- หน้าแรก
- ย้อนเวลา ร่ำรวยด้วยดวงตามองทะลุสรรพสิ่ง
- บทที่ 59 ถ้าไม่รู้จักคำนวณก็ต้องยากจน
บทที่ 59 ถ้าไม่รู้จักคำนวณก็ต้องยากจน
บทที่ 59 ถ้าไม่รู้จักคำนวณก็ต้องยากจน
ภายใต้การจี้ไชของหลี่เว่ยหมิน พี่ใหญ่ ก็ค่อยๆ เล่ากระบวนการออกไปเก็บไข่ไก่ในช่วงเช้าอย่างตะกุกตะกัก
พอฟังจบ คนบ้านหลี่ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
พี่ใหญ่เป็นคนหน้าบาง เขาไม่กล้าเก็บไข่ไก่ในหมู่บ้านตัวเองเพราะกลัวเจอคนรู้จัก แม้แต่หมู่บ้านใกล้เคียงก็ยังไม่กล้าไป เลยขี่จักรยานดิ่งไปไกลถึง 20 ลี้ (10 กิโลเมตร)
เขาขี่จากหัวหมู่บ้านไปท้ายหมู่บ้าน จากท้ายหมู่บ้านวนมาหัวหมู่บ้าน วนอยู่แบบนั้นสองรอบเต็มๆ ปรากฏว่าไม่มีใครเดินออกมาขายไข่ให้เลยสักคนเดียว
ด้วยความจนปัญญา พี่ใหญ่เลยเปลี่ยนหมู่บ้านไปเรื่อยๆ
แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมเป๊ะ คือไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย!
เขาวิ่งรอกไปหลายหมู่บ้าน อย่าว่าแต่ไข่ไก่เลย ขนไก่สักเส้นก็ยังไม่ได้เห็น
สุดท้ายโชคดีที่ไปเจอคนกำลังจะเอาไข่ไปขายที่สหกรณ์ระหว่างทาง พอเห็นว่าปลอดคน พี่ใหญ่ถึงได้รวบรวมความกล้าเข้าไปทักทาย แล้วใช้ราคาเดียวกับที่สหกรณ์รับซื้อเพื่อเหมาไข่ของเขามาได้สิบกว่าฟองนั่นเอง
หลี่เว่ยหมินมองคนโน้นทีคนนี้ที เห็นทุกคนนั่งคอตกหน้าเซียว เขาก็รู้สึกเหนื่อยใจแทน ดูท่าการจะปั้นครอบครัวที่ซื่อสัตย์จนเซ่อให้กลายเป็นคนเก่งขึ้นมาได้นี่ยังอีกยาวไกลนัก!
"พี่ใหญ่ พี่เอาแต่ขี่รถวนไปวนมา แล้วพี่ได้ 'ตะโกน' บ้างไหม?"
"ตะ... โกน?"
พี่ใหญ่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก: "ตะโกนอะไร?"
หลี่เว่ยหมินกุมขมับ: "ตะโกนก็คือการร้องเรียกขายของไงครับ เช่น 'รับซื้อไข่ไก่จ้า ใครมีไข่ไก่มาขายบ้าง' พี่ได้ร้องบอกเขาไหม?"
ไม่ใช่ว่าพี่ใหญ่โง่หรอกนะ แต่ในยุคสมัยนี้ หลายคนไม่รู้จริงๆ ว่าการซื้อขายของต้องมีการร้องเรียก
สหกรณ์ ร้านรับซื้อของรัฐ ทั้งหมดเป็นหน่วยงานราชการ
คุณมาซื้อของ ฉันขายของให้ ทุกคนคือผู้รับใช้ประชาชน เท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครสูงส่งกว่าใคร และอย่าหวังว่าใครจะมาปรนนิบัติคุณเหมือนพระเจ้า ถ้าอยากได้บริการระดับนั้น ลองไปถามกำปั้นเหล็กของชนชั้นกรรมาชีพดูว่ายอมไหม!
ของวางอยู่ในตู้โชว์ จะซื้อหรือไม่ซื้อก็เรื่องของคุณ ไม่มีใครมาตะโกนเชียร์แขกให้เสียบุคลิกหรอก!
ส่วนพวก "ตลาดมืด" ยิ่งไม่มีใครตะโกนร้องเรียกเข้าไปใหญ่ เพราะมันเป็นเรื่องที่ทางการหลับตาข้างหนึ่งล่วงรู้กันอยู่แล้ว ต้องแอบทำเงียบๆ ใครเขาจะไปตะโกนป่าวประกาศให้โดนจับล่ะ!
และที่สำคัญที่สุด ต่อให้พี่ใหญ่รู้ว่าต้องตะโกน แต่ด้วยความหน้าบางระดับนั้น เขาคงอ้าปากร้องไม่ออกอยู่ดี!
พร่ำสอนอยู่ตั้งนาน พี่ใหญ่ก็ยังทำหน้ามึน
อาจจะฟังเข้าใจแล้ว แต่ไม่อยากเข้าใจ เพราะอายคน
"เฮ้อ ช่างเถอะ บ่ายนี้ผมจะออกไปกับพี่รอบหนึ่ง เดี๋ยวจะสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง ต่อไปก็ทำตามที่ผมทำก็พอ!"
พี่ใหญ่ได้ยินก็ยิ้มออกทันที: "เยี่ยมเลยเจ้าสาม พี่รอประโยคนี้อยู่นานแล้ว!"
หลี่เว่ยหมิน: "..."
ที่แท้พี่ไม่ได้ไม่เข้าใจ แต่พี่รอให้ผมไปตะโกนแทนใช่ไหมเนี่ย!
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของคนบ้านหลี่คือ บ่ายนี้หลี่เว่ยหมินออกไปกับพี่ใหญ่จริงๆ แต่ไม่ได้ขี่รถไปไกล 20 ลี้เหมือนเมื่อเช้า
พอพ้นประตูบ้านปุ๊บ ในหมู่บ้านตัวเองแท้ๆ หลี่เว่ยหมินก็แผดเสียงตะโกนลั่นทุ่ง:
"รับซื้อไข่ไก่จ้า! รับซื้อไข่ไก่! มารับซื้อไข่ไก่ไปส่งบ้านพักรับรองในเมืองจ้า! ราคาเดียวกับสหกรณ์เลยจ้า!"
คุณพระช่วย!
ยังไม่ทันที่หลี่เว่ยหมินจะสิ้นเสียงตะโกนแรก พี่ใหญ่ก็แทบจะลมจับ อายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ
คนในบ้านหลี่คนอื่นๆ ต่างพากันเอามือกุมหน้า เดินเลี่ยงหนีหลี่เว่ยหมินไปไกลๆ ทำทีเป็นไม่รู้จักเจ้าเด็กคนนี้!
ขายหน้า... ขายหน้าเหลือเกิน!
ตัดภาพมาที่หลี่เว่ยหมิน นอกจากจะไม่รู้สึกอายแล้ว ยังทำหน้าตาภาคภูมิใจสุดๆ จนหลี่ฟู่กุ้ย (พ่อหลี่) รู้สึกเหมือนมีเสือวิ่งไล่ก้น รีบเดินจ้ำอ้าวหนีไปจนลับตา!
พี่รองก็ไม่ต่างกัน ในเมื่อนี่เป็นงานของพี่ใหญ่ ใครอยากอายก็อายไป ข้าขอชิ่งก่อนละกัน!
พอสามีวิ่งหนี พี่สะใภ้รองก็วิ่งตามไปติดๆ
พี่สะใภ้ใหญ่ก็อยากจะหนีเหมือนกัน แต่เพราะมันเกี่ยวกับอนาคตของสามี เธอเลยก้าวขาไม่ออก
แต่เพราะมันอายจริงๆ เธอเลยค่อยๆ เดินช้าลง ทิ้งระยะห่างจากหลี่เว่ยหมินกับพี่ใหญ่ไปเรื่อยๆ!
นอกจากแม่หลี่ ที่แข็งใจมายืนค้ำจุนลูกชายคนเล็กแล้ว ก็เหลือเพียงพี่ใหญ่ที่เดินคอตกหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ หลี่เว่ยหมิน
ช่วยไม่ได้ งานนี้เป็นงานของเขา จะทิ้งเจ้าสามแล้ววิ่งหนีไปเองก็ดูจะใจดำเกินไป
โธ่เอ๋ย รู้อยู่แล้วว่าง่านนี้มันไม่ง่าย แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะ 'ยาก' ต่อความรู้สึกขนาดนี้!
พอหลี่เว่ยหมินตะโกน ชาวบ้านหลายคนก็ออกมามุงดู
พวกวัยรุ่นไม่เคยเห็นใครมาตะโกนเรียกลูกค้าแบบนี้ เลยพากันมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แต่พวกคนแก่นี่สิ หลายคนไม่ได้ยินเสียงร้องเรียกแบบนี้มานานปี ถึงขั้นนึกว่าพวกก๊กมินตั๋งบุกกลับมาแล้วเสียอีก!
"เว่ยหมิน แกทำอะไรเนี่ย..."
หลี่เว่ยหมินหัวเราะร่า ตอบอย่างฉะฉานมั่นใจ: "รับซื้อไข่ไก่ไงจ๊ะ ไม่เคยได้ยินเหรอว่าตอนนี้ฉันเป็นจัดซื้อของบ้านพักรับรองที่หนึ่งในเมืองแล้ว?"
"ฮะ?"
ชาวบ้านบางคนที่เคยอิจฉาพี่น้องบ้านหลี่ที่ได้งานทำ จู่ๆ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
"จัดซื้อเขาต้องนั่งในร้านรอคนเอาของมาขายไม่ใช่เหรอ เว่ยหมิน ทำไมแกต้องมาตะโกนเรียกแบบนี้ล่ะ?"
"นั่นสิเว่ยหมิน จัดซื้อของแกนี่มันไม่เหมือนของคนอื่นเขาหรือเปล่า?"
"เว่ยหมิน แกเป็นพวกพ่อค้าเร่เดินตามตรอกซอกซอยหรือเปล่า ไม่ใช่จัดซื้อจริงๆ หรอกมั้ง?"
"..."
ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ คนยุคนี้หลายคนซื่อสัตย์และ "รักศักดิ์ศรี" มากจนคนยุคหลังจินตนาการไม่ออก!
ทว่า ผิดคาดที่หลี่เว่ยหมินไม่ได้หน้าแดงด้วยความอายเลยสักนิด:
"พวกน้าไม่รู้อะไร คนที่นั่งรอรับของในร้านน่ะเขาเรียกว่าพนักงานขาย แต่จัดซื้อคือคนที่ต้องตระเวนรับซื้อของแบบฉันนี่แหละ เข้าใจไหมจ๊ะ?"
"อ้อ..."
ชาวบ้านดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็เหมือนจะไม่เข้าใจอะไรเลย ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนสรุปตรงกันคือ... ดูท่าว่างานของพี่น้องบ้านหลี่จะไม่ได้ดูดีมีหน้ามีตาอย่างที่คิดไว้แฮะ
ก็แค่พ่อค้าหาบเร่ดีๆ นี่เอง นึกว่าจะเป็นงานดีเด่อะไรนักหนา!
พอความริษยามลายหายไป ความคิดเรื่องผลประโยชน์ก็แล่นเข้ามาแทนที่:
"เว่ยหมิน ไข่ไก่รับซื้อยังไงล่ะ? ที่สหกรณ์เขาขายฟองละ 5 เฟิน แถมยังต้องใช้คูปองไข่ด้วย แกรับซื้อ 5 เฟินเหมือนกันไหม? แล้วจะให้คูปองไข่พวกเรากี่ใบ?"
หลี่เว่ยหมิน: "..."
"น้าๆ จ๊ะ ที่น้าพูดน่ะมันราคา 'ขาย' ของสหกรณ์ แต่ที่ผมพูดน่ะมันราคา 'รับซื้อ' ของสหกรณ์ น้าถือไข่ไปขายที่สหกรณ์ไกลปืนเที่ยง สหกรณ์ให้เงินน้าเท่าไหร่ ผมก็ให้เท่านั้น ถามหน่อยเถอะ น้าเอาไข่ไปขายสหกรณ์ เขาเคยให้คูปองไข่น้ากลับมาด้วยเหรอ?"
"แหะๆ... แหะๆ..."
ชาวบ้านพากันหัวเราะแห้งๆ หลี่เว่ยหมินแอบบ่นในใจ
พวกนี้น่ะไม่ได้ไม่เข้าใจหรอก แค่ทำเป็นไขสือหวังฟลุ๊คเท่านั้นแหละ!
ช่างเถอะ จะแกล้งโง่ก็แกล้งไป
ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรหรือคนในเมือง ชาวบ้านตาสีตาสาล้วนมีความเจ้าเล่ห์เล็กๆ น้อยๆ กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะยุคไหนหรือชาติไหน
ทุกคนต่างก็ต้องนับนิ้วคำนวณเพื่อความอยู่รอด อยู่ไปนานๆ ก็ต้องเขี้ยวลากดินเป็นธรรมดา
ชนชาติไหนที่ไม่รู้จักการ "คำนวณ" หรือวางแผนล่วงหน้า คงถูกกระแสประวัติศาสตร์กลืนหายไปนานแล้ว!
ถึงแม้จะไม่ได้กำไรเกินควร แต่หลายคนก็รีบวิ่งกลับบ้านไปเอาไข่ไก่มาขาย
ไม่มีใครโง่หรอก ไม่ต้องถ่อไปถึงตัวคอมมูนก็ขายไข่ได้ ใครไม่ขายก็บ้าแล้ว!
ราคาเดียวกับที่สหกรณ์รับซื้อ แถมไม่ต้องกังวลว่าไข่จะแตกไประหว่างทาง ใครๆ ก็รู้ว่าควรเลือกแบบไหน!
จบบท