เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - รับใช้ประชาชนคือปณิธานขององค์กรนักทำความสะอาดพวกเรา

บทที่ 37 - รับใช้ประชาชนคือปณิธานขององค์กรนักทำความสะอาดพวกเรา

บทที่ 37 - รับใช้ประชาชนคือปณิธานขององค์กรนักทำความสะอาดพวกเรา


บทที่ 37 - รับใช้ประชาชนคือปณิธานขององค์กรนักทำความสะอาดพวกเรา

กู้เหวินเดินทอดน่องเข้าไปยังร้านค้าที่กำลังถูกพังทำลายอย่างสบายอารมณ์

คนเดินถนนที่อยู่ไกลออกไปตะโกนร้องบอกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

"อย่าเข้าไปนะ! รีบหนีเร็วเข้า! นั่นไม่ใช่หมูป่าธรรมดา แต่มันคือสัตว์ดุร้าย!"

กู้เหวินปรายตามองชาวบ้านเหล่านั้นแล้วฉีกยิ้มบาง

"วางใจเถอะครับ พนักงานทำความสะอาดกำลังปฏิบัติหน้าที่"

พอได้ยินดังนั้น สีหน้าตื่นตระหนกของชาวบ้านก็มลายหายไปทันที ใบหน้าของพวกเขาถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นและเลื่อมใสศรัทธา

"ที่แท้ก็ใต้เท้าพนักงานทำความสะอาดนี่เอง! สู้ๆ นะครับ!"

"ฆ่าไอ้เดรัจฉานเวรนั่นให้ตายไปเลย!"

กู้เหวินเดินมาถึงหน้าร้าน เขาเหยียบเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น เดินฝ่าประตูที่ถูกหมูป่าเขี้ยวพุ่งชนจนพังยับเยินเข้าไปด้านในด้วยท่าทีเรียบเฉย

เสียงเหยียบเศษกระจกแตกดังก้องไปทั่ว หมูป่าเขี้ยวหูผึ่งและตื่นตัวในพริบตา มันหันขวับกลับมาพร้อมกับดวงตาแดงก่ำกระหายเลือด และสังเกตเห็นการมาเยือนของกู้เหวินทันที

หมูป่าเขี้ยวอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม มันจ้องกู้เหวินเขม็งก่อนจะแผดเสียงคำรามลั่นกึกก้อง แล้วหันขวับพุ่งทะยานเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง

"ไอ้เดรัจฉานหนังเหนียว แกนี่มันไม่มีน้ำใจนักกีฬาเอาซะเลยนะ ไม่คิดจะทักทายกันก่อนหรือไง เจอหน้าปุ๊บก็พุ่งชนกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ"

กู้เหวินส่ายหน้าอย่างระอา เขารวบรวมพลังน้ำไฟในร่างกายแล้วซัดเข้าใส่หมูป่าอย่างจัง!

ตูม!

วารีเพลิงปริมาณมหาศาลพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของกู้เหวิน แปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำไหลทะลักเข้าซัดสาดใส่หมูป่าเขี้ยวราวกับคลื่นยักษ์

หมูป่าเขี้ยวถูกวารีเพลิงกลืนกินในชั่วพริบตา มันลื่นไถลล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นทันที

แม้วารีเพลิงจะอยู่ในสถานะของเหลว แต่อุณหภูมิของมันกลับสูงปรี๊ด!

เรียกได้ว่ามันแทบจะกลายเป็นลาวาระดับต่ำไปแล้วด้วยซ้ำ!

เมื่อทั่วทั้งร่างถูกอาบย้อมไปด้วยวารีเพลิง หมูป่าเขี้ยวก็ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมานพลางกลิ้งทุรนทุรายไปตามพื้น

"ครืดดด! ครืดดด!"

ยิ่งมันกลิ้งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น

พื้นที่บริเวณนั้นถูกปกคลุมไปด้วยวารีเพลิงจนกลายเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ ที่อาบชโลมไปด้วยเปลวไฟและสายน้ำ ยิ่งมันดิ้นรนกลิ้งไปมา บาดแผลบนตัวก็ยิ่งสาหัสขึ้นเรื่อยๆ

"พวกสัตว์เดรัจฉานที่ไม่มีสติปัญญานี่มันรับมือง่ายจริงๆ แฮะ"

กู้เหวินทอดถอนใจ

สัตว์มีชีวิตที่โง่เง่าเต่าตุ่นอย่างหมูป่าเขี้ยวตัวนี้ อีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงหาดูได้ยากแล้ว

พวกสัตว์ดุร้ายที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง แม้จะเป็นเพียงเดรัจฉาน แต่สติปัญญาของพวกมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามนุษย์สักเท่าไหร่เลย

โดยเฉพาะพวกสัตว์ดุร้ายที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย...

แผนการอันแยบยลของพวกมันในอดีตยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของกู้เหวินจนถึงทุกวันนี้

ผ่านไปไม่นานนัก

กลิ่นเนื้อย่างหอมฉุยก็โชยมา...

เนื้อชั้นนอกของหมูป่าเขี้ยวถูกวารีเพลิงของกู้เหวินย่างจนสุกเกรียม ส่งกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอออกมา

แม้เกราะโคลนที่ปกคลุมผิวหนังของหมูป่าเขี้ยวจะแข็งแกร่งจนยากจะเจาะทะลวง

แต่มันก็แค่แข็ง ไม่ได้กันความร้อนสักหน่อย!

ในทางกลับกัน ดินโคลนพวกนี้แหละที่เป็นตัวนำความร้อนชั้นดี เกราะโคลนที่หมูป่าเขี้ยวภาคภูมิใจนักหนา ตอนนี้กลับกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้มันต้องเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส

สภาพของมันตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับไก่อบฟางเลยสักนิด...

เอาโคลนมาพอกตัวไก่ให้มิดแล้วค่อยโยนเข้าเตาอบดิน

ในที่สุดหมูป่าเขี้ยวก็สิ้นฤทธิ์ มันนอนนิ่งงันอยู่บนพื้น มีเพียงอาการกระตุกเป็นพักๆ เท่านั้น

กู้เหวินปรายตามองสัตว์ร่างยักษ์ตัวนี้พลางขยับจิตเรียกกู่กระบี่ออกมา เขายืนอยู่ห่างๆ แล้วเล็งเป้าไปที่ดวงตาของหมูป่าก่อนจะปาออกไปสุดแรง!

ฉึบ!

กู่กระบี่แหวกว่ายผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งอันงดงาม พุ่งเสียบทะลุดวงตาของหมูป่าเขี้ยวอย่างแม่นยำ!

โพละ!

ลูกตาแหลกละเอียด เลือดสดๆ สาดกระเซ็น

หมูป่าเขี้ยวที่นอนนิ่งไปแล้วสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว มันแผดเสียงร้องโหยหวนอีกครั้งพลางดิ้นทุรนทุรายอยู่นานถึงห้าหกวินาที

ก่อนจะล้มตึงลงไปและสิ้นใจตายอย่างเป็นทางการ

เมื่อมองดูซากศพอันใหญ่โตของหมูป่าเขี้ยว มุมปากของกู้เหวินก็ยกยิ้มขึ้น

"คิดจะแกล้งตายตบตาฉันงั้นเหรอ อ่อนหัดไปหน่อยนะ"

กู้เหวินเดินเข้าไปหาหมูป่าเขี้ยว เขาเก็บกู่กระบี่และวารีเพลิงบนพื้นกลับคืนมา จากนั้นก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาถ่ายรูปซากหมูป่าด้วยท่าทีเรียบเฉยเพื่อกดส่งภารกิจ

ระบบขององค์กรนักทำความสะอาดใช้ AI ในการตรวจสอบ ซึ่งมีความรวดเร็วแม่นยำสูงมาก

เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวินาที แต้มผลงานที่เป็นรางวัลจากองค์กรนักทำความสะอาดก็โอนเข้าบัญชีเรียบร้อย

"ภารกิจแรกสำเร็จลุล่วง ถือเป็นก้าวแรกที่งดงามทีเดียว"

กู้เหวินยิ้มกริ่ม เขาใช้มือเพียงข้างเดียวหิ้วซากหมูป่าตัวเขื่องที่หนักถึงสองพันชั่งขึ้นมา แล้วเดินออกจากร้านไปอย่างหน้าตาเฉย

หมูป่าไม่เหมือนหมูบ้าน หมูป่าทั่วไปตัวโตเต็มที่ก็หนักแค่สี่ร้อยกว่าชั่งเท่านั้น ตัวที่หนักเกินสี่ร้อยชั่งถือว่าหาดูได้ยากมากแล้ว

แต่หลังจากเข้าสู่ยุคสมัยใหม่

มวลพลังวิญญาณในอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ในป่าเขาล้วนเกิดการวิวัฒนาการ และหมูป่าตัวนี้ก็คงเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

แน่นอนว่า

ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง

เช่น...

หมูป่าตัวนี้อาจจะหลุดออกมาจากดินแดนเร้นลับบนภูเขาซีอี้ก็เป็นได้

เมื่อเดินพ้นประตูร้าน กู้เหวินก็ออกแรงเหวี่ยงซากหมูป่าทิ้งลงบนลานกว้างข้างๆ ร้าน

หน้าที่ของเขาคือฆ่าหมูป่าตัวนี้ ส่วนเรื่องจัดการซากศพของมันก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององค์กรนักทำความสะอาดไปก็แล้วกัน

หมูป่ากิ๊กก๊อกแบบนี้ ซากของมันแทบไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย

ต่อให้เป็นเขี้ยวที่แข็งแกร่งที่สุดบนตัวมันก็ขายได้เต็มที่แค่ไม่กี่ร้อยเหรียญเงิน กู้เหวินขี้เกียจแม้แต่จะงัดมันออกมาด้วยซ้ำ เสียเวลาเปล่าๆ!

เมื่อเห็นหมูป่าสิ้นใจ ชายชราวัยหกสิบกว่าปีคนหนึ่งก็เดินจูงมือเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ดูอายุไม่ถึงยี่สิบปีตรงเข้ามาหา

ชายชราโค้งคำนับกู้เหวินปะหลับปะเหลือกพลางกล่าวขอบคุณไม่ขาดปาก

"ขอบคุณใต้เท้ามากครับ ขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณ พวกเราก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน"

ชายชราพูดไปก็ปรายตามองสภาพร้านที่พังยับเยินไปด้วยแววตาปวดใจ

เห็นได้ชัดว่า

ชายชราคนนี้ก็คือเจ้าของร้านแห่งนี้นี่เอง

กู้เหวินตีหน้าขรึมก่อนจะคลี่ยิ้มบาง

"รับใช้ประชาชนคือปณิธานขององค์กรนักทำความสะอาดพวกเรา ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ"

พูดจบกู้เหวินก็หันหลังเดินไปขึ้นเบาะหลังรถจี๊ป โจวกั๋วคนขับรถเหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานออกไปทันที

เด็กสาววัยแรกรุ่นมองตามหลังรถจี๊ปไปพลางเอียงคอด้วยความสงสัย

"ฉันคุ้นหน้าพนักงานทำความสะอาดคนนี้จัง เหมือนเคยเห็นที่โรงเรียนเลย... เขาหน้าตาเหมือนรุ่นพี่หัวกะทิที่โดนไล่ออกเพราะคดีล่วงละเมิดทางเพศคนนั้นไม่มีผิด..."

"แล้วเขาไปเข้าองค์กรนักทำความสะอาดได้ยังไงเนี่ย"

"แถมยังเก่งกาจขนาดนี้อีก"

ชายชราที่อยู่ข้างๆ รีบเอามือปิดปากเด็กสาวทันที

"อย่าพูดจาเหลวไหล! ใต้เท้าผู้ใช้กู่ไม่ใช่คนที่เราจะไปนินทาว่าร้ายได้ง่ายๆ นะ! หลานต้องจำคนผิดแน่ๆ!"

เด็กสาวขมวดคิ้วมุ่น

จำคนผิดงั้นเหรอ?

ไม่น่าจะใช่นะ

กู้เหวิน... หมอนั่นน่าจะชื่อนี้ไม่ผิดแน่

เขาต้องเป็นกู้เหวินชัวร์!

...

ณ องค์กรนักทำความสะอาด

มีใครบางคนถือปึกเอกสารประวัติของกู้เหวินเดินเข้าไปในห้องทำงานของหลี่เหลิ่ง เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะพลางเอ่ยขึ้น

"หัวหน้าหลี่ครับ นี่เป็นประวัติของกู้เหวิน คุณอยากจะลองอ่านดูไหมครับ เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยอิ๋นเหออยู่เลย แต่ว่า... เกิดเรื่องบางอย่างขึ้น... เขาก็เลยโดนไล่ออก"

โดนไล่ออกงั้นเหรอ?

หลี่เหลิ่งเลิกคิ้วขึ้น

นักศึกษาที่เก่งกาจขนาดนี้มีสิทธิ์โดนไล่ออกด้วยเหรอเนี่ย?

ผู้อำนวยการกับพวกอาจารย์ในวิทยาลัยอิ๋นเหอมันกินหญ้าเป็นอาหารหรือไง?

พวกไร้ประโยชน์เอ๊ย!

หลี่เหลิ่งหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

"แอบถ่าย? ล่วงละเมิดทางเพศ?"

"ไว้ท่านผู้อำนวยการว่างๆ คงต้องเชิญไปเยือนวิทยาลัยอิ๋นเหอสักหน่อยแล้วล่ะ ผู้อำนวยการกับอาจารย์ที่นี่ยังแยกแยะผิดถูกไม่เป็นเลย แล้วจะมีหน้ามาเปิดสถานศึกษาได้ยังไง?"

เพียงแค่มองแวบเดียว หลี่เหลิ่งก็เลือกที่จะยืนหยัดอยู่ข้างกู้เหวินทันที

จากที่เขาได้สัมผัสและคลุกคลีกับกู้เหวินในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่ากู้เหวินจะเป็นพวกมักมากในกามจนหน้ามืดตามัวแบบนั้น

ไม่อย่างนั้นล่ะก็

แค่นักฆ่ากู่สายมารสาวสวยในโรงแรมคนนั้นก็คงเอาชีวิตเขาไปได้ง่ายๆ แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น กู้เหวินยังไม่ได้แสดงท่าทีสนใจไยดีอะไรกับสาวงามระดับท็อปขององค์กรอย่างเยี่ยจื่อชิงหรือไป๋จิ้งเยวี่ยเลยสักนิด

แล้วนักศึกษาหญิงที่โดน 'ล่วงละเมิด' คนนั้นเป็นนางฟ้าลงมาจุติหรือยังไง?

ในเอกสารก็ระบุไว้อย่างชัดเจน

ว่ากู้เหวินยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหามาตลอด เพียงแต่ไม่มีใครยอมเชื่อเขาเลย

เอาล่ะ

ในเมื่อไม่มีใครในโรงเรียนเชื่อเขา

องค์กรนักทำความสะอาดก็จะขอเชื่อเขาเอง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - รับใช้ประชาชนคือปณิธานขององค์กรนักทำความสะอาดพวกเรา

คัดลอกลิงก์แล้ว