- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 88 - ขออภัยด้วย ให้ไม่ได้!
บทที่ 88 - ขออภัยด้วย ให้ไม่ได้!
บทที่ 88 - ขออภัยด้วย ให้ไม่ได้!
เมื่อเสียงอันบาดหูนั้นดังใกล้เข้ามา
ทั้งสิบคนก็กวาดสายตามองไปรอบๆ
"ระวัง!"
เยี่ยอู๋โยวตาไวรวดเร็ว เขาคว้าตัวโจวเสวียนเยี่ยที่อยู่ด้านข้าง กลิ้งตัวหลบหลีกไปได้อย่างหวุดหวิด
ฟิ้ว ฟิ้ว ... ฉึก ฉึก ...
ได้ยินเพียงเสียงลูกธนูแหวกอากาศและเสียงแทงทะลุเนื้อหนังดังขึ้น
ท่ามกลางคนทั้งสิบ
อู๋จื่อเฉินจากเมืองหลิงเฟิง ตอบสนองช้าไปหนึ่งจังหวะ ถูกลูกธนูดอกหนึ่งยิงเข้าที่หน้าอก เขาล้มลงกับพื้น เลือดพุ่งทะลักออกจากปาก
ส่วนไห่ชิงเหยียนนั้นน่าเวทนายิ่งกว่า
บริเวณหน้าท้อง หน้าอก และเบ้าตา ถูกลูกธนูแหลมคมสามดอกยิงเข้าใส่ เขาล้มลงบนพื้น ร่างกายกระตุกสองสามครั้ง ก่อนจะสิ้นใจตายไปอย่างสมบูรณ์
"ชิงเหยียน!"
อวิ๋นไคเทียนและไห่ชิงอีที่หลบลูกธนูมาได้ เมื่อเห็นไห่ชิงเหยียนตายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือด
ในตอนนั้นเอง
ท่ามกลางป่าเขา ก็มีเงาร่างหลายสายปรากฏตัวขึ้นมาจากทุกทิศทาง
ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้า ดูมีอายุราวสิบแปดสิบเก้าปี ไว้ผมสั้นทะมัดทะแมง ถือดาบเล่มหนึ่ง ยืนอยู่บนต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง มองลงมายังพวกเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม
"พวกไก่อ่อนมาแล้ว!"
ชายหนุ่มผมสั้นหัวเราะ "พวกเจ้าสองสามคน มอบป้ายคำสั่งออกมา ลูกศรคำสั่งของพวกเจ้า พวกข้าขอรับไปก็แล้วกัน"
โดยรอบมีคนรวมแล้วสิบกว่าคน ในเวลานี้ต่างก็จ้องมองคนทั้งแปดด้วยสายตาที่ดุดันราวกับเสือหิว
เห็นได้ชัดว่า
คนทั้งสิบกว่าคนนี้ ก็คือศิษย์เก่านั่นเอง
เมื่อโจวเสวียนเยี่ยเห็นอู๋จื่อเฉินและไห่ชิงเหยียนต้องสังเวยชีวิต เขาก็สบถด่าทันที "พวกเจ้าที่ถูกสำนักศึกษาคัดออกเพราะทำผลงานได้รั้งท้าย แล้วจะเป็นอะไรได้อีกล่ะ ไอ้พวกไก่อ่อนแก่ๆ งั้นหรือ"
"โอ้ อารมณ์แข็งกร้าวดีนี่!"
ชายหนุ่มผมสั้นแสยะยิ้มพลางกล่าว "ไอ้พวกไก่อ่อน ข้าจะบอกให้เจ้ารู้เอาไว้นะ ต่อให้พวกข้าจะทำผลงานได้รั้งท้ายในสำนักศึกษาเทียนชิง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกไก่อ่อนอย่างพวกเจ้าจะเทียบชั้นได้ เข้าใจหรือไม่"
หลินจื่อเซียว หลินจื่อยวน อวิ๋นไคเทียน และคนอื่นๆ ต่อให้ภายในใจจะโกรธแค้นเพียงใด แต่ในเวลานี้ก็ต้องข่มกลั้นความโกรธเอาไว้
ชายหนุ่มผมสั้นพูดไม่ผิดเลย
ศิษย์เก่าเหล่านี้ ระดับพลังย่อมไม่ด้อยไปกว่าพวกเขา แถมยังมีจำนวนคนมากกว่า พวกเขาไม่มีโอกาสชนะจริงๆ
"ส่งลูกศรคำสั่งออกมา!"
ชายหนุ่มผมสั้นแค่นเสียง "มิเช่นนั้น พวกเจ้าทั้งแปดคน ล้วนต้องตาย"
"ข้ายอมส่งให้!"
ในตอนนั้นเอง
หมิงซินเยียนก้าวออกไปหนึ่งก้าว ชูป้ายคำสั่งของตนเองขึ้นพลางกล่าว "ขอเรียนถามศิษย์พี่ ไม่ทราบว่าท่านมีนามว่ากระไร"
"ข้าคือเหวินเหรินอวี่!"
หมิงซินเยียนเดินเข้าไปหา ชูป้ายคำสั่งของตนเองพลางกล่าว "ศิษย์พี่เหวินเหริน ข้ายินดีมอบลูกศรคำสั่งของข้าให้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังยินดีร่วมกลุ่มกับพวกท่านด้วย"
"ร่วมกลุ่มงั้นหรือ"
เหวินเหรินอวี่อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองหมิงซินเยียนตั้งแต่หัวจรดเท้า
สตรีผู้นี้ รูปร่างไม่เลวเลยทีเดียว
พาติดตัวไว้ ยามเบื่อหน่าย ก็เอามาเล่นสนุกได้ไม่เลว
"เจ้าก็ไม่เลว รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดคน เอาล่ะ ลูกศรคำสั่งของเจ้าไม่ต้องส่งให้แล้ว เก็บเอาไว้เองเถอะ ต่อไปก็ติดตามข้า!"
เมื่อหมิงซินเยียนได้ยินเช่นนั้น นางก็ดีใจขึ้นมาทันที "ขอบคุณศิษย์พี่เหวินเหริน"
เมื่อคนอื่นๆ เห็นฉากนี้ ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปมา
หลินจื่อเซียวและหลินจื่อยวนสองคนสบตากัน ก่อนจะเดินเข้าไปหาเช่นกัน
"ศิษย์พี่เหวินเหริน พวกข้าเองก็ยินดีติดตามท่านร่วมกลุ่มเช่นกัน"
"พวกเจ้างั้นหรือ"
เหวินเหรินอวี่เลิกคิ้วมองทั้งสองคน เขากระโดดลงมาจากต้นไม้พลางกล่าว "เอาป้ายคำสั่งมาให้ข้า"
เมื่อทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่กล้าขัดขืน ยอมส่งป้ายคำสั่งให้แต่โดยดี
เหวินเหรินอวี่หยิบป้ายคำสั่งของตนเองออกมา จากนั้นก็ถ่ายโอนลูกศรคำสั่งจากป้ายคำสั่งของหลินจื่อเซียวและหลินจื่อยวน เข้าไปในป้ายคำสั่งของตนเอง
"คืนให้พวกเจ้า"
เหวินเหรินอวี่คืนป้ายคำสั่งให้ทั้งสองคนพลางกล่าว "ช่วงหนึ่งเดือนต่อจากนี้จงติดตามข้า วางใจเถอะ ข้าจะหาลูกศรคำสั่งดอกใหม่มาให้พวกเจ้า เพื่อให้พวกเจ้าได้เข้าสู่สำนักศึกษาเทียนชิง"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้
สีหน้าที่ดูไม่ได้ของหลินจื่อเซียวและหลินจื่อยวน ก็ฝืนยิ้มออกมาได้เล็กน้อย
ทั้งสองคิดว่าการสวามิภักดิ์ต่อเหวินเหรินอวี่ จะทำให้ไม่ถูกแย่งชิงลูกศรคำสั่ง ไม่คาดคิดเลยว่าสุดท้ายก็ยังถูกแย่งชิงไปอยู่ดี
เหวินเหรินอวี่กวาดสายตามองไปที่คนอื่นๆ ที่เหลือพลางกล่าว "เอาป้ายคำสั่งมา ข้าจะไม่สังหารพวกเจ้า หากไม่ยอมเอามา ล้วนต้องตาย!"
สิ้นเสียงของเหวินเหรินอวี่
ก็มีศิษย์เก่าหลายคน เดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าอวิ๋นไคเทียน ไห่ชิงอี และอันชิงเฟิง
แม้ว่าทั้งสามคนในเวลานี้จะรู้สึกโกรธแค้น แต่ก็ไร้ประโยชน์ ทำได้เพียงยอมส่งป้ายคำสั่งของตนเองออกไป
มองดูลูกศรคำสั่งที่ยังไม่ทันได้อุ่นมือ ต้องสลายหายไปจากป้ายคำสั่งของตนเอง ภายในใจของทั้งสามคนก็รู้สึกขมขื่นอย่างยิ่ง
ในตอนนั้นเอง
หมิงซินเยียนเดินไปหยุดอยู่ข้างกายเหวินเหรินอวี่ นางควงแขนเขาอย่างสนิทสนมพลางกล่าว "ศิษย์พี่เหวินเหริน ท่ามกลางคนเหล่านี้ มีอยู่คนหนึ่ง บนตัวของเขามีของวิเศษล้ำค่าอยู่นะ!"
"ของวิเศษล้ำค่างั้นหรือ"
เหวินเหรินอวี่สัมผัสได้ถึงหน้าอกของหมิงซินเยียนที่กำลังเสียดสีกับตนเอง ภายในใจของเขาก็ลิงโลดขึ้นมาทันที แทบจะอยากลากหมิงซินเยียนเข้าไปในป่าเพื่อหาความสำราญเสียเดี๋ยวนี้เลย
แต่ของวิเศษล้ำค่า ย่อมมีความสำคัญมากกว่าการหาความสำราญกับสตรี
"ผู้ใดกัน"
เหวินเหรินอวี่ถามขึ้นทันที
"ก็เขาผู้นั้นอย่างไรเล่า!"
หมิงซินเยียนชี้ไปที่เยี่ยอู๋โยวพลางกล่าว "เขาคือผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการทดสอบสิบคนในครั้งนี้ และได้รับรางวัลเป็นอุปกรณ์วิเศษระดับสี่ เตาหลอมเสวียนจินจากสำนักศึกษา!"
"เตาหลอมเสวียนจินใบนั้น อยู่บนตัวของเขา!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
สายตาของเหวินเหรินอวี่ก็จับจ้องไปที่เยี่ยอู๋โยว แววตาเต็มไปด้วยความโลภ
"หมิงซินเยียน นังแพศยา!"
โจวเสวียนเยี่ยได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ด่าทอขึ้นมาทันที "อย่างไรเสียทุกคนก็ร่วมการทดสอบมาด้วยกัน ไม่พูดถึงเรื่องร่วมมือกัน ก็ไม่เห็นต้องมาทำร้ายกันเลยนี่"
"ฮึ!"
หมิงซินเยียนแค่นเสียงเย็นชา "เยี่ยอู๋โยวสังหารน้องชายของข้า ข้าจะให้เขาชดใช้ด้วยชีวิต!"
เหวินเหรินอวี่ไม่สนใจหรอกว่าใครสังหารผู้ใด
"เจ้า เยี่ยอู๋โยวใช่หรือไม่"
เหวินเหรินอวี่มองไปที่เยี่ยอู๋โยว เขาหัวเราะพลางกล่าว "เอาเตาหลอมเสวียนจินบนตัวเจ้า มาให้ข้า"
"ช่างเถอะ"
เหวินเหรินอวี่โบกมือพลางกล่าว "เอาถุงเก็บของของเจ้า มาให้ข้าโดยตรงเลยก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้
เยี่ยอู๋โยวปรายตามองหมิงซินเยียนแวบหนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่เหวินเหรินอวี่พลางกล่าวช้าๆ "ขออภัยด้วย ให้ไม่ได้"
"เจ้ารนหาที่ตายหรือ"
ศิษย์เก่าผู้หนึ่งที่อยู่ข้างกายเหวินเหรินอวี่ ถือหอกจ้องมองเยี่ยอู๋โยวพลางแค่นเสียง "ไอ้หนุ่ม เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทดสอบของสำนักศึกษาในครั้งนี้ หมายความว่าอย่างไร"
"ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ใหม่หรือศิษย์เก่า สิ่งที่สำนักศึกษาต้องการก็คือผู้ที่มีพรสวรรค์ดี ระดับพลังแข็งแกร่ง ส่วนคนอื่นๆ ต่อให้ตายกันไปจนหมด สำนักศึกษาก็ไม่สนใจหรอก"
"ใครจะเป็นคนตาย ก็ยังไม่แน่หรอกนะ" เยี่ยอู๋โยวเอ่ยอย่างเรียบเฉย
"น่าสนใจดีนี่"
เหวินเหรินอวี่มองไปที่เยี่ยอู๋โยว เขาหัวเราะพลางกล่าว "พวกศิษย์ใหม่อย่างพวกเจ้าเนี่ยนะ มักจะคิดเสมอว่าการเป็นอัจฉริยะในเมืองเล็กๆ พอมาถึงเมืองใหญ่ ตัวเองก็ยังคงเป็นอัจฉริยะอยู่ หารู้ไม่ว่า หากนำไปเทียบกับอัจฉริยะในเมืองหลวงแล้ว พวกเจ้ามันก็เป็นแค่สวะ!"
เมื่อเหวินเหรินอวี่พูดถึงตรงนี้
เขาก็มองไปยังคนที่อยู่ข้างกายพลางกล่าว "อู๋หย่งเหริน เจ้าลงมือ สั่งสอนมันเสียหน่อย"
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายเหวินเหรินอวี่ได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้ารับ
อู๋หย่งเหรินก้าวออกไปหนึ่งก้าว เขามองไปที่เยี่ยอู๋โยวพลางแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ไอ้หนุ่ม เจ้าอยากทำตัวเด่นนักใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ลงนรกไปทำเสียเถอะ"
ระหว่างที่พูด
อู๋หย่งเหรินก็กำมือทั้งสองข้างแน่น กลิ่นอายพลังในร่างกายปะทุขึ้นมา แท้จริงแล้วก็คือระดับพลังเบิกปราณขั้นสมบูรณ์สูงสุด
เขาก้าวออกไปหนึ่งก้าว
จากนั้นก็ชกหมัดตรงเข้าใส่เยี่ยอู๋โยว
เมื่อเห็นอู๋หย่งเหรินพุ่งเข้ามาสังหาร
เยี่ยอู๋โยวกลับมีสีหน้าไม่เปลี่ยน เขากำมือแน่นและชกหมัดออกไปโดยตรงเช่นกัน
ปัง ...
ในชั่วพริบตา
หมัดของทั้งสองก็ปะทะกัน พลังปราณของทั้งคู่ก็เข้าห้ำหั่นกัน
"อ๊าก ... "
เสียงร้องโหยหวนพลันดังขึ้น เห็นเพียงอู๋หย่งเหรินสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แขนขวาทั้งท่อนที่ชกออกไป ระเบิดแตกกระจาย เลือดเนื้อสาดกระเซ็น
เดิมทีมือใหญ่ของเหวินเหรินอวี่กำลังวางอยู่บนบั้นท้ายอันงอนงามของหมิงซินเยียน ภายในใจกำลังรู้สึกเบิกบาน
เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวน เหวินเหรินอวี่กลับไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่หัวเราะพลางกล่าว "ไอ้หนุ่ม ตอนนี้รู้ถึงความเก่งกาจของบรรดาศิษย์เก่าของพวกเราหรือยัง ... หืม อู๋หย่งเหรินงั้นหรือ"
[จบแล้ว]