เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 คลุ้มคลั่งอย่างหนัก

บทที่ 43 คลุ้มคลั่งอย่างหนัก

บทที่ 43 คลุ้มคลั่งอย่างหนัก


ปลาช่อนดำมีความอึดมากจริง ๆ หลี่เว่ยหมินขี่รถมาตลอดทาง แต่มันก็ยังไม่ตาย

ในลานบ้านมีโอ่งแตก ๆ ใบหนึ่งที่มีน้ำฝนขังอยู่ พอเขาโยนมันลงไป มันก็เริ่มสะบัดหัวสะบัดหางว่ายน้ำทันที

"วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ให้แกมีชีวิตต่ออีกสองวัน ไว้มีเวลาค่อยจัดการแก!"

ใครจะไปรู้ว่าไอ้ปลานี่กินอะไรเข้าไปบ้าง หลี่เว่ยหมินจึงตั้งใจจะขังมันไว้ให้มันคายของสกปรกในท้องออกมาให้หมดเสียก่อน

เมื่อได้ยินว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนขี่จักรยานกลับมา พ่อและแม่ของหลี่เว่ยหมินก็ไม่รอให้ถึงเวลาเลิกงาน พวกเขาไปขออนุญาตหัวหน้ากองพลเพื่อขอลากลับบ้านก่อนเวลาเพื่อมาดูสถานการณ์

ในยุคนี้ จักรยานถือเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหมู่บ้านที่ยากจนอย่างกองพลใหญ่เซี่ยงหยาง หากลูกชายคนเล็กไม่ระมัดระวังจนทำมันพังขึ้นมา พวกเขาคงไม่มีปัญญาชดใช้แน่!

หลี่เว่ยหมินไม่มีความคิดที่จะปิดบังสองตายายเลยแม้แต่น้อย "พ่อ แม่ ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ถึงขี่พังก็ไม่เป็นไร เพราะรถคันนี้ผมซื้อมาเอง!"

"อะไรนะ?"

พ่อและแม่ของหลี่เว่ยหมินรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีทันที

"เจ้าสาม แก... แกเอาเงินที่มีทั้งหมดไปใช้จนหมดเลยเหรอ?"

เมื่อคิดว่าไก่ป่าและกระต่ายป่าเป็นฝีมือที่หลี่เว่ยหมินจับมาได้ พ่อและแม่จึงไม่ได้เร่งรัดให้เขาเอาเงินที่ได้จากการขายของมาส่งเข้ากองกลาง เพราะอยากให้เขาได้ใช้เงินตามใจชอบสักสองสามวันค่อยคุยเรื่องนี้

ใครจะไปนึกว่าเจ้าเด็กนี่จะทำงานไวขนาดนี้ แค่ช่วงเช้าวันเดียวก็ผลาญเงินจำนวนมากขนาดนั้นจนหมดสิ้น!

"เจ้าสาม พูดความจริงมา จักรยานคันนี้แกซื้อมาเท่าไหร่ เงินติดตัวแกคำนวณดูแล้วยังไงก็ไม่น่าเกินหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนไม่ใช่เหรอ?"

ผิวหน้าของหลี่เว่ยหมินนั้นหนายิ่งกว่าหัวมุมกำแพงเมือง "เหะ ๆ พ่อ แม่ ใจเย็น ๆ ก่อนครับ ผมไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยนะ แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่ต้องซื้อ!"

"ทำไมล่ะ มีคนเอา มีดมาจ่อคอบังคับให้แกซื้อหรือไง?"

"เจ้าสาม ใครทำ บอกแม่มา ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเราไปคิดบัญชีกับมัน!"

"ไม่มีใครบังคับผมหรอกครับ แต่จักรยานราคาหนึ่งร้อยหยวนเนี่ยมันเหมือนได้เปล่าเลยนะ พ่อกับแม่ว่าผมควรซื้อไหมล่ะ? อ้อ แล้วก็ไม่ต้องใช้คูปองด้วยนะ!"

"อะไรนะ แค่หนึ่งร้อยหยวนเองเหรอ?"

"ถูกขนาดนี้เลยเหรอเจ้าสาม รถจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"

สองตายายไม่คาดคิดเลยว่าลูกชายคนเล็กจะใช้เงินเพียงหนึ่งร้อยหยวนซื้อจักรยานสภาพใหม่ขนาดนี้กลับมาได้

เพราะพวกเขาไม่ค่อยรู้เรื่องจักรยานมากนัก ในสายตาของสองตายาย หลี่เว่ยหมินซื้อรถที่มีสภาพใหม่ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มาในราคาเพียงหนึ่งร้อยหยวน แถมไม่ต้องใช้คูปองอีก แบบนี้มันยิ่งกว่ากำไรเสียอีก!

"พ่อ แม่ วางใจเถอะครับ รถคันนี้เพื่อนผมประกอบขึ้นมาเองจากชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่ใช่รถที่ขโมยมาแน่นอน ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละครับ!"

"โอ้ ไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว ไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว!"

"ฮ่า ๆ เจ้าสาม บอกพ่อมาตามตรง ที่รีบซื้อรถเนี่ย เพราะอยากจะหาสะใภ้เข้าบ้านแล้วใช่ไหม?"

หลี่เว่ยหมิน: "......"

ไม่นานนัก พี่ชายคนโต พี่ชายรอง พี่สะใภ้ใหญ่ และพี่สะใภ้รองก็กลับมา

หลี่เหมย หลี่หลาน รวมถึงหลี่เหวินและหลี่อู่ที่เลิกเรียนแล้ว ต่างพากันมาห้อมล้อมจักรยานด้วยความตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ถึงขั้นไม่ยอมไปกินข้าวกันเลยทีเดียว!

"อาเล็ก ผมฝึกขี่รถได้ไหมครับ?"

"อาเล็ก หนูอยากฝึกด้วย!"

"อาเล็ก..."

หลี่เว่ยหมินรู้สึกปวดหัวตึ้บ ก็แค่จักรยานคันเดียว มันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ?

ทางโน้นยังมีปลาช่อนดำตัวใหญ่อยู่อีกตัวนะ พวกหลานไม่กลัวมันจะน้อยใจบ้างหรือไง?

ปลาช่อนดำ: "......"

นอกจากพ่อกับแม่แล้ว หลี่เว่ยหมินไม่ได้บอกคนอื่นว่าเขาเป็นคนซื้อจักรยานคันนี้มาเอง

เหตุผลแรกคือกลัวเรื่องจะแพร่งพรายออกไป และเหตุผลที่สองคือกลัวพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองจะเข้าใจผิด

พ่อกับแม่เพิ่งจะพูดไปว่าเขาซื้อรถเพราะรีบอยากหาเมีย

ตอนพี่ชายทั้งสองแต่งงานยังไม่มีรถจักรยานเลย แต่เขายังไม่ทันแต่งงานกลับมีจักรยานก่อน ต่อให้พี่สะใภ้ทั้งสองจะใจกว้างแค่ไหน ในใจก็คงอดที่จะรู้สึกไม่สบายใจไม่ได้

หลี่เว่ยหมินที่ได้กลับมาเกิดใหม่ย่อมมีความฉลาดทางอารมณ์ในเรื่องนี้ ไว้รอให้เขามีเงินมากกว่านี้ก่อน ค่อยหาซื้อให้พี่ชายทั้งสองคนละคันก็ยังไม่สาย!

ชาติก่อนเป็นเพราะหลงเชื่อแผนชั่วของไป๋อวิ๋น พี่ชายทั้งสองถึงได้อายุสั้น

ชาตินี้เขามีข้อมูลจากอนาคตและมีตัวช่วย การทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นคงไม่ถูกหาว่าเป็นพวกพ่อพระเกินไปหรอกมั้ง?

สิ่งที่ทำให้ปลาช่อนดำรู้สึกหดหู่ก็คือ แม้มันจะพยายามทำตัวให้เงียบที่สุดแล้ว แต่มันก็ยังถูกพวกเด็ก ๆ ค้นเจอจนได้

"ว้าว อาเล็ก ปลาช่อนตัวใหญ่ขนาดนี้ อาเล็กตกได้เมื่อเช้าเหรอครับ?"

"อาเล็ก เราจะกินปลาช่อนกันเมื่อไหร่เหรอคะ?"

ปลาช่อนดำ: "......"

เมื่อเห็นพวกหลาน ๆ พากันน้ำลายสอ หลี่เว่ยหมินก็ขี้เกียจรอให้ปลาช่อนคายของเสียทิ้งแล้ว

"เย็นนี้จะทำให้กินเลย เป็นไง? ใครคัดค้านให้ยกมือขึ้น!"

ปลาช่อนดำ: "ข้าคัดค้านสุดชีวิต! ข้ายกทั้งสองมือสองเท้าคัดค้านเลย!"

...

หลี่เว่ยหมินเป็นคนประเภทที่พูดคำไหนคำนั้น

ตอนเที่ยงบอกว่าเย็นนี้จะกินปลาช่อน ตอนเย็นเขาก็ลงมือทำจริง ๆ

ในขณะที่ไป๋เสวี่ยกำลังติวบทเรียนให้หลี่เหมยและหลี่หลาน หลี่เว่ยหมินก็ช้อนเอาปลาช่อนดำที่จ้องมองเขาอย่างโกรธแค้นขึ้นมาจากโอ่ง

เขาไม่ให้โอกาสปลาช่อนดำได้ร้องขอชีวิตแม้แต่น้อย จับมันฟาดจนสลบเหมือดในทันที!

ทั้งขูดเกล็ดและแล่เป็นชิ้น หลี่เว่ยหมินงัดวิชาเด็ดออกมาโชว์

เมนูแรกคือปลาช่อนดำผัดฉ่าเนื้อนุ่ม และอีกเมนูคือซุปหัวปลาและโครงปลา หลี่เว่ยหมินทำเมนูจากปลาตัวเดียวออกมาถึงสองอย่าง!

ใครที่เคยกินปลาช่อนดำจะรู้ดีว่าปลาชนิดนี้ก้างน้อย เมื่อแล่เป็นชิ้นจะเอาไปผัดฉ่า ลวกในหม้อไฟ หรือทำปลาต้มผักกาดดองก็อร่อยทั้งนั้น

โดยเฉพาะการผัดฉ่า ใครที่เคยลองจะรู้ว่าเนื้อปลานั้นทั้งนุ่มและลื่นลิ้น แทบจะละลายในปากจนหยุดกินไม่ได้!

คนอื่นไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือหลี่เว่ยหมินกินอย่างมีความสุขมาก

เขากินเนื้อปลาคู่กับหมั่นโถวขาวลูกใหญ่ กินเนื้อคำหนึ่ง ซดซุปคำหนึ่ง แล้วตบท้ายด้วยผักดองเล็กน้อยเพื่อแก้เลี่ยน ช่างเป็นมื้อที่สำราญใจเสียจริง!

เมื่อเห็นไป๋เสวี่ยท่าทางเกรงใจ หลี่เว่ยหมินจึงใช้หมั่นโถวคีบเนื้อปลาวางโปะไว้ให้เธอจนพูน

เขาตักซุปปลามาหนึ่งชามแล้ววางปังลงตรงหน้าไป๋เสวี่ยด้วยท่าทางดุดัน:

"กินเข้าไปให้หมด ถ้ากินไม่หมดระวังฉันจะอัดเธอ!"

คนในตระกูลหลี่ต่างก็พากันเบาใจ

เมื่อวานเห็นเจ้าสามทำดีกับลูกสาวคนรองของเพื่อนบ้านเสียน่าสงสัย ก็นึกว่าทั้งคู่จะมีอะไรในกอไผ่เสียอีก ใครจะไปรู้ว่าแค่ผ่านไปวันเดียว เจ้าสามก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้ว!

หลี่เว่ยหมินคนเก่าก็มักจะพูดจาแบบนี้กับพวกหลาน ๆ ถ้าไม่ฟังก็ดุ ถ้ายังดื้อต่อก็ลงไม้ลงมือ ไม่มีความอดทนแม้แต่นิดเดียว

ตอนนี้หลี่เหล่าซานคนเดิมกลับมาแล้ว ดูท่าทางที่เขาทำดีกับไป๋เสวี่ยเมื่อวาน คงจะเป็นเรื่องเสแสร้งแกล้งทำเสียมากกว่า!

แน่นอนว่าวิธีนี้ของหลี่เว่ยหมินได้ผลดีเยี่ยม

เมื่อเห็นเขาถลึงตาใส่ มีหรือที่ไป๋เสวี่ยจะกล้าปฏิเสธ เธอรีบรับหมั่นโถวที่คีบเนื้อปลามานั่งกินทันที

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พอถูกหลี่เว่ยหมินดุเข้าใส่ ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจที่ไป๋เสวี่ยมีเมื่อครู่กลับมลายหายไปจนสิ้น เธอไม่เพียงแต่กินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ยังรู้สึกสบายใจอย่างประหลาด!

ตระกูลหลี่กินกันอย่างครื้นเครง แต่คนบ้านตระกูลไป๋ข้างบ้านกลับน้ำลายสอด้วยความหิวโหย

แม่หม้ายไป๋น้ำลายไหลยืด ไป๋อวิ๋นเองก็น้ำลายไหลตามไปด้วย!

ไป๋พั่นไหลลูกชายคนเล็กของแม่หม้ายไป๋ยิ่งหนักกว่า นอกจากน้ำลายจะไหลแล้ว น้ำตาเขายังไหลออกมาไม่หยุดด้วย!

"ผมอยากกินเนื้อ ผมอยากกินซุปปลา..."

ไป๋อวิ๋นอิจฉาจนแทบคลุ้มคลั่ง "แม่ ยายเด็กตัวซวยนั่น คงไม่ได้ไปร่วมวงกินของดี ๆ กับเขาด้วยหรอกนะ?"

แม่หม้ายไป๋เองก็ไม่มั่นใจ "คงไม่... มั้ง? ก็แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง คนตระกูลหลี่จะไปทำดีกับยายเด็กนั่นทำไม?"

ไป๋พั่นไหลกลอกตาไปมาอย่างเจ้าเล่ห์:

"แม่ พี่ รออยู่นี่นะ เดี๋ยวผมจะแอบไปดูเอง!"

แม่หม้ายไป๋ตกใจ "เจ้าลูกคนนี้ กลับมาเดี๋ยวนี้!"

แม่หม้ายไป๋กำลังจะคว้าตัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไว้ แต่กลับถูกไป๋อวิ๋นดึงมือกลับมาเสียก่อน:

"แม่ เด็กมันจะไปรู้อะไร ปล่อยให้น้องไปดูหน่อยเถอะ!"

จบบท

จบบทที่ บทที่ 43 คลุ้มคลั่งอย่างหนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว