- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตัวร้าย แต่ไหงนางเอกถึงมาปกป้องผมล่ะเนี่ย
- บทที่ 13 หมอนั่นต้องขโมยมาแน่ๆ
บทที่ 13 หมอนั่นต้องขโมยมาแน่ๆ
บทที่ 13 หมอนั่นต้องขโมยมาแน่ๆ
บทที่ 13 หมอนั่นต้องขโมยมาแน่ๆ
"ได้ยินหรือยัง? เมื่อคืนเฉินเซียงถูกเจียงฉางหยวนกับพวกลูกน้องพาตัวไปนะ"
"รู้หรือเปล่า? เจียงฉางหยวนกับเฉินเซียงกิ๊กกันแล้ว พวกเขาคบกันเปิดเผยเลยแหละ"
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ เมื่อวานเจียงฉางหยวนพาเฉินเซียงกลับบ้านไปเลยล่ะ..."
ถ้าไม่บิดเบือนไปจนจำเค้าเดิมไม่ได้ก็คงไม่เรียกว่าข่าวลือ ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่วินาทีที่เจียงฉางหยวนก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียน สายตาสอดรู้สอดเห็นก็จับจ้องมาที่เขาไม่หยุดหย่อน
พวกเขาอยากรู้ความจริงใจแทบขาด เหมือนมีแมวมาคอยข่วนหัวใจยิบๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม
ดังนั้นพวกเขาก็เลยไปรุมล้อมเพื่อนร่วมชั้นของเฉินเซียงเพื่อล้วงข้อมูลแทน ในฐานะหนึ่งในตัวละครหลัก เฉินเซียงย่อมไม่อาจหลีกหนีการถูกเหล่านักเรียนจอมซุบซิบตามตื๊อได้
เมื่อถูกซักไซ้จนรำคาญ เฉินเซียงก็เลิกคิ้วขึ้น ปล่อยออร่าเย็นเยียบราวกับเป็นแอร์เคลื่อนที่
"ที่พวกเธอชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นขนาดนี้ เป็นเพราะลิ้นยาวเกินไปหรือไง?"
"ฉันไม่รู้เลยจริงๆ นะว่าเกิดเป็นผู้ชายแท้ๆ แต่ความใฝ่ฝันในอนาคตคือการเป็นป้าข้างบ้านจอมนินทาน่ะ"
"แทนที่จะเอาเวลามาเสือกเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ทำไมไม่ไปศึกษาดูล่ะว่าทำไมน้ำลายของพวกนายถึงไหลเข้าไปในสมองได้?"
เจียงฉางหยวนที่มาถึงทันเวลาส่งขนมพอดี บังเอิญเห็นเฉินเซียงในโหมดพ่นไฟเข้า เขาจึงยกนิ้วโป้งให้เธอทันทีเพื่อแสดงความนับถืออย่างสูง
ยอดเยี่ยม!
ด่ากราดกวาดเรียบแบบไม่สนลูกใคร!
"ท่านเทพเฉิน ฉันเอาขนมมาส่งแล้ว"
"อืม ทำได้ดีมาก"
เมื่อได้รับคำชมที่หาได้ยากยิ่ง เจียงฉางหยวนก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าค่าติวที่จ่ายแพงกว่าปกติถึงยี่สิบเท่ามันช่างคุ้มค่าจริงๆ
ทุกคนชะเง้อคอมอง ตาไม่กะพริบ หวังอย่างยิ่งว่าจะได้เผือกข่าวซุบซิบสดใหม่
"ฉันเอาค่าติวส่วนที่เหลือมาให้ด้วย"
ตึ้ง!
เสียงหนักๆ ทำเอาไทยมุงสะดุ้งตกใจ และหันไปให้ความสนใจทันที เงินค่าติวมันต้องเยอะขนาดไหนถึงได้ทำเสียงไพเราะแบบนี้ได้?
เฉินเซียงเปิดกระเป๋าเป้ของเธออย่างสบายอารมณ์ เพียงแค่ชำเลืองมองของที่อยู่ข้างในก็ทำเอานักเรียนที่อยู่ข้างหลังหน้าเปลี่ยนสี
ปึกธนบัตรหนาเตอะ!
ซี๊ด!
ไทยมุงตกตะลึงกันไปตามๆ กัน สมัยนี้การติวหนังสือให้คนอื่นมันทำกำไรได้งามขนาดนี้เลยเหรอ?
ชั่วขณะนั้น ทุกคนมองเจียงฉางหยวนด้วยความรู้สึกอิจฉาตาร้อน ใครๆ ก็บอกว่าการติวให้เจียงฉางหยวนเป็นงานที่หนักหนาสาหัส แต่ตอนนี้ทุกคนต่างก็อยากจะลิ้มรสความยากลำบากนั้นดูบ้างแล้ว
"เจียงฉางหยวน นายไปเอาเงินเยอะแยะขนาดนั้นมาจากไหน? คงไม่ได้ขโมยมาหรอกใช่ไหม?"
ความอิจฉาของใครบางคนกำลังพุ่งปรี๊ด คำพูดของไอ้หนุ่มหัวลานทำเอาหลายคนพยักหน้าเห็นด้วยทันที
"เงินแค่สามหมื่นหยวนมันเป็นแค่เศษเงินสำหรับคุณชายอย่างฉันหรอก การที่นายไม่เคยเห็นมันก็แค่แสดงให้เห็นว่าโลกของนายมันแคบแค่ไหน"
"แก!"
ใบหน้าของไอ้หนุ่มหัวลานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเยาะเย้ย
"หึ เฉินเซียง เธอถึงกับกล้ารับเงินโจรเลยเหรอ? ระวังจะโดนหางเลขไปด้วยตอนที่เจ้าของเขาไปแจ้งความล่ะ"
"เหอะ ธุระของปัญญาชนเขาเรียกว่าขโมยได้ด้วยหรือไง?"
เจียงฉางหยวนหันหน้าไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ จ้องมองไอ้หนุ่มหัวลานที่เจ้าของร่างเดิมเคยรังแกมาก่อน
"ฉันจะบอกให้เอาบุญก็ได้ เงินของฉันได้มาจากไอ้หน้าโง่ทั้งนั้นแหละ พูดถึงเรื่องนี้ ฉันก็ควรจะขอบใจนายนะ"
"ขอบใจนะ!" ไอ้หน้าโง่ตัวเอ้!
"เจียงฉางหยวน!!"
สติแตกไปแล้วหลังจากถูกด่า ไอ้หนุ่มหัวลานก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับกำหมัดแน่น ส่วนเจียงฉางหยวนกลับแคะหูอย่างใจเย็น
และก็เป็นไปตามคาด วินาทีต่อมา พวกลูกน้องจากห้องสองก็พากันพุ่งเข้ามาปกป้องลูกพี่ของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
"แกจะทำอะไร? อยากมีเรื่องนักใช่มั้ย?"
"ถ้าแกคิดจะแตะต้องคุณชายเจียง แกต้องผ่านหมัดเท่าหม้อแกงของฉันไปให้ได้ก่อน"
มีเด็กห้องสองตั้งเจ็ดคนยืนอยู่ข้างเจียงฉางหยวน ทั้งในแง่ของจำนวนและบารมี พวกเขาบดขยี้ไอ้หนุ่มหัวลานได้อย่างราบคาบ
ไอ้หนุ่มหัวลานที่ตอนแรกทำเป็นเลือดร้อนเริ่มลังเล... "พ-พวกแกคอยดูเถอะ! ฉันจะไปแฉพวกแกแน่!"
"ก็ตามใจ"
เจียงฉางหยวนเบะปาก ถ้าเขาจำไม่ผิด ไอ้หนุ่มหัวลานนี่เป็นแค่ตัวร้ายระดับกลางๆ เท่านั้น
ไม่สำคัญหรอก ตอนนี้โลกใบนี้คือโลกของเขาในฐานะตัวร้าย!
"พวกนายทำอะไรกันน่ะ?"
เสียงตะโกนแหลมๆ ดังขึ้นอย่างกะทันหัน กู้ชิงเดินเข้ามาพร้อมกับปลอกแขน โดยมีสมาชิกสภานักเรียนเดินตามมาด้วย
มือของเฉินเซียงที่กำลังหยิบขนมชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็ทำต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไอ้หนุ่มหัวลานเห็นพระมาโปรดก็รีบพุ่งเข้าไปฟ้องทันที
"ประธานกู้ เจียงฉางหยวนขโมยเงินคนอื่นมา ผมขอรายงานอย่างเป็นทางการครับ"
"ขโมยเงิน?"
"ใช่ครับ ปึกเงินสดหนาเตอะเลย หมอนั่นต้องขโมยมาแน่ๆ!"
เมื่อมองไปที่สีหน้าเรียบเฉยของเจียงฉางหยวน ใบหน้าของไอ้หนุ่มหัวลานก็มืดคล้ำลง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ความโกรธปะทุขึ้นในใจของกู้ชิงทันที เจียงฉางหยวนจะอยู่เฉยๆ ไม่หาเรื่องสักวันไม่ได้เลยหรือไง?
แต่ก็นะ ถ้าเขาทำตัวดีมันก็คงไม่ใช่เจียงฉางหยวนหรอก
"เจียงฉางหยวน นายจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง?"
"ทำไมฉันต้องอธิบายด้วย?"
"งั้นก็แปลว่านายยอมรับว่าขโมยเงินมาใช่ไหม?"
เจียงฉางหยวนเบิกตากว้าง แล้วร้อง "หา?" ออกมาอย่างโอเวอร์
"ประธานกู้ ของกินน่ะกินมั่วๆ ได้ แต่คำพูดน่ะพูดพล่อยๆ ไม่ได้นะ"
"ถ้าฉันไปฟ้องว่าจางเฉิงเหลียงแอบกินขี้ การที่เขาปฏิเสธมันก็แปลว่าเขาแค่ไม่กล้ายอมรับงั้นสิ?"
พรืด!
ใครบางคนอดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ จางเฉิงเหลียง ไอ้หนุ่มหัวลาน ถึงกับโกรธจนควันออกหูในทันที
เจียงฉางหยวนกล้าฉีกหน้าเขากลางที่สาธารณะ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่!
"ตอแหล! แกนั่นแหละที่กินขี้"
"เจียงฉางหยวน แกทำแล้วไม่กล้ารับ สายตาของทุกคนเฉียบแหลมนะเว้ย ค่าติวที่แกให้เฉินเซียงมันคือเงินโจร"
"มันมีคำว่า 'เงินโจร' เขียนแปะไว้หรือไง?"
เจียงฉางหยวนปรายตามองอย่างหงุดหงิด แล้วเค่นเสียงหัวเราะเบาๆ
"ไม่มีใครเขาเห็น มีแต่นายคนเดียวที่เป็น 'อัจฉริยะ' มองเห็นอยู่คนเดียวงั้นสิ?"
"เงียบเดี๋ยวนี้!"
กู้ชิงตะโกนเสียงเย็น เจียงฉางหยวนเงียบลง แต่จางเฉิงเหลียงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ
"ประธานกู้ คุณถามทุกคนได้เลยครับ ทุกคนในนี้เห็นกันหมด"
"นอกจากจางเฉิงเหลียงแล้ว มีใครจะรายงานเจียงฉางหยวนอีกไหม?"
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วก็พากันก้มหน้าลงอย่างพร้อมเพรียง
ตัดเรื่องสถานะอันธพาลประจำโรงเรียนของเจียงฉางหยวนออกไป มันก็ยังไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่าเงินนั้นถูกขโมยมาหรือเปล่า
ยังไงซะ ปกติเจียงฉางหยวนก็ใช้จ่ายเงินมือเติบราวกับว่าไม่เคยต้องกังวลเรื่องเงินอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น พวกลูกน้องของเขาก็มีตั้งเยอะแยะ ถ้าแต่ละคนช่วยกันลงขันคนละนิดละหน่อย มันก็คงได้พอๆ กับจำนวนเงินในกระเป๋าเป้นั่นแหละ
"พ-พวกนาย..."
"ฉันขอรายงานครับ!"
จางเฉิงเหลียงที่ใจแป้วไปแล้วหันขวับไปมอง เมื่อเขาเห็นว่าใครเป็นคนพูด สีหน้าของเขาก็ดูเหมือนคนกลืนแมลงวันลงไปทันที
กู้ชิงขมวดคิ้วแน่น เจียงฉางหยวนคนนี้ไม่ยอมหยุดสร้างเรื่องเลยสักวินาทีเดียว
นี่เขาตั้งใจจะรายงานตัวเองหรือไง?
"ประธานกู้ ฉันขอรายงานจางเฉิงเหลียงข้อหาหมิ่นประมาทครับ มันส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชื่อเสียงของฉัน ทำให้จิตใจฉันบอบช้ำอย่างหนัก และวิญญาณของฉัน..."
"หุบปาก!"
กู้ชิงถลึงตาใส่เจียงฉางหยวนอย่างดุเดือด ก่อนจะหันไปจ้องมองจางเฉิงเหลียงด้วยสายตาเคร่งเครียด
"ถ้านายมีหลักฐาน ก็เอาออกมา ฉันจะรายงานเรื่องนี้ต่อคณบดีและทางโรงเรียนให้แน่นอน"
"ผ-ผม..."
ฝ่ามือของจางเฉิงเหลียงชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาจะไปหาหลักฐานมาจากไหน? "หลักฐาน" เพียงอย่างเดียวของเขาก็คือปากนี่แหละ
"เฉินเซียง!"
"ใช่แล้ว เฉินเซียงต้องรู้แน่ๆ ว่านั่นคือเงินโจร"
เมื่อเงยหน้าขึ้นและเห็นประกายแห่งความหวังในดวงตาของจางเฉิงเหลียง รอยยิ้มเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันเย็นชาของเฉินเซียงอย่างกะทันหัน
สายตาของเจียงฉางหยวนลอบมองสลับไปมาระหว่างกู้ชิงกับเฉินเซียง ว้าว ภูเขาน้ำแข็งบานสะพรั่งแล้วแฮะ
"นายอยากให้ฉันยอมรับงั้นเหรอ?"
จางเฉิงเหลียงพยักหน้ารัวๆ เขาเชื่อมั่นว่าเฉินเซียงที่ทำตัวใสสะอาดมาโดยตลอด จะไม่มีวันปกป้องเจียงฉางหยวนเด็ดขาด
ไม่อย่างนั้น มันจะไม่เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ของพวกเขาหรอกเหรอ?
ทันใดนั้น มุมปากของเฉินเซียงก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ
"ขอโทษทีนะ ฉันไม่มีความตั้งใจจะฮั้วกับใครหรอก"
"เงินก้อนนี้คือค่าติวของฉันเอง"
"โกหก! เธอโกหก!"
จางเฉิงเหลียงกรีดร้อง เกาะแขนกู้ชิงไว้แน่นราวกับกำลังไขว่คว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย
"ประธานกู้ เชื่อผมเถอะครับ"
"เฉินเซียงกับเจียงฉางหยวนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง พวกเขาสมรู้ร่วมคิดกัน คุณต้องไม่เชื่อพวกเขานะครับ"
ห้องเรียนจู่ๆ ก็เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกพื้น
ตัดเรื่องที่ว่าเงินนั่นถูกขโมยมาหรือไม่ทิ้งไป แค่โดนจับได้ว่าแอบคบกันในโรงเรียน อย่างเบาะๆ ก็โดนทัณฑ์บนชุดใหญ่ หรือหนักสุดก็อาจจะถึงขั้นถูกไล่ออก
ต่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจียงฉางหยวนกับเฉินเซียงจะบริสุทธิ์ใจแค่ไหน แต่พวกเขาก็สนิทกันเกินไปจริงๆ