- หน้าแรก
- ทะลุมิติโลกโปเกมอน คู่หูตัวแรกของฉันคืออากูมอน
- บทที่ 25 - การเปลี่ยนแปลงของท่าลูกไฟขนาดเล็ก
บทที่ 25 - การเปลี่ยนแปลงของท่าลูกไฟขนาดเล็ก
บทที่ 25 - การเปลี่ยนแปลงของท่าลูกไฟขนาดเล็ก
บทที่ 25 - การเปลี่ยนแปลงของท่าลูกไฟขนาดเล็ก
อากูมอนในตอนนี้เรียนรู้ท่าไม้ตายในฐานะดิจิมอนร่างเจริญวัยได้เพียงสองท่าเท่านั้น
ท่าหนึ่งคือลูกไฟขนาดเล็กสำหรับการโจมตีระยะไกล และอีกท่าคือกรงเล็บแหลมคมที่เอาไว้ต่อสู้ระยะประชิด การผสมผสานการโจมตีระยะใกล้และไกลถือว่าทำได้ไม่เลว แต่นั่นมันคือเรื่องในอดีต ตอนนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว
คู่ต่อสู้ที่อากูมอนต้องเผชิญหน้าในตอนนี้ไม่ใช่ดิจิมอนที่มีท่าโจมตีจำกัดเหมือนกัน แต่เป็นเหล่าโปเกมอนต่างหาก
ในโลกของโปเกมอน นอกเหนือจากพวกตัวประหลาดบางประเภทแล้ว โปเกมอนที่โตเต็มวัยเกือบทุกตัวล้วนใช้ท่าโจมตีได้หลากหลายท่า บางตัวเรียนรู้ได้เป็นสิบๆ ท่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ต่อให้อิงตามกฎในเกม โปเกมอนแต่ละตัวก็สามารถจำท่าได้ถึงสี่ท่า
เมื่อนำมาเทียบกัน อากูมอนที่มีท่าเฉพาะตัวเพียงสองท่าจึงมีขอบเขตการโจมตีที่แคบกว่ามาก
"ในหน้าต่างระบบนอกจากอากูมอนแล้วก็ยังไม่เคยเห็นโปเกมอนตัวไหนมีช่อง 'ท่าไม้ตายเฉพาะ' เลย ในทางกลับกันช่อง 'ท่าที่เรียนรู้แล้ว' ของอากูมอนกลับว่างเปล่า นี่หมายความว่าอากูมอนก็น่าจะสามารถเรียนรู้ท่าไม้ตายของโปเกมอนได้เหมือนกับโปเกมอนตัวอื่นๆ หรือเปล่านะ"
ยิ่งคิดอาโอยางิก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูง แต่เงินทุนที่เขามีในตอนนี้ยังไม่พอที่จะไปกว้านซื้อเครื่องจักรเทคนิคมาเปิดดูเพื่อให้อากูมอนฝึกตาม เขาจึงทำได้เพียงหันกลับมาโฟกัสที่ท่าไม้ตายเฉพาะของอากูมอนเอง
ในเมื่อยังขยายขอบเขตการโจมตีไม่ได้ในเร็วๆ นี้ งั้นหนทางเดียวที่ทำได้ก็คือต้องเพิ่มความยืดหยุ่นในการพลิกแพลงท่าไม้ตายที่มีอยู่
"การพลิกแพลงงั้นเหรอ พลิกแพลงยังไงดี..."
อาโอยางิเริ่มตกอยู่ในห้วงความคิด
และในระหว่างนั้นเอง คุณจอยที่เดินหายไปก็เข็นรถที่มีของวางอยู่เต็มคันรถกลับมา
"โปเกบล็อกสำหรับโปเกมอนธาตุมังกรหนึ่งกล่อง โปเกบล็อกสูตรทั่วไปหนึ่งกล่อง ราคารวม 350 โปเกดอลลาร์ มอนสเตอร์บอลหกลูก 180 โปเกดอลลาร์ และสุดท้ายสเปรย์รักษา 4 ขวด 260 โปเกดอลลาร์ ทั้งหมดนี้คือราคาหลังหักส่วนลดแล้วนะคะ ลองเช็คดูหน่อยค่ะว่าได้ของตามที่สั่งไหม"
อาโอยางิไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่ชำเลืองมองโซซุนะที่อยู่ข้างๆ
พอเห็นเธอพยักหน้ารัวๆ อาโอยางิก็พอจะเดาได้ว่าคุณจอยคงให้ส่วนลดเขาไปแบบจัดหนักแน่ๆ เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า "ถูกต้องครบถ้วนครับ ขอบคุณมากจริงๆ ครับ"
คุณจอยส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ถ้าไม่ได้คุณก็ไม่รู้ว่าผลไม้ล็อตหน้าจะมาส่งเมื่อไหร่ โปเกมอนที่รอรับการรักษาก็คงต้องรอเก้อ แถมบางตัวอาจจะถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตด้วยซ้ำ"
พูดจบคุณจอยก็หยิบกระเป๋าเป้ใบหนึ่งออกมาจากใต้รถเข็น
"ฉันสังเกตเห็นว่าคุณไม่มีกระเป๋าที่เหมาะเจาะสำหรับใส่ของพวกนี้เลย พอดีทางเรามีกระเป๋าเหลืออยู่ใบหนึ่ง ถือซะว่าเป็นของแถมเล็กๆ น้อยๆ นะคะ"
"ขอบคุณมากครับ"
อาโอยางิไม่ปฏิเสธ เขาเอื้อมมือไปรับมาทันที
เขาจำเป็นต้องใช้ของสิ่งนี้จริงๆ ถึงแม้เขาจะมีกระเป๋าเป้เปลือกไม้แต่เรื่องความทนทานก็เป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้ ไม่มีใครรับประกันได้ว่ามันจะขาดตอนไหน ถ้าถึงตอนนั้นของข้างในตกแตกเสียหายขึ้นมามันคงได้ไม่คุ้มเสียแน่
หลังจากจัดการเก็บข้าวของทุกอย่างลงกระเป๋าเป้และกล่าวขอบคุณคุณจอยเสร็จ อาโอยางิกับโซซุนะก็เดินออกจากโปเกมอนเซ็นเตอร์
"แล้วตอนนี้นายจะไปไหนต่อ"
"ของที่จำเป็นสำหรับอากูมอนเตรียมเสร็จแล้ว ต่อไปก็ต้องไปหาซื้อของที่ฉันต้องใช้บ้าง"
อาโอยางิมองซ้ายมองขวาพร้อมกับถามขึ้น "เธอพอจะรู้ไหมว่าตลาดของเมืองนี้อยู่ตรงไหน"
"ทางนั้นน่ะ"
โซซุนะชี้ไปที่ถนนที่มีผู้คนพลุกพล่านทางด้านหน้าเฉียงไปทางขวา ก่อนจะถามด้วยท่าทีอึกอักว่า "ถึงนายจะอยากฝึกพิเศษ แต่ก็ไม่เห็นต้องรีบร้อนเริ่มตั้งแต่วันนี้เลยนี่"
"ยังไงฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว อากูมอนเองก็คงจะเบื่อเหมือนกัน ว่าแต่เธอจะไปกับฉันด้วยไหมล่ะ"
อาโอยางิหันหน้าไปมองโซซุนะ
"วันนี้ขอผ่านดีกว่า ฉันอยากกลับไปอาบน้ำแล้วก็พักผ่อนให้เต็มที่ เมื่อวานวิ่งตามหายูคิคาบุริจนเหงื่อท่วมตัวไปหมดแล้ว"
"งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน"
"อืม"
หลังจากแยกย้ายกับโซซุนะ อาโอยางิก็เดินไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อถุงนอน ไฟฉาย อาหารที่เก็บรักษาและพกพาง่าย รวมถึงของใช้เล็กๆ น้อยๆ อย่างพวกน้ำมัน เกลือ น้ำส้มสายชู จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าออกจากเมืองโซลาซีออน
เมื่อเดินออกมาไกลพอสมควรและมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น อาโอยางิก็ล้วงมือเข้าไปในเสื้อ หยิบมอนสเตอร์บอลออกมาแล้วกดปุ่มตรงกลางเบาๆ
"ปิ๊ง!"
มอนสเตอร์บอลเปิดออก แสงสีแดงสว่างวาบ อากูมอนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
เมื่อแสงสีแดงจางหายไป อากูมอนก็มองซ้ายมองขวาพร้อมกับกวาดสายตาสำรวจรอบๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน
จนกระทั่งเห็นอาโอยางิยืนอยู่ตรงหน้ามันถึงได้สติและเอาแต่จ้องมอนสเตอร์บอลในมือของอาโอยางิไม่วางตา
"อาโอยางิ ของเล่นชิ้นนี้วิเศษจังเลย ลูกเล็กแค่นี้แต่กลับจับฉันเข้าไปอยู่ข้างในได้ แถมตอนอยู่ข้างในฉันยังมองเห็นข้างนอกได้ด้วยว่านายกำลังทำอะไรอยู่ เสียอย่างเดียวที่นายไม่ได้ยินเสียงฉันพูดเลย"
"ก็ไม่ได้ยินจริงๆ นั่นแหละ"
หลังจากอธิบายหลักการทำงานของมอนสเตอร์บอลให้อากูมอนฟังคร่าวๆ อาโอยางิก็เล่าแผนการฝึกพิเศษให้ฟัง
แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายก็คือ อาโอยางิยังพูดไม่ทันจบอากูมอนก็พยักหน้าตกลงทันที
"ไม่มีปัญหา"
"คิดดีแล้วใช่ไหม ที่อยากให้แกแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไปท้าสู้กับกาไบต์รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต มันเป็นความคิดของฉันฝ่ายเดียวเลยนะ"
อากูมอนส่ายหน้าและพูดว่า "นายคือเพื่อนคนแรกและเป็นเพื่อนที่สำคัญที่สุดของฉัน เพราะงั้น... ความคิดของนายก็คือความคิดของฉันเหมือนกัน"
"อีกอย่าง ฉันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบคราวที่แล้วอีก ฉันไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าตอนนั้นเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมาฉันจะเป็นยังไง แต่ฉันรู้ดีว่าถ้าฉันมีพลังที่แข็งแกร่งมากพอ ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหนหรือต้องเจอกับใคร ฉันก็จะสามารถช่วยเหลือนายได้"
เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของอากูมอน อาโอยางิก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวมัน
"บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร อย่าเก็บไปคิดมากเลยน่า"
ปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่อาโอยางิรู้ดีว่าอย่างน้อยในระยะเวลาสั้นๆ นี้ บาดแผลในใจของอากูมอนที่เกิดจากการกระทำโดยไม่ตั้งใจของเอปามในครั้งนั้นคงยังไม่หายไปง่ายๆ
การรักษามันต้องใช้เวลา แต่มันก็มีวิธีบรรเทาอยู่... นั่นคือการยกระดับความแข็งแกร่ง
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า"
อาโอยางิจัดแจงวางกระเป๋าเป้ไว้ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ แล้วพาอากูมอนเดินมาที่ลานกว้างตรงหน้า
พื้นที่โล่งแห่งนี้ค่อนข้างกว้างขวางและแทบจะไม่มีสิ่งกีดขวางเลย สิ่งเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าพวกเขาก็คือหินก้อนหนึ่ง
นี่คือ "คู่ซ้อม" ที่อาโอยางิจงใจคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันจากบริเวณใกล้เคียง
"เป้าหมายแรกของการฝึกพิเศษในครั้งนี้ คือการใช้ลูกไฟขนาดเล็กเจาะทะลุหินก้อนนี้ให้ได้"
อากูมอนจ้องมองเป้าหมายการฝึกอยู่นาน ก่อนจะยกแขนขึ้นเกาหัวแล้วพูดด้วยสีหน้าลำบากใจว่า "อาโอยางิ ฉันรู้ว่าการฝึกมันต้องเหนื่อยยากลำบาก แต่หินก้อนนี้มันไม่... ใหญ่เกินไปหน่อยเหรอ"
หินยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ สามเมตร ความสูงกว่าสองเมตร แถมบนพื้นผิวยังมีตะไคร่น้ำและเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าพวกเขา
เมื่อเอามาเทียบกันแล้ว ขนาดตัวของอาโอยางิและอากูมอนดูจิ๋วไปถนัดตา
"ถ้าพึ่งแค่ลูกไฟขนาดเล็กอย่างเดียวมันก็ยากเอาเรื่องอยู่ เพราะงั้น... ฉันจะสอนวิธีใหม่ให้แกใช้ดึงพลังลูกไฟขนาดเล็กที่รุนแรงกว่าเดิมออกมาให้ได้"
[จบแล้ว]