เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 ละครฉากเด็ดเริ่มขึ้นแล้ว

บทที่ 34 ละครฉากเด็ดเริ่มขึ้นแล้ว

บทที่ 34 ละครฉากเด็ดเริ่มขึ้นแล้ว


บทที่ 34 ละครฉากเด็ดเริ่มขึ้นแล้ว

"ที่แท้น้องชิงฉานก็มองข้าเป็นแบบนี้เอง..."

พูดตามตรง ในเวลานี้ภายในใจของเย่ฝานรู้สึกเจ็บปวดและอึดอัดมาก

จนแทบจะอยากโพล่งบอกระดับการฝึกฝนที่แท้จริงของตัวเองให้เย่ชิงฉานรู้เสียเดี๋ยวนี้เลย

แต่สุดท้าย เขาก็ต้องสะกดกลั้นเอาไว้

แม้ว่าเขาจะไม่ได้หวาดกลัวหลิงเซียว แต่ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ ก็ยังไม่สามารถต่อกรกับคุณชายจากเซิ่งโจวท่านนั้นได้

เช่นนี้แล้วจึงทำได้เพียงอดทนไปก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น บนแผ่นเหล็กที่เขาเพิ่งจะได้มา มีแผนที่โบราณวาดเอาไว้

หากเย่ฝานคาดเดาไม่ผิด สถานที่แห่งนั้นน่าจะเป็นดินแดนลับยุคโบราณ

เพียงแต่ข้างในนั้น จะมีโชคลาภวาสนาอะไรซ่อนอยู่ ในตอนนี้เขาก็ยังไม่แน่ใจ

แต่ที่แน่ๆ มันต้องไม่ใช่ของกระจอกๆ แน่นอน

สัญชาตญาณบอกเย่ฝานว่า เขาจะบรรลุวิถีแห่งเซียนได้หรือไม่ ดินแดนลับแห่งนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ประสบการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เขามีความคิดความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่เกินวัย

ดังนั้น โชคชะตาของเขาจะไม่ยอมให้เขาถูกเล่นงานจนตายง่ายๆ เหมือนอย่างฉู่หยางอย่างแน่นอน

แต่เขาจะเปล่งประกายแสงสว่างและความร้อนแรงอย่างถึงที่สุด ก่อนที่จะถูกหลิงเซียวเล่นงานจนตาย!

"ท่านพี่? ท่านพี่เย่ฝาน?"

เย่ชิงฉานมองดูเย่ฝานที่เอาแต่ยืนเหม่อด้วยความรู้สึกกังวลอยู่บ้าง

ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือเปล่า แต่นางรู้สึกว่าเย่ฝานในตอนนี้ ทำให้นางมองไม่ออกเลยจริงๆ

"หา? ชิงฉาน เจ้าพูดว่าอะไรนะ?"

เย่ฝานได้สติกลับมา รีบปั้นรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาอีกครั้ง

"ข้าบอกว่า จะให้คุณชายหลิงเซียวช่วยตรวจดูเส้นชีพจรของท่านหน่อยดีไหมเจ้าคะ ว่ามันเป็นอะไรกันแน่? ก่อนหน้านี้พิษในตัวข้า คุณชายหลิงเซียวก็เป็นคนช่วยรักษาให้นะเจ้าคะ"

ในขณะที่พูด ใบหน้าของเย่ชิงฉานก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด

และท่าทีนี้เอง ก็ยิ่งทำให้เย่ฝานรู้สึกอัปยศอดสูอย่างหนัก

"ไม่จำเป็นหรอก เรื่องของข้า ไม่รบกวนให้น้องหญิงต้องมาลำบากหรอก"

เย่ฝานปรายตามองเย่ชิงฉานอย่างเย็นชา ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในกระท่อมหญ้า

"หากน้องหญิงไม่มีธุระอะไร ก็กลับไปเถอะ ข้าจะพักผ่อนแล้ว"

"ท่านพี่เย่ฝาน..."

เย่ชิงฉานมองตามแผ่นหลังของเย่ฝานด้วยความงุนงง คิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าทำไมจู่ๆ ท่านพี่ผู้นี้ถึงได้โกรธขึ้นมา?

"เย่ชิงฉาน!! ไม่ช้าก็เร็ว เจ้าจะต้องเป็นของข้า!! เป็นของข้าคนเดียวเท่านั้น!!"

เย่ฝานพิงประตูห้อง กำหมัดแน่น ภายในดวงตาค่อยๆ ปรากฏแสงสีดำทะมึน ซึ่งแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันลึกลับและชั่วร้าย

"คุณชายเย่ฝานอยู่ไหมเจ้าคะ?"

แต่ทว่า ในตอนที่แสงสีดำในดวงตาของเขากำลังจะแผ่ซ่านออกมาจนถึงขีดสุด นอกลานเล็กๆ กลับมีเสียงหวานใสและไพเราะของอิสตรีดังขึ้น

"หืม? ใครน่ะ?"

เมื่อเย่ชิงฉานกลับมาถึงเรือนพักของหลิงเซียว สีหน้าของนางก็ดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

"เป็นอะไรไป?"

หลิงเซียวปรายตามองนางอย่างมีเลศนัย มุมปากปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าทำไมเย่ชิงฉานถึงอารมณ์ไม่ดี ก็คงหนีไม่พ้นทะเลาะกับเย่ฝานมาแน่ๆ

ระบบแจ้งเตือนมาตั้งหลายครั้งแล้วนี่นา

ประจวบเหมาะกับที่เฟิ่งเจียวเอ๋อร์เป็นฝ่ายไปส่งมอบความอบอุ่นให้ถึงที่ ย่อมต้องทำให้เย่ฝานรู้สึกซาบซึ้งใจได้อย่างแน่นอน

เข้าแผนพอดี!

"คุณชาย ท่านว่า... คนเราจะเปลี่ยนไปได้หรือเปล่าเจ้าคะ?"

เย่ชิงฉานทำปากยื่น นั่งลงตรงหน้าหลิงเซียว ภายในดวงตาแฝงไว้ด้วยความน้อยใจ

นางก็แค่อยากจะหวังดี ให้หลิงเซียวช่วยตรวจดูเส้นชีพจรของเย่ฝานให้เท่านั้น

ใครจะรู้ว่านอกจากตาบื้อนั่นจะไม่เห็นค่าแล้ว ยังไล่นางออกมาอีก ช่างน่าโมโหจริงๆ

"เปลี่ยนสิ สิ่งเดียวบนโลกใบนี้ที่จะไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือความเปลี่ยนแปลงนี่แหละ"

หลิงเซียวเอ่ยคำพูดที่มีความหมายลึกซึ้งออกมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเย่ชิงฉานไม่ค่อยจะเข้าใจนัก

"ฮึ่ม ข้าก็แค่อยากจะหวังดี ให้ท่านช่วยเขาแท้ๆ ทำไมเขาต้องโกรธด้วยล่ะเจ้าคะ แย่จริงๆ"

"เย่ฝานน่ะหรือ? โกรธแล้วงั้นหรือ?"

หลิงเซียวมองอย่างขบขัน ยัยหนูคนนี้ ปกติก็ฉลาดเป็นกรดแท้ๆ แต่ทำไมครั้งนี้ถึงได้ซื่อบื้อนักนะ

สายตาที่เย่ฝานมองเย่ชิงฉานนั้น ใครที่มีตาต่างก็มองออกกันทั้งนั้น

แต่ยัยหนูนี่กลับคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความรักความผูกพันระหว่างลูกพี่ลูกน้องตามปกติ

แบบนี้แล้วจะไม่ให้อีกฝ่ายโกรธได้อย่างไร?

ก็แหงล่ะ เป็นถึงบุตรแห่งสวรรค์ทั้งที

อยากได้อะไร ก็มีแต่คนเอามาประเคนให้ถึงที่อยู่แล้ว

"ชิงฉาน เจ้าไม่คิดหรือว่าท่านพี่ของเจ้าคนนี้ แตกต่างจากเมื่อก่อนไปมาก?"

หลิงเซียวหยิบจอกสุราบนโต๊ะขึ้นมา แล้วกระดกพรวดเดียวจนหมด

ในเวลานี้ เขาไม่ได้มองเย่ชิงฉาน แสร้งทำเป็นเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ

"แตกต่างจากเมื่อก่อนหรือเจ้าคะ? คุณชาย ท่านไม่พูดข้าก็ลืมไปเลย เมื่อครู่นี้ตอนที่ข้ายืนอยู่ข้างท่านพี่เย่ฝาน จู่ๆ ข้าก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บสายหนึ่ง แต่... เขาไม่มีระดับการฝึกฝนนี่นาเจ้าคะ"

เย่ชิงฉานแสดงท่าทางสับสน โดยปกติแล้ว ความรู้สึกหนาวเหน็บเช่นนี้ มักจะเกิดจากการถูกพลังฝึกฝนกดข่ม หรือไม่ก็เกิดจากความหวาดกลัวเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่า

แต่เย่ฝานไม่สามารถสัมผัสพลังวิญญาณได้ด้วยซ้ำ แล้วจะทำให้รู้สึกหวาดกลัวได้อย่างไร

"ความหนาวเหน็บงั้นหรือ?"

บนใบหน้าของหลิงเซียวพลันมีความอยากรู้อยากเห็นปรากฏขึ้น

บนตัวเย่ชิงฉาน มีของวิเศษระดับเสินชี่อย่างเตาหลอมไท่สวีที่เขามอบให้อยู่

หากเป็นของวิเศษทั่วไป กลิ่นอายของมันย่อมไม่มีทางกดข่มเตาหลอมไท่สวีได้อย่างแน่นอน

ถ้าเช่นนั้น ของวิเศษที่อยู่กับเย่ฝาน อย่างน้อยก็ต้องเป็นของที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าของวิเศษระดับเสินชี่แน่ๆ

"น่าสนใจดีแฮะ"

แค่เสินชี่ระดับต่ำ หลิงเซียวย่อมไม่ได้ใส่ใจหรอก

แต่ถ้าเป็นเสินชี่ระดับสุดยอด หรือแม้กระทั่งของวิเศษระดับเต๋าชี่ล่ะก็ ต่อให้อยู่ในเซิ่งโจว มันก็คือของล้ำค่าที่หาดูได้ยากเช่นกัน

"ก็ต้องมาดูกันล่ะ ว่าเฟิ่งเจียวเอ๋อร์จะสามารถนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์กลับมาให้ข้าได้หรือเปล่า..."

หลิงเซียวปรายตามองจอกสุราที่ว่างเปล่าของตัวเอง เย่ชิงฉานก็รีบรินสุราให้เขาอย่างรู้หน้าที่ ความเศร้าสร้อยบนใบหน้าของนาง ดูเหมือนจะไม่ชัดเจนเท่ากับก่อนหน้านี้แล้ว

ท้ายที่สุด เย่ฝานก็เป็นเพียงแค่คนที่ไม่ค่อยสำคัญอะไรในเส้นทางแห่งเซียนของนาง ยังห่างไกลจากการที่จะส่งผลกระทบต่อจิตใจแห่งเต๋าของนางได้

แต่การที่ท่าทีของเขาเปลี่ยนไป ก็ทำให้นางรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อยก็เท่านั้น

ทางด้านนี้

เฟิ่งเจียวเอ๋อร์กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของเย่ฝาน บนใบหน้างดงามมีคราบน้ำตาปรากฏให้เห็นจางๆ

"ถ้าอย่างนั้น การที่เจ้ามาถอนหมั้นในตอนนั้น ก็เป็นเพราะถูกท่านอาจารย์บังคับงั้นหรือ?"

เย่ฝานขมวดคิ้ว คล้ายกับยังไม่ปักใจเชื่อ

"หากท่านอาจารย์ไม่บังคับ มีหรือข้าจะตัดใจล้มเลิกสัญญาหมั้นหมายสิบปีของเราได้ลงคอ? ท่านพี่เย่ฝาน หรือท่านลืมไปแล้วว่าตอนเด็กๆ พวกเราอยู่ด้วยกันมีความสุขมากแค่ไหน?"

เรื่องนี้เย่ฝานปฏิเสธไม่ได้เลย

ตอนที่ตระกูลทั้งสองตกลงหมั้นหมายกัน เฟิ่งเจียวเอ๋อร์มักจะวิ่งมาหาเขาอยู่บ่อยๆ จริงๆ

เพียงแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ในเวลานั้นตระกูลเฟิ่งเป็นเพียงตระกูลชั้นปลายแถวในเมืองชิงเฟิงเท่านั้น

อุตส่าห์เกาะต้นขาใหญ่ของตระกูลเย่ได้แล้ว มีหรือจะยอมปล่อยไปง่ายๆ

เย่ฝานเกิดมามีเส้นชีพจรพิการก็จริง แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นถึงนายน้อยตระกูลเย่

ในตอนที่ท่านปู่ตระกูลเย่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านปู่ก็รักและเอ็นดูเขามากเสียด้วย

"แล้ววันนี้เจ้ามาหาข้า มีธุระอะไร?"

เย่ฝานมองดูความเศร้าโศกในดวงตาของเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ จู่ๆ ภายในใจก็มีเพลิงไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ในเวลานี้ เขาแทบจะอยากดึงสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเชียนเม่ยผู้นี้เข้ามากอด แล้วปลอบประโลมนางอย่างอ่อนโยนเสียเหลือเกิน

ไม่ใช่ว่าเย่ฝานเกิดลุ่มหลงในตัณหา แต่เป็นเพราะเฟิ่งเจียวเอ๋อร์กำลังแอบใช้เคล็ดวิชาเสน่ห์อยู่นั่นเอง

โดยเฉพาะวิชาเสน่ห์ที่ใช้ความน่าสงสารเข้าครอบงำจิตใจเช่นนี้ คนทั่วไปยากที่จะต้านทานได้

"ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอให้ท่านพี่เย่ฝานให้อภัยข้าหรอกนะเจ้าคะ แต่เป็นเพราะพอได้เจอหน้าท่านพี่ ข้าก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน"

เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ยกมือขึ้นปิดหน้าร่ำไห้ น้ำตาไหลรินจนชุ่มเสื้อบริเวณหน้าอก

"ข้ารู้ ว่านี่คือเวรกรรมของข้า เดิมทีข้าตั้งใจไว้ว่า รอให้การฝึกฝนของข้าแข็งแกร่งขึ้น ข้าก็จะลงเขามาตามหาท่านพี่เย่ฝาน แต่ใครจะไปคิดว่า ท่านอาจารย์จะใจจืดใจดำถึงเพียงนี้ ถึงกับ... ถึงกับยกข้าให้เป็นสาวใช้ของหลิงเซียว... ฮือๆ"

ยิ่งพูดยิ่งเศร้า สุดท้ายเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ถึงกับปล่อยโฮออกมา

หัวใจของเย่ฝานสั่นสะท้าน ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่เฟิ่งเจียวเอ๋อร์พูดมาน่าจะเป็นความจริง

มิเช่นนั้น นางจะมาเสแสร้งแกล้งทำต่อหน้าเขาไปเพื่ออะไรล่ะ?

ท้ายที่สุดแล้ว เย่ฝานก็มั่นใจว่าเขาซ่อนตัวได้มิดชิดพอ ย่อมไม่มีใครล่วงรู้ความลับบนตัวเขาอย่างแน่นอน

และคนไร้ค่าผู้หนึ่ง มีค่าอะไรให้สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเชียนเม่ยต้องมาวางแผนหลอกลวงด้วยล่ะ?

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 34 ละครฉากเด็ดเริ่มขึ้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว