- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 87 - มีศิษย์หญิงคนไหนถูกใจเจ้าบ้างหรือไม่
บทที่ 87 - มีศิษย์หญิงคนไหนถูกใจเจ้าบ้างหรือไม่
บทที่ 87 - มีศิษย์หญิงคนไหนถูกใจเจ้าบ้างหรือไม่
เยี่ยอู๋โยวกล่าวช้าๆ "อาจารย์ทั้งสามท่านไม่ได้บอกเสียหน่อย ว่าศิษย์แต่ละคนครอบครองลูกศรคำสั่งได้มากที่สุดเพียงหนึ่งดอก!"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา
หลายคนหน้าซีดเผือด พากันหันไปมองหลวี่เหวินเทาทั้งสามคน
หลวี่เหวินเทายิ้มขื่นพลางกล่าว "ศิษย์แต่ละคนมีลูกศรคำสั่งอย่างน้อยหนึ่งดอก ก็สามารถรักษาฐานะศิษย์ของสำนักศึกษาเอาไว้ได้ และผู้ที่ครอบครองลูกศรคำสั่งมากที่สุดสิบอันดับแรก สำนักศึกษาจะมอบรางวัลที่แตกต่างกันไปตามลำดับความสูงต่ำ!"
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็ชะงักไป
แม้จะบอกว่าศิษย์เก่าที่เข้าร่วมในครั้งนี้ จะเป็นศิษย์เก่าที่ถูกคัดออกจากการทดสอบภายในสำนักศึกษา แต่พวกเขาก็เคยฝึกฝนในสำนักศึกษาเทียนชิงมาก่อนนะ
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครองลูกศรคำสั่งสิบอันดับแรก ยังมีรางวัลอีกด้วย!
ศิษย์เก่าที่มีระดับพลังแข็งแกร่งเหล่านั้น จะไม่แย่งชิงลูกศรคำสั่งของผู้อื่นอย่างบ้าคลั่งหรอกหรือ
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ
ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ ไม่ว่าจะปกป้องลูกศรคำสั่ง หรือแย่งชิงลูกศรคำสั่ง ย่อมต้องมีการต่อสู้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
สำนักศึกษาเลือกสถานที่ทดสอบในเทือกเขานิรนามแห่งนี้ การต้องทนอยู่ที่นี่ถึงหนึ่งเดือน ย่อมต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตายอย่างแน่นอน!
บรรดาศิษย์ที่อยู่ที่นั่น ต่างก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลในทันที
พวกเขาคือผู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการทดสอบร่วมห้าเมือง แต่ผู้ที่ถูกคัดเลือกมาจากเมืองอื่นๆ เมืองไหนบ้างล่ะที่ไม่ใช่อัจฉริยะ
และบรรดาศิษย์เก่าที่ถูกเรียกว่าผู้แพ้และถูกคัดออกเหล่านั้น ในปีนั้นสามารถผ่านการทดสอบเข้าสู่สำนักศึกษาเทียนชิงได้ จะเป็นคนไร้ความสามารถได้อย่างไร
"สถานการณ์โดยรวมก็เป็นเช่นนี้แหละ!"
หลวี่เหวินเทาเอ่ยขึ้น "เทือกเขานิรนามแห่งนี้ ครอบคลุมอาณาเขตหลายร้อยลี้ บริเวณโดยรอบถูกอาจารย์ของสำนักศึกษาปิดล้อมไว้อย่างมิดชิด จะไม่มีคนนอกเข้ามาได้อย่างแน่นอน"
"หนึ่งเดือนให้หลัง ที่บริเวณทางออก ไม่ว่าจะมีลูกศรคำสั่งหรือไม่ ล้วนต้องออกมา"
"อ้อ จริงสิ ภายในเทือกเขาแห่งนี้ มีสัตว์วิเศษระดับหนึ่งถึงระดับสี่อยู่บ้าง พวกเจ้าต้องระวังตัวด้วย!"
หลังจากกล่าวจบ
หลวี่เหวินเทาทั้งสามคนก็มองไปที่ศิษย์ใหม่ทั้งสิบคนพลางกล่าว "ขอให้พวกเจ้าโชคดี!"
โชคดีอย่างนั้นหรือ
นี่มันใช้โชคช่วยได้ด้วยหรือ
ซูชิงเหอหันไปมองเยี่ยอู๋โยวพลางกล่าว "เจ้าก็ระวังตัวด้วยนะ"
"เขาจะมีเรื่องอันใดได้"
หลี่เช่ออันกลับหัวเราะพลางกล่าว "ไอ้หนุ่มนี่ แค่ฆ่าคนให้น้อยลงหน่อยก็พอแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยอู๋โยวก็เลิกคิ้วขึ้น "ข้าไม่ใช่พวกกระหายเลือดเสียหน่อย!"
อา ใช่ๆๆ
เจ้าไม่ใช่
ศพในจวนตระกูลเยี่ยพวกนั้น สตรีผู้นั้นเป็นคนสังหารทั้งหมดสินะ
"ไปเถอะ!"
หลวี่เหวินเทากล่าวอีกครั้ง "จงจำไว้ การทดสอบในครั้งนี้ ลูกศรคำสั่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพวกเจ้าจะได้เข้าสู่สำนักศึกษาเทียนชิงหรือไม่ และผู้ที่มาแย่งชิงลูกศรคำสั่งของพวกเจ้า ก็ไม่ต่างอันใดกับการทำลายอนาคตของพวกเจ้า ในยามที่ไม่สมควรใจอ่อน ก็อย่าได้ใจอ่อนเด็ดขาด"
ไม่นานนัก
ทั้งสิบคนก็หายลับเข้าไปในบริเวณทางเข้าป่าเขา
หลวี่เหวินเทา เฟิงอวิ๋นหยา และป๋ายหานซวง ทั้งสามคนสบตากัน ก่อนจะส่ายหน้าด้วยความจนใจ
ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่า สำนักศึกษาจะมาไม้นี้อย่างกะทันหัน
และในครั้งนี้ การแข่งขันดุเดือดถึงเพียงนี้ ย่อมต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตายไม่น้อยแน่
หลี่เช่ออันหันไปมองซูชิงเหอพลางกล่าว "ศิษย์น้องเล็ก พวกเรากลับสำนักศึกษากันก่อนเถอะ ท่านอาจารย์ต้องคิดถึงเจ้ามากแน่ๆ"
"อืม"
ทั้งสองหมุนตัว เพิ่งจะเตรียมตัวจากไป
พลันได้ยินเสียงนกกระเรียนร้องดังก้องมาจากกลางอากาศแต่ไกล
ต่อจากนั้น เงาร่างของนกกระเรียนขาวตัวหนึ่ง ก็ร่อนลงมาจากฟากฟ้า
นกกระเรียนขาวตัวนั้นมีขนปีกขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ รูปร่างสูงใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น รอบกายยังมีประกายแสงสีเขียวอ่อนๆ ส่องสว่าง มองเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ทันที ว่าไม่ใชสัตว์วิเศษทั่วไปอย่างแน่นอน
นกกระเรียนขาวร่อนลงจอดบนพื้นอย่างช้าๆ
หลวี่เหวินเทา เฟิงอวิ๋นหยา และป๋ายหานซวง ทั้งสามคนพากันประสานมือคารวะด้วยท่าทีนอบน้อม
เมื่อหลี่เช่ออันและซูชิงเหอเห็นนกกระเรียนขาว ก็มีสีหน้าเคารพยำเกรงเช่นกัน
บนหงอนของนกกระเรียนขาวตัวนั้น มีหงอนเนื้อที่ดูราวกับทับทิมสีแดงสด มองดูแล้วสะดุดตาเป็นพิเศษ
สัตว์วิเศษระดับหก
นกกระเรียนเมฆามงกุฎหยก
ทั่วทั้งสำนักศึกษาเทียนชิง เมื่อเห็นนกกระเรียนวิเศษตัวนี้ ทุกคนต่างก็รู้ดี ว่าผู้ที่นั่งอยู่บนหลังของมันคือผู้ใด
ในเวลานี้
กรงเล็บทั้งสองของนกกระเรียนเมฆาแตะพื้น ร่างกายตั้งมั่นคง เห็นเพียงบนหลังของนกกระเรียนเมฆา มีเงาร่างสายหนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างเงียบๆ
นั่นคือสตรีที่ดูมีอายุราวๆ สี่สิบปี สวมชุดกระโปรงยาวคอไขว้สีหมึกพิมพ์ลายกล้วยไม้สีเข้ม
บริเวณคอเสื้อและปลายแขนเสื้อไม่มีเครื่องประดับอันใดซับซ้อน มีเพียงเส้นด้ายสีเงินเส้นเล็กจิ๋วสองเส้น ที่ทอประกายแสงเย็นเยียบคล้ายกับแสงจันทร์
ผิวพรรณของสตรีผู้นั้นขาวผ่องดุจแสงจันทร์ ราวกับไม่เคยถูกแสงแดดมาเนิ่นนาน แฝงด้วยสีขาวอมเขียวประดุจหยกเย็น อีกทั้งยังเปล่งประกายเงางามละเอียดลออ มองไม่เห็นริ้วรอยแม้แต่น้อย
คิ้วและตาของนางเรียวยาว หางตาชี้ขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาเป็นสีหมึกเข้มจัด ราวกับหินออบซิเดียนที่แช่อยู่ในน้ำ ยามมองผู้คนให้ความรู้สึกเย็นชาเป็นอย่างยิ่ง
ต้องยอมรับเลยว่า สตรีที่อยู่บนหลังนกกระเรียนขาวเบื้องหน้านี้ หากอ่อนเยาว์ลงสักสิบหรือยี่สิบปี ย่อมต้องเป็นหญิงงามล่มเมืองที่ทำให้ชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยแย่งชิงกันตามจีบอย่างแน่นอน
"ท่านอาจารย์!"
"ท่านอาจารย์!"
หลี่เช่ออันและซูชิงเหอมองไปที่สตรีผู้นั้นพลางเอ่ยอย่างนอบน้อม
หลวี่เหวินเทา เฟิงอวิ๋นหยา และป๋ายหานซวง ทั้งสามท่านก็แสดงท่าทีเกรงใจเป็นอย่างมากเช่นกัน
"อาจารย์หลิ่น!"
ทั้งสามคนมีสีหน้าเคารพยำเกรง
สำนักศึกษาเทียนชิง มีอิทธิพลกว้างใหญ่ไพศาล ต่อให้เป็นอาจารย์เหมือนกัน ก็ยังมีการแบ่งแยกสูงต่ำ
หลิ่นชิงหานมองไปที่ทั้งสามคน นางพยักหน้ารับพลางกล่าว "ครั้งนี้ลำบากพวกท่านทั้งสามแล้ว ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ที่นี่ยังมีเรื่องให้ต้องวุ่นวายอีกมาก"
ทั้งสามคนพากันค้อมกายรับคำ
"พวกเจ้าสองคน กลับไปกับข้าเถอะ"
หลิ่นชิงหานกวักมือเรียก ร่างของหลี่เช่ออันและซูชิงเหอก็ลอยละลิ่วขึ้นไปร่อนลงบนหลังของนกกระเรียนขาว
นกกระเรียนขาวตัวนั้นสยายปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะหายลับไปในพริบตา
"ท่านอาจารย์!"
หลี่เช่ออันนั่งอยู่บนหลังนกกระเรียนขาวพลางกล่าว "ครั้งนี้ ศิษย์น้องเล็กฟื้นคืนชีพกลับมา ช่างอันตรายยิ่งนัก!"
"ข้ารู้แล้ว"
หลิ่นชิงหานดูเย็นชาอยู่บ้าง น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็ดูเยียบเย็นเช่นกัน
ทว่าหลี่เช่ออันและซูชิงเหอต่างก็รู้ดี ว่าท่านอาจารย์เป็นเพียงพวกปากร้ายใจดีเท่านั้น
ในเวลานี้หลิ่นชิงหานคว้าข้อมือของซูชิงเหอเอาไว้ นางตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่นาน จากนั้นพลังปราณสายหนึ่งก็ควบแน่นขึ้นที่ฝ่ามือ แล้วตบลงบนหว่างคิ้วของซูชิงเหอเบาๆ
ช้าๆ
ซูชิงเหอรู้สึกปลอดโปร่งไปทั่วทั้งร่าง อาการบาดเจ็บภายในร่างกายกำลังหายไปอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"ขอบคุณท่านอาจารย์"
ซูชิงเหอนั่งคุกเข่าลงบนพื้นพลางประสานมือกล่าว
"เจ้ากับข้าเป็นศิษย์อาจารย์กัน ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้หรอก"
หลิ่นชิงหานกล่าวต่อ "เรื่องของเยี่ยอู๋โยวผู้นั้น ข้ารู้แล้ว"
"ดูเหมือนว่า เขาจะมีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ บรรดาปรมาจารย์โอสถในสำนักศึกษานั้น ช่างไร้ความสามารถเสียจริง เกือบทำให้ข้าต้องสูญเสียศิษย์รักไป ข้าได้เอาผิดพวกเขาไปหลายคนแล้ว"
เมื่อเอ่ยถึงเยี่ยอู๋โยว
ซูชิงเหอก็รีบกล่าวทันที "ท่านอาจารย์ ศิษย์รู้ดี ว่าท่านอาจารย์รู้สึกว่าอู๋โยวกลายเป็นคนไร้ค่า ไม่คู่ควรกับศิษย์ จึงได้ขัดขวางไม่ให้ศิษย์กลับไปพบเขา ทั้งยังยึดโอสถวิเศษที่ศิษย์แอบฝากคนส่งกลับไปให้เขาเอาไว้ทั้งหมด"
"วันนี้ศิษย์ขอร้องท่านอาจารย์ โปรดอย่าได้สอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องระหว่างข้ากับอู๋โยวอีกเลย"
เมื่อหลิ่นชิงหานได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของนางก็พลันเย็นเยียบลงทันที
เมื่อหลี่เช่ออันที่อยู่ด้านข้างเห็นเช่นนั้น ก็รีบกล่าว "ท่านอาจารย์ ศิษย์น้องเล็กกับเยี่ยอู๋โยวเป็นรักแท้ต่อกันนะขอรับ ท่าน ... "
"รักแท้งั้นหรือ เจ้าเข้าใจหรือว่ารักแท้คือสิ่งใด"
หลิ่นชิงหานแค่นเสียง "จนถึงตอนนี้ ภายในสำนักศึกษามีศิษย์หญิงคนไหนถูกใจเจ้าบ้างหรือไม่"
หลี่เช่ออันเงียบกริบไปในทันที
ตีคนไม่ตีหน้า ด่าคนไม่แฉจุดอ่อนสิ!
ซูชิงเหอกล่าวอีกครั้ง "ไม่ว่าอย่างไร ในชีวิตนี้ของข้า ข้าเลือกเพียงเยี่ยอู๋โยวคนเดียวเท่านั้น"
"เลือกเพียงเขาคนเดียวงั้นหรือ"
หลิ่นชิงหานเอ่ยอย่างเย็นชา "ลองดูว่าเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดจากการทดสอบในครั้งนี้ได้หรือไม่ ค่อยว่ากันเถอะ"
"ท่านอาจารย์หมายความว่าอย่างไร"
สีหน้าของซูชิงเหอเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ไม่ได้หมายความว่าอย่างไร"
หลิ่นชิงหานโบกมือพลางกล่าว "ในเมื่อเขาเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว ในวันข้างหน้าข้าก็จะไม่จำกัดอิสระของเจ้าอีก แต่ทว่าการที่เขาจะแต่งงานกับเจ้า มันก็ไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้นหรอกนะ"
"ตลอดสองปีที่ผ่านมา แรงกดดันจากทางเสวียนฉี่หยวน ข้าเป็นคนออกหน้าขัดขวางให้เจ้า หากเจ้าดึงดันที่จะอยู่กับเขา เช่นนั้นก็คอยดูเถิด ว่าแรงกดดันจากองค์ชายผู้นี้ เขาจะสามารถต้านทานได้หรือไม่!"
เมื่อซูชิงเหอได้ยินเช่นนั้น นางกลับรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ
ขอเพียงท่านอาจารย์ไม่เข้ามาสอดแทรก ในตอนนี้นางกับเยี่ยอู๋โยวก็ปรับความเข้าใจกันอย่างชัดเจนแล้ว การที่ทั้งสองจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ ก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
หลิ่นชิงหานมองดูท่าทีดีใจของซูชิงเหอ ภายในใจนางทอดถอนใจอย่างแผ่วเบา
และในขณะเดียวกัน
ภายในเทือกเขานิรนาม
เยี่ยอู๋โยว โจวเสวียนเยี่ย หลินจื่อเซียว และคนอื่นๆ รวมสิบคน ก้าวเท้าเข้าสู่บริเวณเทือกเขา
รอบด้านมีภูเขาสลับซับซ้อน ต้นไม้โบราณขึ้นหนาทึบ ให้ความรู้สึกวังเวงอยู่บ้าง
หลินจื่อเซียวเอ่ยขึ้นในเวลานี้ "ในเมื่อการทดสอบในครั้งนี้ มีทั้งศิษย์ใหม่และศิษย์เก่าเข้าร่วม บรรดาศิษย์เก่าเหล่านั้นจะต้องมาแย่งชิงลูกศรคำสั่งของพวกเราแน่!"
"ข้ามีข้อเสนอ ทุกท่านลองฟังดูดีหรือไม่"
หลายคนพากันหันไปมองหลินจื่อเซียว
"พวกเราสิบคน จับกลุ่มกัน ภายในหนึ่งเดือนนี้ พยายามซ่อนตัวให้ดี ขอเพียงทนให้ผ่านพ้นหนึ่งเดือนไปได้ ก็ปลอดภัยแล้ว!"
เมื่อหลินจื่อเซียวกล่าวเช่นนี้ ก็มีคนเห็นด้วย และมีคนขมวดคิ้ว
ยังไม่ทันได้เจอคู่ต่อสู้ ก็ขี้ขลาดไปเสียแล้วหรือ
ไห่ชิงเหยียนจากเมืองอวิ๋นไห่ขมวดคิ้วพลางกล่าวในเวลานี้ "อยากซ่อนพวกเจ้าก็ซ่อนไปเถอะ หรือว่าพวกเจ้าไม่ได้ยินอาจารย์บอก ว่าผู้ที่ครอบครองลูกศรคำสั่งสิบอันดับแรก สำนักศึกษาจะมี ... "
ไห่ชิงเหยียนยังพูดไม่ทันจบ
เสียงแหวกอากาศอันบาดหูหลายสาย ก็พลันดังขึ้น
[จบแล้ว]