- หน้าแรก
- เป็นพลโล่แล้วไง ขออัปป้องกันเต็มแม็กซ์ก็แล้วกัน
- บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?
บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?
บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?
บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?
เสียงเข่นฆ่าอันน่าสยดสยอง ผสานกับเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดอเวจีที่ดังกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน
ทำให้พวกเขามั่นใจสุดๆ
ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยืนอยู่ใจกลางของสนามรบที่ดุเดือดเลือดพล่าน
ทว่ากลับถูกบานประตูยักษ์ขวางกั้นเอาไว้...
ได้ยินแต่เสียง แต่มองไม่เห็นภาพ
แปะ!
จู่ๆ ก็มีหินหน้าตาประหลาดร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
สมาชิกปาร์ตี้เสวียนเฟิงหันไปมองตามเสียง
"ทรัพยากรหายาก!"
มารกระดูกบินได้ที่อยู่ข้างบน เพิ่งจะสังหารสัตว์ประหลาดที่บินอยู่เหนือหัวพวกเขาไป
ทำให้มีทรัพยากรบางส่วนที่ดรอป ร่วงหล่นลงมาในพื้นที่รอบรอยแยกมิติที่ถูกตัดขาดแห่งนี้พอดี
แปะ!
แปะ......
ทรัพยากรหายากค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาทีละชิ้นสองชิ้น
ส่องประกายยั่วยวนอยู่บนพื้นดิน
ลูกทีมปาร์ตี้เสวียนเฟิงมองหน้ากัน ความตกตะลึงในดวงตาปิดไม่มิด
ทรัพยากรหายากที่ปกติแล้วทำเอาผู้เปลี่ยนอาชีพตาหมานน้ำลายสอ
ที่นี่กลับร่วงหล่นลงมาอย่างกับของแจกฟรี
แต่เมื่อมองดู 'สวรรค์ประทานพร' เหล่านี้ พวกเขากลับไม่มีความคิดจะฮุบเอาไว้เลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าใจจริงแล้วพวกเขาจะอยากได้จนตัวสั่นก็เถอะ
แต่ก็รู้ดีว่า นี่ไม่ใช่ของที่พวกเขาควรจะแตะต้อง
สายตาของทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนฟ้า
ร่างของเฉินหมิงยังคงลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น
บางครั้งก็มีสัตว์ประหลาดอเวจีบินพุ่งเข้าใส่เขา
แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นหั่นจนกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว
...
การกวาดล้างอเวจีของกองทัพมารกระดูกดำเนินไปอย่างดุเดือด
ผ่านไปหลายสิบนาที เสียงต่างๆ ถึงได้ค่อยๆ สงบลง
กระทั่งเสียงทุกอย่างเงียบหายไปจนหมด
ทั้งอเวจีก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
ในที่สุด
บานประตูยักษ์ที่ล้อมรอบพื้นที่แห่งนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไป
ปาร์ตี้เสวียนเฟิงชะโงกหน้าออกไปมองข้างนอก...
พอมองเห็นภาพตรงหน้า ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
สุดลูกหูลูกตา
อเวจีทั้งแห่งเต็มไปด้วยร่องรอยของความพินาศ!
ซากศพและผืนดินที่ถูกแผดเผา ทำให้สภาพแวดล้อมเละเทะไม่มีชิ้นดี
เศษซากของสัตว์ประหลาดอเวจีกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด
พื้นดินเต็มไปด้วยรอยแยกน่ากลัวที่บาดลึกเข้าไป
ภาพตรงหน้านี้ กับอเวจีที่พวกเขาเคยเห็นก่อนหน้านี้
มันเป็นคนละเรื่องกันเลย!
อเวจีในเวลานี้ ไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพังหลังสงคราม
เหลือทิ้งไว้เพียงควันไฟจางๆ...
ไร้ร่องรอยของสัตว์ประหลาดอเวจีที่มีชีวิตแม้แต่ตัวเดียว
ปาร์ตี้เสวียนเฟิงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ ข้างนอกมันเกิดการต่อสู้ระดับไหนกันเนี่ย?
ถึงได้ราบเป็นหน้ากลองขนาดนี้!
ฝูงสัตว์ประหลาดอเวจีนี่โดนล้างบางไปหมดแล้วใช่มั้ย?
และทั้งหมดนี่...
คือฝีมือของผู้เปลี่ยนอาชีพปีเดียวกันที่ลอยอยู่บนฟ้าคนนั้นเนี่ยนะ?!
ในขณะเดียวกัน
หลังจากเคลียร์ฝูงสัตว์ประหลาดเสร็จเรียบร้อย เฉินหมิงก็ร่อนลงสู่พื้น
เขาส่งจิตสำนึกเข้าไปในหอคอยกระดูก
เพื่อเริ่มเช็คของที่ปล้นมาได้
ทรัพยากรธรรมดาทั่วไปที่กองพะเนินเป็นภูเขา เฉินหมิงไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย
เขาเริ่มนับทรัพยากรพลังจิตบริสุทธิ์ที่ได้มาจากอเวจีต่างโลก
[ไผ่เดียวดายสิบปี, ธาตุพลังจิต (บริสุทธิ์)]
[ใจบุปผาหลิวหลี, ธาตุพลังจิต (บริสุทธิ์)]
[หยกส่องใจ, ธาตุพลังจิต (บริสุทธิ์)]
[......]
"อืม ก็พอๆ กับของที่ได้มาจากอเวจีครั้งก่อน"
เฉินหมิงพยักหน้าอย่างพอใจ
ได้จำนวนแค่นี้เขาก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
จุดประสงค์ของการออกมาข้างนอกครั้งนี้ ถือว่าลุล่วงด้วยดี
เฉินหมิงลืมตาขึ้น
แล้วก็เห็นสมาชิกปาร์ตี้เสวียนเฟิงยืนตัวเกร็งทำตัวไม่ถูกอยู่
เขายิ้มให้ กำลังจะอ้าปากพูด
แต่สายตาก็ดันไปเห็นทรัพยากรหายากที่ตกอยู่บนพื้นซะก่อน
เพราะประตูยมโลกล้อมที่นี่เอาไว้
มารกระดูกก็เลยไม่ได้เก็บทรัพยากรพวกนี้กลับไปด้วย
เฉินหมิงเองก็ขี้เกียจเก็บแล้วเหมือนกัน
จึงพูดกับปาร์ตี้เสวียนเฟิงว่า
"ทรัพยากรพวกนี้ พวกนายเก็บไปเถอะ"
"หา?"
จ้าวต้าไห่และคนอื่นๆ ถึงกับอึ้งไปเลย
รู้สึกเกรงใจจนทำตัวไม่ถูก
"พะ......ให้พวกเราเหรอ?"
ให้จริงๆ ดิ?
พวกเขาถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก
ตรงนี้นี่ มีทรัพยากรหายากตกอยู่ตั้งยี่สิบกว่าชิ้นเลยนะ
แถมยังมีทรัพยากรระดับสูงโผล่มาให้เห็นอีกชิ้นสองชิ้นด้วย
"ขอบคุณมากครับลูกพี่!"
พอได้สติ พวกเขาก็โค้งคำนับให้เฉินหมิงทันที
ไม่มีใครทำเป็นเล่นตัวหรอก
ยังไงซะ ในสายตาของอีกฝ่าย ของพวกนี้มันก็แค่ขนหน้าแข้งร่วงเท่านั้นเอง
ไม่เห็นจะสลักสำคัญอะไรเลย
หลังจากช่วยกันโกยทรัพยากรบนพื้นมาจนเกลี้ยง
พวกเขาก็นับดู
ทรัพยากรหายาก 23 ชิ้น, ทรัพยากรระดับสูง 2 ชิ้น!
สำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพระดับ A และ B อย่างพวกเขา
นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!
ปาร์ตี้เสวียนเฟิงหน้าบานแฉ่งด้วยความตื่นเต้น
ไม่คิดเลยว่ามาอเวจีรอบนี้ จะเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ไม่เพียงแต่บังเอิญเจอพลโล่ระดับ C ที่มีพลังเหนือมนุษย์เท่านั้น
แถมยังรอดตายจากฝูงสัตว์ประหลาด และได้ 'รับชม' มหาสงครามจากระยะไกลอีก
สุดท้ายยังได้ทรัพยากรหายากติดไม้ติดมือกลับมาด้วย
ประสบการณ์นี้...
มันช่างแฟนตาซีสุดๆ!
"เรื่องที่เจอวันนี้ เอาตรงๆ เลยนะ..."
"กลับไปเมืองลั่วสุ่ย ฉันคุยโม้ได้เป็นปีแน่!"
"เหอะ ฉันคุยโม้ได้สองปีเลยเว้ย"
"ฉันคุยโม้ไปยันลูกบวช!"
"พวกนายนี่มันปัญญาอ่อนจริงๆ"
"......"
จ้าวต้าไห่รีบเก็บทรัพยากรหายากเหล่านี้ใส่กระเป๋าด้วยความตื่นเต้น กะว่าเดี๋ยวค่อยเอาไปแบ่งกันทีหลัง
เขาหันไปมองเฉินหมิง
สุดท้ายก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว จึงเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ลูกพี่ ตกลงแล้วนายคือ..."
ยังไม่ทันพูดจบ
ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นลั่นฟากฟ้า
ปรากฏให้เห็นเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนอยู่เบื้องบน
ย้อมท้องฟ้าที่เคยมืดมิดของอเวจีให้กลายเป็นสีแดงเพลิง
สุดปลายเปลวเพลิง ร่างของคนๆ หนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
เป็นชายร่างกำยำคนหนึ่ง
เขาท่อนบนเปลือยเปล่า ใบหน้ามีหนวดเคราครึ้ม
"เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
ชายร่างกำยำพูดด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ
เขามองลงไปที่อเวจีเบื้องล่าง พลางขมวดคิ้วแน่น
"ไหนบอกว่ามีฝูงสัตว์ประหลาดอเวจีอาละวาดไง? ข้าวิ่งหูดับตับไหม้มา ทำไมอเวจีถึงมีสภาพบัดซบแบบนี้วะเนี่ย?"
ไม่นานนัก
ชายร่างกำยำก็สังเกตเห็นเฉินหมิงและปาร์ตี้เสวียนเฟิงที่อยู่ตรงรอยแยกมิติ
วินาทีต่อมา
ตู้ม!
ชายร่างกำยำจุดระเบิดคลื่นความร้อนแผดเผา พุ่งทะยานลงมาพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนเต็มท้องฟ้า
"เฉินหมิง!"
พอเข้ามาใกล้ ชายร่างกำยำก็เบิกตากว้าง ดวงตาเป็นประกาย
"แกนี่เองไอ้หนู!"
ชายร่างกำยำเก็บรังสีอำมหิตลงทันที แล้วร่อนลงจอดบนพื้นอย่างนุ่มนวล
"เจ้าเมืองเฟ่ย?!"
อีกด้านหนึ่ง เมื่อปาร์ตี้เสวียนเฟิงเห็นหน้าตาของชายร่างกำยำชัดๆ ก็ตกใจแทบสิ้นสติ
คนๆ นี้คือเจ้าเมืองแห่งมณฑลชางหลิงของพวกเขา!
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นตัวจริงเสียงจริง
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ...
ท่านเจ้าเมืองเฟ่ยดันรู้จักพลโล่ระดับ C คนนี้ซะด้วย
"เฉินหมิง ทำไมอเวจีถึงเละเทะแบบนี้ ฝีมือแกใช่ไหม?"
เจ้าเมืองเฟ่ยถามขึ้น
เฉินหมิงพยักหน้า
"ฝูงสัตว์ประหลาดในอเวจีเริ่มตั้งเค้าจะก่อตัวเป็นกลุ่มใหญ่แล้ว ฉันก็เลยลงมือจัดการไปก่อนน่ะ"
เขาพอจะจำหน้าเจ้าเมืองเฟ่ยคนนี้ได้อยู่
เคยเจอกันที่ศูนย์บัญชาการสมาพันธ์มาแล้วสองสามครั้ง
"ป๊าดด ทำอเวจีเละได้ขนาดนี้ ไอ้หนูเอ๊ย แกนี่แม่งสุดยอดว่ะ!"
เจ้าเมืองเฟ่ยใช้สายตาทึ่งๆ มองสำรวจเฉินหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า
เด็กหนุ่มคนนี้สร้างความตกตะลึงให้เขามาตั้งแต่ตอนที่อยู่ศูนย์บัญชาการสมาพันธ์แล้ว
เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะได้เห็นวีรกรรมเด็ดๆ อย่างการโซโล่ราชันหมาป่าจันทราซีดคาตาไปหมาดๆ
ไม่คิดเลยว่า จะมีปัญญาจัดการฝูงสัตว์ประหลาดได้ด้วย!
นี่น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมาพันธ์เลยล่ะมั้ง...
ที่มีคนสามารถจัดการฝูงสัตว์ประหลาดได้ด้วยตัวคนเดียวแบบนี้
ภัยคุกคามจากฝูงสัตว์ประหลาด แต่ละครั้งล้วนสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามาจากอเวจี
เพราะงั้นตอนที่ได้ยินข่าวครั้งแรก
เขาก็รีบเหาะมาที่นี่ทันที
กลัวว่าจะช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว
ทว่า ในระยะเวลาอันสั้นแค่นี้
ฝูงสัตว์ประหลาดนี่...
กลับถูกเฉินหมิงบดขยี้จนดับดิ้นไปตั้งแต่ในมุ้งซะแล้ว
"ให้ตายเถอะโว้ย ข้าอยู่มาจนป่านนี้ เพิ่งเคยเจอคนเก่งระดับเทพก็แกนี่แหละ!"