- หน้าแรก
- กลับบ้านไปทำไร่ไถนา ฉันจะรวยทะลุฟ้าด้วยระบบสาวสวยรวยทรัพย์
- ตอนพิเศษ 2 เลี้ยงส่งเลขาฯ จาง (ฟรี)
ตอนพิเศษ 2 เลี้ยงส่งเลขาฯ จาง (ฟรี)
ตอนพิเศษ 2 เลี้ยงส่งเลขาฯ จาง (ฟรี)
วันที่เลขาฯ จางต้องเก็บกระเป๋าอำลาหมู่บ้านชิงสุ่ย ชาวบ้านแทบทุกหลังคาเรือนต่างพร้อมใจกันทิ้งงานในไร่นา มารวมตัวกันจนเนืองแน่นเต็มลานกว้าง เพียงเพื่อต้องการมาส่งเธอด้วยตัวเอง
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ภาพของหญิงสาวที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อผลักดันการพัฒนาของหมู่บ้านอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนแทบจะไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเลยสักครั้งนั้น ล้วนประทับอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านทุกคน
เมื่อรู้ข่าวว่าเธอต้องย้ายไปรับตำแหน่งในพื้นที่อื่น แม้ลึกๆ จะรู้สึกอาลัยอาวรณ์มากเพียงใด ทว่าทุกคนก็เข้าใจดีว่าเลขาฯ จางกำลังจะก้าวไปสู่จุดหมายใหม่ที่ยิ่งใหญ่และมีอนาคตที่กว้างไกลรออยู่เบื้องหน้า
สิ่งที่พวกเขาทำได้จึงมีเพียงการยืนขอบตาแดงก่ำ ทอดสายตามองดูเธอเก็บสัมภาระ ก่อนที่หญิงสาวจะโอบกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิคู่ใจไว้แนบอก พร้อมกับส่งยิ้มหวานและโบกมืออำลาทุกคนเตรียมตัวก้าวขึ้นรถ
วินาทีที่ประตูรถกำลังจะปิดลง คลื่นมหาชนที่อดกลั้นความรู้สึกไว้ไม่ไหวก็พากันกรูเข้าไปล้อมรอบตัวรถ เสียงตะโกนอวยพรดังระงมไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านต่างพากันยัดเยียดของฝากใส่มือหญิงสาวจนแทบจะล้นทะลัก ทั้งไข่ต้มสุกใหม่ๆ ที่เพิ่งเก็บมาจากเล้า เห็ดและหน่อไม้ป่าสดๆ ที่เพิ่งขุดมาจากภูเขา ผลไม้อินทรีย์เกรดพรีเมียม ไปจนถึงผักกาดหอมและแตงกวากรอบๆ
พอเห็นว่าในอ้อมแขนของเธอรับไม่ไหวแล้ว บางคนก็วิ่งไปยัดของใส่ท้ายรถแทนจนแน่นเอี้ยด
เลขาฯ จางเห็นดังนั้นก็ขอบอกขอบใจทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ น้ำตาคลอเบ้า เธอบอกให้ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้แล้ว พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าถึงแม้จะย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ เธอจะกลับมาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านชิงสุ่ยอย่างแน่นอน
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งกินใจ จู่ๆ ก็มีวัตถุปริศนาลอยละลิ่วแหวกอากาศพุ่งตรงมาที่เลขาฯ จาง
มันคือกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิที่สวมปลอกไหมพรมถักอย่างประณีต แต่ด้วยความที่คนโยนกะระยะพลาด วัตถุชิ้นนั้นจึงลอยกระแทกเข้าที่หน้าผากของหญิงสาวอย่างจัง
บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบกริบไปชั่วขณะ เลขาฯ จางได้แต่ยกมือขึ้นลูบหน้าผากปอยๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างแล้วเอ่ยถามติดตลกขบขันว่าใครเป็นคนโยนไอ้เจ้านี่มา
ถึงแม้ว่าเธอจะชอบใช้กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิมากๆ และซาบซึ้งใจสุดๆ ที่มีคนอุตส่าห์ถักปลอกไหมพรมมาให้ด้วย แต่ขอร้องเถอะ คราวหน้าคราวหลังอย่าเอาของหนักๆ แบบนี้มาขว้างปาใส่กันอีกเลยนะ โยนมาซะหัวเธอปูดจนเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย
สิ้นเสียงหยอกล้อ รถยนต์ของเธอก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวห่างออกไปจนลับสายตา ผู้ใหญ่บ้านจึงทำหน้าที่เป็นแกนนำบอกให้ชาวบ้านแยกย้ายกันกลับไปทำงาน พร้อมกับกล่าวปลุกใจว่า ถึงตัวเลขาฯ จางจะจากไปแล้ว แต่เจตนารมณ์ความขยันขันแข็งของเธอยังคงอยู่ พวกเขาจะต้องช่วยกันรักษามาตรฐานและพัฒนาหมู่บ้านต่อไป เพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์ให้เธอประหลาดใจเมื่อเธอกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้ง
เวลาล่วงเลยผ่านไปสามปี เลขาฯ จางก็กลับมาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านชิงสุ่ยตามสัญญา
ทว่าการกลับมาครั้งนี้ เธอกลับควงแขนชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลามาด้วย ชายหนุ่มคนนี้มีบุคลิกเงียบขรึมพูดน้อย ทว่าท่าทางดูจริงใจและเป็นที่พึ่งพาได้ สายตาที่เขาทอดมองเลขาฯ จางนั้นเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและใส่ใจอยู่เสมอ
ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแฟนหนุ่มของเธอนั่นเอง ชายหนุ่มผู้นี้คือสายเทคตัวจริงเสียงจริง เรียนจบปีแรกก็สามารถออกแบบหุ่นยนต์สำหรับทำเกษตรกรรมได้สำเร็จ
พอเข้าปีที่สองก็พัฒนาระบบสังเกตการณ์ทางการเกษตรแบบควบคุมระยะไกลขึ้นมาได้อีก ประจวบเหมาะกับที่เลขาฯ จางยังคงคิดถึงและห่วงใยหมู่บ้านชิงสุ่ยอยู่เสมอ
เมื่อได้กลับมาเห็นพัฒนาการอันรุดหน้าและทัศนียภาพที่งดงามยิ่งกว่าเดิม เธอจึงเกิดไอเดียอยากจะผลักดันให้ที่นี่กลายเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมสาธิตแบบสมัยใหม่
การมาเยือนในครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้มามือเปล่า แต่ยังหนีบเอาหุ่นยนต์หมายเลขศูนย์ศูนย์สามมาสาธิตให้ชาวบ้านดูเป็นขวัญตา พร้อมกับขนอุปกรณ์และคอมพิวเตอร์ครบชุดมาติดตั้งระบบสังเกตการณ์ทางการเกษตรแบบควบคุมระยะไกลชุดแรกของหมู่บ้านชิงสุ่ย
ภายใต้ความร่วมมือจากชาวบ้าน ทันทีที่ระบบนี้เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ชาวบ้านก็สามารถนั่งจิบน้ำชาอยู่บ้าน และกดดูสถานะของแปลงเกษตรผ่านหน้าจอได้อย่างสบายใจเฉิบ ระบบจะรายงานผลแบบเรียลไทม์ ทั้งปริมาณการใส่ปุ๋ย ความชื้นในดิน ค่าความเป็นกรดด่าง ไปจนถึงความสุกงอมของผลไม้
หากระบบตรวจพบว่าดินแห้งเกินไป ก็สามารถสั่งเปิดระบบชลประทานเพื่อรดน้ำพืชผักได้ทันที หรือถ้ามีนกตัวไหนริอ่านจะบินมาจิกกินผลไม้ในสวน ระบบก็จะส่งเสียงเตือนสารพัดรูปแบบเพื่อไล่พวกมันไปให้พ้น
ส่วนเรื่องการใส่ปุ๋ยและพ่นยา ก็มีหุ่นยนต์และโดรนการเกษตรเข้ามาทำหน้าที่แทน สะดวกสบายและล้ำยุคสุดๆ
ด้วยความช่วยเหลือจากเลขาฯ จางและแฟนหนุ่ม หมู่บ้านชิงสุ่ยจึงโด่งดังเป็นพลุแตกอีกครั้งในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ทว่าทั้งคู่ก็ไม่สามารถปักหลักอยู่ที่นี่ได้นาน
หลินเสียงซึ่งรับราชการในสายงานเทคนิคของอำเภอ จึงได้รับมอบหมายจากเบื้องบนให้ลงพื้นที่มาศึกษาและจดบันทึกเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างจริงจัง
แม้เขาจะทำงานในสายเทคนิค ทว่าเมื่อนำไปเทียบชั้นกับแฟนหนุ่มของเลขาฯ จางที่สร้างนวัตกรรมขึ้นมาเองกับมือ ระดับความเชี่ยวชาญก็ยังถือว่าห่างชั้นกันอยู่มาก เพื่อให้สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างแท้จริง หลินเสียงจึงเปิดโหมดเรียนรู้อย่างบ้าคลั่ง วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่กับกองหนังสือ ศึกษาคู่มือและข้อมูลที่แฟนหนุ่มของเลขาฯ จางทิ้งไว้ให้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
หากมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคเกิดขึ้นในหมู่บ้าน เขาก็จะพุ่งตัวเข้าไปแก้ไขเป็นคนแรก พร้อมกับจดบันทึกปัญหาและวิธีแก้ไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เป็นคู่มือสำหรับชาวบ้านในการรับมือกับปัญหาในอนาคต
ความสำเร็จของหมู่บ้านชิงสุ่ยในฐานะหมู่บ้านสาธิตนั้นเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคน ส่งผลให้บรรดาลูกหลานที่เคยละทิ้งถิ่นฐานไปทำงานต่างเมือง ค่อยๆ ทยอยเก็บกระเป๋ากลับคืนสู่อ้อมอกบ้านเกิด ทั้งนักศึกษาจบใหม่ที่กลับมาสานฝันสร้างธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าที่กลับมาลงทุนพัฒนาบ้านเกิด ไปจนถึงคนทำงานที่อยากกลับมาพัฒนาชนบท
บัดนี้เมื่อพวกเขาออกไปเผชิญโลกภายนอก ทุกคนต่างก็สามารถยืดอกประกาศได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าพวกเขาคือชาวหมู่บ้านชิงสุ่ย เพราะในประเทศนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักกิตติศัพท์อันเลื่องลือของหมู่บ้านแห่งนี้อีกแล้ว
ทว่าความสำเร็จเพียงแค่นี้ยังไม่เพียงพอ ภายใต้การนำทัพของวัยรุ่นไฟแรงอย่างหลินอันซู ผนวกกับความขยันขันแข็งของชาวบ้าน พวกเขายังคงมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อสานต่อและสร้างสรรค์อนาคตที่เจิดจรัสยิ่งขึ้นให้กับหมู่บ้านชิงสุ่ยต่อไป
.
.
.
เสียงบ่นท้ายตอน
ในวันที่เลขาฯ จางและแฟนหนุ่มต้องเก็บกระเป๋าเดินทางกลับ ชาวบ้านก็ยังคงพร้อมใจกันมาตั้งแถวส่งเธอเหมือนเช่นเคย และธรรมเนียมการยัดเยียดของดีประจำหมู่บ้านใส่รถของเธอก็ยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด
ทว่าจุดพีกในครั้งนี้คือ ในจังหวะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัวออกไป จู่ๆ ก็มีไก่ตัวผู้ตัวเบ้อเริ่มลอยละลิ่วมาตกแหมะอยู่บนหัวของเลขาฯ จางพอดีเป๊ะ
ภาพหญิงสาวนั่งหน้าเหวอ ปนหวาดกลัว และแอบขำตัวเอง โดยมีไก่ตัวผู้ยืนกระพือปีกผงาดอยู่บนหัวด้วยสายตาที่หยิ่งยโสโอหังนั้น ถูกกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านจับภาพไว้ได้อย่างคมชัด
พอผู้ใหญ่บ้านเห็นคลิปนั้น ก็รีบสั่งให้หลินเสียงเซฟไฟล์มาแชร์ลงในแอปพลิเคชันแชตกลุ่มของหมู่บ้านทันที เมื่อชาวบ้านเปิดคลิปดู ต่างก็ขำก๊ากจนท้องแข็ง ก่อนจะพากันนำคลิปนั้นไปตัดต่อทำมีมและแชร์ลงโซเชียลมีเดียของตัวเองอย่างสนุกสนาน
ไม่นานนัก มีมรูปเลขาฯ จางทูนหัวไก่ก็กลายเป็นไวรัลโด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ ทันทีที่เจ้าตัวได้เห็นมีมหน้าตัวเอง
เธอก็ถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ยอมรับชะตากรรม เพราะเอาเข้าจริงๆ เธอเองก็แอบคิดเหมือนกันว่าสภาพตัวเองตอนนั้นมันโคตรจะตลกเลยนี่นา!