- หน้าแรก
- ทะลุมิติไซอิ๋ว: ระบบคนขยัน ปั้นข้าให้เป็นเทพเหนือสวรรค์
- บทที่ 33 - หอกเดียวสยบมังกรเจียว
บทที่ 33 - หอกเดียวสยบมังกรเจียว
บทที่ 33 - หอกเดียวสยบมังกรเจียว
บทที่ 33 - หอกเดียวสยบมังกรเจียว
เมื่อกลับขึ้นมาบนผิวน้ำทะเล
ข้างกายของโจวเฉินก็มีร่างของคนผู้หนึ่งเพิ่มขึ้นมา
อ๋าวทิงซินสวมใส่ชุดเกราะเกล็ดทองคำ ในมือถือเข็มทิศวิเศษ ปากพึมพำท่องคาถาไม่หยุดหย่อน
"ตามข้ามา"
โจวเฉินไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใด เขาตะโกนบอกทัพสวรรค์ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ก่อนจะพุ่งทะยานมุ่งหน้าเข้าสู่ส่วนลึกของทะเลตงไห่โดยไม่หยุดพัก
เวลาผ่านไปไม่นานนัก เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏเป็นพื้นที่ท้องทะเลอันว่างเปล่ากว้างใหญ่ ไร้ซึ่งเกาะแก่ง ไร้ซึ่งโขดหิน แม้กระทั่งก้อนเมฆบนท้องฟ้าก็ยังเลือนหายไปจนหมดสิ้น
อ๋าวทิงซินผู้รับหน้าที่นำทางหยุดลอยตัวอยู่กลางอากาศ เข็มทิศในมือหมุนวนอย่างรวดเร็ว
"มังกรเจียววารีสวรรค์น่าจะอยู่แถวนี้แล้ว"
"มันสัมผัสได้ว่าพวกเรากำลังตามรอย จึงใช้วิชามนตรารบกวนของวิเศษของข้า"
อ๋าวทิงซินหันไปบอกโจวเฉิน
"ขอเวลาข้าอีกสักนิด ประเดี๋ยวข้าก็จะสามารถระบุตำแหน่งของมันได้แล้ว"
"ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก"
โจวเฉินโบกมือปฏิเสธ เขายื่นมือออกไปทำท่ากำมือกลางอากาศ ทวนยาวที่ก่อตัวขึ้นจากสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาทันที
"บีบให้มันออกมาก็สิ้นเรื่อง"
เปรี้ยง
ท่ามกลางสายตาอันตื่นตะลึงของอ๋าวทิงซิน
ทวนยาวอัสนีบาตแผ่กลิ่นอายอานุภาพอันน่าเกรงขาม พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าและกระแทกเข้ากับผิวน้ำทะเลอย่างจัง สายฟ้าจำนวนมหาศาลม้วนตัวบ้าคลั่งอยู่ในมหาสมุทร ทว่ามันกลับหลบหลีกฝูงปลาที่แหวกว่ายผ่านไปมาได้อย่างแม่นยำ
มีเพียงยอดฝีมือที่มีพลังบำเพ็ญเพียรเท่านั้นที่สัมผัสได้ถึงการลอบโจมตีในครั้งนี้ และเผลอเผยร่องรอยออกมาอย่างไม่รู้ตัว
"ไอ้หนู รนหาที่ตายนัก"
มังกรเจียววารีสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ทะเลลึกมาตลอดแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะพุ่งพรวดขึ้นมาจากผิวน้ำ
ร่างมังกรเจียวของมันแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วกลางอากาศ ก่อนจะกลายร่างเป็นชายหนุ่มสวมนักพรตสีฟ้า ในมือถือกระบี่เล่มยาว
"ไอ้หนู ข้าอุตส่าห์ตั้งใจจะปล่อยพวกเจ้าไปแล้ว ทำไมถึงต้องมาบีบคั้นกันถึงเพียงนี้"
มังกรเจียววารีสวรรค์ถือกระบี่ยาว สายตาจ้องเขม็งไปที่โจวเฉินอย่างไม่วางตา
ในตอนแรกมันคิดว่าอ๋าวทิงซินคือคู่ต่อสู้ของมัน จึงเตรียมตัวที่จะหลบหนี ทว่าท้ายที่สุดกลับเป็นไอ้หนูระดับเซียนสวรรค์ผู้นี้ที่เป็นฝ่ายลงมือก่อน
ยิ่งไปกว่านั้นอานุภาพของทวนยาวอัสนีบาตนั่นยังรุนแรงจนคุกคามชีวิตของมันได้
ไม่มีทางเลือกอื่น
น้ำไม่อาจหลบหนีอานุภาพของสายฟ้าได้พ้น
"ข้าก็มาจับเจ้านั่นแหละ"
โจวเฉินแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ เขายื่นมือออกไปบีบ คราวนี้ทวนยาวในมือของเขาได้กลายสภาพเป็นของแข็งแล้ว
โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังเวท
ภายในทวนยาวเล่มนั้นกลับมีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงคำรามของมังกรแท้ดังก้องแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ
"ไป"
เพียงชั่วพริบตา ทวนยาวก็พุ่งทะลุมิติมาปรากฏอยู่ตรงหน้าของมังกรเจียววารีสวรรค์ มันไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว ร่างกายของมังกรเจียวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
เร็วมาก
มังกรเจียววารีสวรรค์เคยเผชิญหน้ากับยอดฝีมือมานักต่อนัก ในจำนวนนั้นก็มียอดอัจฉริยะอยู่บ้างประปราย แต่มันไม่เคยเห็นตัวตนแบบโจวเฉินมาก่อนเลยในชีวิต
ทั้งความเร็ว พละกำลัง แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
ไอ้หมอนี่มันเป็นแค่เซียนสวรรค์จริงๆ หรือวะเนี่ย
ถ้าอย่างนั้นมันจะนับเป็นตัวอะไรกันล่ะ
"วารีจงมา"
มังกรเจียววารีสวรรค์ถอยร่นอย่างรวดเร็ว มันยื่นมือออกไปทำท่ากำมือกลางอากาศราวกับคว้าจับสิ่งใดไว้ ก่อนจะตวัดมือขึ้นด้านบน
คลื่นยักษ์ถาโถมขึ้นรูปอยู่เบื้องหลังของมัน กลืนกินทวนยาวอัสนีบาตจนมิด
ทว่าถึงกระนั้นมันก็ยังไม่กล้าผ่อนคลายความระมัดระวัง ยังคงถอยร่นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
และแล้วก็เป็นไปตามคาด
เพียงชั่วอึดใจเดียว ทวนยาวก็ระเบิดอานุภาพที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมออกมากลางอากาศ และพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างของมังกรเจียววารีสวรรค์ด้วยความเร็วที่สายฟ้ายังต้องยอมสยบ
สังหารในพริบตา
"เพียงแค่การโจมตีครั้งเดียวเท่านั้น"
การกระทำของโจวเฉินทำเอาอ๋าวทิงซินถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง
นางกำหมัดแน่น พลางถามตัวเองในใจว่าหากเมื่อครู่นี้นางเป็นมังกรเจียววารีสวรรค์ นางจะสามารถหลบหลีกการลอบโจมตีของโจวเฉินพ้นหรือไม่
แต่ไม่ว่าจะจำลองสถานการณ์ในหัวอย่างไร ไม่ว่าจะงัดไม้ตายอะไรออกมาใช้ คำตอบก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
หลบไม่พ้น
ไม่มีทางหลบพ้นเลยสักนิด
ต่อให้ใช้พลังจากเลือดมังกรแท้และกระตุ้นวิชามนตรา ก็คงทำได้เพียงรักษาพลังต่อสู้เอาไว้ได้บ้างหลังจากรับการโจมตีจากทวนเล่มนี้ไปแล้ว ทว่านั่นจะมีประโยชน์อันใดเล่า
โจวเฉินแทงทวนออกไปหนึ่งครั้ง ก็ยังสามารถแทงครั้งที่สอง ครั้งที่สามตามมาได้อีก
ดีไม่ดีเขาอาจจะมีไม้ตายก้นหีบอื่นซ่อนอยู่อีกก็ได้
หมอนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ
"ในฐานะเผ่ามนุษย์ กลับสามารถควบคุมวิชาสายฟ้าได้ตั้งแต่กำเนิด ซ้ำยังมีวิชามนตราอันลึกลับซับซ้อนตามที่หยางฉานเคยเล่าให้ฟังอีก"
"โจวเฉินผู้นี้ อาจจะกลายเป็นยอดอัจฉริยะผู้เลื่องชื่อแห่งสามโลกได้จริงๆ"
อ๋าวทิงซินจ้องมองแผ่นหลังของโจวเฉิน พลันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
หากเป็นเขาคนนี้ล่ะก็
จะสามารถช่วยให้เผ่ามังกรฟื้นฟูความยิ่งใหญ่กลับมาดังเดิมได้หรือไม่
ไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นผู้ครองโลกเหมือนในอดีต ขอเพียงแค่ปกปักรักษาเลือดมังกรเอาไว้ให้คงอยู่สืบไป เผ่ามังกรในอนาคตก็ไม่ต้องมานั่งหวาดระแวงว่าจะถูกพวกมังกรเจียวตามล่าอีกต่อไป
โจวเฉินไม่ได้สนใจความคิดอันหลากหลายที่วนเวียนอยู่ในหัวของอ๋าวทิงซิน
เขาเดินทอดน่องไปบนผิวน้ำทะเลอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ ดึงทวนยาวกลับมาและตวัดร่างของมังกรเจียววารีสวรรค์ขึ้นมาถือไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พูดมาสิ เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่ทะเลตงไห่ การลอบโจมตีวังมังกรในช่วงนี้เป็นฝีมือใคร"
"แล้วก็"
"ช่วงนี้มีมหาปีศาจมาเคลื่อนไหวในทะเลตงไห่มากมายขนาดนี้ ราชาปีศาจตนใดเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังกันแน่"
มังกรเจียววารีสวรรค์ย่อมไม่ได้ไร้ที่มาที่ไปเป็นแน่
พลังฝึกปรือของมันถือว่าไม่เลวเลย วิชาควบคุมน้ำก็เห็นได้ชัดว่าได้รับการสั่งสอนมาเป็นอย่างดี พลังฝึกปรือก็สูสีกับมังกรเจียวดำเลยทีเดียว สิ่งเดียวที่แตกต่างออกไปก็คือมันไม่มีกลิ่นอายของเผ่ามังกรหลงเหลืออยู่เลย
แม้จะเป็นการสังหารในพริบตา แต่นั่นก็เป็นเพราะโจวเฉินมีความเชี่ยวชาญในการควบคุมพลังของตนเองเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนครั้งที่ต่อสู้ ซึ่งเหนือล้ำกว่าตัวเขาในอดีตอย่างเทียบไม่ติด
มังกรเจียววารีสวรรค์เงยหน้ามองด้วยความไม่ยินยอม มันจ้องเขม็งไปที่โจวเฉิน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ทำไม หรือว่าเจ้าคิดจะไปต่อกรกับราชาปีศาจ"
"ไอ้หนู ข้าไม่ได้อยากจะสั่งสอนเจ้าหรอกนะ การต่อสู้ข้ามระดับได้นั้นนับว่าไม่ง่ายเลยจริงๆ เจ้าอย่าได้หลงคิดไปว่าในใต้หล้านี้จะไม่มีผู้ใดจัดการเจ้าได้เชียว"
"มังกรแท้ที่อยู่เบื้องหลังเจ้า น่าจะเป็นองค์หญิงสี่แห่งตงไห่สินะ"
"เรื่องของทะเลตงไห่ เจ้าสอดมือเข้ามายุ่งไม่ได้หรอก"
"รีบปล่อยข้าไปซะ แล้วก็ไสหัวไปให้พ้น บางทีท่านราชาอาจจะละเว้นชีวิตเจ้าสักครั้งก็ได้"
มีราชาปีศาจสอดมือเข้ามาจริงๆ ด้วย
ข้อสันนิษฐานในใจได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนในตอนนี้ โจวเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาออกแรงบิดข้อมือเพียงเบาๆ สายฟ้าจำนวนมหาศาลก็ระเบิดขึ้นภายในร่างของมังกรเจียววารีสวรรค์ทันที
มังกรเจียววารีสวรรค์กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เสียงของมันค่อยๆ แผ่วเบาลงตามกาลเวลาที่ผ่านไป
ภายใต้สถานการณ์ที่โจวเฉินไม่ได้ออมมือให้เลยแม้แต่น้อย เพียงชั่วอึดใจเดียวมันก็สูญเสียพลังปราณไปอย่างหนักหน่วง
คาดว่าอีกไม่นานมันคงจะรักษารูปลักษณ์มนุษย์เอาไว้ไม่ได้และกลับคืนสู่ร่างเดิมเป็นแน่
"ข้าขอเตือนให้เจ้าพูดจากับข้าดีๆ อย่าได้ทำตัวเหมือนเมื่อครู่นี้อีก มิเช่นนั้นเจ้าก็รู้ดีว่าจะเกิดผลลัพธ์เช่นไร"
"ท่านราชาของพวกเจ้าอาจจะมีพลังบำเพ็ญเพียรที่เก่งกาจ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ข้างกายเจ้า เขาช่วยอะไรเจ้าไม่ได้หรอก"
"ชีวิตของเจ้าอยู่ในกำมือข้า"
"หากคำตอบต่อไปของเจ้าไม่เป็นที่น่าพอใจ ข้าจะส่งเจ้าไปกองปราบปีศาจ"
โจวเฉินขู่เข็ญ
กองปราบปีศาจ มันคือสถานที่แบบไหนกันล่ะ
นอกจากการแจกจ่ายภารกิจต่างๆ แล้ว หน้าที่สำคัญที่สุดของกองปราบปีศาจก็คือการคุมขังปีศาจร้าย
มังกรเจียววารีสวรรค์เคยกลืนกินมนุษย์ไปไม่น้อย ถือว่าได้ก่อกรรมทำเข็ญในโลกมนุษย์ไว้อย่างหนักหนา เป็นความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้ หากต้องเข้าไปในกองปราบปีศาจและรับโทษตามกฎระเบียบ การตายคงจะสบายเสียกว่าการมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้
ใบหน้าของมังกรเจียววารีสวรรค์ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ สายตาที่ใช้มองโจวเฉินก็เริ่มเปลี่ยนไป
ปีศาจร้าย
นี่สิถึงจะเรียกว่าปีศาจร้ายตัวจริง
[จบแล้ว]