- หน้าแรก
- เข้าเกมล่วงหน้าก่อนใคร เริ่มต้นมาก็กลายเป็นคู่หมั้นจักรพรรดินีเสียแล้ว
- บทที่ 24 - สี่หญิงงามแห่งเมืองหลวง!
บทที่ 24 - สี่หญิงงามแห่งเมืองหลวง!
บทที่ 24 - สี่หญิงงามแห่งเมืองหลวง!
บทที่ 24 - สี่หญิงงามแห่งเมืองหลวง!
☆☆☆☆☆
"ช่างเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาอะไรเช่นนี้!" ชิงหย่าอดไม่ได้ที่จะพร่ำชมในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นผู้ชายที่มีรูปโฉมงดงามไร้ที่ติขนาดนี้
จิตใต้สำนึกของนางเผลอนึกไปถึงองค์หญิงรองแห่งราชวงศ์ต้าอู่ผู้นั้น
"ช่างเป็นโชคดีของนางเสียจริง ว่าที่สามีในอนาคตมีใบหน้าหล่อเหลาปานนี้ คิดว่าชีวิตในห้องหอคงไม่มีทางน่าเบื่อเป็นแน่..."
เมื่อคิดถึงตรงนี้ พวงแก้มของชิงหย่าก็แดงระเรื่อ นี่นางคิดเรื่องพรรค์นี้ไปได้อย่างไรกัน นางรีบดึงสายตากลับมาทันที ชิงหย่าไม่รู้เลยว่าเหตุใดในหัวของนางถึงได้มีแต่ความคิดเหลวไหลพวกนี้ผุดขึ้นมา นางรีบสลัดความคิดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเป็นธรรมชาติ
"คุณชาย รูปโฉมของท่านช่างโดดเด่นเสียจริง ข้าว่าท่านน่าจะไปลงสมัครคัดเลือกเป็นบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงได้เลยนะเจ้าคะ!"
ชิงหย่าเอ่ยยิ้มๆ ในเมืองหลวงมีพวกชอบสอดรู้สอดเห็นจัดอันดับหนุ่มหล่อสาวสวยในเมืองหลวงขึ้นมา โดยคัดเลือกชายหญิงฝ่ายละสี่คน ซึ่งถูกขนานนามว่าสี่หญิงงามแห่งเมืองหลวงและสี่บุรุษรูปงามแห่งเมืองหลวง
แม้ว่าชื่อเรียกนี้จะดูเชยไปสักหน่อย แต่คนทั้งแปดที่มีรายชื่อติดโผนั้น ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง รูปโฉมและบุคลิกของพวกเขาล้วนงดงามราวกับไม่ใช่คนบนโลกมนุษย์
"พูดแบบนี้ก็แสดงว่า แม่นางชิงหย่าเคยเห็นสี่บุรุษรูปงามแห่งเมืองหลวงที่ว่านั่นแล้วสิ!"
เซี่ยเฉินรินน้ำชาให้ตัวเองหนึ่งจอก เขาไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย ท่าทางดูเหมือนจะกลายเป็นเจ้าบ้านแทนเสียแล้ว
"ข้ามีวาสนาได้พบเพียงผู้เดียวเจ้าค่ะ แต่ข้ารู้สึกว่าหากนำมาเทียบกับคุณชายแล้ว เขาก็ยังดูด้อยกว่าอยู่ขั้นหนึ่ง!"
ชิงหย่าขยับกายเข้าไปนั่งลงข้างเซี่ยเฉินพร้อมกับกลิ่นหอมหวนที่โชยมา คำพูดของนางไม่ได้เป็นการเยินยอ แต่เป็นความจริง แถมจากข้อมูลของหน่วยหวงเฉิงที่นางรู้มา เซี่ยเฉินผู้นี้เพิ่งจะมีอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น หากรออีกสักหนึ่งถึงสองปีจนเขาถึงวัยสวมกวาน รูปโฉมของเขาจะต้องโดดเด่นยิ่งกว่านี้และไปถึงจุดสูงสุดอย่างแน่นอน
เซี่ยเฉินได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ให้ตายเถอะ นี่เขาจะกลายเป็นหยางกุ้ยเฟยเวอร์ชั่นผู้ชายไปแล้วหรือนี่?
ความงามตามธรรมชาติยากจะทอดทิ้ง เติบโตมาในหอห้องไร้ผู้คนรู้จัก! พอได้ออกจากจวนทีไรก็ทำเอาคนทั้งใต้หล้าต้องตกตะลึงเลยหรือ?
จู่ๆ บทกวีบทนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเซี่ยเฉิน ตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมาเขาแทบไม่ค่อยได้ก้าวเท้าออกจากจวนโหวเลยจริงๆ โลกภายนอกจึงแทบไม่มีใครรู้จักเขา
จากนั้นเซี่ยเฉินก็หวนนึกไปถึงคู่หมั้นของเขาที่จะกลายเป็นจักรพรรดินีในอนาคต ดูเหมือนว่าเขาจะมีโอกาสได้เป็นหยางกุ้ยเฟยแห่งต่างโลกจริงๆ เสียด้วยสิ!
"เวรเอ๊ย นามแฝงที่ข้าเพิ่งจะตั้งไปเมื่อครู่ก็แซ่หยางเหมือนกัน ทุกอย่างมันช่างพอดิบพอดีอะไรขนาดนี้"
เซี่ยเฉินคิดไปคิดมาก็เริ่มใจลอย นามแฝงที่เขาพูดออกไปส่งเดช ทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่ามันแฝงผลกรรมบางอย่างเอาไว้ในความมืดมิดก็ไม่รู้
"คุณชายกำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ?" เมื่อเห็นเซี่ยเฉินเหม่อลอย ชิงหย่าก็อดสงสัยไม่ได้ นางก็แค่ชมรูปร่างหน้าตาของเขาจากใจจริงไม่ใช่หรือไง เหตุใดเขาถึงได้ใจลอยไปเสียได้!
"ไม่มีอะไรหรอก!" เซี่ยเฉินดึงสติกลับมาและนั่งตัวตรงตระหง่าน ท่าทางของเขาทำเอาชิงหย่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
เจ้าหมอนี่คงไม่ได้เพิ่งเคยมาสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรกหรอกนะ!
"คุณชาย ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ดื่มชาไปก็จืดชืดแย่ ที่นี่มีสุราชั้นเลิศนะเจ้าคะ!"
ดวงตากลมโตของชิงหย่าเปล่งประกาย นางรู้สึกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจ จึงหยิบป้านสุราชั้นเลิศที่วางอยู่ริมโต๊ะขึ้นมารินให้เซี่ยเฉินจอกหนึ่ง
"ข้าอยากรู้เหลือเกินว่า สี่หญิงงามที่แม่นางชิงหย่าพูดถึงนั้น จะงดงามสักเพียงใดกันเชียว!" เซี่ยเฉินพยายามหาหัวข้อสนทนา เขาแทบไม่ค่อยรู้เรื่องซุบซิบในเมืองหลวงพวกนี้เลยจริงๆ
"คุณชายไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือเจ้าคะ?" ชิงหย่ารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็น่าจะสนใจเรื่องพวกนี้มากที่สุดไม่ใช่หรือ?
แต่ไม่นานสัญชาตญาณความเป็นมืออาชีพของนางก็กลบความสงสัยในใจไปจนหมด นางจึงค่อยๆ เอื้อนเอ่ยออกมา
"สี่หญิงงามเหล่านี้ แต่ละคนล้วนมีพื้นเพไม่ธรรมดา พวกนางเป็นที่ยอมรับและไร้ข้อกังขาเสียยิ่งกว่าสี่บุรุษรูปงามที่เล่าลือกันเสียอีก คนแรกคือศิษย์สายตรงของปรมาจารย์สวรรค์แห่งจวนปรมาจารย์สวรรค์คนปัจจุบัน อีกคนคือธิดาพุทธะแห่งวัดเทียนหลงในยุคปัจจุบัน ส่วนอีกสองคนล้วนเป็นคนในโลกีย์ คนแรกคือบุตรสาวสายตรงของอัครมหาเสนาบดีหลินหานผู่ ส่วนอีกคนก็คือพระราชธิดาองค์รองของฝ่าบาทในปัจจุบัน... องค์หญิงเหยากวงเจ้าค่ะ"
"จริงสิ ช่วงก่อนหน้านี้ข้าได้ยินมาว่าองค์หญิงเหยากวงผู้นี้ถูกหมั้นหมายไว้แล้ว ดูเหมือนจะเป็นบุตรชายสายตรงของจวนโหวพิทักษ์บูรพากระมังเจ้าคะ"
ตอนที่ชิงหย่าพูดถึงองค์หญิงรอง นางจงใจพูดเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง ก่อนจะลอบสังเกตสีหน้าของเซี่ยเฉินอย่างละเอียด ทว่าสิ่งที่ทำให้นางต้องผิดหวังก็คือ ใบหน้าของเซี่ยเฉินกลับไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด ราวกับว่าบุตรชายสายตรงของจวนโหวผู้นั้นไม่ใช่เขาอย่างไรอย่างนั้น
"คนของจวนปรมาจารย์สวรรค์กับวัดเทียนหลงก็เข้าร่วมการคัดเลือกด้วยหรือ?" เซี่ยเฉินสงสัย จวนปรมาจารย์สวรรค์และวัดเทียนหลงถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋าและศาสนาพุทธในราชวงศ์ต้าอู่ หรืออาจจะนับได้ว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาพุทธและเต๋าของคนทั้งใต้หล้าเลยก็ว่าได้ ซึ่งถือเป็นตัวแทนที่ถูกต้องตามธรรมเนียมของทั้งสองศาสนา
อีกทั้งปรมาจารย์สวรรค์แห่งจวนปรมาจารย์สวรรค์และเจ้าอาวาสวัดเทียนหลงต่างก็เป็นบุคคลระดับสุดยอดของยุค ทว่าทั้งสองสำนักนี้กลับไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก สำนักทั้งสองตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของเมืองหลวงราวกับกำลังเผชิญหน้ากันอยู่
"พวกนางไม่ได้เข้าร่วมการคัดเลือกหรอกเจ้าค่ะ แต่ทนพวกสอดรู้สอดเห็นไม่ได้ก็เลยจับพวกนางสองคนนี้ยัดใส่เข้าไปในทำเนียบด้วย" ชิงหย่าเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและเชื่องช้า น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยมนต์ขลังของแดนเจียงหนาน
"รูปโฉมของแม่นางชิงหย่าเมื่อเทียบกับสี่คนนี้แล้วเป็นอย่างไรบ้างเล่า!"
"ข้าจะไปเทียบกับสี่คนนั้นได้อย่างไรกันเจ้าคะ!" ชิงหย่าชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็ส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆ
"คุณชายอย่ามาล้อข้าเล่นเลยเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฐานะ หน้าตา รูปร่าง หรือบุคลิก ข้าล้วนแตกต่างจากพวกนางราวฟ้ากับเหว ข้าไม่คู่ควรที่จะนำไปเปรียบเทียบกับพวกนางหรอกเจ้าค่ะ" ชิงหย่าพูดจาถ่อมตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้น
"คุณชาย ฟ้ามืดแล้ว คืนนี้คุณชายอยากจะคุยกับข้าที่โต๊ะนี้ไปจนเช้าจริงๆ หรือเจ้าคะ?" ดูเหมือนชิงหย่าจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ให้มากความ นางเดินนำไปที่เตียง ยกเรียวขาขาวเนียนขึ้น ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนเตียง
กลิ่นอายของนางเปลี่ยนไปในพริบตา จากกุลสตรีผู้สูงศักดิ์และเทพธิดาผู้เย็นชา กลายเป็นนางมารที่เย้ายวนที่สุดในปฐพี
สายตาของนางหวานหยดย้อยราวกับเส้นไหม คล้ายกับกำลังเปล่งประกายแห่งความเย้ายวนออกมา บรรยากาศภายในห้องพลันคลุมเครือขึ้นมาทันที เซี่ยเฉินเผยรอยยิ้มและก้าวเท้าอย่างอ้อยอิ่งตรงไปยังเตียงนอน
"ดูเหมือนแม่นางชิงหย่าจะอดใจรอไม่ไหวเสียแล้ว เหตุใดถึงได้ใจร้อนปานนี้เล่า!" เซี่ยเฉินเอ่ยหยอกล้อ เขาตรงดิ่งไปนั่งลงบนเตียงและจ้องมองคนงามที่อยู่ตรงหน้า
"เป็นเพราะคุณชายใจจืดใจดำต่างหากเล่า ทิวทัศน์ยามค่ำคืนงดงามปานนี้ ท่านมัวแต่ชวนข้าคุย ไม่เห็นจะเริ่มก่อนเลย มาสนุกกับข้าเถอะเจ้าค่ะ!" แววตาของชิงหย่าดูตัดพ้อ ความย้อนแย้งในตัวนางถูกดึงออกมาจนถึงขีดสุด
เซี่ยเฉินฉีกยิ้ม ก่อนจะตั้งท่าพุ่งทะยานเข้าไปหมายจะรวบตัวกุลสตรีที่มีความย้อนแย้งสุดขีดผู้นี้เข้าสู่อ้อมกอดเพื่อกลืนกินนางเสีย
ทว่าทันทีที่เขาขยับตัว ร่างกายของเขาก็อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง เขาล้มพับลงไปกองบนเตียงและผล็อยหลับไปพร้อมกับเสียงกรนเบาๆ
"ถุย! ผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันหมดนั่นแหละ เพิ่งจะหมั้นหมายเสร็จสรรพ พอออกจากจวนได้ก็รีบแจ้นมาหาสถานที่แบบนี้เลยนะ"
เสี่ยวเหลียนเดินเข้ามาจากข้างนอก นางถ่มน้ำลายด่าทอราวกับแม่สิงโตสาวตัวน้อย นางยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูมาตลอด นางรู้ฐานะที่แท้จริงของเซี่ยเฉิน และเมื่อครู่นี้ก็ยังได้ยินชิงหย่าชิงพูดเรื่องงานแต่งงานขององค์หญิงรองกับเซี่ยเฉินอีกด้วย
"ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะมาหาข้าที่นี่ แต่นี่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราอาจจะยืมมือเขาเพื่อส่งต่อข้อมูลบางอย่างไปให้คนถือโคม ช่วงนี้คนถือโคมสืบสวนหนักมาก เครือข่ายใต้ดินของเราในเมืองหลวงได้รับความเสียหายอย่างหนัก หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป เกรงว่าคงเกิดเรื่องใหญ่แน่!"
ชิงหย่าถอนหายใจ นางเหลือบมองเซี่ยเฉินที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ ก่อนจะก้าวลงจากเตียง นางกลับมามีท่าทีสง่างามและสูงศักดิ์อีกครั้ง ความเย้ายวนก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น รูปลักษณ์โดยรวมของนางดูเย็นชาและหลุดพ้นจากโลกีย์!
เสี่ยวเหลียนที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยความเดือดดาล "พวกต้าเฟิ่งบัดซบ หากตอนนั้นพวกเราไม่ยื่นมือเข้าช่วย เกรงว่าพวกมันคงถูกต้าอู่กวาดล้างจนสิ้นชาติไปตั้งนานแล้ว แต่พอตอนนี้พวกมันฟื้นตัวกลับมาได้ กลับกล้าหักหลังพวกเรา ขโมยแผนที่การทหารไปไม่พอ ยังมาใส่ร้ายพวกเราอีก"
เสี่ยวเหลียนรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่ง ช่วงนี้คนของพวกนางถูกจับกุมตัวไปเป็นจำนวนมาก แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเพียงสมาชิกระดับล่าง แต่หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วพวกนางจะต้องโดนร่างแหไปด้วยอย่างแน่นอน
ที่สำคัญไปกว่านั้น สายลับของสำนักตรวจสอบแห่งแคว้นเฟิ่งยังได้นำข้อมูลเครือข่ายสายลับของหน่วยหวงเฉิงที่แฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงต้าอู่ไปเปิดเผยให้พวกคนถือโคมรู้อีก ส่งผลให้หน่วยหวงเฉิงของพวกนางได้รับความเสียหายอย่างหนัก
[จบแล้ว]