เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - ระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจ

บทที่ 31 - ระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจ

บทที่ 31 - ระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจ


บทที่ 31 - ระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจ

งูแดงตัวน้อยถูกสายตาของหลินชงจ้องจนรู้สึกกระสับกระส่าย หลังจากจ้องกลับอยู่ครู่หนึ่ง มันก็หันหัวไปทางอื่น ไม่สนใจหลินชงอีก

ตอนนี้หลินชงกำลังครุ่นคิดถึงอีกปัญหาหนึ่ง

งูแดงตัวน้อยอายุเท่าไหร่แล้ว?

เพราะเขานึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมา

ถ้างูแดงตัวน้อยจำแลงกายเป็นคนได้ ก็จะสื่อสารกันได้ ถ้าสื่อสารกันได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเจรจาต่อรอง ถ้าเจรจาได้ ไม่แน่ว่าอาจจะขอผลจินเซียนมาได้ หรือถ้าไม่ได้จริงๆ คนกับงูแบ่งกันคนละครึ่งก็ยังดีนี่นา!

ต่อให้ตอนที่หลินชงทะลุมิติมา งูแดงตัวน้อยเพิ่งจะอายุหนึ่งขวบ ถ้างั้นก็ต้องรออีกแค่... หนึ่งพันปีงั้นเหรอ?

ตามที่อิงจิ่วเซียวบอก ปีศาจทั่วไปต้องใช้เวลาหนึ่งพันปีถึงจะก่อกำเนิดแก่นปีศาจและจำแลงกายได้

แต่งูแดงตัวน้อยเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ปีศาจธรรมดา มันมีเกล็ดมังกรติดตัวมาแต่กำเนิด แถมยังกินไม้เทวะเป็นอาหาร ระดับพลังงานของไม้เทวะก็น่าจะสูงกว่า ‘ผลจูโก่ว’ ที่อิงจิ่วเซียวพูดถึงใช่ไหมล่ะ?

ไม่แน่ว่าผ่านไปสักสามถึงห้าร้อยปี สิ่งที่หลินชงต้องเผชิญหน้าอาจจะไม่ใช่สัตว์ป่า แต่เป็นคน หรืออาจจะเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่นเลยก็ได้

งูที่จำแลงกายเป็นคน ไม่ใช่ว่าเป็นผู้หญิงกันหมดหรอกเหรอ?

ดูอย่างไป๋ซู่เจิน เสี่ยวชิงสิ... หลินชงคิดทบทวนอย่างละเอียด ก่อนจะส่ายหัว มันก็แค่ความคิดเพ้อเจ้อเท่านั้นแหละ เขาเพิ่งทะลุมิติมาได้ปีกว่าๆ จะไปจินตนาการถึงเรื่องในอีกร้อยสองร้อยปี หรือสามถึงห้าร้อยปีข้างหน้าได้ยังไงล่ะ?

หลินชงกลับไปลงมือทำงานต่อ

ชิป ‘แก่นปีศาจหมู’ เวอร์ชัน 1.0 เดิมทีก็เริ่มออกแบบไปแล้ว

หลังจากได้แผนผังโครงข่ายปฏิกิริยาพลังวิญญาณ ‘แก่นปีศาจสร้างพายุ’ ของอิงจิ่วเซียวมา หลินชงก็ทุ่มเทสมาธิใช้เวลาไปสามวันเต็มๆ ในการวาดโครงข่ายปฏิกิริยานี้ออกมา

การสร้างแค่โครงข่ายปฏิกิริยาพลังวิญญาณอันเดียว ใช้โหนดไม่ถึงหนึ่งพันจุด ซึ่งมันง่ายกว่าการผลิตแก่นปีศาจทั้งเม็ดมาก

ดังนั้น เป้าหมายการทำงานในขั้นตอนต่อไปของหลินชง จึงมุ่งเน้นไปที่โครงข่ายปฏิกิริยา ‘แก่นปีศาจสร้างพายุ’ นี้

วิธีการผลิตที่เป็นรูปธรรมก็คือ: หยิบเห็ดสีขาวมาหนึ่งดอก สลักโหนดลงไปหนึ่งพันจุด จากนั้นก็ใช้วิธีประทับร้อน ใช้ผงเห็ดดำวาดโครงข่ายพลังงานสำหรับโหนดปฏิกิริยาทั้งหนึ่งพันจุด

ผงเห็ดดำสามารถทำให้พลังวิญญาณของสรรพสิ่งปรากฏให้เห็นและหักล้างพลังวิญญาณได้ จึงถือเป็นวัสดุ ‘ตัวต้านทาน’ ชั้นยอด

ความจริงแล้วในกรณีนี้ คุณสมบัติที่ตัดขาดพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินได้อย่างสมบูรณ์ของ ‘เหล็กขาว’ จะเหมาะสมกว่า แต่เหล็กขาวนั้นแข็งเกินไป หลินชงยังไม่มีความสามารถพอที่จะแกะสลักมันได้ตามใจชอบ

สรุปแล้ว การออกแบบเช่นนี้ เป็นการรับประกันว่าเมื่อเห็ดสีขาวได้รับพลังวิญญาณจากโลกต่างมิติและกลายเป็นเห็ดสีทอง มันจะทำงานตามโครงข่ายปฏิกิริยาที่หลินชงตั้งค่าไว้

ถ้าเปรียบการผลิต ‘แก่นปีศาจหมู’ เหมือนกับการสร้างเครื่องยนต์ล่ะก็

การผลิต ‘แก่นปีศาจสร้างพายุ’ ที่เรียกสั้นๆ ว่า ‘พายุปีศาจ’ ก็คือการสร้างระเบิดหนึ่งลูก

การสลักโหนดหนึ่งพันจุดลงบนแผ่นฐานเห็ดขนาดห้าเซนติเมตร ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหลินชงเลย

ผ่านไปอีกเจ็ดวัน เห็ดสีขาว ‘แก่นปีศาจสร้างพายุ’ ดอกแรกก็ผลิตเสร็จสมบูรณ์

ตอนนี้ก้อนกลมๆ เส้นผ่านศูนย์กลางห้าเซนติเมตรในมือหลินชง ก็คือผลงานที่เขาสร้างขึ้นมา โดยมีรหัสเรียกขานว่า ระเบิดเห็ด ‘พายุปีศาจ’

เมื่ออยู่ในห้อง มันก็เป็นแค่เห็ดสองดอกที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

หลินชงลูบคลำมันไปมา จู่ๆ ก็รู้สึกว่าควรจะหาปลอกมาใส่ให้มัน

ถ้าใส่กล่องเหล็กขาว ก็จะมีความเป็นไปได้มากขึ้น

“เรื่องปลอกค่อยว่ากันทีหลัง ลองดูประสิทธิภาพก่อนดีกว่า”

หลินชงมองออกไปข้างนอก เห็นเพียงแสงแดดอบอุ่น หิมะสีขาวสะท้อนแสงสีทอง ดูเป็นภาพทิวทัศน์ที่เงียบสงบ

งูแดงตัวน้อยกำลังขดตัวรัดผลจินเซียนไว้แน่นหนาอยู่ในรัง ตั้งแต่เจ้างูแดงตัวน้อยตัวใหญ่ขึ้น พอมันทำท่านี้ หลินชงก็มองไม่เห็นผลจินเซียนอีกเลย

ประจวบเหมาะกับที่งูแดงตัวน้อยหวงแหนผลจินเซียนมาก มากจนถึงขั้นไม่อยากให้หลินชงเห็นแม้แต่แวบเดียว หลินชงเลยมักจะสงสัยอยู่เสมอว่า เจ้างูแดงตัวน้อยแอบเขมือบผลไม้ไปแล้วหรือเปล่า

ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้นะ

คราวที่แล้วตอนงูแดงตัวน้อยโดนหลินชงเอาปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้ายิงจนบาดเจ็บ มันก็แทะใบไม้ไปตั้งสองใบ

เรื่องนี้ทำให้หลินชงรู้สึกถึงวิกฤตอย่างหนัก

ผลจินเซียนเป็นของเขานะโว้ย!

“เฮ้ กินมื้อเที่ยงได้แล้ว”

หลินชงโยนเห็ดทองคำออกไปหนึ่งดอก ตกลงบนลานหิมะโล่งๆ ระหว่างกำแพงต่างมิติกับผลจินเซียน

เมื่อได้กลิ่นหอมของเห็ดทองคำ งูแดงตัวน้อยก็ชูคอขึ้นทันที จากนั้นก็ส่ายหัวอย่างสงสัย นัยน์ตาสีฟ้าจ้องเขม็งมองหลินชงอย่างพินิจพิเคราะห์

หลินชงรู้สึกว่างูแดงตัวน้อยต้องมีสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่รับรู้ถึงอันตรายได้แน่ๆ ทุกครั้งที่เขาคิดจะจัดการกับมัน เขามักจะได้เห็นสายตาประเภท ‘ไอ้โง่นี่คิดจะทำอะไรอีก’ จากงูแดงตัวน้อยเสมอ และทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ หลินชงก็จะรู้สึกว่าเจ้างูแดงตัวน้อยมีไอคิวสูงมาก

แต่เห็ดทองคำมีแรงดึงดูดสูงมาก แถมหลินชงก็ไม่ได้ให้อาหารมันมาหลายวันแล้ว งูแดงตัวน้อยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ทนการยั่วยวนไม่ไหว เลื้อยตรงมาหาหลินชง

“วันนี้จะให้กินของดีๆ หน่อย” หลินชงโยนเห็ดทองคำออกไปอีกดอก

ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาล ปกติหลินชงจะให้อาหารมันเต็มที่ก็แค่สามวันต่อเห็ดทองคำหนึ่งดอก ไม่ใช่เพราะของมีจำกัดหรอกนะ แต่เป็นเพราะเวลาปกติให้น้อยๆ เวลาเชื่อฟังค่อยให้เยอะๆ นี่เป็นเคล็ดลับฝึกหมาที่เขาดูมาจากโต่วอิน

ฝึกงูก็ไม่น่าจะต่างกันหรอกมั้ง

พอเห็นเห็ดทองคำสองดอก แววตาของงูแดงตัวน้อยก็สาดประกายตื่นเต้น มันคาบไปดอกหนึ่งก่อน แล้วใช้หางม้วนเก็บไว้อีกดอก และในจังหวะนั้นเอง หลินชงก็โยนดอกที่สามออกไป

วืด~

ดอกนี้แปลกประหลาดมาก

ปกติเวลาเห็ดสีขาวกลายสภาพเป็นเห็ดสีทอง จะมีกลุ่มหมอกสีทองจางๆ ลอยขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับพลังวิญญาณสายหนึ่งจากฟ้าดินที่พุ่งเข้ามาแทรกซึม แต่ดอกนี้กลับดึงดูดหมอกเมฆมาได้ก่อน จู่ๆ ก็บังเกิดสายฟ้าแลบแปลบปลาบ พอทั้งสองปะทะกัน ก็ดัง ‘เปรี๊ยะ’ แล้วแตกละเอียดกลางอากาศ

ผงร่วงกราวใส่งูแดงตัวน้อยเต็มไปหมด

งูแดงตัวน้อยชูคอขึ้นมอง สะบัดตัวสองสามที มองหลินชงอย่างฉงน ก่อนจะแสดงท่าทางเหมือนกับบอกว่า ‘ไอ้โง่นี่กำลังทำอะไรของมัน’

“เชี่ยเอ๊ย การทดลองล้มเหลว!” หลินชงกัดฟันกรอด

โชคดีที่กล้องบันทึกภาพเมื่อกี้ไว้ได้

ในการทบทวนหลังจากนั้น หลินชงก็พบต้นตอของปัญหา พลังวิญญาณสองชนิดปรากฏขึ้นพร้อมกัน แล้วปะทะกัน จากนั้นก็หักล้างกันเอง ทำให้ชิ้นงานทดลองระเบิดเป็นผุยผง

“นี่มัน... ออกแบบมาพลาดไปหน่อยแฮะ”

หลินชงรู้สึกปวดหัวตึ้บ พลังวิญญาณยังไม่ทันเข้าสู่โครงข่ายปฏิกิริยาเลยด้วยซ้ำ นั่นเท่ากับว่าการทดลองที่หลินชงออกแบบไว้ มันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น

“อย่ารนๆ อาจารย์เคยบอกไว้ว่า กล้าที่จะออกแบบ ระมัดระวังในการพิสูจน์ เพราะฉะนั้นต่อไปฉันควรจะ...” หลินชงตาเป็นประกาย เปิดคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มพิมพ์อีเมลหาหัวหน้าวิศวกร

“อาจารย์ครับ ผมเจอปัญหาอย่างหนึ่ง พลังงานสองชนิด... ไม่สิ แรงดันไฟฟ้าสองชนิด จะรวมศูนย์อยู่บนแผงวงจรเดียวกันได้ยังไง ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีฉากกั้นที่มีประสิทธิภาพ...”

หลินชงส่งแผนผังวงจรที่เขาวาด รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาที่เขาออกแบบไว้ รวดเดียวให้หัวหน้าวิศวกร

หัวหน้าวิศวกรอาจเรียกได้ว่าเป็นบุคคลอันดับหนึ่งด้านสถาปัตยกรรมชิป MIPS ในประเทศ สถาปัตยกรรมประเภทนี้เนื่องจากไม่เข้ากับกระแสหลัก ดังนั้นแม้แต่ประเทศต้นกำเนิดก็ยังลอยแพไม่ใช้งานแล้ว

แต่หัวหน้าวิศวกรกลับเล่นสถาปัตยกรรมนี้ได้ลื่นไหล อาศัยความต้องการมหาศาลทั้งในด้านการทหารและพลเรือนภายในประเทศ จนกอบโกยผลประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจมาได้อย่างมหาศาล

อีเมลเพิ่งจะถูกส่งไป

ฝั่งนู้นก็ตอบกลับมาหนึ่งข้อความ ‘ได้รับแล้ว’

นี่เป็นนิสัยของหัวหน้าวิศวกร ไม่ว่าจะเป็นอีเมลอะไร ก็จะตอบกลับในทันที จากนั้นถ้าไม่มีข่าวคราวอะไรอีก ก็หมายความว่า ‘ปัญหานี้ง่ายมาก จัดการได้ทันที’

ถ้ามีจำนวนคำในข้อความตอบกลับมากกว่านั้น ก็จะเป็นการบอกนายว่า ‘สามวันรู้ผล’ ‘หนึ่งสัปดาห์รู้ผล’ หรือไม่ก็ ‘ล้มเลิกซะเถอะ’

สถานะของหนังสือเปลี่ยนเป็นเซ็นสัญญาแล้ว ก็เลยหายไปจากอันดับหนังสือใหม่ จากเดิมที่มียอดเก็บเข้าชั้นเพิ่มวันละหลายร้อย ตอนนี้เหลือแค่วันละไม่กี่คน ความรู้สึกใจสลายนี้มันอะไรกัน~

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - ระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว