- หน้าแรก
- ย้อนเวลา ร่ำรวยด้วยดวงตามองทะลุสรรพสิ่ง
- บทที่ 58 ออกศึกคราแรกก็ปราชัย
บทที่ 58 ออกศึกคราแรกก็ปราชัย
บทที่ 58 ออกศึกคราแรกก็ปราชัย
คนบางคนก็ไม่รู้จักพอ อู๋เสี่ยวซานได้แต่งกับไป๋อวิ๋นสมใจอยากแล้วก็ยังไม่หยุด ยังจะมาอิจฉาริษยาตำแหน่งจัดซื้อนอกเครื่องแบบของหลี่เว่ยหมินอีก พอได้ยินว่าพี่ใหญ่ ก็ได้ไปเป็นพนักงานชั่วคราว อู๋เสี่ยวซานยิ่งรู้สึกไม่สมดุลในใจเข้าไปใหญ่!
ไอ้ระยำ!
ข้าต่างหากที่เป็นหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดในกองพลใหญ่เซี่ยงหยาง หลี่เจ้าสามมันก็แค่ไอ้สุนัขจนตรอกที่ใครเห็นก็เอือมระอา ทำไมเรื่องดีๆ ถึงไปตกอยู่ที่มันหมด! ลำพังหลี่เจ้าสามคนเดียวก็เกินทนแล้ว แล้วหลี่เจ้าใหญ่นั่นมันตัวอะไร? ก็แค่ชาวนาหน้าซื่อที่ไม่รู้อะไรเลย กลับได้เข้าเมืองไปเป็นคนงานเสียอย่างนั้น มันไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย!
ความอิจฉาริษยาที่ไม่มีที่ระบาย ทำให้อู๋เสี่ยวซานหน้าดำคร่ำเครียดเดินไปหาพ่อบังเกิดเกล้าที่แอบกินลับหลังคนอื่น: "ไอ้คนแซ่อู๋ ผมต้องการงานของหลี่เจ้าใหญ่ พ่อไปแย่งมาให้ผมเดี๋ยวนี้!"
อู๋เปียวโกรธจนจมูกบิดเบี้ยว
ไอ้ลูกเวรเอ๊ย ถ้ารู้ว่าแกจะไม่กตัญญูขนาดนี้ วันนั้นข้าน่าจะฉีดแกทิ้งไว้ที่ข้างฝาเสียก็ดี!
ก็แค่ข้าหยิบยืม "ทรัพยากรว่างเวียน" ของแกมาใช้สอยนิดหน่อย จะตื่นตูมอะไรนักหนา สมัยก่อนหลี่หลงจี (จักรพรรดิถังเสวียนจง) ยังแต่งลูกสะใภ้อย่างหยางกุ้ยเฟยได้เลย แล้วข้าจะทำบ้างไม่ได้หรือไง? อีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้คิดจะแต่งเมียกาลกิณีของแกจริงๆ เสียหน่อย
มัวแต่มาทำท่าฮึดฮัดใส่ข้าอยู่หลายวันแบบนี้ แกคงไม่อยากสืบทอดอำนาจวาสนาของข้าแล้วใช่ไหม!
"ไสหัวไป! ไม่งั้นข้าจะไม่ให้แกแต่งกับไป๋อวิ๋น!"
อู๋เสี่ยวซาน: "..."
เพิ่งจะด่าไล่ลูกคนเล็กไป ลูกคนโตก็เดินเข้ามาอีก:
"พ่อ น้องรองพูดถูกนะ ทำไมหลี่เจ้าใหญ่ที่เป็นแค่ชาวนาถึงได้เข้าเมืองไปทำงานได้ แต่ลูกชายของผู้ใหญ่บ้านอย่างผมกลับต้องมาเดินหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน?"
อู๋เปียวหน้าเขียวปัด:
"เจ้าใหญ่ แกก็เป็นเหมือนเจ้าลองหรือไง อยากจะไปแย่งงานของหลี่เจ้าใหญ่มา?"
เมื่อเห็นท่าทางไม่สบอารมณ์ของพ่อ อู๋ต้าซานก็กลืนคำพูดที่ถึงคอหอยลงไปทันที:
"พ่อ จะเป็นไปได้ไง ผมเป็นลูกพ่อนะ ตระกูลอู๋ของเราทำตัวตรงไปตรงมา ไม่ทำเรื่องพรรค์นั้นหรอก ผมแค่อยากให้พ่อไปถามคนบ้านหลี่ดูว่างานนั่นได้มายังไง แล้วก็หาโควตาให้ผมสักที่!"
อู๋เปียวแค่นเสียงเหอะ: "ค่อยพูดจาเหมือนคนหน่อย เจ้ารองนั่นมันโคลนตมที่เอาไปปั้นอะไรไม่ได้เลย ไม่คิดบ้างหรือไงว่าการจะได้งานในบ้านพักรับรองซินเฉิงน่ะ เส้นสายของบ้านหลี่จะธรรมดาเหรอ คิดจะไปแย่งของเขา ไม่กลัวไฟลามตัวหรือไง!"
อู๋ต้าซานพยักหน้าหงึกๆ ทำเป็นเห็นดีเห็นงามกับความคิดของพ่อ:
"พ่อพูดถูก ผมก็คิดแบบนั้นแหละ เราต้องทำดีกับบ้านหลี่ไว้ก่อนแล้วค่อยขอให้เขาช่วยจัดหางานให้ ไม่อย่างนั้นพ่อคงไม่เก็บค่าแรงหลี่เจ้าใหญ่แค่เดือนละ 3 หยวนหรอกจริงไหม?"
อู๋เปียวพยักหน้าอย่างพอใจ: "เจ้าใหญ่ ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ พ่อฝากความหวังไว้ที่แกนะ อีกสักสองปีพยายามรับช่วงตำแหน่งต่อจากพ่อให้ได้!"
อู๋ต้าซาน: "..."
"พ่อ ผมไม่อยากรับตำแหน่งพ่อ ผมอยากไปทำงานในเมือง!"
อู๋เปียวตบหน้าผากตัวเอง: "เออ ข้านี่ขี้ลืมจริงๆ อย่าเพิ่งรีบเลย หลี่เจ้าใหญ่เพิ่งจะไปทำงาน รอให้เก็บเกี่ยวข้าวสาลีเสร็จก่อนค่อยว่ากัน!"
"ก็... ได้ครับ"
อู๋ต้าซานรับคำไปงั้นๆ แต่ในใจกลับไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
อากาศร้อนขนาดนี้ ทุกคนใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น แถมยังต้องอยู่ใต้ชายคาเดียวกันตลอด ข้าจะวางใจได้ยังไง!
กว่าจะเข้าเมืองได้ก็หลังเก็บเกี่ยวข้าว ข้าจะไม่กลายเป็นไอ้เต่าหัวเขียว (โดนสวมเขา) เหมือนเจ้ารองหรอกเหรอ?
"จริงด้วยพ่อ พ่อบอกว่าจะสร้างบ้านใหม่ให้ผมกับเจ้ารองไม่ใช่เหรอ ทำไมยังเงียบอยู่เลย?"
อู๋เปียวถลึงตาใส่ ไอ้ลูกหมา แกแค่กลัวว่าข้าจะไปยุ่งกับเมียกาลกิณีของแกใช่ไหม ข้าเป็นพ่อแกนะ ไม่ใช่เฒ่าหัวงู!
"จะรีบไปไหน มะรืนนี้ก็จะเก็บเกี่ยวข้าวสาลีแล้ว จะไปเอาเวลาที่ไหนมาสร้างบ้านให้พวกแก!"
"อ้าวพ่อ แต่พ่อรับปากแม่หม้ายไป๋ไว้แล้วนะว่าสิ้นเดือนนี้จะแต่งไป๋อวิ๋นเข้าบ้าน?"
"ไอ้เด็กเวร เรียกใครว่าแม่หม้ายไป๋ ต่อไปต้องเรียกว่า 'น้าไป๋' เดี๋ยวคนอื่นได้ยินจะหัวเราะเยาะเอา!"
"อ้อ รับทราบครับ ไม่เรียกแม่หม้ายไป๋แล้ว เรียกน้าไป๋... ซี้ด!"
อู๋เปียว: "..."
หลี่เว่ยหมินไม่รู้เลยว่า จดหมายร้องเรียนที่เขาเขียนไปจนถึงตอนนี้ยังส่งไม่ถึงมือพ่อลูกตระกูลอู๋เลย
บุรุษไปรษณีย์ดันไปตกหลุมจนขาเจ็บเมื่อสองวันก่อน เลยลาพักรักษาตัว
แต่อย่างไรก็ตาม จดหมายส่งไม่ถึงก็ไม่เป็นไร หลี่เว่ยหมินสังเกตเห็นว่าเรื่องการสร้างบ้านใหม่ที่ตระกูลอู๋คุยไว้ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
ไม่มีความเคลื่อนไหวก็ดีแล้ว ตราบใดที่ไป๋อวิ๋นยังต้องอาศัยอยู่ในรั้วเดียวกับอู๋เปียว เธอไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือไปได้แน่
เดิมที หลี่เว่ยหมินอยากให้พี่ใหญ่พักสักวันหนึ่ง
แต่ใครจะนึกว่าพี่ใหญ่ที่เพิ่งได้งานใหม่จะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็รีบมาปลุกหลี่เว่ยหมินแต่เช้า:
"เจ้าสาม รีบตื่นเร็ว เข้าเมืองไปเก็บของกับพี่!"
หลี่เว่ยหมินหน้าเขียว: "พี่ใหญ่ ตกลงใครเป็นคนจัดซื้อกันแน่ พี่จะไปเก็บของแล้วมาเรียกผมทำไม?"
หลี่เจ้าใหญ่เกาหัวอย่างเขินอาย: "ก็พี่เพิ่งทำครั้งแรก ไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไงเลยอยากให้นายไปช่วยเป็นที่ปรึกษาหน่อย!"
หลี่เว่ยหมินกุมขมับ: "พี่ใหญ่ พี่ไปเองเถอะ หัวหน้าเจียงให้ใบแจ้งราคาพี่มาแล้วไม่ใช่เหรอ ก็รับซื้อตามราคานั้นแหละ!"
พูดจบเขาก็ล้มตัวลงนอนดังโครม หลายวันที่ผ่านมาต้องตื่นเช้าทุกวัน ร่างกายเริ่มจะรับไม่ไหวแล้วจริงๆ!
พี่ใหญ่เพิ่งเริ่มงาน หลี่เว่ยหมินยังไม่อยากสอน "ทริค" อะไรที่มันซับซ้อนเกินไป
ด้วยข้อมูลจากชาติก่อนและดวงตาพิเศษ เขาไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเสี่ยงๆ เพื่อหาเงิน เป้าหมายจริงๆ ของเขาคือการฝึกฝนความสามารถของคนในครอบครัวต่างหาก!
หลี่เว่ยหมินไม่คิดว่าพี่ใหญ่จะออกไปเร็วและกลับมาเร็วขนาดนี้
ออกเดินทางตอนตีห้ายังไม่ทันไร ไม่ถึงสิบเอ็ดโมงเช้าก็กลับมาถึงบ้านเสียแล้ว
หลี่เว่ยหมินที่กำลังเตรียมมื้อเที่ยงอยู่ พอเห็นพี่ใหญ่เดินคอตกกลับมาก็อดขำไม่ได้
พี่ใหญ่ขี่รถตระเวนไปค่อนวัน แต่แทบไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย
ไม่ต้องเปิดฝาตะกร้า หลี่เว่ยหมินก็รู้แล้วว่าเช้านี้พี่ใหญ่รวบรวมไข่ไก่มาได้เท่าไหร่
ในตะกร้าใบใหญ่สองใบมีไข่ไก่วางระเกะระกะอยู่แค่สิบกว่าฟองเท่านั้น!
"เจ้าสาม งานนี้พี่ไม่ทำแล้วล่ะ ทำไม่ไหวจริงๆ ให้พี่รองไปทำแทนเถอะ!"
หลี่เว่ยหมินกลั้นขำจนตัวสั่น: "พี่ใหญ่ อย่าเพิ่งรีบสิ รอให้ทุกคนกลับมาพร้อมหน้ากันก่อน แล้วพี่ค่อยเล่าให้ฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น ให้ทุกคนได้หัวเราะกันหน่อย!"
พี่ใหญ่: "..."
ไม่นานนัก คนบ้านหลี่ก็กลับมาทานมื้อเที่ยงกันพร้อมหน้า
พอเห็นพี่ใหญ่นั่งยองๆ สูบยาเส้นอยู่กลางลานบ้าน ทุกคนต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน:
"เจ้าใหญ่ ไม่ใช่ว่าแกออกไปเก็บไข่ไก่หรอกเหรอ ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ?"
พี่สะใภ้ใหญ่กลัวสามีจะโดนด่า เลยรีบช่วยแก้ต่างให้:
"แม่คะ สงสัยว่าไข่ที่เก็บได้คงจะเยอะจนเต็มตะกร้าแล้วใช่ไหมล่ะคะเว่ยกั๋ว?"
พี่ใหญ่: "..."
พอมองไปที่ไข่ไก่แค่สิบกว่าฟองในตะกร้าใบใหญ่สองใบ แม้แต่พี่สะใภ้ใหญ่ยังพูดไม่ออก
พ่อหลี่ดูจะกลุ้มใจยิ่งกว่าพี่ใหญ่เสียอีก นั่งอัดยาเส้นเข้าไปหลายพวงรวดเดียว!
"เจ้าใหญ่ ถ้างานนี้แกทำไม่ได้ ก็รีบยกให้คนอื่นทำซะ อย่าไปดึงงานของทางราชการเขาให้เสียเรื่อง!"
เมื่อเห็นทุกคนทำหน้าอมทุกข์กันหมด หลี่เว่ยหมินก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี
"พวกพ่อพวกแม่ก็ไม่ถามพี่ใหญ่ดูล่ะว่าทำไมถึงเก็บไข่มาไม่ได้ มัวแต่มานั่งกลุ้มใจกันมันจะได้อะไร?"
พอเจ้าลูกชายสุดที่รักพูดขึ้นมา ตาของแม่หลี่ก็เป็นประกายทันที:
"นั่นสิ เจ้าใหญ่ แกเล่ามาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ให้เจ้าสามช่วยคิดหาทางออกให้หน่อย!"
พี่สะใภ้ใหญ่เหมือนตื่นจากฝันร้าย "จริงด้วย ลืมเจ้าสามไปได้ยังไง... เจ้าสาม นายต้องช่วยพี่ชายนะ!"
จบบท