- หน้าแรก
- ใครหาว่านักอัญเชิญจะกระจอก
- บทที่ 15 บอสระดับราชา ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก!
บทที่ 15 บอสระดับราชา ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก!
บทที่ 15 บอสระดับราชา ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก!
ในขณะที่เย่เป่ยกำลังตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองอยู่นั้น
เหล่ามอนสเตอร์ที่เพิ่งรุมสังหาร 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 ไปเมื่อครู่ ก็สังเกตเห็นการคงอยู่ของเย่เป่ย พวกมันพุ่งทะยานเข้าหาเขาพร้อมกันทันที
กิ่งก้านแหลมคมนับไม่ถ้วนพุ่งแหวกอากาศราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากคันศร มุ่งตรงไปยังจุดตายของเย่เป่ยหมายจะเสียบทะลุร่างเขาในวินาทีถัดไป
《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 ซึ่งเพิ่งตายและเหลือเพียงจิตวิญญาณสถิตอยู่ในพื้นที่อัญเชิญ เห็นภาพเหตุการณ์ผ่านมิติจิตก็เกิดอาการลุกลี้ลุกลนอย่างถึงที่สุด
มันรีบส่งกระแสจิตเตือนเย่เป่ยด้วยความกระวนกระวายใจ
"นายท่าน... ระวัง... ลอบทำร้าย..."
"รีบ... ชุบชีวิตข้า... เร็วเข้า... นายท่าน..."
ในตอนนี้มันรู้สึกสิ้นหวังและตำหนิตัวเองอย่างหนักที่ปกป้องเย่เป่ยไว้ไม่ได้ แต่วินาทีต่อมา สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้มันต้องตกตะลึงจนตาค้าง
เย่เป่ยเพียงสะบัดมือเบาๆ คว้ากิ่งก้านของ 《 พฤกษาเวทกาฝาก 》 ตัวหนึ่งเอาไว้ได้ติดมือ ก่อนจะเหวี่ยงมันกวาดออกไปรอบกายเป็นวงกลม
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงปะทะดังสนั่นต่อเนื่องกัน ร่างของเหล่า 《 พฤกษาเวทกาฝาก 》 โดยรอบกระเด็นหวือไปคนละทิศละทาง ก่อนจะระเบิดเป็นจุนกลางอากาศ
มันคือการสังหารหมู่ในพริบตาอย่างง่ายดายราวกับปัดแมลง
【 สังหาร พฤกษาเวทกาฝาก ระดับลอร์ด, ได้รับ EXP +120 】
【 สังหาร พฤกษาเวทกาฝาก ระดับลอร์ด, ได้รับ EXP +120 】
【 ... 】
"นายท่าน... แข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?" เจ้ากอบลินเฝ้ามองสถานการณ์ภายนอกผ่านมิติอัญเชิญด้วยอาการเหม่อลอย
ยังไม่ทันที่มันจะหายจากอาการช็อก
เย่เป่ยก็กวัดแกว่งคทาเวทมนตร์ในมือเบาๆ ทันใดนั้นลูกแก้วคืนชีพลูกสุดท้ายก็แตกสลายออก
วงเวทอัญเชิญสว่างวาบขึ้นบนพื้นดิน ร่างของ 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 ค่อยๆ ควบแน่นขึ้นมาจากความว่างเปล่าจนกลับมามีเลือดเนื้ออีกครั้ง
เย่เป่ยจ้องมองกอบลินที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาพลางยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยตอบว่า
"ข้าผู้เป็นนายของเจ้าน่ะแข็งแกร่งมากก็จริง แต่ข้าคงลงมือเองทุกครั้งไม่ได้ เพราะข้าต้องฝึกฝนและเคี่ยวกรำเจ้า เพื่อให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถก้าวตามฝีเท้าของข้าได้ทัน"
"ข้าไม่อยากให้เจ้าล้าหลังพวกเราต้องเติบโตไปด้วยกันเพื่อกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด"
"ไปเถอะ เสี่ยวเซิ่ง ไปจัดการไอ้พวกที่มันกล้ามารบกวนความคิดของข้าซะ!" เย่เป่ยสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คำพูดของเย่เป่ยเปรียบเสมือนการฉีดอะดรีนาลีนเข้าเส้นเลือดของเจ้ากอบลินที่กำลังงุนงงสงสัยอยู่
นั่นสินะ!
ที่ผ่านมาตอนที่เขาตายในการรบ ไม่ใช่ว่านายท่านไม่ยอมช่วย แต่เป็นเพราะนายท่านกำลังเคี่ยวกรำเขาให้แข็งแกร่งขึ้นต่างหาก
แถมทุกครั้งนายท่านยังยอมจ่ายราคาแสนแพงเพื่อชุบชีวิตเขาขึ้นมาเสมอ
เขารู้ดีว่าในโลกใบเก่าของเขา การคืนชีพนั้นต้องแลกด้วยสิ่งตอบแทนที่มหาศาลเหลือคณานับ
"นายท่าน... ทำทั้งหมดนี้เพื่อข้า... ยอมเสียสละเพื่อข้าขนาดนี้... ข้าไม่ควรสงสัยในตัวนายท่าน... แต่ควรจะซาบซึ้งและเชื่อมั่นในตัวนายท่านอย่างไม่มีเงื่อนไข!"
พริบตานั้นเอง ความคิดของเขาก็สว่างวาบ
เขาทะยานเข้าหาฝูงมอนสเตอร์ด้วยความฮึกเหิมถึงขีดสุด
เขาต้องการต่อสู้ เขาต้องการแข็งแกร่งขึ้น เขาจะทำให้การเคี่ยวกรำของนายท่านต้องไม่สูญเปล่า และเขาต้องก้าวตามแผ่นหลังของนายท่านให้ทันให้ได้!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!!
มอนสเตอร์ตัวแล้วตัวเล่าถูกเขาสังหารลงอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นเสี่ยวเซิ่งฮึดสู้ขนาดนั้น เย่เป่ยก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มพอใจ
ดูเหมือนว่ากลยุทธ์ PUA ของเขาจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ไม่เพียงแต่จะล้างข้อสงสัยในใจของเสี่ยวเซิ่งได้หมดสิ้น แต่มันยังช่วยเพิ่มความจงรักภักดีให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก คำพูดไม่กี่คำของเย่เป่ยทำให้ CPU ในหัวของกอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ไหม้เกรียมจนหลงเชื่อหัวปักหัวปำ
ค่าความผูกพันพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 15 แต้ม
จนตอนนี้ค่าความผูกพันแตะระดับ 81 แต้มเข้าไปแล้ว
"ถ้าค่าความผูกพันถึง 100 แต้มเมื่อไหร่ อสูรอัญเชิญจะไม่มีวันทรยศข้า ดูเหมือนข้าต้องขยัน PUA มันบ่อยๆ เสียแล้ว!" เย่เป่ยพึมพำกับตัวเองด้วยหัวใจที่ดำมืด
ครู่ต่อมา
เสี่ยวเซิ่งก็กวาดล้างมอนสเตอร์รอบบริเวณจนเกลี้ยง
เย่เป่ยจึงมุ่งหน้าต่อไปพร้อมกับเสี่ยวเซิ่ง หลังจากเดินทางต่อมาอีกประมาณสองกิโลเมตร
ในที่สุดเขาก็มาถึงใต้ตึกระฟ้าใจกลางเมือง
และบนดาดฟ้าตึกนั้น สิ่งที่หมอบนิ่งอยู่ก็คือบอสใหญ่ที่พวกเขาเห็นตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่ดันเจี้ยนระดับนรกแห่งนี้
【 ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก (ร่างพยัคฆ์) 】
【 ระดับ: ราชา ☆☆ 】
【 เลเวล: 15 】
【 สกิล: บิน, ฟื้นฟูฉับพลัน, คุ้มคลั่ง, สิงสู่, พายุ... 】
ในขณะที่เย่เป่ยกำลังตรวจสอบข้อมูลของบอส
ร่างยักษ์นั้นก็ค่อยๆ ลุกยืนขึ้น
"ผ่านไปหลายปี ในที่สุดก็มีมนุษย์เดินมาถึงตรงหน้าข้าอีกครั้ง"
ดวงตาของมันเปล่งแสงสีเขียวมรกตจ้องมองลงมายังเย่เป่ยและเสี่ยวเซิ่ง ราวกับราชาผู้ปกครองโลก
แรงกดดันจากกลิ่นอายระดับราชานั้นมหาศาล
จนทำให้เหล่า 《 พฤกษาเวทกาฝาก 》 ที่สถิตอยู่ตามซากตึกรอบตัวเย่เป่ยถึงกับสั่นสะท้าน พวกมันต่างหมอบกราบลงกับพื้นเพื่อแสดงความเคารพต่อ 《 ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก 》 ตนนี้
ทว่า กลิ่นอายและแรงกดดันนี้กลับไม่มีผลต่อเย่เป่ยหรือเสี่ยวเซิ่งเลยแม้แต่น้อย
เพราะเสี่ยวเซิ่งเองก็มีสายเลือด ระดับมหากาพย์ ซึ่งสูงส่งยิ่งกว่ามอนสเตอร์ระดับราชา แล้วเขาจะไปเกรงกลัวแรงกดดันจากมันได้อย่างไร?
"หนูสกปรกสองตัวที่บังอาจมารบกวนการหลับใหลของข้า เตรียมตัวรับความตายแล้วหรือยัง?"
กิ่งก้านด้านหลังของ 《 ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก 》 ค่อยๆ เปลี่ยนรูปและพันเกี่ยวกันอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นปีกสีเขียวขนาดยักษ์คู่หนึ่ง
มันสะบัดปีกเพียงแผ่วเบา ร่างมหึมาก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ก่อนจะโฉบลงมาจากความสูงหลายร้อยเมตร มุ่งตรงเข้าใส่เย่เป่ยและเสี่ยวเซิ่งอย่างรวดเร็ว
"สู้!"
เสี่ยวเซิ่งชูดาบยักษ์สองมือขึ้นฟ้าแล้วกระโดดสวนกลับไปโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่นิดเดียว เขาฟาดฟันเข้าใส่ราชันพฤกษาปีศาจกาฝากที่โฉบลงมา
และเย่เป่ยเองก็ไม่ได้ยืนดูเฉยๆ
เขาชูคทาขึ้นเล็กน้อย แสงสว่างพลันอาบไล้ไปทั่วร่างของเสี่ยวเซิ่ง
《 พิโรธนักอัญเชิญ 》
วงเวทลึกลับปกคลุมร่างของเสี่ยวเซิ่ง ส่งผลให้พละกำลังของเขาเพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าตัวในทันที
เปรี้ยง!
วินาทีต่อมา
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรงกลางอากาศ แรงกระแทกสร้างคลื่นช็อกเวฟแผ่กระจายออกไปโดยรอบราวกับระลอกคลื่นในน้ำ ปลุกกระแสลมกรรโชกแรงจนฝุ่นตลบ
ทว่า ในการปะทะครั้งนี้ เสี่ยวเซิ่งกลับเป็นฝ่ายปราชัย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตกเป็นรองทั้งที่อยู่ในสถานะ 《 พิโรธนักอัญเชิญ 》
แรงมหาศาลของ 《 ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก 》 กระแทกร่างเขาร่วงหล่นลงพื้นอย่างจังจนเกิดเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่
โชคดีที่เขาเปิดใช้งาน 《 โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ 》 ได้ทันเวลา จึงไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
"เอา... อีก!"
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเสี่ยวเซิ่งพลุ่งพล่าน แม้จะเสียท่าในการปะทะครั้งแรก แต่เขากลับไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย
ในทางกลับกัน มันยิ่งทำให้เขาตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
เขากระหายการต่อสู้สมชื่อ ร่างกายเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้า ก่อนจะกระโดดขึ้นจากหลุมยักษ์แล้วพุ่งเข้าใส่ราชันพฤกษาปีศาจกาฝากอีกครั้งพร้อมดาบยักษ์ในมือ
เมื่อเห็นดังนั้น บนใบหน้าพยัคฆ์ขนาดยักษ์ของราชันพฤกษาปีศาจกาฝากก็ปรากฏแววตาดูแคลนที่แฝงไปด้วยความดุร้าย
"หนูตัวจ้อยบังอาจท้าทายราชา... แกสมควรตาย!"
วินาทีถัดมา
มันกระพือปีกอย่างรุนแรงจนพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน
แสงสีเขียวสว่างวาบไปทั่วร่าง กลิ่นอายแห่งธาตุลมรวมตัวกันที่ปีกของมันจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดมหึมา
ก่อนที่พายุนั้นจะเข้ากลืนกินร่างของเสี่ยวเซิ่งเข้าไปทั้งหมด
ครืนนน!
ซากอาคารรอบข้างนับไม่ถ้วนถูกพายุพัดจนถล่มทลายและปลิวว่อนไปตามแรงลม
เสี่ยวเซิ่งไม่ได้เกรงกลัวพายุธรรมดา แต่พายุนี้กลับเต็มไปด้วยใบไม้นับล้านใบที่หลุดออกมาจากร่างของ 《 ราชันพฤกษาปีศาจกาฝาก 》 ซึ่งแต่ละใบนั้นแหลมคมยิ่งกว่าใบมีด
พายุช่วยเร่งความเร็วให้ใบไม้เหล่านั้นจนมีอำนาจการทะลุทะลวงที่น่าสยดสยอง
ใบไม้แต่ละใบมีพลังทำลายล้างเทียบเท่ากับกระสุนปืนไรเฟิลเจาะเกราะ
พวกมันระดมพัดเข้าใส่ 《 โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ 》 จนเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นระลอก ส่งผลให้ค่าพละกำลังของเสี่ยวเซิ่งลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด หลังจากผ่านไปสองสามนาที เมื่อพละกำลังของเสี่ยวเซิ่งหมดลง 《 โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ 》 ก็แตกสลายออกดังเพล้ง!
จากนั้น ใบไม้คมกริบเหล่านั้นก็พุ่งเข้าเจาะร่างของเสี่ยวเซิ่งจนเป็นรูพรุนไปทั่วทั้งตัว