- หน้าแรก
- บัลลังก์เทพสงคราม กำเนิดใหม่จักรพรรดิไร้พ่าย
- บทที่ 43 - สุดยอดไอเทมแห่งชัยชนะ
บทที่ 43 - สุดยอดไอเทมแห่งชัยชนะ
บทที่ 43 - สุดยอดไอเทมแห่งชัยชนะ
บทที่ 43 - สุดยอดไอเทมแห่งชัยชนะ
เมื่อสูญเสียวีรชนที่สำคัญที่สุดไปถึงสองคน ฉู่ไจ้จงก็หมดสิ้นซึ่งกำลังใจในการต่อสู้อย่างสิ้นเชิง
เขาไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาเลย เพียงแค่จัดเตรียมกำลังพลส่วนหนึ่งไว้รั้งท้ายอย่างเงียบๆ และนำกำลังพลส่วนที่เหลือล่าถอยไป
เขาไม่ได้แม้แต่จะทิ้งท้ายด้วยคำขู่ แค่ปรายตามองหลี่ชิงอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ผู้ชนะคือราชา ผู้แพ้คือกบฏ ต่างฝ่ายต่างก็ต้องงัดฝีมือออกมาสู้กัน
ในเมื่อตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มคิดจะตลบหลังหลี่ชิงก่อน แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ก็คงต้องโทษที่ตัวเองฝีมือไม่ถึง ไม่มีอะไรจะแก้ตัวได้อีก
คงทำได้เพียงแค่รักษากองกำลังส่วนหนึ่งไว้ แล้วถอยกลับไปกบดาน เก็บตัวฝึกทหารและรับสมัครลูกน้องใหม่ รอโอกาสเหมาะๆ ค่อยกลับมาล้างแค้นก็แล้วกัน
หลี่ชิงไม่ได้ส่งคนออกไปไล่ตาม ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด แต่เป็นเพราะสถานการณ์ตอนนี้มันชุลมุนวุ่นวายเกินไป มีมนุษย์หมาป่าและมนุษย์หัวสุนัขกว่าสี่ร้อยตัวป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปไล่ตามล่าอีก
เขาเพียงแค่ยืนดูอยู่บนกำแพงเมือง มองดูมนุษย์หมาป่าสั่งการให้มนุษย์หัวสุนัขรุมสังหารทหารกว่าห้าสิบคนที่ถูกทิ้งไว้รั้งท้าย
ในระหว่างนั้น หลี่ชิงก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ หลงโส่วพ่นลมหายใจมังกรออกมาเป็นระยะๆ ประสานงานกับเซี่ยจู๋เพื่อคอยซุ่มยิงนักรบอันเดดมนุษย์หมาป่า
เจ้านี่อันตรายมาก ต้องรีบกำจัดทิ้งเสียก่อน
อานุภาพการพ่นลมหายใจมังกรของเขาแทบไม่ต่างอะไรกับการโจมตีระลอกแรกของลำแสงแผดเผาของวีรชนสายเวทมนตร์ของฉู่ไจ้จงเลย การพ่นลมหายใจเพียงครั้งเดียวก็สามารถหลอมละลายศีรษะของนักรบอันเดดไปได้เกือบครึ่ง
ทุกครั้งที่เขาพ่นลมหายใจมังกรจนเนื้อเยื่อบนใบหน้าของนักรบอันเดดหลอมละลาย เผยให้เห็นกระดูกที่ไหม้เกรียม ลูกศรเหล็กกล้าทะลวงเกราะของเซี่ยจู๋ก็จะพุ่งทะยานตามมาติดๆ ทะลวงกะโหลกศีรษะของพวกมันอย่างแม่นยำ
ถึงแม้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีวันตายแบบนี้จะไม่มีจุดอ่อน แต่ศูนย์กลางการควบคุมร่างกายก็ยังคงอยู่ในสมอง
ทันทีที่กะโหลกศีรษะถูกทำลาย แม้พวกมันจะยังไม่ตายในทันที แต่ก็จะสูญเสียการควบคุมร่างกายไป ล้มลงนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างไร้สติ
สามนาทีต่อมา นักรบอันเดดมนุษย์หมาป่าสามตัวที่เหลือก็ถูกซุ่มยิงจนตาย หลี่ชิงจึงเรียกหลลงโส่วกลับมาทันที
หกนาทีต่อมา ทหารคนสุดท้ายของฉู่ไจ้จงก็ตายลง
มนุษย์หมาป่าที่เหลือรอดต่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ ภายใต้การนำของลาร์สัน วีรชนมนุษย์หมาป่า พวกเขาก็พุ่งเข้าชาร์จกำแพงเมืองด้วยความฮึกเหิม
"เหลือมนุษย์หมาป่าร้อยยี่สิบร้อยสามสิบตัว มนุษย์หัวสุนัขสองร้อยกว่าตัว แล้วก็วีรชนมนุษย์หมาป่าอีกหนึ่งตัว!"
"เดี๋ยวนะ ท่าทางของมันดูแปลกๆ ไปหรือเปล่า"
หลี่ชิงมองดูลาร์สัน วีรชนมนุษย์หมาป่าที่มีอักขระเวทส่องแสงราวกับกำลังลุกไหม้ และแม้แต่ดวงตาก็ยังถูกปกคลุมไปด้วยจิตสังหารอันแดงฉาน เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฆ่าคนไปมากเกินไป หรือว่าได้รับผลกระทบจากอักขระเวทบนตัว ทำให้ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะไม่สามารถควบคุมความบ้าคลั่งของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว
โดยปกติแล้ว เมื่อเห็นกำแพงเมืองที่สูงตระหง่านขนาดนี้ และไม่มีอุปกรณ์ตีเมืองใดๆ เลย ผู้นำเผ่าคนไหนก็คงไม่บ้าระห่ำพุ่งเข้าใส่แบบนี้หรอก
ทว่า ไม่ว่าจะเป็นเพราะผลกระทบจากอักขระเวทหรืออะไรก็ตาม แต่นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับหลี่ชิง
การคิดจะตีเมืองโดยไม่มีอาวุธตีเมือง ก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
ลาร์สันที่มีเปลวไฟสีเลือดลุกโชนไปทั่วร่าง ในเวลานี้มีความเร็วเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก เมื่ออยู่ห่างจากประตูเมืองประมาณห้าเมตร มันก็กระโดดพุ่งทะยาน กระโดดสับข้ามระยะทางเกือบสิบเมตร พุ่งเข้าใส่หลี่ชิงที่อยู่บนยอดกำแพงเมือง
"อักขระเวทนี้ช่วยเพิ่มพลังให้มันด้วยงั้นเหรอ"
หลี่ชิงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หลงโส่วก้าวเข้ามาบังหน้าเขาไว้ แล้วฟันดาบสวนกลับไป
"เคร้ง!"
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวานยาวนาน หลงโส่วเซถอยหลังไปหลายก้าว ส่วนลาร์สันก็กระเด็นกลับไปตกลงที่ตีนกำแพงเมืองเพราะไม่มีที่ยึดเกาะ
หลี่ชิงชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังของเหล่าองครักษ์ เขามองไปที่รอยบิ่นขนาดใหญ่บนดาบสองมือของหลลงโส่วด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"พลังเพิ่มขึ้นขนาดนี้เชียว"
เขาจำได้แม่นยำว่า ก่อนหน้านี้ทักษะกระโดดสับของลาร์สันสามารถกระโดดได้ไกลสุดแค่หกเจ็ดเมตรเท่านั้น แต่ตอนนี้มันกระโดดจากระยะห้าเมตรนอกกำแพงเมือง พุ่งขึ้นมาบนกำแพงเมืองที่สูงถึงหกเมตร แถมยังมีแรงเหลือพอที่จะปะทะกับหลลงโส่วได้อีก นั่นหมายความว่าระยะการกระโดดของมันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของเมื่อก่อนเลยทีเดียว
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ พลังกลับพุ่งพรวดขึ้นมามากมายขนาดนี้ ช่างเหลือเชื่อจริงๆ
เขาแทบจะฟันธงได้เลยว่า พลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของลาร์สันเป็นเพราะผลกระทบจากอักขระเวทบนตัวมันอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกัน ความคิดที่เหลือเชื่อก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
อักขระเวทบนตัวลาร์สัน หรือว่าจะเป็น... โครงสร้างอักขระเวทในตำนาน?
พอคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของหลี่ชิงก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างไม่อาจควบคุมได้
ตามหลักเหตุผลแล้ว เรื่องนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เผ่าเล็กๆ แบบนี้จะมีของล้ำค่าอย่างโครงสร้างอักขระเวทได้อย่างไรกัน
ทว่า
ถ้าหากก่อนที่จะแตกสลาย เผ่ามนุษย์หมาป่าแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของมิติขนาดใหญ่มาก่อน และถ้าเผ่าแห่งนี้ในยุคโบราณเคยเป็นเผ่ามนุษย์หมาป่าขนาดใหญ่ล่ะก็ นั่นมันก็อีกเรื่องหนึ่ง
โครงสร้างอักขระเวท ต่อให้เป็นแค่ชิ้นส่วนที่ห่วยที่สุดก็ยังสามารถเพิ่มพลังได้มากกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์
แล้วโครงสร้างอักขระเวทบนร่างของลาร์สันที่อยู่ตรงหน้านี้ก็ดูเหมือนจะเป็นแบบครบชุด เมื่อรวมพลังกันแล้ว โบนัสที่จะได้รับย่อมสูงมาก
แน่นอนว่า เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว โครงสร้างอักขระเวทชุดนี้น่าจะไม่สมบูรณ์ หรือไม่ก็อาจจะได้รับความเสียหายไปแล้ว
เพราะโครงสร้างอักขระเวทที่สมบูรณ์จะเพิ่มพลังให้กับผู้ใช้งานเท่านั้น จะไม่มีทางส่งผลกระทบต่อสติปัญญาของผู้ใช้งานเด็ดขาด
แต่ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ตราบใดที่มันเป็นโครงสร้างอักขระเวท มันก็เป็นของล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ทั้งนั้น
"ต้องเอามันมาให้ได้!"
"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!"
หลี่ชิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
หัวหน้ามนุษย์หมาป่าถูกหลลงโส่วซัดกระเด็นตกลงไปจากกำแพงเมือง ทำให้ไม่สามารถใช้ทักษะกระโดดสับได้ไปชั่วขณะ มันทำได้เพียงวิ่งเข้าไปประชิดกำแพงเมืองแล้วใช้ดาบฟันกำแพงไม้ มนุษย์หัวสุนัขและมนุษย์หมาป่าตัวอื่นๆ ก็กรูกันเข้ามาใช้มีดฟันบ้าง หรือไม่ก็มนุษย์หัวสุนัขสายปาหินก็ช่วยกันระดมปาหินใส่ เสียง 'ปึงปัง' ของการฟันและการกระแทกดังสนั่นหวั่นไหวอยู่เบื้องล่าง
แต่กำแพงเมืองก็คือกำแพงเมือง ของพรรค์นี้สร้างมาจากแผ่นไม้เนื้อแข็งที่ถูกนำมาหลอมรวมกันใหม่จนหนาเตอะ ขืนคิดจะฟันให้ขาดด้วยดาบไม่กี่ทีก็คงได้แต่ฝันไปเท่านั้นแหละ
อาศัยจังหวะนี้ หลลงโส่วหมอบลงบนกำแพงเมืองและรวบรวมพลัง ก่อนจะพ่นลมหายใจมังกรเป็นรูปทรงกรวยลงไป เปลวไฟก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมาและลุกลามไปตามกำแพงเมืองทั้งซ้ายและขวา มนุษย์หัวสุนัขที่เบียดเสียดกันอยู่โดนไฟคลอกจนร้องลั่น
พ่นไฟแค่ครั้งเดียว มนุษย์หัวสุนัขอย่างน้อยเจ็ดแปดสิบตัวและมนุษย์หมาป่าอีกกว่าสิบตัวที่เบียดกันอยู่หน้าประตูเมืองก็ถูกไฟคลอกตายคาที่
เมื่อเห็นภาพนี้ หลี่ชิงก็อดทอดถอนใจไม่ได้
"อย่างที่คิด จอมเวทคือสายอาชีพที่เทพที่สุดจริงๆ ด้วย!"
จอมเวทที่ทรงพลังคือตัวตนดั่งเทพเจ้าในสนามรบอย่างแท้จริง
น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือ จอมเวทที่ทรงพลังนั้นมีจำนวนน้อยเกินไป
อาชีพนี้เก่งก็จริง แต่การเลื่อนขั้นนั้นยากเย็นแสนเข็ญ การสะสมพลังเวทต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ค่อยๆ สะสมไปทีละนิด แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว
และพลังเวทก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของจอมเวทที่ทรงพลังเท่านั้น พวกเขายังต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้ด้านเวทมนตร์และความเชี่ยวชาญต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งแค่การเรียนรู้ความรู้เหล่านี้ก็ต้องใช้เวลาหลายปีแล้ว
บวกกับสาขาวิชาของจอมเวทส่วนใหญ่ล้วนเป็นสาขาที่ผลาญเงินอย่างมหาศาล
ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการปั้นจอมเวทสักคนจึงสูงลิ่วจนน่าตกใจ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องปั้นจอมเวทขึ้นมาให้ได้
หลลงโส่วพ่นลมหายใจมังกรติดต่อกันหลายครั้ง สังหารมนุษย์หัวสุนัขและมนุษย์หมาป่าไปเกือบครึ่ง ทำให้ความบ้าคลั่งของมนุษย์หมาป่าเหล่านี้ลดลงไปได้บ้าง แม้แต่ลาร์สัน หัวหน้ามนุษย์หมาป่าก็ยังได้สติกลับคืนมาเล็กน้อย
แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโครงสร้างอักขระเวท ทำให้มันยังไม่สามารถเรียกสติกลับมาได้ทั้งหมด และยังคงคลุ้มคลั่งฟันประตูเมืองที่อยู่ตรงหน้าต่อไปอย่างบ้าคลั่ง
ประตูเมืองไม้เนื้อแข็งที่หนาถึงสิบเซนติเมตรถูกมันฟันจนเป็นรอยแหว่ง สามารถมองเห็นช่องประตูและทหารยามที่อยู่ด้านนอกได้
แต่ก็เป็นแค่รอยแหว่งเท่านั้น ยังอีกนานกว่าจะฟันเป็นรูใหญ่พอให้ลาร์สันมุดเข้าไปได้
ที่สำคัญคือ มนุษย์หมาป่าและมนุษย์หัวสุนัขที่เหลืออยู่คงต้านทานไว้ไม่ไหวจนกว่ามันจะขยายผลลัพธ์แห่งชัยชนะได้สำเร็จหรอก
การพ่นไฟของหลลงโส่วก็เหมือนกับทักษะวีรชนสายเวทมนตร์ของฉู่ไจ้จงที่มีข้อจำกัดในการใช้งาน แต่เขามีแก่นแท้เลือดเนื้อและแก่นแท้วิญญาณบริสุทธิ์เพื่อฟื้นฟูพละกำลังและพลังงานที่สูญเสียไป ในขณะที่วีรชนสายเวทมนตร์ไม่มี
ดังนั้นหลังจากที่เขาพ่นไฟไปห้าครั้งรวด เขาก็ยังสามารถพ่นต่อไปได้อีก
หลังจากพ่นลมหายใจมังกรแบบรูปทรงกรวยไปครบสิบครั้ง หลลงโส่วก็กลืนแก่นแท้เลือดเนื้อเข้าไปอีกก้อน คว้าดาบแล้วกระโดดลงมาจากกำแพงเมืองที่สูงหกเมตร
หลี่ชิงตะโกนสั่งการเสียงดัง
"เปิดประตูเมือง ตีโต้!"
ลมหายใจมังกรสิบระลอกได้กวาดล้างมนุษย์หมาป่าและมนุษย์หัวสุนัขไปจนเกือบหมดเกลี้ยง ที่เหลืออยู่ก็มีจำนวนน้อยกว่าทหารยามซะอีก จะไปมัวตั้งรับอยู่ทำไม
ทหารราบที่ออมแรงรออยู่บนกำแพงเมืองพุ่งพรวดออกมาจากประตูเมือง มนุษย์หมาป่าและมนุษย์หัวสุนัขห้าหกสิบตัวที่เหลืออยู่ด้านนอกต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า ภายใต้การนำของอันอี่ชิว ทหารราบได้จัดกระบวนทัพเป็นสองแถวและพุ่งเข้าปะทะตรงๆ
ส่วนทางด้านวีรชนมนุษย์หมาป่านั้นกำลังต่อสู้กับหลลงโส่วอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
เวลานี้ทั่วทั้งร่างของลาร์สันเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียมดำปี๋ บนแผ่นหลังมีลูกศรปักอยู่ห้าดอก เป็นลูกศรธรรมดาสามดอก ส่วนอีกสองดอกเป็นลูกศรทะลวงเกราะเหล็กกล้าของเซี่ยจู๋ที่ปักลึกเข้าไปในร่างกาย
แต่ในตอนนี้ ลาร์สันที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของโครงสร้างอักขระเวทนั้น ความรู้สึกเจ็บปวดลดลงอย่างมาก ดูเหมือนว่าจุดอ่อนจะหายไปหมดแล้ว ขนาดโดนลูกศรปักหลังตั้งห้าดอกก็ยังสามารถกดดันหลลงโส่วได้
ใช่แล้ว ถึงแม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ แต่พละกำลังของลาร์สันก็ยังคงเหนือกว่าหลลงโส่วมากนัก แถมความเร็วยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาละวาดเข่นฆ่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนหลลงโส่วแทบจะตั้งรับไม่ทัน
แต่ถึงพละกำลังจะมหาศาล พลังร่างกายของหลลงโส่วก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน การจะฆ่าเขาในระยะเวลาอันสั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
และในขณะนี้ ลาร์สันก็ไม่มีเวลาเหลือพอที่จะไปฆ่าหลลงโส่วแล้ว
ไม่ถึงสองนาที มนุษย์หมาป่าและมนุษย์หัวสุนัขที่เหลือรอดก็ถูกกองกำลังของอันอี่ชิวและพลธนูกวาดล้างจนหมดสิ้น จากนั้นกองกำลังทั้งหมดก็หันกลับมาตีวงล้อมทั้งสองฝ่ายที่กำลังต่อสู้กันอยู่ที่ประตูเมือง
แต่ก็เป็นการล้อมอยู่ห่างๆ เว้นระยะห่างกว่าสิบเมตร โดยไม่มีใครบุกเข้าไปจู่โจม
หลี่ชิงที่ยืนอยู่บนหอคอยเหนือประตูเมือง กางมือทั้งสองข้างออก กระแสน้ำวนขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนลงไปเบื้องล่าง
"กระจายตัวออกไป!"
หลลงโส่วที่กำลังต่อสู้พัวพันกับลาร์สันอยู่ รีบม้วนตัวหลบไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว วินาทีต่อมา ลูกหินกลมๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสองเมตรที่มีหนามแหลมเต็มไปหมดก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ทับร่างของหัวหน้ามนุษย์หมาป่าที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเข้าอย่างจัง
น้ำหนักกว่าสิบตันที่ตกลงมาจากความสูงเท่าตึกสองชั้น ทำให้ลาร์สันหมดทางสู้และถูกทับอยู่ใต้ซากหิน
แต่ยังคงได้ยินเสียงคำรามเล็ดลอดออกมาจากใต้หิน แขนขาที่โผล่พ้นออกมายังคงดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แรงมหาศาลทำให้ลูกหินสั่นคลอน
หลลงโส่วรีบพุ่งเข้าไปทันที สองมือกุมดาบใหญ่เงื้อขึ้นสูง แล้วฟันลงมาสุดแรง
ขาข้างหนึ่งถูกฟันขาดกระเด็น
ตามด้วยการฟันดาบที่สอง ขาอีกข้างก็ขาดกระเด็นตามไป
"เกมโอเวอร์!"
หลี่ชิงพ่นลมหายใจยาวๆ รอยยิ้มเบ่งบานบนใบหน้า
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ ถ้าไม่ได้ไอเทมโกงมาช่วยล่ะก็ เขาคงไม่มีทางบุกยึดเผ่ามนุษย์หมาป่าแห่งนี้ได้ด้วยตัวเองหรอก
หลังจากหลลงโส่วฟันแขนอีกสองข้างของลาร์สันจนขาด หลี่ชิงถึงได้เปิดประตูเมืองเดินออกมา เขาเก็บลูกหินไป เผยให้เห็นร่างของลาร์สันที่ยังคงดิ้นรนอยู่
ตอนนี้ลาร์สันถูกตัดแขนตัดขาจนด้วน แต่บาดแผลกลับไม่มีเลือดไหลออกมามากนัก แถมเลือดที่ไหลออกมาก็เป็นสีคล้ำและเหนียวข้นหนืด ดูน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง
แต่หลี่ชิงไม่มีอารมณ์มานั่งศึกษาเรื่องพวกนี้ เขาเพียงแค่พยักพเยิดให้หลลงโส่วเข้าไปจัดการปลิดชีพมันซะ
ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน ตอนนี้เลเวลของหลลงโส่วก็ขึ้นมาถึงเลเวล 24 แล้ว ขาดค่าประสบการณ์อีกไม่ถึง 10% ก็จะอัปเป็นเลเวล 25 ถ้าฆ่าวีรชนระดับสามตัวนี้ได้ ก็ถือเป็นการข้ามรุ่นท้าสู้ รับรองว่าอัปขึ้นเลเวล 26 ได้ฉลุย
ในเผ่ามนุษย์หมาป่ายังมีกองกำลังรักษาการณ์หลงเหลืออยู่อีก ถึงตอนนั้นก็ให้หลลงโส่วออกไปล่าให้หนำใจ พอจบศึกนี้ก็คงอัปขึ้นเลเวล 27 ได้ไม่ยาก
แบบนี้ก็เหลืออีกแค่นิดเดียวก็จะเลื่อนขั้นเป็นวีรชนระดับสามแล้ว
ถ้าวีรชนระดับสี่ดาวเลื่อนขั้นเป็นระดับสามได้ พลังของเขาก็จะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน
หลลงโส่วเงื้อดาบสองมือที่มีรอยบิ่นและทื่อขึ้นสูงแล้วฟันลงมาสุดแรง ลาร์สันที่กำลังดิ้นรนและส่งเสียงคำรามถูกตัดหัวขาดกระเด็น เสียงคำรามเงียบหายไปในทันที
ทันใดนั้น หลี่ชิงก็เห็นว่ามีแสงสีฟ้าอ่อนๆ ปรากฏขึ้นบนศพไร้หัว รวมถึงแขนขาที่ขาดสะบั้นของลาร์สัน แสงนั้นรวมตัวกันที่บริเวณศีรษะอย่างรวดเร็ว และค่อยๆ ควบแน่นกลายเป็นลูกบอลแสง
ใบหน้าของหลี่ชิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความปีติยินดี
"นี่มัน..."
"ดรอปไอเทมแห่งชัยชนะแล้ว!"
อันอี่ชิวพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น
"ลูกพี่ เผ่ามนุษย์หมาป่าเผ่านี้ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย เมื่อก่อนต้องเป็นเผ่ามนุษย์หมาป่าขนาดใหญ่แน่ๆ"
"น่าจะใช่!"
หลี่ชิงยื่นมือไปจับลูกบอลแสง แสงสีฟ้านั้นก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว และค่อยๆ กลายรูปเป็นการ์ดใบหนึ่งที่เปล่งแสงสีเลือดจางๆ ออกมา
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การ์ดตามการเคลื่อนไหวของเขา อันอี่ชิวถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้นพลางเอ่ยถามว่า
"ลูกพี่ เจ้านี่ดรอปของดีอะไรมาเหรอ"
หลี่ชิงจ้องมองการ์ดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือ วินาทีต่อมารูม่านตาของเขาก็หดเล็กลง จากนั้นเขาก็กำมือแน่นและเก็บการ์ดใบนั้นลงไป หันกลับมาพูดกับทุกคนว่า
"เป็นของดีแหละ แต่ยังไม่สะดวกบอกตอนนี้"
ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง อันอี่ชิวยักไหล่
"ก็ได้ครับ!"
หลี่ชิงมองไปที่พี่น้องตระกูลเซี่ยทั้งสามคนแล้วพูดว่า
"ขอโทษด้วยนะ เรื่องนี้ไม่สะดวกแพร่งพรายออกไปจริงๆ รอให้ภารกิจนี้จบลงเมื่อไหร่ ฉันจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้พวกนายเป็นการตอบแทน"
เซี่ยจู๋ยิ้มตาหยีแล้วตอบกลับมาว่า
"ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้วนะ"
ถึงแม้จะสงสัยใคร่รู้มากแค่ไหน แต่เซี่ยจู๋ก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ
เมื่อจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น หลี่ชิงก็ตะโกนสั่งการลูกน้องรอบๆ ตัวเสียงดังว่า
"พวกเราจัดการศัตรูได้แล้ว แต่ยังมีศัตรูอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ให้ทุกคนพักผ่อนก่อน อีกสิบห้านาทีเราจะเปิดฉากโจมตี"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับเข้าค่าย อันอี่ชิวรีบตามไปติดๆ พร้อมกับตะโกนสั่งการคนที่อยู่ในค่ายเสียงดัง
"ขอแรงคนมาช่วยเก็บกวาดสนามรบหน่อย ขนศพทั้งหมดเข้าไปข้างในให้หมด"
เมื่อหลี่ชิงได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกประทับใจ พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
รู้จักสังเกตการณ์ ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
เมื่อกลับมาถึงเต็นท์ของตัวเอง หลี่ชิงก็พลิกฝ่ามือ การ์ดที่เปล่งแสงสีเลือดจางๆ ใบนั้นก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา เมื่อเขาจ้องมองไปที่การ์ด คุณสมบัติของมันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทันที
ชิ้นส่วนโครงสร้างอักขระเวทนักรบเทวะที่ได้รับความเสียหาย: จำลองพลังของนักรบเทวะซึ่งเป็นวีรชนในตำนาน มอบพลังของนักรบเทวะให้แก่ผู้ใช้งาน
คำเตือน: นี่เป็นเพียงชิ้นส่วนของโครงสร้างอักขระเวทนักรบเทวะเท่านั้น ประสิทธิภาพส่วนใหญ่ได้สูญเสียไปแล้ว และพลังที่หลงเหลืออยู่ก็ไม่เสถียรเอามากๆ มีผลข้างเคียงบางประการ โปรดใช้อย่างระมัดระวัง
คุณสมบัติ: เมื่อติดตั้งโครงสร้างอักขระเวท พละกำลัง +60%, ความเร็ว +30%, ความรู้สึกเจ็บปวดลดลง 75%, มีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับทักษะวีรชน——สายเลือดนักรบคลั่งที่ไม่สมบูรณ์
สายเลือดนักรบคลั่งที่ไม่สมบูรณ์: นักรบเทวะจะเปลี่ยนความเจ็บปวดและบาดแผลที่ได้รับให้กลายเป็นการเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ทุกครั้งที่ได้รับบาดเจ็บในระดับหนึ่ง จะสามารถเพิ่มความเร็วในการโจมตีและพลังป้องกันเวทมนตร์ได้ระดับหนึ่ง สามารถเพิ่มความเร็วในการโจมตีได้สูงสุด 200% และเพิ่มพลังป้องกันเวทมนตร์ได้ 50%
คำเตือน: เนื่องจากโครงสร้างอักขระเวทไม่สมบูรณ์ หลังจากกระตุ้นสายเลือดนักรบคลั่งที่ไม่สมบูรณ์แล้ว ผู้ใช้งานจะค่อยๆ สูญเสียสติสัมปชัญญะไปในขณะที่ได้รับพลังอันแข็งแกร่ง จนกว่าการต่อสู้จะสิ้นสุดลง
คำเตือน: สามารถขอให้ช่างสลักอักขระเวทมนตร์สกัดส่วนที่ยังสมบูรณ์ออกจากชิ้นส่วนนี้ได้
คำเตือน: สามารถขอให้ช่างสลักอักขระเวทมนตร์ระดับสูงซ่อมแซมโครงสร้างอักขระเวทใหม่ เพื่อให้มันกลับมามีพลังอันแข็งแกร่งของโครงสร้างอักขระเวทระดับสูงได้อีกครั้ง
เมื่อมองดูการ์ดสีแดงใบนี้ หลี่ชิงก็อดไม่ได้ที่จะลูบคลำมันด้วยความหลงใหล แววตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชม
"คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะดรอปของดีขนาดนี้ออกมาได้!"
[จบแล้ว]