- หน้าแรก
- แหวนระบบสยบซอมบี้
- บทที่ 512 - ปรากฏตัวได้ทันเวลา
บทที่ 512 - ปรากฏตัวได้ทันเวลา
บทที่ 512 - ปรากฏตัวได้ทันเวลา
บทที่ 512 - ปรากฏตัวได้ทันเวลา
"ครับ!"
เมื่อได้ยินคำสั่งของเจิ้งเสวี่ยซง คนตระกูลเจิ้งก็พยักหน้ารับคำและลงมือค้นตัวทันทีอย่างไม่รีรอ
สองนาทีต่อมา การค้นตัวก็เสร็จสิ้น
"พี่เสวี่ยซง เจอแค่ผลึกพลังงานระดับสามสามเม็ดครับ นอกนั้นก็เป็นพวกของไร้สาระทั้งนั้นเลย" ชายคนหนึ่งรายงาน
"ผลึกพลังงานระดับสามแค่สามเม็ดงั้นเหรอ?"
เจิ้งเสวี่ยซงพึมพำกับตัวเอง สายตาตวัดกลับไปมองลู่หมิงหย่วนพร้อมรอยยิ้มเย็นชา "เพื่อผลึกแค่สามเม็ด ถึงกับต้องมาทิ้งชีวิต แกคิดว่ามันคุ้มไหมล่ะ?"
เจิ้งเสวี่ยซงชื่นชอบความรู้สึกที่ได้เหยียบย่ำคนอื่นอยู่ใต้ฝ่าเท้า ได้หยามเกียรติ และทำให้ผู้อื่นต้องเงยหน้ามองเขา
ราวกับว่ามันคือแหล่งความสุขของเขาเลยก็ว่าได้
จากพฤติกรรมนี้ เห็นได้ชัดว่าสภาพจิตใจของเขาผิดเพี้ยนไปจากคนปกติอยู่บ้าง
ทว่า ด้วยความที่ตระกูลเจิ้งมีอิทธิพลและทรัพย์สินมหาศาล จึงไม่มีใครใส่ใจกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ของเขามากนัก ตราบใดที่เขาไม่ออกไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนกับพวกขุมอำนาจระดับท็อปอย่างลั่วเหมินหรือตระกูลเซี่ย ก็ไม่มีใครว่าอะไร
และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เจิ้งเสวี่ยซงทำตัวกร่างขึ้นทุกวัน เพราะเขาเชื่อว่าไม่มีใครกล้าทำอะไรเขานั่นเอง
"ไสหัวไปซะ!"
ลู่หมิงหย่วนไม่คิดจะยอมจำนน เขารู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะยอมหรือไม่ยอม ผลลัพธ์ก็คือความตายอยู่ดี
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น แล้วเขาจะไปแสดงความอ่อนแอให้เจิ้งเสวี่ยซงเห็นทำไม สู้ไม่ยอมให้เจิ้งเสวี่ยซงได้เสพสมกับความพึงพอใจนั้นเสียยังดีกว่า
"ดี ดีมาก ถึงขนาดนี้แล้วยังกล้าปากดี ฉันล่ะชอบคนมีกระดูกสันหลังแบบแกจริงๆ" เจิ้งเสวี่ยซงหุบรอยยิ้ม น้ำเสียงเย็นเยียบลง "ตอนแรกกะจะให้พวกแกตายสบายๆ หน่อย แต่ความหัวแข็งของแก ทำให้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว"
"ปากดี ชอบเถียงนักใช่ไหม?"
"เอามีดสั้นมาให้ฉัน ฉันจะตัดลิ้นมันออก แล้วค่อยๆ ทรมานมันให้ตายช้าๆ"
"ได้ครับ พี่เสวี่ยซง มีดอยู่นี่ครับ" คนตระกูลเจิ้งคนหนึ่งรีบยื่นมีดสั้นส่งให้เจิ้งเสวี่ยซงทันที
รับมีดมาแล้ว เจิ้งเสวี่ยซงก็สาวเท้าเดินเข้าไปหาลู่หมิงหย่วน แววตาโหดเหี้ยมฉายชัดออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ลู่หมิงหย่วนยังคงจ้องเจิ้งเสวี่ยซงด้วยความเคียดแค้น ต่อให้เขาจะต้องตายอย่างทรมาน เขาก็ไม่มีวันปริปากร้องขอชีวิตจากเจิ้งเสวี่ยซงเด็ดขาด
เจิ้งเสวี่ยซงย่อตัวลง เตรียมจะง้างปากลู่หมิงหย่วนเพื่อตัดลิ้น
ทว่า ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง ที่หน้าประตูตึกผู้ป่วยใน ก็ปรากฏเงาร่างหลายสายเดินเข้ามา
"หยุดนะ!"
พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างเหล่านั้น ก็มีเสียงตวาดแหลมของหญิงสาวดังขึ้น
ได้ยินดังนั้น เจิ้งเสวี่ยซงและพรรคพวกก็หันขวับไปมองยังต้นเสียงทันที ภาพที่เห็นคือคนห้าคนกับหมาหนึ่งตัวกำลังเดินเข้ามาในตึก
"เป็นพวกแกเองเหรอ!?"
เจิ้งเสวี่ยซงขมวดคิ้ว ทั้งแปลกใจและตกใจในเวลาเดียวกัน
ก่อนหน้านี้เจิ้งอันผิงและชายร่างผอมเคยบอกพวกเขาไว้แล้วว่า เป้าหมายที่ต้องตามล่าคือคนห้าคนกับหมาหนึ่งตัว แถมทั้งห้าคนยังเป็นผู้ชายหนึ่งคนกับผู้หญิงอีกสี่คน ซึ่งล้วนแต่ดูยังเด็กมาก
รูปลักษณ์ของคนห้าคนกับหมาหนึ่งตัวที่เพิ่งปรากฏตัวตรงหน้านี้ ช่างตรงกับคำอธิบายของเจิ้งอันผิงและชายร่างผอมทุกระเบียดนิ้ว
ดังนั้น ตอนนี้เขาสามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า คนพวกนี้คือเป้าหมายที่พวกเขากำลังตามล่าตัวอยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา
"หลินฝาน!"
ลู่หมิงหย่วน เหวยเหอกวง และเจียงเฟยเหวิน มองไปที่กลุ่มของหลินฝานทั้งห้าคนและแอนดี้ที่เดินเข้ามา นัยน์ตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมาเจอหลินฝานและเพื่อนๆ ที่นี่
"ลู่หมิงหย่วน?" หลินฝานปรายตามองลู่หมิงหย่วน ในฐานะคนที่มาจากค่ายฝึกเดียวกัน ประกอบกับผลงานของลู่หมิงหย่วนก็ถือว่าไม่เลว หลินฝานจึงจำชื่อเขาได้
"พวกแกรู้จักกันด้วยเหรอ?"
เจิ้งเสวี่ยซงเห็นหลินฝานกับลู่หมิงหย่วนทักทายกัน ก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดว่าทั้งสองฝ่ายจะรู้จักกัน
แต่ความสนใจของเจิ้งเสวี่ยซง ส่วนใหญ่กลับไปหยุดอยู่ที่มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน ลี่จื่อหาน และมู่หงหลิงเสียมากกว่า
ด้วยความที่เป็นคนมักมากในกาม เขาจึงหลงใหลในตัวสาวสวยเป็นพิเศษ
ต้องยอมรับเลยว่า มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน ลี่จื่อหาน และมู่หงหลิง ล้วนแต่มีเสน่ห์ดึงดูดใจเขาสุดๆ
"ปล่อยพวกเขาสะ" หลินฝานละสายตาจากลู่หมิงหย่วน หันไปมองเจิ้งเสวี่ยซงแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
เขาใช้แหวนอ่านข้อมูลของพวกเจิ้งเสวี่ยซงหมดแล้ว พบว่าคนพวกนี้มีพลังแค่ระดับสามเท่านั้น ไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรกับพวกเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นเขา มู่หงหลิง หรือแอนดี้ ก็สามารถจัดการพวกมันได้อย่างสบายๆ
"ไอ้หนู ปากดีนักนะ! แกสั่งให้ปล่อยฉันก็ต้องปล่อยงั้นเหรอ?" เจิ้งเสวี่ยซงหรี่ตาลง "ก่อนหน้านี้แกแย่งผลึกพลังงานระดับสี่ของอันผิงไปที่จัตุรัสสนามกีฬาแกรู้ตัวไหมว่านั่นเท่ากับว่าแกได้สร้างความแค้นฝังลึกกับตระกูลเจิ้งของเราแล้ว? หลายวันมานี้พวกเราพลิกแผ่นดินหาพวกแก นึกว่าพวกแกจะหัวหดไม่กล้าโผล่หัวออกมาซะแล้ว ไม่คิดเลยนะว่าจะยังกล้าเสนอหน้าออกมาอีก"
"สึกรองเท้าเหล็กตามหาแทบตายกลับไม่พบ พอบทจะได้มาก็ไม่ต้องเสียแรง"
"ในเมื่อพวกแกเสนอหน้ามาส่งถึงที่ ตระกูลเจิ้งของเราก็จะไม่เกรงใจล่ะนะ"
ได้ยินคำพูดของเจิ้งเสวี่ยซง หลินฝานก็ตาวาวขึ้นมา "อ้อ ที่แท้พวกแกก็เป็นคนของตระกูลเจิ้งนี่เอง"
"รู้ตัวก็ดี ทีนี้กลัวขึ้นมาบ้างหรือยังล่ะ?" เจิ้งเสวี่ยซงยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ในฐานะคนของตระกูลเจิ้ง เขาย่อมมีความเย่อหยิ่งเป็นธรรมดา
"กลัวสิ กลัวมากเลยล่ะ" หลินฝานพยักหน้ารับหน้าตาเฉย
"รู้จักเจียมตัวก็ดี" เจิ้งเสวี่ยซงแค่นยิ้ม "จะมัดมือตัวเองส่งมาให้ดีๆ หรือจะต้องให้พวกฉันลงมือ?"
"ขอโทษทีนะ ประโยคเมื่อกี้ฉันยังพูดไม่จบน่ะ" หลินฝานขัดขึ้น
"อะไร?" เจิ้งเสวี่ยซงชะงัก
"ฉันอยากจะบอกว่า... ฉันกลัวจริงๆ กลัวว่าคนของตระกูลเจิ้งอย่างพวกแกจะทยอยดาหน้ากันมาตายทีละคนสองคนให้เสียเวลาฉันน่ะสิ" หลินฝานแย้มยิ้ม
"..." เจิ้งเสวี่ยซงถึงกับใบ้รับประทาน
พรืด!
พวกมู่หรงซานหลุดขำกับคำพูดตลกร้ายของหลินฝานอีกครั้ง
แม้แต่ลู่หมิงหย่วนทั้งสามคนที่กำลังถูกกดอยู่กับพื้นก็ยังอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่ากลุ่มของหลินฝานไปก่อเรื่องอะไรกับตระกูลเจิ้งไว้ แต่พวกเขาก็มั่นใจว่า การปรากฏตัวของหลินฝานในครั้งนี้ จะต้องช่วยคลี่คลายวิกฤตของพวกเขาได้แน่ๆ
ในฐานะที่มาจากค่ายฝึกเดียวกัน พวกเขาเชื่อว่าหลินฝานคงไม่นิ่งดูดายปล่อยให้พวกเขาตายแน่
ที่สำคัญคือ จากการปะทะกันเมื่อครู่ พวกเขาประเมินความแข็งแกร่งของพวกเจิ้งเสวี่ยซงได้แล้วว่าทั้งหมดเป็นแค่ระดับสาม ไม่มีใครถึงระดับสี่เลยสักคน
ส่วนหลินฝานนั้นเป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับสี่ การจะรับมือกับพวกเจิ้งเสวี่ยซงย่อมไม่ใช่ปัญหาอะไร
ดังนั้น การที่กลุ่มของหลินฝานโผล่มา ก็ทำให้ลู่หมิงหย่วนทั้งสามคนถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยวันนี้พวกเขาก็คงไม่ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว
เจิ้งเสวี่ยซงดึงสติกลับมาจากอาการอึ้ง ชี้หน้าด่าหลินฝานอย่างเดือดดาล "ไอ้เด็กเปรต! แกชื่อหลินฝานใช่ไหม! ปากดีกว่าไอ้หมอนี่อีกนะ! แต่ไม่เป็นไร คนอย่างฉันนี่แหละที่เกิดมาเพื่อปราบพวกอวดดี! ปากดีให้พอเถอะ อีกเดี๋ยวแกจะได้รู้ว่านรกมีจริง!"
จังหวะที่เจิ้งเสวี่ยซงสบถด่า ชายตระกูลเจิ้งคนหนึ่งก็กระซิบข้างหูเขา "พี่เสวี่ยซง ไอ้เด็กนี่มันเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสี่นะพี่ แถมยังมีพลังพิเศษควบคุมวัตถุระยะไกลอีก พวกเราน่าจะสู้มันไม่ไหวหรอก ผมว่าเรารีบถอยไปหาคนมาช่วยก่อนดีกว่าไหมพี่?"
คำเตือนนี้ดึงสติเจิ้งเสวี่ยซงกลับมาได้ทันที
ตอนที่เห็นหลินฝานเมื่อกี้ ความสนใจของเขาไปจดจ่ออยู่กับมู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน ลี่จื่อหาน และมู่หงหลิงเสียหมด
ในหัวเอาแต่คิดหาวิธีจัดการและรวบหัวรวบหางสาวสวยทั้งสี่คนนี้
จนลืมไปเสียสนิทว่าหลินฝานเป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับสี่ แถมยังมีพลังควบคุมวัตถุระยะไกลอีกต่างหาก เพิ่งจะมานึกขึ้นได้ก็ตอนที่ลูกน้องเตือนนี่แหละ
"แกพูดถูก ลำพังพวกเราตอนนี้คงสู้มันไม่ได้ ถอยไปตั้งหลักแล้วหาคนมาช่วยก่อนดีกว่า ปลอดภัยไว้ก่อน" เจิ้งเสวี่ยซงกระซิบตอบ
"พี่เสวี่ยซงฉลาดหลักแหลมมากครับ" ลูกน้องคนนั้นเอ่ยชมเบาๆ
บทสนทนาของทั้งสองคน แม้จะพยายามกดเสียงให้เบาแค่ไหน แต่ด้วยระยะห่างที่ไม่ได้ไกลมาก ก็ไม่อาจรอดพ้นประสาทการได้ยินของหลินฝานไปได้ หลินฝานได้ยินทุกถ้อยคำอย่างชัดเจน
แน่นอนว่าหลินฝานไม่ได้เปิดโปงพวกเขา แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินต่อไป
"งั้นก็มาปราบความอวดดีของฉันสิ รออะไรอยู่ล่ะ" หลินฝานจงใจยั่วโมโห สานต่อบทสนทนาก่อนหน้าของเจิ้งเสวี่ยซง
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!" เจิ้งเสวี่ยซงตาวาว "ถือว่าวันนี้แกดวงดีไปนะ พอดีพวกฉันมีธุระอื่นต้องไปจัดการ พวกแกก็รออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวจัดการธุระเสร็จแล้วฉันจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกแก!"
คำพูดของเจิ้งเสวี่ยซงทำเอาหลินฝานเกือบหลุดขำ ไม่คิดเลยว่าหมอนี่ดูภายนอกก็ดูปกติดี แต่ทักษะการแถกลับห่วยแตกสิ้นดี
ข้ออ้างแบบนี้ เด็กอนุบาลยังฟังออกเลยว่าแถ!
"มีธุระต้องไปจัดการงั้นเหรอ?" หลินฝานหรี่ตาลง น้ำเสียงราบเรียบ "ให้ฉันเดาไหมว่าธุระที่ว่าคืออะไร... หนีหางจุกตูดใช่ไหมล่ะ?"
"แก! แกพล่ามอะไรวะ?" เจิ้งเสวี่ยซงโวยวายด้วยความร้อนรน "อย่างฉันเนี่ยนะจะกลัวพวกแก!?"
"ในเมื่อไม่ได้จะหนี งั้นฉันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้วนะ วันนี้... พวกแกทุกคน อย่าหวังว่าจะได้รอดออกไปจากที่นี่" พอพูดถึงประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของหลินฝานก็เย็นเยียบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากทุกถ้อยคำ
สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตนั้น พวกเจิ้งเสวี่ยซงก็ถึงกับขนลุกซู่ สันหลังเย็นวาบ
"ไอ้หนู แกคิดจะทำอะไร? เพื่อนแกยังอยู่ในกำมือพวกฉันนะโว้ย! ขยับแม้แต่ก้าวเดียว ฉันฆ่าพวกมันทิ้งแน่!" เจิ้งเสวี่ยซงสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดความกลัวภายใต้แรงกดดันจากจิตสังหารของหลินฝาน แล้วจ้องหน้าขู่กลับ
ใช่แล้ว พวกเขายังมีลู่หมิงหย่วน เหวยเหอกวง และเจียงเฟยเหวินเป็นตัวประกัน เขาไม่เชื่อหรอกว่าหลินฝานจะกล้าลงมือโดยไม่สนชีวิตเพื่อนตัวเอง
"พูดแบบนี้... แปลว่ากำลังขู่ฉันอยู่สินะ?" หลินฝานเลิกคิ้วถาม
"จะคิดแบบนั้นก็ได้" เจิ้งเสวี่ยซงตอบกลับ
"สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด... ก็คือการโดนขู่นี่แหละ" หลินฝานเอ่ยเสียงเรียบ ทันทีที่สิ้นคำ เขาก็ส่งกระแสจิตบังคับอาวุธลับทั้งสามชิ้นให้พุ่งออกไปทันที
เฟี้ยว! เฟี้ยว! เฟี้ยว!
มีดสั้น ลูกดอก และเข็มเหล็กพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วแสง ส่งเสียงหวีดหวิวบาดหู พุ่งตรงไปยังคนตระกูลเจิ้งที่ล็อกตัวลู่หมิงหย่วน เหวยเหอกวง และเจียงเฟยเหวินเอาไว้
"มันใช้อาวุธลับ! ระวัง!" เจิ้งเสวี่ยซงได้ยินเสียงแหวกอากาศก็รีบตะโกนเตือนทันที
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
แต่คำเตือนของเขาก็ไร้ผล ความเร็วของอาวุธลับภายใต้การควบคุมของหลินฝานนั้นมันเร็วจนเกินกว่าที่ผู้วิวัฒนาการระดับสามจะตอบสนองได้ทัน
เพียงชั่วพริบตาเดียว คนตระกูลเจิ้งทั้งสามคนที่คุมตัวตัวประกันอยู่ ก็สิ้นใจตายภายใต้การโจมตีของมีดสั้น ลูกดอก และเข็มเหล็กอย่างรวดเร็ว
(จบแล้ว)