- หน้าแรก
- ระบบโกงขั้นสุดยอดขององค์ชายไร้พ่าย
- บทที่ 36 - จวนอ๋องถูกลอบโจมตี
บทที่ 36 - จวนอ๋องถูกลอบโจมตี
บทที่ 36 - จวนอ๋องถูกลอบโจมตี
บทที่ 36 - จวนอ๋องถูกลอบโจมตี
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่กวาดล้างราชสำนักได้สำเร็จ ได้รับรางวัลแต้มชะตาบ้านเมืองห้าร้อยแต้ม แต้มชะตาบ้านเมืองปัจจุบันคือสามพันสองร้อยแต้ม]
เสียงของระบบดังขึ้น หลี่จิ่วเทียนปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้จากสองพันห้าร้อยแต้มค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาเป็นสองพันเจ็ดร้อยแต้ม
เดิมทีเขายังคิดว่าแต้มชะตาบ้านเมืองเพิ่มขึ้นช้าเกินไป คิดไม่ถึงว่าจะได้รับรางวัลรวดเดียวห้าร้อยแต้ม ดีมาก ยิ่งมากยิ่งดี
จวนตระกูลเฉิน
ภายในห้องโถงใหญ่ เฉินเปียนเซิงนั่งอยู่เบื้องบน ด้านล่างสองฝั่งมีกลุ่มคนนั่งอยู่ สีหน้าของแต่ละคนเคร่งเครียดหนักอึ้ง
เฉินเปียนเซิงมีสีหน้าทะมึนทึบ เอ่ยขึ้นว่า
"หลี่จิ่วเทียนไม่คิดจะปล่อยให้ตระกูลเฉินของเรามีทางรอดแล้ว ช่างเป็นหย่งอ๋องที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ถึงกับทำให้ตระกูลเฉินของเราล้มลุกคลุกคลานได้ถึงเพียงนี้"
"ผู้นำตระกูล ตอนนี้หลี่จิ่วเทียนกำลังรุ่งโรจน์ ฝ่าบาทเองก็ทรงยืนอยู่ข้างเขา พวกเราควรจะทำอย่างไรดี"
เฉินเปียนเซิงนวดขมับเบาๆ
"จัดการเรื่องตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อน สิ่งใดที่ไม่ควรมีก็กำจัดทิ้งให้หมด ถ่วงเวลาเจ้าคนบ้านั่นเอาไว้ก่อน"
ทันทีที่เฉินเปียนเซิงพูดจบ ทุกคนต่างแสดงความไม่ยินยอม สิ่งที่หลี่จิ่วเทียนสืบพบล้วนเป็นผลประโยชน์มหาศาลของพวกเขา
ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะ หลายคนสบตากัน ก่อนที่แววตาของพวกเขาจะฉายแววโหดเหี้ยม
"ผู้นำตระกูล หลี่จิ่วเทียนกับตระกูลเฉินของเราไม่อาจประนีประนอมกันได้อีกแล้ว ชายผู้นี้มีความมุ่งมั่นที่จะทำลายตระกูลเฉินของเราให้จงได้"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมเราไม่ชิงลงมือก่อนเสียล่ะ"
คำพูดนี้ทำให้เฉินเปียนเซิงนิ่งงันไปทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงกัดฟันแน่น เผยจิตสังหารออกมา
"ในเมื่อทุกคนมีความคิดเช่นนี้ ก็ให้ฝ่าบาททรงผมขาวส่งคนผมดำเสียเถิด"
"ข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า ถึงตอนนั้นฝ่าบาทจะทรงเสียพระทัยกับการตัดสินใจในวันนี้หรือไม่"
เมื่อเห็นเจตนาฆ่าที่ไม่อาจระงับได้ของเฉินเปียนเซิง ทุกคนก็พลอยฮึกเหิมขึ้นมาด้วย
"ผู้นำตระกูล เรื่องนี้คงต้องใช้นักฆ่าเดนตายขอรับ"
เฉินเปียนเซิงส่ายหน้า
"ไม่ พวกเรามีตัวเลือกที่ดีกว่านั้น"
"พวกเจ้าไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้แล้วนะ เมื่อก้าวออกจากประตูนี้ไปก็ถือว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ปิดเป็นความลับให้ดีที่สุด"
ทุกคนลุกขึ้นยืนทำความเคารพทันที
"ขอรับ ผู้นำตระกูล"
หลังจากทุกคนจากไป เฉินเปียนเซิงก็เดินเข้าไปยังเรือนหลัง
เวลานี้มีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องเล็กๆ ในเรือนหลัง สวมชุดคลุมสีดำมิดชิด เผยให้เห็นเพียงดวงตาสองข้างเท่านั้น
"ผู้นำตระกูลเฉิน พิจารณาดูแล้วเป็นอย่างไรบ้าง"
"หึหึ ใต้เท้าอย่าลืมสิว่าพวกท่านเองก็มีความแค้นกับหลี่จิ่วเทียน ท่านจะให้ข้าจ่ายเงินสองแสนตำลึงเพื่อช่วยพวกท่านล้างแค้นอย่างนั้นหรือ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชุดดำก็ส่ายหน้า
"ผู้นำตระกูลเฉินเข้าใจผิดไปเรื่องหนึ่งแล้ว ข้ากับหลี่จิ่วเทียนไม่ได้มีความแค้นต่อกันเลย"
"กลับกลายเป็นว่าช่วงนี้มียุทธภพพรรคตะวันจันทราโผล่ขึ้นมา คนพวกนี้วรยุทธ์สูงส่ง กดขี่พวกเราอย่างบ้าคลั่ง"
"ระหว่างเราถือเป็นเพียงเรื่องของผลประโยชน์เท่านั้น ช่วงนี้สาขาย่อยในเมืองหลวงของเราสูญเสียไปมาก ข้าขาดแคลนเงินทอง ส่วนท่านต้องการฆ่าคน มันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ"
สีหน้าของเฉินเปียนเซิงย่ำแย่ลงทันที
"อะไรกัน ยอดฝีมือที่สูญเสียไปในป่าเฉินหยางล้วนตายด้วยน้ำมือของหลี่จิ่วเทียน หรือว่าท่านไม่คิดจะแก้แค้น"
"ไม่ ไม่ ไม่ นั่นถือว่าพวกเขามีฝีมือไม่ดีพอจนทำภารกิจไม่สำเร็จ คนของเถาวัลย์โลหิตหากทำภารกิจไม่สำเร็จก็ต้องถูกลงโทษอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ถือเป็นความแค้นหรอก"
"หากต้องนับเป็นความแค้นจริงๆ ก็คงต้องนับไปที่หัวของตระกูลเฉินแล้วล่ะ เพราะตอนนั้นตระกูลเฉินเป็นคนจ่ายเงินจ้างพวกเรามา"
คำพูดนี้ทำเอาเฉินเปียนเซิงพูดไม่ออก ในใจก่นด่าอย่างเกรี้ยวกราด ไอ้สารเลวเอ๊ย รอให้เรื่องนี้จบลงก่อนเถอะ บิดาจะสั่งให้เถาวัลย์โลหิตของพวกเจ้าหายไปจากเมืองหลวงให้ดู
"ตกลง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะจ่ายเงินสองแสนตำลึง แต่ครั้งนี้อย่าทำให้ข้าผิดหวังก็แล้วกัน"
"ข้าต้องการให้หัวของหลี่จิ่วเทียนไอ้โจรชั่วนั่นหลุดออกจากบ่า ข้าจะให้มันตายตกไปตามลูกชายของข้า"
"หึหึ วางใจเถอะ เพื่อเงินสองแสนตำลึง ข้าก็จะทุ่มเทสุดกำลังเช่นกัน"
วังหลวง
ฮ่องเต้มองฎีกาในมือด้วยความประหลาดใจ
"เป็นเช่นนั้นจริงหรือ"
ข้างกายฮุ่ยอิงมีชายวัยกลางคนหน้าตาธรรมดาๆ ยืนอยู่ ดูเผินๆ เหมือนคนเลี้ยงม้า เขากล่าวอย่างนอบน้อม
"กราบทูลฝ่าบาท เป็นความจริงแท้พ่ะย่ะค่ะ สำนักประจิมในมือหย่งอ๋องตอนนี้เกรงว่าจะมีคนมากกว่าพันคนแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ยิ่งไปกว่านั้น แต่ละคนล้วนมีวิชายุทธ์ล้ำเลิศ ไม่เหมือนกับขุมกำลังที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่เลย ราวกับว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อเป็นคนของสำนักประจิมอย่างนั้นแหละพ่ะย่ะค่ะ"
"ผู้บัญชาการอวี่ฮว่าเถียนผู้นั้นก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
ฮ่องเต้มีสีหน้าประหลาดใจ
"ปรมาจารย์อีกแล้วหรือ เจ้าเด็กนี่ไปหาคนพวกนี้มาจากไหนกัน"
คิดไปคิดมาฮ่องเต้ก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบรับสั่ง
"เรื่องของสำนักประจิมปล่อยเอาไว้ก่อน จับตาดูสี่ตระกูลใหญ่ให้ดี เจิ้นรู้สึกว่าช่วงนี้พวกมันชักจะไม่สงบเสงี่ยมเสียแล้ว"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"
ยามราตรี ณ จวนหย่งอ๋อง
หลี่จิ่วเทียนมองป้ายไม้วิหคเสวียนเหนี่ยวในมือพลางตกอยู่ในภวังค์
ตอนนี้เบื้องหน้ามีสำนักประจิม เบื้องหลังก็ยังมีพรรคตะวันจันทรา ขุมกำลังของเสด็จแม่นี้จำเป็นต้องใช้จริงๆ หรือ
หากมีใครสักคนไม่ภักดี ถึงตอนนั้นจะไม่กลายเป็นหอกข้างแคร่หรืออย่างไร
คิดไปคิดมา หลี่จิ่วเทียนก็เก็บป้ายไม้ลง ช่างเถอะ ตอนนี้ขุมกำลังที่มีก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเปิดเผยขุมกำลังที่ไม่แน่นอนออกมา
เป้าหมายสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาแต้มชะตาบ้านเมือง และเพิ่มระดับพลังของตนเอง ช่วงนี้ไม่ได้ฝึกยุทธ์อย่างจริงจังเลย
ในตอนนั้นเอง เยวี่ยหนวี่ที่ไม่ค่อยปรากฏตัวก็โผล่มาในห้องของหลี่จิ่วเทียนอย่างกะทันหัน
หลี่จิ่วเทียนสะดุ้งตกใจ พอเห็นว่าเป็นเยวี่ยหนวี่ เขาก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติทันที
"เกิดเรื่องอันใดขึ้น"
เยวี่ยหนวี่เอ่ยเสียงเรียบ
"ไม่รู้เป็นอะไร คืนนี้ข้ารู้สึกว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้น เพื่อความไม่ประมาท ข้าจึงมาคุ้มกันท่านอ๋อง"
หลี่จิ่วเทียนขมวดคิ้ว เยวี่ยหนวี่ไม่มีทางพูดจาเหลวไหลแน่ แต่ที่นี่คือจวนชินอ๋อง ใครจะกล้าดีเดือดมาก่อเรื่องในจวนอ๋องกัน
ขณะที่หลี่จิ่วเทียนกำลังสงสัย ทันใดนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นทั่วจวน
"ไฟไหม้ รีบดับไฟเร็วเข้า"
"เร็วเข้า มีคนมาช่วยดับไฟที"
วินาทีต่อมา เปลวเพลิงก็พวยพุ่งขึ้นที่กำแพงจวน เหล่าเจี่ย จูล่ง และคนอื่นๆ รีบมาที่หน้าห้องของหลี่จิ่วเทียน
"นายท่าน มีนักฆ่าขอรับ"
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว"
สิ้นเสียงของเหล่าเจี่ย ลูกธนูหลายดอกก็พุ่งทะลวงเข้ามาในห้องของหลี่จิ่วเทียน
เสียงหน้าต่างแตกดังขึ้น หลี่จิ่วเทียนไม่พูดพร่ำทำเพลง กระชากเตียงมาบังร่างไว้ทันที เยวี่ยหนวี่สะบัดแขนเสื้อยาว สกัดกั้นลูกธนูที่พุ่งเข้ามาด้านหลังหลี่จิ่วเทียนจนหมดสิ้น
จูล่งตกใจสุดขีด รีบพุ่งเข้าไปในห้อง ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาเบาใจลงได้
หลี่จิ่วเทียนเกาะเตียงย่อตัวอยู่บนพื้น โดยมีเยวี่ยหนวี่ยืนอยู่ด้านหลัง เป็นท่าทางที่ดูน่าขบขันปรากฏแก่สายตาทุกคน
"ท่านอ๋อง ไม่เป็นไรใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าไม่เป็นไร ไปดูสิว่าเป็นใครกัน"
จากนั้นทุกคนก็ออกจากห้องไป เห็นองครักษ์สำนักประจิมกับพวกนักฆ่ากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดกลางลานจวน
นักฆ่าทั้งหมดล้วนสวมชุดดำ มีถึงสามสิบกว่าคน ทว่านักฆ่าแค่สามสิบกว่าคนนี้กลับสามารถกดขี่องครักษ์สำนักประจิมห้าสิบหกสิบคนได้อย่างอยู่หมัด
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ หลี่จิ่วเทียนก็พลิกข้อมือ มีดบินเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ พร้อมกับเอ่ยสั่งการ
"จื่อหลง หยวนฟาง จับพวกมันให้หมด"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"
ในพริบตาที่ทั้งสองลงมือ มีดบินในมือของหลี่จิ่วเทียนก็พุ่งเป้าไปที่นักฆ่าคนหนึ่งแล้วลอยออกไปทันที
นักฆ่าผู้นั้นกำลังจะลงมือสังหารองครักษ์สำนักประจิม วินาทีต่อมาเขาก็สัมผัสได้ถึงวิกฤตที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ยังไม่ทันตั้งตัวว่าวิกฤตนั้นมาจากทิศทางใด มีดบินเล่มหนึ่งก็ปักเข้าที่หลังศีรษะของเขาเสียแล้ว
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน ความชำนาญวิชามีดบินลี้คิมฮวงเพิ่มขึ้น 90 แต้ม ความชำนาญปัจจุบันคือ 460/1000 แต้ม]
หลี่จิ่วเทียนหรี่ตาลง แม้การฆ่าคนจะทำให้ความชำนาญของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้เขากลับไม่มีความดีใจเลยแม้แต่น้อย
ใครกันที่กล้าบังอาจมาลอบสังหารถึงจวนอ๋อง
[จบแล้ว]