เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?

บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?

บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?


บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?

เสียงเข่นฆ่าอันน่าสยดสยอง ผสานกับเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดอเวจีที่ดังกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน

ทำให้พวกเขามั่นใจสุดๆ

ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังยืนอยู่ใจกลางของสนามรบที่ดุเดือดเลือดพล่าน

ทว่ากลับถูกบานประตูยักษ์ขวางกั้นเอาไว้...

ได้ยินแต่เสียง แต่มองไม่เห็นภาพ

แปะ!

จู่ๆ ก็มีหินหน้าตาประหลาดร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า

สมาชิกปาร์ตี้เสวียนเฟิงหันไปมองตามเสียง

"ทรัพยากรหายาก!"

มารกระดูกบินได้ที่อยู่ข้างบน เพิ่งจะสังหารสัตว์ประหลาดที่บินอยู่เหนือหัวพวกเขาไป

ทำให้มีทรัพยากรบางส่วนที่ดรอป ร่วงหล่นลงมาในพื้นที่รอบรอยแยกมิติที่ถูกตัดขาดแห่งนี้พอดี

แปะ!

แปะ......

ทรัพยากรหายากค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาทีละชิ้นสองชิ้น

ส่องประกายยั่วยวนอยู่บนพื้นดิน

ลูกทีมปาร์ตี้เสวียนเฟิงมองหน้ากัน ความตกตะลึงในดวงตาปิดไม่มิด

ทรัพยากรหายากที่ปกติแล้วทำเอาผู้เปลี่ยนอาชีพตาหมานน้ำลายสอ

ที่นี่กลับร่วงหล่นลงมาอย่างกับของแจกฟรี

แต่เมื่อมองดู 'สวรรค์ประทานพร' เหล่านี้ พวกเขากลับไม่มีความคิดจะฮุบเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

ถึงแม้ว่าใจจริงแล้วพวกเขาจะอยากได้จนตัวสั่นก็เถอะ

แต่ก็รู้ดีว่า นี่ไม่ใช่ของที่พวกเขาควรจะแตะต้อง

สายตาของทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนฟ้า

ร่างของเฉินหมิงยังคงลอยนิ่งอยู่ตรงนั้น

บางครั้งก็มีสัตว์ประหลาดอเวจีบินพุ่งเข้าใส่เขา

แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นหั่นจนกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

...

การกวาดล้างอเวจีของกองทัพมารกระดูกดำเนินไปอย่างดุเดือด

ผ่านไปหลายสิบนาที เสียงต่างๆ ถึงได้ค่อยๆ สงบลง

กระทั่งเสียงทุกอย่างเงียบหายไปจนหมด

ทั้งอเวจีก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

ในที่สุด

บานประตูยักษ์ที่ล้อมรอบพื้นที่แห่งนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไป

ปาร์ตี้เสวียนเฟิงชะโงกหน้าออกไปมองข้างนอก...

พอมองเห็นภาพตรงหน้า ก็ถึงกับอ้าปากค้าง

สุดลูกหูลูกตา

อเวจีทั้งแห่งเต็มไปด้วยร่องรอยของความพินาศ!

ซากศพและผืนดินที่ถูกแผดเผา ทำให้สภาพแวดล้อมเละเทะไม่มีชิ้นดี

เศษซากของสัตว์ประหลาดอเวจีกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด

พื้นดินเต็มไปด้วยรอยแยกน่ากลัวที่บาดลึกเข้าไป

ภาพตรงหน้านี้ กับอเวจีที่พวกเขาเคยเห็นก่อนหน้านี้

มันเป็นคนละเรื่องกันเลย!

อเวจีในเวลานี้ ไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพังหลังสงคราม

เหลือทิ้งไว้เพียงควันไฟจางๆ...

ไร้ร่องรอยของสัตว์ประหลาดอเวจีที่มีชีวิตแม้แต่ตัวเดียว

ปาร์ตี้เสวียนเฟิงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ ข้างนอกมันเกิดการต่อสู้ระดับไหนกันเนี่ย?

ถึงได้ราบเป็นหน้ากลองขนาดนี้!

ฝูงสัตว์ประหลาดอเวจีนี่โดนล้างบางไปหมดแล้วใช่มั้ย?

และทั้งหมดนี่...

คือฝีมือของผู้เปลี่ยนอาชีพปีเดียวกันที่ลอยอยู่บนฟ้าคนนั้นเนี่ยนะ?!

ในขณะเดียวกัน

หลังจากเคลียร์ฝูงสัตว์ประหลาดเสร็จเรียบร้อย เฉินหมิงก็ร่อนลงสู่พื้น

เขาส่งจิตสำนึกเข้าไปในหอคอยกระดูก

เพื่อเริ่มเช็คของที่ปล้นมาได้

ทรัพยากรธรรมดาทั่วไปที่กองพะเนินเป็นภูเขา เฉินหมิงไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย

เขาเริ่มนับทรัพยากรพลังจิตบริสุทธิ์ที่ได้มาจากอเวจีต่างโลก

[ไผ่เดียวดายสิบปี, ธาตุพลังจิต (บริสุทธิ์)]

[ใจบุปผาหลิวหลี, ธาตุพลังจิต (บริสุทธิ์)]

[หยกส่องใจ, ธาตุพลังจิต (บริสุทธิ์)]

[......]

"อืม ก็พอๆ กับของที่ได้มาจากอเวจีครั้งก่อน"

เฉินหมิงพยักหน้าอย่างพอใจ

ได้จำนวนแค่นี้เขาก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

จุดประสงค์ของการออกมาข้างนอกครั้งนี้ ถือว่าลุล่วงด้วยดี

เฉินหมิงลืมตาขึ้น

แล้วก็เห็นสมาชิกปาร์ตี้เสวียนเฟิงยืนตัวเกร็งทำตัวไม่ถูกอยู่

เขายิ้มให้ กำลังจะอ้าปากพูด

แต่สายตาก็ดันไปเห็นทรัพยากรหายากที่ตกอยู่บนพื้นซะก่อน

เพราะประตูยมโลกล้อมที่นี่เอาไว้

มารกระดูกก็เลยไม่ได้เก็บทรัพยากรพวกนี้กลับไปด้วย

เฉินหมิงเองก็ขี้เกียจเก็บแล้วเหมือนกัน

จึงพูดกับปาร์ตี้เสวียนเฟิงว่า

"ทรัพยากรพวกนี้ พวกนายเก็บไปเถอะ"

"หา?"

จ้าวต้าไห่และคนอื่นๆ ถึงกับอึ้งไปเลย

รู้สึกเกรงใจจนทำตัวไม่ถูก

"พะ......ให้พวกเราเหรอ?"

ให้จริงๆ ดิ?

พวกเขาถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก

ตรงนี้นี่ มีทรัพยากรหายากตกอยู่ตั้งยี่สิบกว่าชิ้นเลยนะ

แถมยังมีทรัพยากรระดับสูงโผล่มาให้เห็นอีกชิ้นสองชิ้นด้วย

"ขอบคุณมากครับลูกพี่!"

พอได้สติ พวกเขาก็โค้งคำนับให้เฉินหมิงทันที

ไม่มีใครทำเป็นเล่นตัวหรอก

ยังไงซะ ในสายตาของอีกฝ่าย ของพวกนี้มันก็แค่ขนหน้าแข้งร่วงเท่านั้นเอง

ไม่เห็นจะสลักสำคัญอะไรเลย

หลังจากช่วยกันโกยทรัพยากรบนพื้นมาจนเกลี้ยง

พวกเขาก็นับดู

ทรัพยากรหายาก 23 ชิ้น, ทรัพยากรระดับสูง 2 ชิ้น!

สำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพระดับ A และ B อย่างพวกเขา

นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!

ปาร์ตี้เสวียนเฟิงหน้าบานแฉ่งด้วยความตื่นเต้น

ไม่คิดเลยว่ามาอเวจีรอบนี้ จะเจอเรื่องแบบนี้ด้วย

ไม่เพียงแต่บังเอิญเจอพลโล่ระดับ C ที่มีพลังเหนือมนุษย์เท่านั้น

แถมยังรอดตายจากฝูงสัตว์ประหลาด และได้ 'รับชม' มหาสงครามจากระยะไกลอีก

สุดท้ายยังได้ทรัพยากรหายากติดไม้ติดมือกลับมาด้วย

ประสบการณ์นี้...

มันช่างแฟนตาซีสุดๆ!

"เรื่องที่เจอวันนี้ เอาตรงๆ เลยนะ..."

"กลับไปเมืองลั่วสุ่ย ฉันคุยโม้ได้เป็นปีแน่!"

"เหอะ ฉันคุยโม้ได้สองปีเลยเว้ย"

"ฉันคุยโม้ไปยันลูกบวช!"

"พวกนายนี่มันปัญญาอ่อนจริงๆ"

"......"

จ้าวต้าไห่รีบเก็บทรัพยากรหายากเหล่านี้ใส่กระเป๋าด้วยความตื่นเต้น กะว่าเดี๋ยวค่อยเอาไปแบ่งกันทีหลัง

เขาหันไปมองเฉินหมิง

สุดท้ายก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว จึงเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"ลูกพี่ ตกลงแล้วนายคือ..."

ยังไม่ทันพูดจบ

ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นลั่นฟากฟ้า

ปรากฏให้เห็นเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนอยู่เบื้องบน

ย้อมท้องฟ้าที่เคยมืดมิดของอเวจีให้กลายเป็นสีแดงเพลิง

สุดปลายเปลวเพลิง ร่างของคนๆ หนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว

เป็นชายร่างกำยำคนหนึ่ง

เขาท่อนบนเปลือยเปล่า ใบหน้ามีหนวดเคราครึ้ม

"เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

ชายร่างกำยำพูดด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ

เขามองลงไปที่อเวจีเบื้องล่าง พลางขมวดคิ้วแน่น

"ไหนบอกว่ามีฝูงสัตว์ประหลาดอเวจีอาละวาดไง? ข้าวิ่งหูดับตับไหม้มา ทำไมอเวจีถึงมีสภาพบัดซบแบบนี้วะเนี่ย?"

ไม่นานนัก

ชายร่างกำยำก็สังเกตเห็นเฉินหมิงและปาร์ตี้เสวียนเฟิงที่อยู่ตรงรอยแยกมิติ

วินาทีต่อมา

ตู้ม!

ชายร่างกำยำจุดระเบิดคลื่นความร้อนแผดเผา พุ่งทะยานลงมาพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนเต็มท้องฟ้า

"เฉินหมิง!"

พอเข้ามาใกล้ ชายร่างกำยำก็เบิกตากว้าง ดวงตาเป็นประกาย

"แกนี่เองไอ้หนู!"

ชายร่างกำยำเก็บรังสีอำมหิตลงทันที แล้วร่อนลงจอดบนพื้นอย่างนุ่มนวล

"เจ้าเมืองเฟ่ย?!"

อีกด้านหนึ่ง เมื่อปาร์ตี้เสวียนเฟิงเห็นหน้าตาของชายร่างกำยำชัดๆ ก็ตกใจแทบสิ้นสติ

คนๆ นี้คือเจ้าเมืองแห่งมณฑลชางหลิงของพวกเขา!

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นตัวจริงเสียงจริง

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าก็คือ...

ท่านเจ้าเมืองเฟ่ยดันรู้จักพลโล่ระดับ C คนนี้ซะด้วย

"เฉินหมิง ทำไมอเวจีถึงเละเทะแบบนี้ ฝีมือแกใช่ไหม?"

เจ้าเมืองเฟ่ยถามขึ้น

เฉินหมิงพยักหน้า

"ฝูงสัตว์ประหลาดในอเวจีเริ่มตั้งเค้าจะก่อตัวเป็นกลุ่มใหญ่แล้ว ฉันก็เลยลงมือจัดการไปก่อนน่ะ"

เขาพอจะจำหน้าเจ้าเมืองเฟ่ยคนนี้ได้อยู่

เคยเจอกันที่ศูนย์บัญชาการสมาพันธ์มาแล้วสองสามครั้ง

"ป๊าดด ทำอเวจีเละได้ขนาดนี้ ไอ้หนูเอ๊ย แกนี่แม่งสุดยอดว่ะ!"

เจ้าเมืองเฟ่ยใช้สายตาทึ่งๆ มองสำรวจเฉินหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า

เด็กหนุ่มคนนี้สร้างความตกตะลึงให้เขามาตั้งแต่ตอนที่อยู่ศูนย์บัญชาการสมาพันธ์แล้ว

เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะได้เห็นวีรกรรมเด็ดๆ อย่างการโซโล่ราชันหมาป่าจันทราซีดคาตาไปหมาดๆ

ไม่คิดเลยว่า จะมีปัญญาจัดการฝูงสัตว์ประหลาดได้ด้วย!

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมาพันธ์เลยล่ะมั้ง...

ที่มีคนสามารถจัดการฝูงสัตว์ประหลาดได้ด้วยตัวคนเดียวแบบนี้

ภัยคุกคามจากฝูงสัตว์ประหลาด แต่ละครั้งล้วนสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามาจากอเวจี

เพราะงั้นตอนที่ได้ยินข่าวครั้งแรก

เขาก็รีบเหาะมาที่นี่ทันที

กลัวว่าจะช้าไปแม้แต่วินาทีเดียว

ทว่า ในระยะเวลาอันสั้นแค่นี้

ฝูงสัตว์ประหลาดนี่...

กลับถูกเฉินหมิงบดขยี้จนดับดิ้นไปตั้งแต่ในมุ้งซะแล้ว

"ให้ตายเถอะโว้ย ข้าอยู่มาจนป่านนี้ เพิ่งเคยเจอคนเก่งระดับเทพก็แกนี่แหละ!"

จบบทที่ บทที่ 201 - ทำไมอเวจีถึงมีสภาพแบบนี้วะเนี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว