยู่ห่างออกไปหลายจ้างอย่างสบายใจ ไม่ได้เข้ามาใกล้ เพียงแต่ถือไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ขนาดยาวไว้ในมือ และมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน
ติงสือซานเพิ่งจะเข้าใจว่าศิษย์รับใช้ชุดครามคนนี้ อาศัยความยาวของไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ที่ยาวถึงสองสามจ้าง เพื่อเอาเปรียบมีดสั้นสองฉื่อในมือของเขา
"ถุย~ เป็นแค่ศิษย์รับใช้ชุดคราม ยังกล้ามาอวดอ้างเป็นยอดฝีมือเพลงกระบองต่อหน้านายท่านติง ข้าจะฟันไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ของเจ้าให้ขาดกระจุย ดูซิว่าเจ้าจะเอาอะไรมาอวดเก่งอีก!"
ติงสือซานถ่มน้ำลาย โกรธจัด ตวัดมีดผ่าคลื่นในมือ ฟันฉับเข้าที่ไม้ถ่อเรือไม้ไผ่
ด้วยความคมของดาบของเขา ย่อมสามารถฟันไม้ไผ่ให้ขาดสะบั้นได้ในดาบเดียว
ทว่า ไม่ว่าดาบของเขาจะรวดเร็วเพียงใด ไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ยาวในมือของซูเฉินก็ราวกับงูโคลนที่ลื่นไหลจับไม่ติด แตะไม่ได้แม้แต่ปลายขน แล้วแบบนี้จะฟันโดนได้อย่างไร
"เพี๊ยะ!"
"เพี๊ยะ!"
"เพี๊ยะ!"
ติงสือซานถูกฟาดด้วยไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ไปสามทีติดๆ จนร้องโอดโอยอย่างน่าสมเพช ทีแรดโดนฟาดเข้าที่ท้อง ปวดจนต้องแยกเขี้ยว ท้องเกร็งจนแทบจะอ้วกข้าวข้ามคืนออกมา
เขาวิ่งตะลุยเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง เพิ่งก้าวไปได้แค่ก้าวเดียว ก็โดนฟาดอีกทีจนปวดร้าวทรุดเข่าลงกับพื้น ตามมาด้วยการถูกฟาดเข้าที่แขนข้างที่ถือดาบ ปวดแปลบถึงกระดูกจนเกือบจะทำมีดผ่าคลื่นหลุดมือ
ติงสือซานมีสภาพทุลักทุเล แต่ในใจกลับตื่นตระหนกสุดขีด
เพลงกระบองของศิษย์รับใช้ชุดครามผู้นี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ติดตามดั่งเงา โจมตีทุกช่องว่างที่เปิดเผย ฝีมือระดับนี้น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับยอดฝีมือระดับหนึ่งได้เลย
เพียงแต่ในไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ไม่ได้แฝงลมปราณแท้ภายใน อานุภาพของการฟาดจึงค่อนข้างอ่อนแอ ด้วยระดับพลังของเขายังพอรับไหว หากไม้ถ่อเรือไม้ไผ่แฝงลมปราณแท้ภายในอันทรงพลัง แค่การฟาดเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้เขาอวัยวะภายในบอบช้ำ เลือดออกเจ็ดทวาร สิ้นใจตายคาที่ได้เลย
ติงสือซานมั่นใจได้เลยว่า ชายคนนี้มีฝีมือเพลงกระบองที่ลึกล้ำอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ระดับพลังฝึกปรือยังต่ำอยู่ คงเป็นเพียงศิษย์รับใช้ชุดครามที่มีระดับพลังจุดตันเถียนล่างระดับสามช่วงปลายเท่านั้น
"ไอ้เด็กรับใช้ชุดครามคนนี้เจ้าเล่ห์นัก อาศัยเพลงกระบองที่ลึกล้ำ คอยโจมตีนายท่านอย่างข้าจากระยะไกล แต่นายท่านติงอย่างข้าคือยอดฝีมือระดับสองที่มีลมปราณแท้ภายในนะโว้ย คราวนี้แหละ ข้าจะให้เจ้าเด็กนี่ได้เห็นถึงความร้ายกาจของลมปราณแท้ภายใน! ข้าจะใช้ลมปราณแท้ภายในคุ้มกันตัว แล้วพุ่งเข้าไปประชิดตัวเจ้า ดูสิว่าเจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้าได้อีก"
ติงสือซานถูกฟาดด้วยไม้ถ่อเรือไม้ไผ่สามสี่ที จนหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด
วิชาดาบของเขาไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย เพียงแต่อานุภาพรุนแรงขึ้นมากเมื่อแฝงไปด้วยลมปราณแท้ภายใน แต่ถ้าพูดถึงความลึกล้ำแล้ว ยังห่างชั้นจากหวังฟู่กุ้ยที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามอยู่มาก
ก่อนหน้านี้ ที่เขาเอาชนะหวังฟู่กุ้ยได้ ก็เพราะอาศัยความเหี้ยมโหด มุ่งโจมตีจุดตายของคู่ต่อสู้ ด้วยวิถีการต่อสู้ในยุทธภพแบบแลกชีวิต ทำให้หวังฟู่กุ้ยที่ขาดประสบการณ์การต่อสู้เกิดความตื่นตระหนกจนต้องชักกระบี่กลับมาป้องกัน เขาจึงใช้ลมปราณแท้ภายใน ฟาดกระบี่วิเศษในมือหวังฟู่กุ้ยจนกระเด็นหลุดมือ เอาชนะหวังฟู่กุ้ยได้ในดาบเดียว จนอีกฝ่ายต้องตกน้ำไป
แต่วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับศิษย์รับใช้ชุดครามคนนี้เลย
ศิษย์รับใช้ชุดครามคนนี้ระมัดระวังตัวมาก ไม่ยอมเข้ามาสู้ประชิดตัวเลย อาศัยเพียงไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ขนาดยาวหลายจ้างและเพลงกระบองอันลึกล้ำ คอยพัวพันถ่วงเวลาเขาไว้
มีดผ่าคลื่นในมือของเขาไม่ฟันลม ก็ฟันลงบนดาดฟ้าเรือเร็ว จนเศษไม้กระเด็นว่อน แต่กลับไม่เคยโดนไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ของศิษย์รับใช้ชุดครามเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำเอาเขาหงุดหงิดจนแทบกระอักเลือด
ไม่ว่าวิชาดาบของเขาจะเหี้ยมโหดและยอมแลกชีวิตแค่ไหน แต่ในระยะห่างหลายจ้าง เขาก็ไม่อาจแตะต้องศิษย์รับใช้ชุดครามคนนี้ได้แม้แต่ปลายผม ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แค่โดนฟาดสักสิบที เขาก็คงเนื้อแตกยับเยิน ลุกไม่ขึ้นแน่ๆ
ติงสือซานหันไปมองบนเรือสินค้าตระกูลหลี่ ใบหน้าของเขาก็ยิ่งซีดเผือด ทั้งตกใจทั้งโกรธ
สถานการณ์ของโจรสลัดน้ำบนเรือสินค้าตระกูลหลี่ ก็เริ่มไม่สู้ดีนัก
เดิมทีโจรสลัดน้ำกว่าสิบคนก็ถูกซูเฉินซัดตกน้ำไปแล้วสามคน พวกมันกำลังดิ้นตะเกียกตะกายกินน้ำในแม่น้ำจนอิ่มแปล้ แทบจะหมดสภาพไปแล้ว
ส่วนหวังฟู่กุ้ยหลังจากตกน้ำ ก็ตะเกียกตะกายกลับขึ้นเรือสินค้า คว้ากระบี่และกระโจนเข้าร่วมวงต่อสู้อีกครั้ง
การเพิ่มมาหนึ่งคนและหายไปสามคนนี้ ทำให้โจรสลัดน้ำเจ็ดแปดคนที่เหลือรับมือไม่ไหว ถูกต้อนให้ไปจนมุมอยู่ที่หัวเรือสินค้าตระกูลหลี่
ดูท่าแล้วอีกไม่ถึงชั่วจิบชา พวกโจรสลัดน้ำคงจะพ่ายแพ้ยับเยิน และถูกซัดตกลงไปในแม่น้ำจนหมด
เมื่อถึงตอนนั้น หากหวังฟู่กุ้ยและศิษย์สายในของพรรคโอสถราชัน รวมถึงบ่าวรับใช้และกะลาสีเรือกว่าสิบคนหันมารุมโจมตีเขา ต่อให้ติงสือซานจะเป็นยอดฝีมือระดับสอง แต่ถ้าไม่มีสามหัวหกแขน เขาก็คงรับมือไม่ไหวแน่ๆ
"ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบจบการต่อสู้โดยเร็วที่สุด! รีบฆ่าไอ้ศิษย์รับใช้นี่ให้เร็วที่สุด แล้วรีบไปช่วยพวกพี่น้อง! ในเมื่อไม่มีทางเลือก ก็คงต้องใช้ท่าไม้ตายลับสุดยอดของข้าแล้ว ถึงจะมีโอกาสฆ่าไอ้ศิษย์รับใช้นี่ได้ ไอ้ศิษย์รับใช้นี่ดูยังเด็ก คงไม่มีประสบการณ์มากมายอะไร แค่ขู่ให้ตกใจก็หลงกลแล้ว!"
แววตาของติงสือซานสาดประกายความเจ้าเล่ห์และเหี้ยมโหดแฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง
เขาเพิ่งจะอยู่แค่ระดับสองช่วงต้น เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับจุดตันเถียนกลางได้แค่สองสามปี ลมปราณแท้ภายในจึงยังมีน้อยมาก
ลมปราณแท้ภายในอันน้อยนิดนี้ สามารถใช้ประโยชน์ได้เพียงอย่างเดียว คือนำไปแฝงในดาบเพื่อเพิ่มอานุภาพการทำลายล้าง หรือไม่ก็นำมาใช้คุ้มกันร่างกาย ไม่สามารถใช้ทั้งรุกและรับไปพร้อมๆ กันได้
"ไอ้เด็กเหลือขอ รับความตายซะ——!"
ติงสือซานคำรามลั่น รีบดึงลมปราณแท้ภายในออกจากดาบกลับมาใช้คุ้มกันร่างกาย ยอมทนรับแรงฟาดจากไม้ถ่อเรือไม้ไผ่ของซูเฉิน และพุ่งตัวเข้าใส่ซูเฉินอย่างรวดเร็ว
ดาบใหญ่ในมือของเขาฟันอย่างบ้าคลั่ง ระเบิดพลังการต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิต หมายมั่นที่จะเข้าไปสู้ประชิดตัวกับซูเฉินให้จงได้
[จบแล้ว]