เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 : ตรึงไว้ห้านาทีงั้นเหรอ?

บทที่ 49 : ตรึงไว้ห้านาทีงั้นเหรอ?

บทที่ 49 : ตรึงไว้ห้านาทีงั้นเหรอ?


บทที่ 49 : ตรึงไว้ห้านาทีงั้นเหรอ?

กุเร็นผงะเล็กน้อย และเธอก็ตัวแข็งทื่อ

ผนึกผลึกอันแข็งแกร่งของเธอสามารถผนึกจักระและเซลล์ของมนุษย์ได้

เรียกได้ว่าเป็นการแช่แข็งทั้งตัว

ยางิว ซาโตรุก็เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป แต่ทำไมสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเช่นนี้?

ผู้ชายที่ดูเหลาะแหละคนนี้...เป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ!

มีเหงื่อผุดบนหน้าผากของกุเร็น จากนั้นเธอก็พูดอย่างเย็นชาว่า "ไม่มีใครสามารถออกจากผนึกของฉันได้หรอก"

เหตุผลที่โอโรจิมารุให้ความสำคัญกับเธอ ก็เพราะว่าเธอมีสายเลือดพิเศษที่สามารถยับยั้งสัตว์ที่มีพลังถึงสามหางได้

คาถาผลึก!

สัตว์หางยังถูกผนึก เขาเป็นเพียงมนุษย์จะออกมาจากผนึกได้ยังไง?

“ซากุระ เธอกลัวเหรอ?” ซาโตรุไม่ได้สนใจกุเร็น แต่มองซากุระแทน

เหตุผลที่เขาไม่เคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้ ก็เพราะเขากำลังสังเกตเด็กๆ ในทีมที่เจ็ดว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร

ความสามารถในการรับมือของทีมที่ 7...แย่มาก

ความสามารถของทีมที่เจ็ดในการรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายนั้นแย่เกินไป

แต่ซากุระที่ตั้งใจจะฆ่าตัวตายเพื่อไม่ให้ทุกคนมาห่วงตัวประกันนั้น

เอาคะแนนเต็มไปเลยสำหรับความกล้าหาญนี้

คะแนนเต็มสำหรับความกล้าหาญ คะแนนเต็มสำหรับการตัดสินใจ

เมื่อใครคนหนึ่งกลายเป็นตัวประกัน แม้นจะเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการต่อสู้ การเอาชีวิตให้รอดก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สุดเช่นกัน

ซากุระกัดริมฝีปากของเธอ ตัวสั่นไปทั้งตัวเพราะความกลัว แต่เธอยังฝืนยิ้มแล้วพูดว่า "น...หนูสบายดีอาจารย์ซาโตรุ ไม่ต้องสนใจหนูหรอก"

เธอเป็นนินจาที่ซื่อสัตย์และยอดเยี่ยม

ถ้าเธอกลายเป็นภาระเพื่อนร่วมทีม เธอจะเป็นนินจาแบบไหนกันนะ?

ซาโตรุดูดอมยิ้มเบาๆ แล้วถามซากุระ “อย่าทำเป็นกล้าหาญสิ บอกฉันมาเลยว่ากลัวไหม?”

เขาเห็นว่าซากุระนั้นหวาดกลัวมาก

"หนู" ซากุระกระอึกกระอักที่จะพูดออกมา

แม้ว่าเธอจะเป็นนินจา แต่เธอก็เป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบสองปีเท่านั้น

เธอไม่แข็งแกร่งเท่านารูโตะและซาสึเกะ และเธอก็กลัวมากเมื่อต้องตกอยู่ในอันตราย

“จำจุดอ่อนนี้เอาไว้ มันจะทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น” ซาโตรุพูดเบาๆ “ถ้ากลัวก็หลับตาแล้วตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยเสียงที่ดังที่สุดสิ”

“ซาโตรุ?” คุเรไนรู้สึกสับสน

ซาโตรุถูกขังอยู่ในผนึกระดับสูง

และยังมีกำแพงของคาถาระดับสูงปกคลุมทับอีกชั้น ในสถานการณ์นี้เขาจะทำอะไรได้?

นินจาจากโอโตะทั้งสี่ก็อยู่ตรงนี้ กุเร็นและคนอื่นๆ ต่างก็สับสนไม่ต่างกัน

ให้ซากุระขอความช่วยเหลือเหรอ?

นี่มันบทละครอะไรหรือไงกัน?

ซาโตรุเอามือล้วงกระเป๋า และพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าว่า "เจ้าเด็กแสบ ฉันเคยบอกเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันน่ะไร้เทียมทาน"

ซากุระนึกถึงประโยคที่ซาโตรุพูดในตอนนั้น

'ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร ฉันก็ไร้เทียมทาน'

ซากุระร้องเสียงดัง “อาจารย์ซาโตรุ ช่วยหนูด้วยค่ะ!”

“เอาล่ะ ในเมื่อเธออ่อนแอและก็ต้องการความช่วยเหลือ…” ทันทีที่ซาโตรุพูดจบ

*บูม*

ซาโตรุที่อยู่ตรงกลางผลึกได้ใช้พลังที่มองไม่เห็นเขย่าผลึกแข็งทั้งหมดแตกออกไป

ในพริบตาเดียวเท่านั้น

ซาโตรุประสานมือของเขาเข้าด้วยกัน และหายไปในอากาศจาก เปลวไฟสีม่วงทั้งสี่ดวงที่แยกทุกสิ่งออกจากเขา

ซาโตรุเปิดใช้งาน [ไสยเวทย์ไร้ขีดจำกัด] และสลับตัวกับซากุระ

กุเร็นกอดซาโตรุไว้ในอ้อมแขนของเธอ และซากุระก็ปรากฏตัวในกำแพงแห่งเปลวไฟสีม่วงทั้งสี่ทิศที่แยกทุกสิ่งออกจากกัน

“ไอ้หมอนี้...เร็วมาก” รูม่านตาของกุเร็นหดตัวลง และเธอก็ดันคุไนในมือเข้าไปที่คอของซาโตรุ

ซาโตรุทำลายผนึกและเปลี่ยนตำแหน่งกับตัวประกัน

ทุกอย่างใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น!

คุไนที่แหลมคมหยุดอยู่ตรงหน้าคอของซาโตรุราวกับถูกแช่แข็ง

“อย่ามากอดฉันแบบนี้สิ เดี๋ยวผู้หญิงทั้งโลกจะอิจฉาเธอเอาหรอกนะ” ซาโตรุจับผมของกุเร็นแล้วโยนกุเร็นลงไปที่พื้น

ซาโตรุเติมพลังแห่งคำสาปใส่หมัดและชกหน้ากุเร็นอย่างแรง

*ปัง*

ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยว ร่างของเธอก็ทรุดตัวลงบนพื้นและจากนั้นก็มีหลุมเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนพื้น

"แค่ก แค่ก แค่ก" กุเร็นพ่นเลือดออกมาจำนวนมาก ล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสและร่างของเธอก็ถูกฝังไว้ในก้อนหิน

เธอตกตะลึง เพราะมันเป็นเพียงหมัดแค่หมัดเดียว

พลังหมัดของซาโตรุมีอะไรผิดปกติเกินไปหรือไป?

นั่นไม่ใช่การโจมตีธรรมดาเลย!

ตอนแรกเธอคิดว่าเธอสามารถยื้อซาโตรุไว้ได้เป็นห้านาที

มันคงเป็นภารกิจที่ง่ายมาก

เพราะเธอมีสายเลือดพิเศษคาถาผลึกที่ทรงพลังมาก ซึ่งมีชื่อเสียงในการผนึก

นอกจากนี้ เธอยังเป็นโจนินที่ทรงพลังมากอีกด้วย

แต่เมื่อซาโตรุทำลายผนึกของคาถาผลึกอย่างง่ายดาย เธอก็เริ่มตระหนักว่าอีกฝ่ายนั้นร้ายกาจแค่ไหน

ซาโตรุมีวิชาที่เทียบได้กับคาถาเวลาและมิติ

ยิ่งไปกว่านั้น หมัดของซาโตรุยังทำให้จักระของกุเร็นปั่นป่วนไปหมด ทำให้แขนขาของเธอสูญเสียการเคลื่อนไหวเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง

กุเร็นก็เพิ่งตระหนักว่าภารกิจที่ท่านโอโรจิมารุมอบหมายนั้นยากเพียงใด

ให้จับผู้ชายคนนี้ที่ชื่อว่าซาโตรุไว้สักห้านาทีเหรอ?

โอโรจิมารุส่งเธอมาหาความตายชัดๆ!

“ว้าว…น่าทึ่งมาก!” นารูโตะมองซาโตรุด้วยแววตาที่มีประกายเล็กๆ ระยิบระยับอยู่ในดวงตาของเขา

“อย่ามองไปที่อื่นสิไอ้โง่งี่เง่า ยังมีศัตรูอยู่รอบตัวเรานะ” ซาสึเกะเบิกเนตรวงแหวนไว้ เขาจ้องมองไปที่นินจาจากโอโตะทั้งสี่ด้วยความระมัดระวัง

คุเรไนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าซากุระปลอดภัยแล้ว

“ถอยไปนะเกะนินทั้งหลาย ปล่อยให้ที่นี่เป็นหน้าที่ของเราเอง!” คุเรไนมองดูนินจาโอโตะทั้งสี่อย่างเย็นชาพร้อมกับแววตาที่กล้าหาญ

"จัดการมัน!"

หลังจากที่พวกเขาทั้งสี่คนเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็จับมือเข้าด้วยกันและอักขระคำสาปบนคอของพวกเขาทั้งหมดก็เปล่งแสงสีแดงเข้มออกมา

ผิวหนังของโอโตะนินจาทั้งสี่กลายเป็นสีเข้ม และพวกเขาก็เข้าสู่สภาวะอักขระขั้นสองแล้ว

“หลังจากจับตัวประกันได้แล้ว เราคงสามารถยื้อมันต่อไปได้สักพัก!”

โอโตะนินจาทั้งสี่ใช้กำแพงเพลิงสี่ทิศโจมตีซากุระ นารูโตะ ซาสึเกะ และคุเรไนตามลำดับ

หลังจากที่เห็นกุเร็นถูกต่อย พวกเขาก็รู้ทันทีว่าไม่มีทางเอาชนะซาโตรุได้เลย

ดังนั้นจึงต้องจับตัวประกันให้ได้

"ฮึ่ม" เนตรวงแหวนสามหยดน้ำของซาสึเกะจ้องมองไปที่โอโตะนินจาที่กำลังใกล้เข้ามา มีจักระสีฟ้าอ่อนโผล่ออกมาจากฝ่ามือของเขา

จักระหมุนตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระสุนวงจักร!

“เด็กโง่ แกต้องการหยุดฉันงั้นเหรอ?” จิโรโบเผยสีหน้าเยาะเย้ยและเขาก็ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังซาสึเกะด้วยความเร็วที่รวดเร็วมากในสภาวะอักขระขั้นสอง

"เร็วมาก!" ม่านตาของซาสึเกะหดตัวลง

แม้จะใช้เนตรวงแหวน แต่เขาก็ไม่สามารถมองตามความเร็วของจิโรโบได้เลย

ผู้ชายคนนี้…แข็งแกร่งมาก!

“พวกเขาเป็นนักเรียนของฉันนะ เบามือหน่อยสิ” ซาโตรุโผล่ออกมาจากอากาศด้านหลังจิโรโบ และคว้าศีรษะของเขาไว้

“เร็วมาก เร็วกว่าฉันที่ใช้อักขระขั้นสองด้วยซ้ำ!” รูม่านตาของจิโรโบหดตัวลง ใบหน้าของเขาดูไมอยากจะเชื่อมาก

นี่แหละคือตั๊กแตนตำข้าวที่ตามรอยจั๊กจั่น แต่ไม่รู้ว่ามีนกขมิ้นอยู่ข้างหลัง

จิโรโบระเบิดจักระของเขาออกมา หันกลับและต่อยเข้าไปที่ซาโตรุ

“นายอ่อนแอเกินไป” ซาโตรุยิ้มอย่างเย่อหยิ่งและเยาะเย้ย และทันใดนั้นศีรษะของจิโรโบะก็ขาดออกจากตัว

ร่างที่ไม่มีหัวของจิโรโบพ่นเลือดสีแดงออกมาแล้วล้มลงกับพื้นอย่างน่าเวทนา

ซาสึเกะถอนหายใจด้วยความโล่งอก และเหลือบมองซาโตรุอย่างเย็นชา แล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า "ซาโตรุ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่เข้ามาช่วย ผมก็เอาชนะเขาได้แน่นอน"

“ไอ้หนู เธอสามารถแกล้งทำเก่งเป็นต่อหน้าคนอื่นได้ แต่อย่ามาแกล้งทำเป็นเก่งต่อหน้าฉันนะ” ซาโตรุเตะเข้าไปเข้าที่ก้นซาสึเกะ

*ปัง*

ซาสึเกะที่ถูกเตะลงไปกองอยู่ที่พื้น จับก้นของเขาไว้พร้อมกับกัดฟันกรอดและจ้องมองไปที่ซาโตรุ

“เพิ่มคำว่าอาจารย์เข้าไปด้วยสิ ไม่งั้นเดี๋ยวแกล้งให้นักกว่านี้ซะหรอก” ซาโตรุคว้ากางเกงของซาสึเกะแล้วทำท่าทางจะถอดมันออก

“เลิกทำเป็นเล่นจะได้ไหม?” ซาสึเกะจับกางเกงของเขาอย่างงุ่มง่ามด้วยสายตาที่โกรธเคือง

“เร็วเข้าสิ เดี๋ยวศัตรูเห็นหมดทุกอย่างเอานะ”

ซาสึเกะกัดฟันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม “อาจารย์ซาโตรุ!”

"อืม ดีแล้ว" ซาโตรุปล่อยซาสึเกะแล้วแสดงรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

เด็กอุจิวะตัวแสบนี้ เอาแต่แสร้งทำเป็นเก่งต่อหน้าคนอื่นตลอดเลยนะ

มีหน้ามากล้าอวดเก่งต่อหน้าเขาได้ยังไงกัน?

เมื่อมองออกไปไกลๆ คิโดมารุผู้มีผิวสีแดงเข้มและมีตาสีดำบนหน้าผากก็ถือธนูสีทองอยู่ในมือและเล็งไปที่ซาโตรุในระยะไกล

“แม้จะถูกศัตรูรายล้อม แต่ยังมีเวลามาเล่นตลกแบบนี้อีกเหรอ?”

“ไปลงนรกซะไอ้โง่”

คิโดมารุยิงลูกธนูสีทองออกไปและลูกธนูก็หมุนอย่างรวดเร็วในอากาศ ทำให้เกิดกระแสลมที่รุนแรงพัดก้อนหินออกไปทุกที่ที่มันผ่านไป

ลมที่เกิดจากการหมุนนี้เพียงอย่างเดียวสามารถพัดก้อนหินบนพื้นออกไปได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพลังของลูกธนูนี้น่าทึ่งเพียงใด

“อาจารย์ซาโตรุ ระวัง!”

ทุกคนในทีมเจ็ดอุทานออกมา

“ซาโตรุ!” คุเรไนเห็นซาโตรุที่กำลังคุยกับซาสึเกะ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้เลยว่ามีลูกธนูกำลังพุ่งยิงใส่เขามาแต่ไกล

ขณะที่คุเรไนมองไปที่ซาโตรุ ยักษ์ที่ทายูยะเรียกมาก็ต่อยเธอแล้วทำให้เธอกระเด็นออกไปไกล

จบบทที่ บทที่ 49 : ตรึงไว้ห้านาทีงั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว