เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ปัญหาปวดหัวครั้งใหญ่

บทที่ 21 ปัญหาปวดหัวครั้งใหญ่

บทที่ 21 ปัญหาปวดหัวครั้งใหญ่


การจับผึ้งป่าก็เหมือนกับการปราบบอสในเกม เมื่อปราบเสร็จแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการเก็บเกี่ยวรางวัลจากชัยชนะ!

รังผึ้งป่าและน้ำผึ้งป่าที่อยู่ในนั้นล้วนเป็นของดีที่หาได้ยากยิ่ง ไม่มีเหตุผลอะไรที่หลี่เว่ยหมินจะทิ้งพวกมันไว้เฉยๆ เขาเปิดโถดินเผาที่เตรียมมา แล้วจัดการปาดรังผึ้งพร้อมน้ำผึ้งใส่ลงไปจนหมด

เขาใช้วิธีเดิมจัดการกับผึ้งรังที่สองจนเสร็จสิ้น ในชาติก่อนเขาเคยดูคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้งมาบ้าง แม้ในเชิงทฤษฎีจะพอเข้าใจคร่าวๆ แต่ประสบการณ์ภาคปฏิบัติแทบจะเป็นศูนย์ ดังนั้นหลี่เว่ยหมินจึงยังไม่คิดจะเลี้ยงเยอะเกินไป เขาตั้งใจจะเริ่มลองผิดลองถูกกับผึ้งสองรังนี้ก่อน หากประสบความสำเร็จค่อยขยายขนาดการเลี้ยงก็ยังไม่สาย

ต่อให้มองในแง่ร้ายที่สุดว่าเลี้ยงไม่รอด อย่างน้อยน้ำผึ้งที่ได้มาก็ช่วยปรับปรุงโภชนาการของคนในบ้านได้ น้ำผึ้งเป็นอาหารจากธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม ไม่เพียงแต่มีวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเท่านั้น แต่มันยัง... เอาเป็นว่ามันดีมากก็แล้วกัน!

กองพลใหญ่เซี่ยงหยางมีชัยภูมิที่ได้เปรียบเพราะถูกโอบล้อมด้วยภูเขาทั้งสามด้าน จึงเหมาะแก่การเลี้ยงผึ้งอย่างยิ่ง ตลอดทั้งสามฤดูจะมีดอกไม้ป่าเบ่งบานอยู่เสมอ ผึ้งจึงแทบไม่ต้องหาอาหารเสริมเลย แค่รอเวลาเก็บน้ำผึ้งอย่างเดียวก็พอ ในเมื่อไม่ได้เลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อหวังผลผลิตมหาศาล เขาจึงไม่จำเป็นต้องย้ายรังตามฤดูกาลดอกไม้ให้วุ่นวาย การเลี้ยงผึ้งแบบนี้จึงง่ายยิ่งกว่าเลี้ยงไก่เสียอีก!

ที่เชิงเขาทางทิศเหนือ ชาวบ้านกลุ่มเดิมที่กำลังถางหญ้าอยู่เห็นหลี่เว่ยหมินแบกกล่องเลี้ยงผึ้งสองใบกลับมา ก็ตะโกนทักทายมาแต่ไกล

"เว่ยหมิน จับผึ้งได้ไหมล่ะนั่น?" "ฮ่าๆ เว่ยหมิน มานี่เร็ว ให้ป้าดูหน่อยซิว่าหน้าขาวๆ นั่นโดนผึ้งต่อยจนเสียโฉมไปหรือยัง!" "สะใภ้บุปผา (ฮวาฮวา) เห็นเว่ยหมินหน้าตาดีหน่อยล่ะก็ เริ่มคิดมิดีมิร้ายอีกแล้วนะ" "มิดีมิร้ายบ้านแกสิ เข้ามานี่มา แม่จะจัดการให้เข็ด!"

ชาวบ้านพากันหัวเราะร่วน ไม่รู้ว่าขำมุกตลกพรรค์นั้นหรือกำลังขำหลี่เว่ยหมินกันแน่ ส่วนเรื่องที่ว่าในกล่องจะมีผึ้งจริงๆ หรือไม่นั้น ไม่มีใครสนใจเลยสักนิด ใครๆ ก็รู้ว่าหลี่เหล่าซานเป็นคนยังไง ขนาดปลาสักตัวยังตกไม่ได้ แล้วจะไปหวังให้เขาจับผึ้งเนี่ยนะ... เพ้อเจ้อสิ้นดี!

ทว่า เมื่อหลี่เว่ยหมินเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงหัวเราะของชาวบ้านก็ค่อยๆ เงียบลง แม้จะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในกล่อง แต่เสียง "หึ่งๆ" ที่ดังสะท้อนออกมานั้นชัดเจนมาก ต่อให้เป็นคนโง่ก็รู้ว่าข้างในนั้นคืออะไร!

"เว่ย... เว่ยหมิน แกจับผึ้งได้จริงๆ เหรอเนี่ย?" "เว่ยหมิน รีบเปิดให้ดูหน่อยสิ ผึ้งที่อยู่ในกล่องมันเป็นยังไง?" "เว่ยหมิน แกทำได้ยังไงน่ะ บอกเคล็ดลับหน่อยสิ เผื่อวันหลังฉันจะได้เลี้ยงบ้าง!"

หลี่เว่ยหมินทำเพียงยิ้มรับและตอบคำถามแบบขอไปที ใครถามอะไรเขาก็หัวเราะฮ่าๆ ตอบกลับไปแบบกวนๆ

ถามว่าจับมาจากไหน? - จับมาจากบนเขาไง!

ถามว่าจับยังไง? - ก็ใช้มือจับสิ!

ถามว่าเลี้ยงยังไง? - ก็เลี้ยงด้วยดอกไม้สิ!

คำตอบที่ไม่ใส่ใจของหลี่เว่ยหมินทำให้ชาวบ้านหมั่นไส้จนอยากจะจับเขามาเค้นความจริงให้รู้แล้วรู้รอด เจ้านี่มันลื่นไหลเหมือนปลาไหล ฟังดูเหมือนบอกทุกอย่างแต่จริงๆ กลับไม่ได้บอกอะไรเลยสักนิด!

ในกองพลใหญ่เซี่ยงหยางที่ขาดแคลนข่าวบันเทิง ข่าวเรื่องหลี่เว่ยหมินจับผึ้งมาได้สองกล่องจึงกลายเป็นเรื่องซุบซิบที่ใหญ่โตมาก ข่าวนี้ราวกับติดปีกและแพร่กระจายไปทั่วกองพลใหญ่เซี่ยงหยางอย่างรวดเร็ว

เรื่องนี้ยังส่งผลกระทบไปถึงตระกูลจ้าว บรรดาพี่น้องลูกพี่ลูกน้องของจ้าวเถี่ยจู้พากันไม่พอใจและบุกไปหาเขาถึงบ้าน

"อาเจ็ด นี่มันเรื่องอะไรกัน? พวกเราถามพี่ตั้งกี่ครั้งพี่ก็ไม่เคยสอนวิธีเลี้ยงผึ้งให้เลย แล้วทำไมพี่ถึงไปสอนคนแซ่หลี่ล่ะ?" "นั่นสิอาเจ็ด โบราณว่าไว้น้ำดีอย่าให้ไหลไปนาคนอื่น ปกติพี่ก็กินข้าวบ้านพวกเรา ดื่มเหล้าบ้านพวกเรา พี่จะมาเข้าข้างคนนอกแบบนี้ไม่ได้นะ!" "อาเจ็ด ทำไมพี่ทำแบบนี้ ความรู้การเลี้ยงผึ้งพี่ยอมสอนคนนอกแต่ไม่ยอมสอนคนตระกูลจ้าวด้วยกัน พี่นี่ยังแซ่จ้าวอยู่หรือเปล่า?"

จ้าวเถี่ยจู้ที่เพิ่งจะได้กินเนื้อกระต่ายแกล้มเหล้าจนอิ่มหนำและกำลังจะเคลิ้มหลับ พอกถูกรบกวนความสุขเข้าก็ฟิวส์ขาดทันที

"พวก... พวกแกจะโวยวายอะไรกันนักหนา ไอ้พวก... สารเลว ดูสารรูปพวกแกแต่ละคนก่อนเถอะ ยังริอ่านจะมาเรียนวิธีเลี้ยงผึ้งจากข้า... ไปฝันเอาชาติหน้าเถอะไป๊!"

บรรดาพี่น้องตระกูลจ้าวได้แต่ยืนหน้าเขียวหน้าเหลืองด้วยความโกรธ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อต้องเผชิญหน้ากับขี้เมาที่คุยไม่รู้เรื่อง ต่อให้โกรธแทบตายก็คงทำได้แค่ถอยทัพกลับไป

หลี่เว่ยหมินหารู้ไม่ว่าการจับผึ้งของเขาสร้างความร้าวฉานให้คนตระกูลจ้าวขนาดนั้น แต่ต่อให้รู้เขาก็ไม่สน เพราะเขาก็ไม่ได้เรียนวิชามาจากจ้าวเถี่ยจู้อยู่แล้ว ในเมื่อเขาบริสุทธิ์ใจก็ไม่มีอะไรต้องกลัว!

พอกลับถึงบ้าน หลี่เว่ยหมินก็นำกล่องผึ้งไปวางไว้ที่ลานหลังบ้าน ตรงนั้นมีเพนียดสัตว์เก่าๆ ที่ผุพังและไม่ได้ใช้งานมานาน เขาเลือกจุดที่ฝนไม่รั่วซึมแล้ววางกล่องผึ้งไว้บนหิ้งที่ยกสูงขึ้นมาจากพื้น เพื่อป้องกันศัตรูตามธรรมชาติของผึ้ง

แม้ผึ้งจะมีเหล็กในที่ดูน่าเกรงขาม แต่มันก็มีศัตรูเยอะมาก ทั้งแตนยักษ์ แตนต่อ แมงมุม หรือนกบางชนิด รวมถึงภัยเงียบอย่างผึ้งอิตาลีที่มักจะแอบเข้าไปฆ่านางพญาจนล่มสลายทั้งรัง แต่โชคดีที่แถวนี้ไม่มีใครเลี้ยงผึ้งสายพันธุ์ต่างถิ่น หลี่เว่ยหมินจึงเบาใจเรื่องนี้ไปได้

ทันทีที่เขาวางกล่องผึ้งเสร็จ คนในบ้านก็เลิกงานกลับมาพอดี หลี่เหมยและหลี่หลานที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวรีบวิ่งมาที่หลังบ้านทันที

"อาเล็กๆ อาทำอะไรอยู่ที่หลังบ้านเหรอคะ?" "โอ้โห อาเล็ก นี่มัน..."

จริงๆ แล้วเด็กหญิงทั้งสองได้ยินข่าวมาจากที่ทำงานแล้วว่าอาเล็กจับผึ้งมาได้ สำหรับเด็กในยุคนี้ แค่น้ำตาลทรายสักแก้วก็ทำให้ดีใจไปครึ่งเดือนแล้ว ไม่ต้องพูดถึงน้ำผึ้งที่หอมหวานว่าจะดึงดูดใจพวกเธอขนาดไหน!

"อาเล็ก หนูขอกินน้ำผึ้งหน่อยได้ไหมคะ?" "อาเล็ก หนูขอแค่นิดเดียวเอง นิดเดียวจริงๆ นะคะ"

หลี่เว่ยหมินโดนหลานสาวทั้งสองตื๊อจนเริ่มปวดหัว แต่เรื่องที่น่าปวดหัวยิ่งกว่ายังตามมา เพราะไม่ทันที่จะกันเด็กหญิงสองคนออกไป หลี่เหวินและหลี่อู่ก็กลับมาจากโรงเรียนพอดี

"อาเล็ก ได้ยินว่าจับผึ้งได้ ผมอยากกินน้ำผึ้ง!" "ไหนล่ะๆ น้ำผึ้งอยู่ไหน ผมขอกินด้วย!"

หลี่เว่ยหมินได้แต่ยืนกุมขมับ

"อยากกินน้ำผึ้งก็ได้ แต่ต้องไปทำการบ้านมาให้ฉันดู ใครทำการบ้านเรียบร้อยที่สุด ฉันถึงจะให้กินน้ำผึ้ง!"

พอได้ยินคำว่าการบ้าน หลี่เหวินและหลี่อู่ก็หน้าจ๋อยลงทันที ส่วนหลานสาวอีกสองคนก็เริ่มงอแง "อาเล็ก พวกหนูยังไม่ได้เข้าโรงเรียน ไม่มีการบ้านให้ทำ แล้วจะทำยังไงล่ะคะ?"

จบบท

จบบทที่ บทที่ 21 ปัญหาปวดหัวครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว