เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - 27 การประลอง

บทที่ 27 - 27 การประลอง

บทที่ 27 - 27 การประลอง


บทที่ 27 - 27 การประลอง

"อย่างที่เจ้ากำรู้ ตระกูลโชสติปกครองพวกเราอยู่ และในเมื่อพวกกบฏอยู่ในเขตอิทธิพลของคฤหาสน์บัลวาน พวกเขาจึงสั่งให้เราเป็นคนจัดการ"

โนอาห์ฟังคำอธิบายแต่ในใจยังมีความสงสัย

"อาจารย์ครับ ผมจะสู้กับผู้บ่มเพาะพลังไหวเหรอ?"

ความสามารถของเขาในการสู้กับสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าตัวเขานั้น สาเหตุหลักเป็นเพราะพวกมันเป็นแค่สัตว์ป่า

ร่างกายที่ทรงพลังและความสามารถเฉพาะตัวบางอย่างสามารถรับมือได้ด้วยเทคนิคที่เหนือชั้นและการร่ายรำที่สมบูรณ์แบบ

แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าต้องสู้กับใครบางคนที่มีตันเถียนและฝึกฝนวิชาที่ทรงพลังไม่แพ้เขา?

"ถ้าพูดกันตามตรงคือ 'ไม่' ถ้าเขามีความสามารถระดับเดียวกับเจ้า เขาจะบดขี้เจ้าด้วยปริมาณ ออร่า ที่มหาศาลกว่า เจ้าอาจจะใช้ศิลปะการต่อสู้ระดับ 3 ทำให้เขาประหลาดใจได้ แต่หลังจากนั้นเจ้าจะหมดแรงเกลี้ยง และถ้าเขามีวิชาระดับ 3 เหมือนกันล่ะก็... วิ่งหนีลูกเดียว"

โนอาห์รู้สึกหดหู่เมื่อได้ยินเช่นนั้น

เขาทั้งขยันและมีพรสวรรค์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพลังจิตที่แข็งแกร่งของเขา แต่คนอื่นก็มีเหมือนกัน และถ้าเขาต้องปะทะกับคนพวกนั้น ความแตกต่างของระยะเวลาที่ใช้บ่มเพาะจะเป็นตัวตัดสิน

"งั้นทำไมอาจารย์ถึงมอบภารกิจนี้ให้ผมล่ะ?"

ถ้าเขาทำอะไรไม่ได้เลย ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเดินเข้าหาอันตราย เขาชอบการต่อสู้แต่เขาไม่ใช่คนโง่

"บทบาทของเจ้าจะเป็นแค่หน่วยสนับสนุน เจ้าจะจัดการพวกที่ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะพลังและพวกที่มีแค่วิชาระดับ 1 ในหมู่พวกมัน ส่วนการต่อสู้ของจริงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นๆ ในกลุ่ม"

วิลเลียมกำลังจะให้เขาไปพักแต่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้

"เอ่อ... ครั้งนี้เจ้าเชื่อใจพวกเขาได้ ข้าตรวจสอบมาอย่างดีแล้ว"

เขาแสดงสีหน้าซับซ้อนขณะพูด ดูเหมือนเหตุการณ์ของบาลอร์ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจของเขา

โนอาห์ยิ้มและพูดให้อาจารย์สบายใจ

"ไม่ต้องห่วงครับอาจารย์!"

ทว่าทันทีที่เขาเดินออกจากห้อง รอยยิ้มก็เลือนหายไปกลายเป็นสีหน้าเย็นชา

'ไม่มีทางที่ฉันจะเชื่อใจใครนอกจากลิลลี่กับอาจารย์ ฉันควรซ่อนความแข็งแกร่งไว้ก่อน กรงเล็บคาไมทาจิจะเป็นไพ่ตายที่ฉันต้องเก็บซ่อนไว้'

ตอนที่บาลอร์ทรยศเขา มันทำให้เขาตระหนักถึงความโหดเหี้ยมของมนุษย์ ซึ่งเขาเผลอลืมมันไปเพราะใช้ชีวิตแบบเด็กน้อยมานานเกินไป

เขากลับไปที่ห้องและฝึกฝนกระบวนท่าของวิชาระดับ 3 อีกครั้ง จนกระทั่งเขาสงบจิตใจลงได้

ความอ่อนแอทำให้เขารู้สึกกระวนกระวาย

ยิ่งเขารู้จักโลกใบนี้มากขึ้น เขาก็ยิ่งเข้าใจว่ามันอันตรายเพียงใด

จากการกวาดล้างรังอสูร เขาพอจะมองออกว่าสัตว์อสูรในโลกนี้มีจำนวนมหาศาลแค่ไหน แต่ทว่ามนุษย์ยังคงอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร นั่นหมายความว่าพลังของพวกเขานั้นเกินกว่าจะจินตนาการได้

'ในขณะที่ฉันอยู่ห่างจากจุดต่ำสุดของพลังมนุษย์แค่ 2 ก้าว ฉันเหนือกว่าได้แค่ชาวบ้านธรรมดากับพวกทหารโง่ๆ เท่านั้น'

ในความคิดของเขา ทหารที่มีแค่วิชาระดับ 1 กลายเป็นพวก "ทหารโง่" ไปเสียแล้ว

ความหงุดหงิดของเขาสะท้อนออกมาในการฝึกอักขระคืนนั้น เขาเกือบจะสลบไปหลังจากฝืนตัวเองให้จ้องมองมันติดต่อกันถึง 7 ชั่วโมง!

หลังจากฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้งมานานกว่าปีครึ่ง รูปทรงจางๆ ของอักขระเริ่มปรากฏให้เห็นในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา เขาแน่ใจว่าอีกไม่นานเขาจะได้กลายเป็นนักเวทระดับ 1

'ฉันว่าฉันควรเริ่มเตรียมข้ออ้างสำหรับความก้าวหน้าทางพลังจิตที่รวดเร็วนี้ได้แล้ว สงสัยจังว่าอาจารย์จะทำหน้ายังไงถ้าฉันไปถึงระดับนักเวทฝึกหัดก่อนอายุ 13'

เขายิ้มเมื่อจินตนาการถึงใบหน้าตกตะลึงของอาจารย์ แต่แล้วความเจ็บปวดที่ศีรษะก็แล่นเข้ามา เขาจึงรีบเข้านอนเพื่อให้จิตใจได้พักผ่อน

เช้าวันต่อมา เขาพบอาจารย์อยู่ที่ลานบ้านพร้อมกับผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 1 คนที่กำลังรอเขาอยู่

"โนอาห์ พวกเขาจะเป็นเพื่อนร่วมภารกิจของเจ้า"

"คนนี้เหรอ?"

ชายร่างกำยำสูงโปร่งในกลุ่มพูดขึ้น เขาไม่มีเคราและไว้ผมสั้นสีเข้ม มีดาบยักษ์ขนาดเกือบเท่าตัวสะพายอยู่บนหลัง

เขาจ้องมองโนอาห์อย่างจดจ่อ พร้อมกับแผ่แรงกดดันทางจิตออกมา

'เขากำลังทดสอบฉันงั้นเหรอ?'

พลังจิตของชายผู้นั้นหนักอึ้งและกำลังกดทับทรงกลมพลังจิตของโนอาห์ แต่มันยังห่างไกลจากการที่จะทำให้เขาถอยหลังได้

โนอาห์ใช้โอกาสนี้ฝึกฝนทรงกลมพลังจิตให้แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ต่อเนื่องจากภายนอก เขาจึงหลับตาลงเพื่อรวบรวมสมาธิไปที่มัน

ชายผู้นั้นเข้าใจผิดว่าพฤติกรรมของโนอาห์คือการพยายามต้านทานแรงกดดันและรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย สภาวะคุมเชิงจึงเกิดขึ้น

โนอาห์จดจ่อกับการเสริมกำแพงจิตใจให้แข็งแกร่ง ในขณะที่ทหารยามคนนั้นก็เพิ่มแรงกดดันทางจิตเพื่อจะเอาชนะในการประลองสมมติที่เขาคิดไปเอง

หลังจากผ่านไป 10 นาที เลือดกำเดาก็ไหลออกมาจากจมูกของทหารยามคนนั้น และเขาเริ่มดิ้นรนเพื่อคงแรงกดดันไว้

ฝ่ายหญิงที่เห็นเลือดจึงตบเข้าที่หลังศีรษะของเขาอย่างแรง ทำให้เขาสูญเสียสมาธิและแรงกดดันก็สลายไป

"อีธาน พอได้แล้ว เจ้าเด็กนี่กำลังหลอกใช้เจ้าอยู่"

ชายที่ชื่ออีธานกำลังจะบ่นที่โดนตบ แต่คำพูดของหญิงสาวทำให้เขาต้องหันกลับมามองโนอาห์อย่างละเอียด

โนอาห์ยังคงหลับตาอยู่และมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า

เมื่อโนอาห์ลืมตาขึ้น เขาแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองเขาอยู่

"ผมสาบานได้เลยว่าเขาเกือบจะทำสำเร็จแล้วนะเนี่ย ผมพนันเลยว่าถ้าปล่อยให้เขาลองต่ออีกสักชั่วโมง เขาทำได้แน่นอน!"

หมัดหนึ่งเขกลงที่กลางหัวของโนอาห์ ขณะที่วิลเลียมเดินมาข้างหลังแล้ววางมือลงบนไหล่ของเขา

"เจ้าเด็กหน้าไม่อายคนนี้คือลูกศิษย์ของข้า โนอาห์ จงระวังตัวเสมอเวลาดีลกับเขา เพราะเขาจะพูดและทำทุกอย่างเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพลังของพวกเจ้า"

โนอาห์เงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ที่อยู่ข้างหลังแล้วบ่น

"โธ่อาจารย์ครับ ไม่ยุติธรรมเลยที่มาเปิดเผยความลับผมเร็วแบบนี้ อย่าไปฟังเขาเลยครับ ผมน่ะเป็นเด็กใสซื่อบริสุทธ-"

เขาโดนเขกไปอีกที

อีธานทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ หญิงสาวดูจะประหลาดใจ ในขณะที่ชายอีกสองคนเกือบจะสำลักตายจากการกลั้นหัวเราะ

พวกเขาไม่เคยเห็นใครปฏิบัติกับรองหัวหน้าหน่วยแบบนี้มาก่อน และดูจากทรงแล้ว วิลเลียมก็น่าจะยอมแพ้ที่จะดัดนิสัยลูกศิษย์คนนี้ไปแล้วจริงๆ

"ฮ่าๆ ไอ้หนู เจ้ามันแน่มาก ข้าชื่อแซนฟอร์ด แต่เรียกสั้นๆ ว่าแซนดี้ก็ได้"

"ภารกิจนี้เราคงไม่เบื่อกันหรอกเนอะแซนดี้? ฮ่าๆ ข้าชื่อมาร์ค ยินดีที่ได้รู้จักไอ้หนู เราน่าจะเข้ากันได้ดี"

ชายที่หัวเราะทั้งสองคนทักทายโนอาห์อย่างเป็นกันเอง

หญิงสาวนวดขมับพลางถอนหายใจ

"อย่าไปฟังไอ้บ้าสองคนนี้เลย ข้าชื่อซูซาน เป็นหัวหน้าภารกิจนี้และเป็นพี่เลี้ยงของพวกมัน ส่วนหมอนั่นชื่ออีธาน เขาเป็นพวกบ้าการแข่งขันแบบโง่ๆ เอาละ เราไปหาที่ส่วนตัวคุยเรื่องแผนการทำภารกิจกันเถอะ"

จบบทที่ บทที่ 27 - 27 การประลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว