เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 511 - ไม่ยอมรับก็มาดวลกันตัวต่อตัวสิ

บทที่ 511 - ไม่ยอมรับก็มาดวลกันตัวต่อตัวสิ

บทที่ 511 - ไม่ยอมรับก็มาดวลกันตัวต่อตัวสิ


บทที่ 511 - ไม่ยอมรับก็มาดวลกันตัวต่อตัวสิ

เจิ้งเสวี่ยซงไม่ได้ลงไปร่วมวงต่อสู้ด้วยตัวเอง เขาเพียงแค่ยืนดูอยู่เงียบๆ ด้านหลัง

ในสายตาของเขา ลำพังแค่คนตระกูลเจิ้งที่อยู่รอบตัวเขาก็เกินพอที่จะจัดการลู่หมิงหย่วนและพรรคพวกให้หมอบกระแตได้อย่างสบายๆ

เพราะยังไงซะ คนตระกูลเจิ้งพวกนี้ก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมันกันอยู่แล้ว

ปัง! ปัง! ปัง!

ลู่หมิงหย่วน เหวยเหอกวง และเจียงเฟยเหวิน ปะทะกับคนตระกูลเจิ้งอย่างต่อเนื่อง เสียงกระแทกหนักๆ ดังก้องไปทั่วบริเวณ

อย่างที่เจิ้งเสวี่ยซงคาดไว้ ฝั่งเขามีทั้งจำนวนคนและระดับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่ต้องกังวลอะไรเลย

ผ่านไปไม่นาน เหวยเหอกวงกับเจียงเฟยเหวินก็ถูกรวบตัวไว้ได้ เหลือเพียงลู่หมิงหย่วนที่มีพลังระดับสามขั้นสูงสุดเท่านั้นที่ยังพอจะต้านทานได้อยู่บ้าง

แต่ถึงจะรับมือยากแค่ไหน ลู่หมิงหย่วนก็ตัวคนเดียว ต้องสู้แบบโดดเดี่ยวอ้างว้าง อย่างที่สุภาษิตว่าไว้ "สองหมัดหรือจะสู้สี่มือ" ในที่สุดเขาก็ถูกฝ่ายตรงข้ามหาช่องโจมตีจนได้

ปัง! ปัง!

คนตระกูลเจิ้งสองคนสบโอกาส พุ่งพรวดไปอยู่ด้านหลังลู่หมิงหย่วนอย่างรวดเร็ว กำหมัดแน่นแล้วกระแทกเข้าที่แผ่นหลังของเขาคนละหมัดอย่างจัง

แม้สองคนนี้จะไม่ได้มีพลังระดับสามขั้นสูงสุด แต่ก็อยู่ในระดับสามช่วงปลายแล้ว

หมัดของทั้งคู่แฝงเร้นไปด้วยพละกำลังเต็มเปี่ยม การที่ลู่หมิงหย่วนต้องรับหมัดนี้เข้าไปเต็มๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องสบายๆ ร่างของเขากระเด็นพุ่งไปข้างหน้าตามแรงกระแทกทันที

จังหวะนั้นเอง คนตระกูลเจิ้งอีกคนที่อยู่ตรงกลางก็พุ่งเข้ามา ยกเท้าเตะอัดเข้าที่หน้าท้องของลู่หมิงหย่วนอย่างแรง

"อ๊าก!"

ลู่หมิงหย่วนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ

ทันทีที่ร่างกระทบพื้น คนตระกูลเจิ้งก็พุ่งเข้ามาเหยียบแผ่นหลังของเขาไว้แน่น จนเขาไม่สามารถขยับตัวได้เลย

"พี่ลู่!"

เจียงเฟยเหวินและเหวยเหอกวงเห็นลู่หมิงหย่วนถูกซ้อมจนล้มลงไปกองกับพื้น ก็ตะโกนเรียกด้วยความตกใจ

"เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ยังมีหน้าไปห่วงมันอีก?"

เจิ้งเสวี่ยซงปรายตามองเจียงเฟยเหวินและเหวยเหอกวง มุมปากแสยะยิ้มชั่วร้าย สั่งการว่า "ตบปากพวกมัน ฉันอยากจะดูซิว่าพวกมันยังมีอารมณ์ไปห่วงไอ้หมอนั่นอีกไหม"

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

สิ้นเสียงสั่งการของเจิ้งเสวี่ยซง คนตระกูลเจิ้งที่ล็อกตัวเจียงเฟยเหวินและเหวยเหอกวงอยู่ก็ลงมือทันที พวกเขาง้างมือตบหน้าทั้งสองคนฉาดใหญ่

เสียงตบหน้าดังก้องกังวานไปทั่วล็อบบี้ตึกผู้ป่วยใน

ไม่นาน มุมปากของเจียงเฟยเหวินและเหวยเหอกวงก็มีเลือดซึมออกมา ใบหน้าเริ่มบวมเป่งจากการถูกตบ

ภาพที่เห็นทำให้ลู่หมิงหย่วนโกรธจัด แต่ตอนนี้เขาถูกจับกดอยู่กับพื้น ต่อให้โกรธแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงกลืนความแค้นลงคอไปก่อน

เจิ้งเสวี่ยซงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่หมิงหย่วน ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ จ้องมองลู่หมิงหย่วนจากมุมที่สูงกว่า

เพียะ!

เจิ้งเสวี่ยซงตบหน้าลู่หมิงหย่วนอย่างแรงไปหนึ่งฉาด

ตบเสร็จก็เอ่ยปาก "อวดดีต่อหน้าฉัน นี่แหละจุดจบของพวกแก"

"เมื่อกี้ให้โอกาสส่งผลึกพลังงานมาดีๆ จะได้เดินออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย น่าเสียดายที่พวกแกไม่รู้จักหวงแหนโอกาสนั้น ก็เลยต้องมามีสภาพแบบนี้ไง"

"เป็นไง? ไม่ยอมรับงั้นสิ? อยากจะสู้กับฉันสักตั้งไหมล่ะ?"

ตอนที่เจิ้งเสวี่ยซงพูด น้ำเสียงและสีหน้าของเขาเรียกได้ว่าโอหังถึงขีดสุด

ลู่หมิงหย่วนไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแค่กัดฟันกรอด จากสีหน้าของเขา ต่อให้เป็นคนตาบอดก็ยังดูออกว่าเขาไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้

"ฮ่าๆ ในเมื่อแกยังดื้อดึงนัก งั้นฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง"

เจิ้งเสวี่ยซงลุกขึ้นยืน ถอยหลังไปสองก้าว กวาดสายตามองคนตระกูลเจิ้งรอบๆ แล้วสั่งว่า "พวกแกถอยออกไป ปล่อยให้มันลุกขึ้นมาสู้ตัวต่อตัวกับฉัน ถ้ามันชนะฉันได้ ก็ปล่อยพวกมันไป"

"ได้ครับ พี่เสวี่ยซง"

เมื่อได้ยินแบบนั้น คนตระกูลเจิ้งรอบๆ ก็พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม แล้วพากันถอยร่นออกไประยะหนึ่ง

ถึงเจิ้งเสวี่ยซงจะดูเหมือนลูกคุณหนูเสเพล แต่พวกเขารู้ดีว่าฝีมือของเจิ้งเสวี่ยซงนั้นร้ายกาจแค่ไหน

พูดได้เต็มปากเลยว่า เจิ้งเสวี่ยซงคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในทีมของพวกเขาแล้ว

การที่เจิ้งเสวี่ยซงจะดวลเดี่ยวกับลู่หมิงหย่วน พวกเขาก็เหมือนเห็นภาพลู่หมิงหย่วนโดนอัดยับล่วงหน้าไปแล้ว

เมื่อไม่มีใครเหยียบหลังแล้ว ลู่หมิงหย่วนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ใช้สองมือยันพื้นลุกขึ้นยืน เขากดสายตาจ้องเจิ้งเสวี่ยซงเขม็ง พลางเอ่ยว่า "หวังว่าแกจะไม่เสียใจกับคำพูดของตัวเองนะ"

"ฉันเนี่ยนะจะเสียใจ?"

เจิ้งเสวี่ยซงหัวเราะร่า ยกมือขึ้นกวักนิ้วท้าทายลู่หมิงหย่วน "เข้ามา ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแกมีดีอะไร ถึงทำให้ฉันต้องเสียใจกับคำพูดตัวเองได้"

"ฮึ่ม!"

เจอคำท้าทายแบบนี้ ลู่หมิงหย่วนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาแค่นเสียงเย็น กำหมัดแน่น แล้วพุ่งเข้าใส่เจิ้งเสวี่ยซงทันที

ถึงเจิ้งเสวี่ยซงจะดูเย่อหยิ่งและอวดเก่ง แต่พอต้องสู้ เขาก็ไม่ได้ประมาท เมื่อเห็นหมัดของลู่หมิงหย่วนพุ่งเข้ามา แววตาของเขาก็เป็นประกายวาบ กำหมัดแน่นแล้วสวนกลับไปปะทะกับหมัดของลู่หมิงหย่วน

ปัง!

หมัดของทั้งคู่ปะทะกันอย่างจัง เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างของลู่หมิงหย่วนที่เซถอยหลังไปสองก้าว

ในขณะที่เจิ้งเสวี่ยซงยืนหยัดอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

จากการปะทะครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าเจิ้งเสวี่ยซงเป็นฝ่ายได้เปรียบ

นั่นไม่ได้หมายความว่าฝีมือของเจิ้งเสวี่ยซงจะเหนือกว่าลู่หมิงหย่วนจริงๆ หรอก

อันที่จริง ทั้งสองคนต่างก็มีพลังระดับสามขั้นสูงสุดเหมือนกัน ถ้าสู้กันจริงๆ ใครจะชนะก็พูดยาก

แต่ประเด็นคือ ในการต่อสู้เมื่อครู่ ลู่หมิงหย่วนได้รับบาดเจ็บไปแล้ว แถมยังสูญเสียพละกำลังไปกับการสู้กับซอมบี้อีก

ตอนนี้ลู่หมิงหย่วนไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมรบเต็มร้อยเหมือนเจิ้งเสวี่ยซงเลย

"ไอ้หนู มีฝีมือแค่นี้เองเหรอ?" เจิ้งเสวี่ยซงเหยียดยิ้มเย้ยหยัน

ลู่หมิงหย่วนกัดฟันแน่น สูดลมหายใจลึก ยกเท้าขึ้นเตะใส่เจิ้งเสวี่ยซง

ทั้งสองคนพุ่งเข้าต่อสู้กันอีกครั้ง

...

ในขณะที่ลู่หมิงหย่วนกับเจิ้งเสวี่ยซงกำลังดวลกันอยู่นั้น บนถนนสายหนึ่งนอกโรงพยาบาล ก็มีคนห้าคนกับหมาหนึ่งตัวกำลังเดินอยู่

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าห้าคนกับหนึ่งตัวนี้คือกลุ่มของหลินฝานนั่นเอง

"พี่หลินฝาน ตรงนั้นมีโรงพยาบาลด้วยค่ะ ที่แบบนี้น่าจะมีซอมบี้เยอะพอสมควร เราลองเข้าไปดูกันไหมคะ?" มู่หรงซานมองไปข้างหน้า เห็นโรงพยาบาลก็หันมาถามหลินฝาน

"เอาสิ" หลินฝานพยักหน้า ไม่ได้คัดค้านข้อเสนอของมู่หรงซาน

ทั้งกลุ่มจึงเปลี่ยนทิศทาง เดินมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล ไม่นานก็มาถึงประตูทางเข้า

"ดูเหมือนซอมบี้ที่นี่จะถูกจัดการไปแล้วนะคะเนี่ย?"

ยืนอยู่หน้าประตู มู่หรงซานมองเข้าไปข้างใน ก็เห็นซากซอมบี้นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นโรงพยาบาล ชัดเจนเลยว่าที่นี่เพิ่งถูกเคลียร์ไป

"ถ้าเคลียร์ไปแล้วก็หมดสนุกสิคะ ต่อให้ข้างในเคยมีซอมบี้วิวัฒนาการ ก็คงถูกจัดการแล้วเอาผลึกพลังงานไปแล้วล่ะ" ลี่จื่อหานออกความเห็น

"จริงด้วย งั้นเราก็ไปกันเถอะ ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปดูหรอก" มู่หรงซานพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

"เดี๋ยวก่อน" หลินฝานส่ายหน้า "ฉันได้ยินเสียงคนสู้กันอยู่ข้างใน"

"เสียงสู้กันเหรอ?" มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน ลี่จื่อหาน และมู่หงหลิงต่างก็ชะงักไป

"ใช่ ดังมาจากทางโรงพยาบาลนั่นแหละ แถมไม่ใช่เสียงคนสู้กับซอมบี้นะ เป็นเสียงคนสู้กับคนต่างหาก" หลินฝานตอบเสียงเรียบ

เขาแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ประสาทการได้ยินก็ไวที่สุดเช่นกัน

ในระยะแค่นี้ การที่หลินฝานได้ยินแต่พวกเธอไม่ได้ยิน ถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก

แน่นอนว่าแอนดี้เองก็มีประสาทการได้ยินที่ไวหว่าพวกเธอ มันก็ได้ยินเหมือนกัน เพียงแต่แอนดี้พูดไม่ได้เท่านั้นเอง

"พี่หลินฝาน งั้นเราจะเข้าไปดูไหมคะ?" มู่หรงซานถามด้วยความอยากรู้

"ในเมื่อได้ยินเสียงแล้ว ก็ต้องเข้าไปดูสิ" หลินฝานยิ้มบางๆ "ไปกันเถอะ"

สิ้นเสียง หลินฝานก็ก้าวเท้านำไปทางตึกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเป็นคนแรก

มู่หรงเสวี่ย มู่หรงซาน ลี่จื่อหาน มู่หงหลิง และแอนดี้ก็รีบเดินตามไปติดๆ

...

ภายในตึกผู้ป่วยใน

การต่อสู้ระหว่างเจิ้งเสวี่ยซงและลู่หมิงหย่วนยังคงดำเนินต่อไป

ทว่า ด้วยสภาพร่างกายที่บาดเจ็บ ลู่หมิงหย่วนจึงไม่ใช่คู่มือของเจิ้งเสวี่ยซงเลย เขาโดนเจิ้งเสวี่ยซงโจมตีเข้าเต็มๆ หลายครั้ง ทำให้อาการบาดเจ็บยิ่งทรุดหนักลงไปอีก

เจิ้งเสวี่ยซงมองลู่หมิงหย่วนอย่างวางอำนาจ เอ่ยเยาะเย้ยว่า "ไอ้หนู แกไม่ใช่คู่มือฉันหรอก ถ้าแกยอมคุกเข่าขอร้องฉันดีๆ ตอนนี้ บางทีฉันอาจจะพิจารณาไว้ชีวิตแกก็ได้นะ"

"จำไว้ นี่คือโอกาสรอดโอกาสสุดท้ายของแกแล้ว ถ้าแกยังดื้อดึงอีกล่ะก็ เตรียมตัวทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ได้เลย"

เจิ้งเสวี่ยซงเสพติดความรู้สึกที่ได้เหยียบย่ำและรังแกคนที่อ่อนแอกว่า เขาต้องการให้ลู่หมิงหย่วนรู้ซึ้งว่า คนอย่างเขา เจิ้งเสวี่ยซง ไม่ใช่คนที่ใครจะมาล่วงเกินได้ ถ้ากล้าล่วงเกิน ก็ต้องจ่ายด้วยชีวิต

"ไปตายซะไปมึง!"

แววตาของลู่หมิงหย่วนลุกโชนไปด้วยความโกรธแค้น เขาสบถด่าอย่างเดือดดาล แล้วพุ่งเข้าโจมตีเจิ้งเสวี่ยซงอีกครั้ง

"รนหาที่ตายเองนะเว้ย!"

สีหน้าของเจิ้งเสวี่ยซงเปลี่ยนเป็นดำทะมึนทันที เขาไม่คิดเลยว่าในสถานการณ์แบบนี้ ลู่หมิงหย่วนนอกจากจะไม่ขอร้องแล้วยังกล้าด่าเขากลับอีก

ปัง! ปัง!

การโจมตีของทั้งคู่ดุดันและรุนแรงขึ้น ต่างฝ่ายต่างซัดหมัดเข้าใส่กันไม่ยั้ง

อย่างไรก็ตาม ลู่หมิงหย่วนก็ยังคงสู้เจิ้งเสวี่ยซงไม่ได้

สู้กันไปได้อีกราวๆ สามนาที เจิ้งเสวี่ยซงก็หลบการโจมตีของลู่หมิงหย่วนได้ อาศัยความไวและสายตาที่เฉียบคม เขาพุ่งไปอยู่ด้านข้างของลู่หมิงหย่วน ยกเท้าขึ้นแล้วถีบเปรี้ยงเข้าที่เอวของอีกฝ่ายอย่างจัง

ปัง!

ลูกถีบนั้นเข้าเป้าอย่างแม่นยำ เสียงกระแทกดังสนั่น ร่างของลู่หมิงหย่วนปลิวละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด พุ่งไปกระแทกกับกำแพงอย่างจังก่อนจะร่วงลงมา

เมื่อร่างตกถึงพื้น มุมปากของลู่หมิงหย่วนก็มีเลือดไหลซึมออกมาอีกระลอก

เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาสู้ต่อ แต่ลูกถีบเมื่อครู่สร้างความบอบช้ำให้เอวของเขาอย่างหนัก จนตอนนี้ต่อให้เขาฝืนออกแรงแค่ไหนก็ลุกไม่ขึ้นแล้ว

"ไอ้หนู แกทิ้งโอกาสสุดท้ายไปแล้ว ต่อไปนี้คือเวลาตายของแก"

เจิ้งเสวี่ยซงมองลู่หมิงหย่วน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น เขาโบกมือสั่งคนตระกูลเจิ้งที่ยืนดูอยู่ว่า "ค้นตัวพวกมันทั้งสามคนก่อน ค้นเสร็จแล้วค่อยฆ่าทิ้ง"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 511 - ไม่ยอมรับก็มาดวลกันตัวต่อตัวสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว