เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 หญิงสาวสวยที่ซื้อสูตรเป็ดตุ๋น

บทที่ 47 หญิงสาวสวยที่ซื้อสูตรเป็ดตุ๋น

บทที่ 47 หญิงสาวสวยที่ซื้อสูตรเป็ดตุ๋น


เมื่อได้ยินดังนั้น เหลียงหมิงก็รีบอธิบายทันที “พี่เหมยจวงครับ อย่าเข้าใจผิดนะครับ”

“คือแม่ของผมท่านรู้สึกว่า พี่ช่วยรับซื้อของป่าและของสด รวมถึงเป็ดพะโล้ของผม ทำให้ผมมีธุรกิจทำ ท่านอยากจะขอบคุณพี่มาก ๆ เลยตั้งใจชวนพี่ไปทานข้าวที่บ้านน่ะครับ”

พอได้ยินคำอธิบายของเหลียงหมิง เจียงเหมยจวงถึงได้รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไปไกล ใบหน้าของหล่อนจึงแดงซ่านขึ้นมาทันที

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง”

“ในเมื่อคุณป้าเป็นคนให้เกียรติชวนเอง พี่ก็คงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะค่ะ” เจียงเหมยจวงรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเอ่ยตอบ

เมื่อเห็นเจียงเหมยจวงตอบตกลง เหลียงหมิงก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงบอกว่า “งั้นเย็นนี้ ผมจะมารับพี่นะครับ”

“ตกลงจ้ะ!”

หลังจากนัดแนะเวลากับเจียงเหมยจวงเรียบร้อย เหลียงหมิงก็จูงรถล่อออกจากร้านเซียงหม่านโหลว

ระหว่างทางมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ เหลียงหมิงก็ครุ่นคิดในใจอย่างเงียบ ๆ

โบราณว่าไว้ แต่งเมียต้องแต่งหญิงเพียบพร้อม อย่างพี่เหมยจวงที่ทั้งสวย ทั้งอ่อนโยน แถมยังมีความสามารถรอบด้านแบบนี้... นี่แหละคือคู่แท้ในอุดมคติที่เขาใฝ่ฝันถึงไม่ใช่หรือ?

“ฉันจะแต่งงานกับหล่อนให้ได้!” เหลียงหมิงพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

ตั้งแต่วินาทีนี้ นอกจากเป้าหมายเรื่องการหาเงิน สร้างบ้านตึก ซื้อรถหรู เพื่อให้พ่อแม่และน้องสาวอยู่อย่างสุขสบายแล้ว เขายังมีอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญเพิ่มขึ้นมา

เหลียงหมิงที่ตอนนี้เต็มไปด้วยไฟในการทำงาน เดินทางมาถึงหน้าโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอและเริ่มตั้งแผงขายเป็ดพะโล้ทันที

ทันทีที่เห็นเหลียงหมิงมา บรรดาผู้ปกครองต่างก็พากันกรูเข้ามาหา

“เถ้าแก่ ในที่สุดก็มาสักที เอาเป็ดให้ผมตัวหนึ่ง!”

“ผมด้วยตัวหนึ่ง เป็ดพะโล้ร้านนี้ยิ่งกินก็ยิ่งติดใจจริง ๆ”

“แถมสรรพคุณทางยานี่ก็ได้ผลชะงักเลยนะ ลูกชายผมกินเข้าไปแล้ว ตอนกลางคืนมีสมาธิทำการบ้านดีขึ้นเยอะเลยล่ะ”

เหลียงหมิงสับเป็ดห่อให้ลูกค้าไปพลาง ฟังผลตอบรับจากเหล่าผู้ปกครองไปพลาง เมื่อเห็นว่าทุกคนชื่นชอบเป็ดพะโล้ของเขา เหลียงหมิงก็รู้สึกอิ่มเอมใจ

เพียงไม่นาน เป็ดพะโล้ 50 ตัวบนแผงก็ขายหมดเกลี้ยง

ผู้ปกครองหลายคนที่มาไม่ทันต่างพากันบ่นเสียดาย:

“เถ้าแก่ ทำไมขายหมดเร็วนักล่ะ”

“นั่นสิ วันหนึ่งทำมาแค่นี้จะไปพอกินได้ยังไง”

“เถ้าแก่ เอาแบบนี้ไหม ตอนเย็นหลังเลิกเรียนคุณทำมาเพิ่มอีกหน่อยแล้วมาตั้งแผงขายอีกรอบได้ไหม?”

“ใช่ ๆ พวกเราวางเงินมัดจำไว้ก่อนก็ได้นะ”

เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของผู้ปกครอง เหลียงหมิงก็ได้แต่กล่าวปฏิเสธอย่างสุภาพและบอกให้ทุกคนมารอซื้อใหม่ในวันพรุ่งนี้

หลังจากผู้ปกครองแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เหลียงหมิงก็เตรียมตัวจะเก็บแผง

ในจังหวะนั้นเอง หญิงสาวในชุดเสื้อนวมคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางลังเล

“เถ้าแก่คะ ขอปรึกษาอะไรหน่อยได้ไหมคะ?”

เหลียงหมิงนึกว่าหล่อนจะมาซื้อเป็ด จึงเอ่ยตอบอย่างเกรงใจว่า “พี่สาวครับ ต้องขอโทษด้วยครับ เป็ดพะโล้บนแผงหมดเกลี้ยงแล้ว ถ้าอยากทานคงต้องรอวันพรุ่งนี้แล้วล่ะครับ”

ทว่าหญิงสาวคนนั้นกลับส่ายหน้าแล้วบอกว่า “เถ้าแก่คะ ฉันไม่ได้จะมาซื้อเป็ดหรอกค่ะ”

“อ้าว แล้วพี่สาวมีธุระอะไรเหรอครับ?” เหลียงหมิงถามด้วยความสงสัย

“ฉันอยากจะถามว่า... คุณพอจะสอนวิธีทำเป็ดพะโล้นี่ให้ฉันได้ไหมคะ? คือฉันอยากจะเรียนไปทำขายบ้างน่ะค่ะ”

หญิงสาวเอ่ยด้วยท่าทางเอียงอายเล็กน้อย ก่อนจะรีบเสริมว่า “ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันยินดีจ่ายค่าครูให้ค่ะ และฉันรับรองว่าถ้าฉันทำเป็นแล้ว ฉันจะไม่มาตั้งแผงขายทับที่กับคุณแน่นอนค่ะ”

เมื่อได้ยินคำขอของหญิงสาว เหลียงหมิงก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ เขาพิจารณาหล่อนอย่างละเอียด

หญิงสาวคนนี้หน้าตาสะสวยดูเรียบร้อย ท่าทางซื่อ ๆ เหมือนแม่บ้านทั่วไป แต่การที่หล่อนสามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากเป็ดพะโล้ของเขาได้อย่างรวดเร็ว แถมยังกล้าเข้ามาขอซื้อสูตรแบบนี้ แสดงว่าเป็นผู้หญิงที่มีความคิดไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ภายใต้กระแสลมแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศในช่วงกลางยุค 80 คนแบบนี้แหละที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

“ขอโทษด้วยนะครับพี่สาว สูตรเป็ดพะโล้ของผมไม่ได้เปิดรับสอนทั่วไปครับ”

เหลียงหมิงเอ่ยปฏิเสธไปตามตรง ตอนนี้ธุรกิจเป็ดพะโล้ทำเงินให้เขาเกือบวันละ 1,000 หยวน ตราบใดที่เขายังไม่โง่ เขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้สูตรลับรั่วไหลออกไปแน่นอน ตราบใดที่เขายังผูกขาดธุรกิจนี้ได้ เขาก็จะสามารถโกยเงินมหาศาลได้อย่างง่ายดายในอีกหลายปีข้างหน้า

“สรุปว่าไม่ได้สินะคะ...” หญิงสาวหน้าเศร้าลงด้วยความผิดหวัง

ตั้งแตาสามีของหล่อนเสียชีวิตไป เงินเก็บในบ้านก็เริ่มร่อยหรอ หล่อนจึงคิดอยากจะทำธุรกิจเล็ก ๆ เพื่อหาเลี้ยงพ่อแม่สามีและลูกน้อย

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หล่อนสังเกตเห็นว่าแผงขายเป็ดพะโล้ของเหลียงหมิงขายดีมาก จึงเกิดไอเดียอยากจะเรียนวิชาไปตั้งแผงที่ที่อื่นบ้าง

“พี่สาวครับ ดูจากการแต่งตัวของพี่แล้ว พี่คงไม่ได้มีทุนรอนอะไรมากมายใช่ไหมครับ?”

เหลียงหมิงมองหญิงสาวตรงหน้าแล้วเอ่ยต่ออย่างใจเย็น “การที่พี่จะเรียนสูตรเป็ดพะโล้จากผมเนี่ย ต่อให้พี่ควักเงินหมดกระเป๋าก็อาจจะไม่พอจ่ายค่าวิชาด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากเรียนเสร็จแล้ว การจะไปรับของมาทำขายต่อก็ต้องใช้เงินทุนอีกก้อนหนึ่งนะรับ”

เขาดูจากเสื้อผ้าที่หล่อนสวมใส่ ก็พอจะเดาได้ว่าหล่อนเป็นชาวบ้านระดับรากหญ้าทั่วไป

และมันก็เป็นจริง หญิงสาวคนนั้นฝืนยิ้มขมขื่นแล้วบอกว่า “เถ้าแก่พูดถูกค่ะ ตอนนี้ฉันแทบจะไม่มีเงินติดตัวเลยจริง ๆ สามีฉันเสียไปตั้งแต่ยังหนุ่ม ในบ้านยังมีคนแก่สองคนกับลูกเล็กที่ต้องคอยดูแล...”

เหลียงหมิงนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะเสนอว่า “พี่ครับ เอาแบบนี้ดีไหม?”

“ผมกำลังมีโครงการจะเปิดร้านขายเป็ดพะโล้ พี่มาทำงานเป็นลูกจ้างให้ผมก่อน พอพี่ทำงานที่ร้านผมครบหนึ่งปีและพอมีเงินเก็บแล้ว ผมจะอนุญาตให้พี่ร่วมเป็นสาขาของร้านผมได้”

การเปิดร้านขายเป็ดพะโล้เป็นสิ่งที่เหลียงหมิงวางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มตั้งแผงแล้ว และตอนนี้เมื่อรายได้เริ่มคงที่ เขาก็พร้อมที่จะขยับขยายเข้าสู่แผนการเปิดร้านจริงจังเสียที

“ร่วมเป็นสาขางั้นเหรอ?” หญิงสาวทำหน้าสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินคำนี้

“มันคือการที่พี่จ่ายค่าธรรมเนียมก้อนหนึ่ง แล้วพี่ก็เปิดร้านโดยใช้ชื่อเดียวกับร้านเป็ดพะโล้ของผม ผมจะเป็นคนส่งชุดเครื่องเทศพะโล้ให้พี่ พี่แค่มีหน้าที่ทำเป็ดขายตามสูตรที่ผมคุมคุณภาพไว้ ผมจะหักกำไรเพียงเล็กน้อย ส่วนรายได้ส่วนใหญ่พี่ก็เก็บไว้เองครับ”

เหลียงหมิงอธิบายให้ฟังอย่างคร่าว ๆ หญิงสาวฟังแล้วก็เริ่มเห็นภาพพจน์และดวงตาก็กลับมาเป็นประกายอีกครั้ง

“เถ้าแก่คะ ถ้าฉันทำงานให้คุณครบปี คุณจะให้ฉันเปิดสาขาจริง ๆ เหรอคะ?” หญิงสาวถามย้ำ

ต้องยอมรับว่าข้อเสนอของเหลียงหมิงนั้นเหมาะสมกับสถานการณ์ของหล่อนที่สุดแล้ว

“แน่นอนครับ ผมหลอกพี่ไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรกับตัวผมหรอก” เหลียงหมิงพยักหน้ายืนยัน

“ตกลงค่ะเถ้าแก่ ฉันยอมทำงานให้คุณค่ะ” หญิงสาวตอบตกลงทันที

หลังจากพูดคุยกันอีกครู่ใหญ่ เหลียงหมิงก็ได้รู้ว่าหล่อนชื่อ ฉินฟาง อาศัยอยู่ในเขตชุมชนแออัดของตัวอำเภอ

สำหรับพนักงานคนใหม่ที่มีหัวการค้าและดูนิสัยใจคอใช้ได้แบบนี้ เหลียงหมิงจึงคิดอยากจะลองปั้นหล่อนดูสักตั้ง

“ในนี้มีเงิน 150 หยวน ผมต้องการให้พี่ไปหาเช่าตึกแถวสำหรับทำร้านอาหาร ขนาดประมาณ 200 ตารางเมตร!”

เหลียงหมิงควักปึกเงินส่งให้ฉินฟาง “ผมไม่สนว่าพี่จะใช้วิธีไหน แต่เงินก้อนนี้หลังจากหักค่าเช่าร้านแล้ว เงินที่เหลือทั้งหมดจะกลายเป็นเงินเดือนล่วงหน้าในเดือนต่อ ๆ ไปของพี่เองครับ”

ตามราคาค่าเช่าในอำเภอเถาหยวนตอนนี้ ตึกแถวขนาด 200 ตารางเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 70 ถึง 120 หยวนต่อเดือน ส่วนจะเจรจาลดราคาลงมาได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของฉินฟางเองแล้ว

นี่ถือเป็นบททดสอบแรกที่เหลียงหมิงมอบให้พนักงานใหม่ของเขา

“เงินนี่... คุณให้ฉันถือไว้จริง ๆ เหรอคะ?”

เมื่อเห็นปึกเงิน 150 หยวนในมือ ฉินฟางก็ตาโตด้วยความตกตะลึง

“การไปหาที่ทางและจ่ายมัดจำมันต้องใช้เงิน จะให้พี่ควักกระเป๋าตัวเองก่อนได้ยังไงล่ะครับ” เหลียงหมิงยิ้มตอบ

“คุณไม่กลัวฉันหอบเงินหนีไปเลยเหรอคะ?” ฉินฟางถามกลับ

เงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับรายได้ครึ่งปีของคนทั่วไปเลยทีเดียว หากเจอคนโลภเข้าจริง ๆ และหอบเงินหนีหายไป ในยุคที่กล้องวงจรปิดยังไม่มีแบบนี้ เหลียงหมิงย่อมไม่มีทางตามหาตัวเจอแน่นอน

จบบท

จบบทที่ บทที่ 47 หญิงสาวสวยที่ซื้อสูตรเป็ดตุ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว