เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง

บทที่ 33 ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง

บทที่ 33 ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง


บทที่ 33 ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง

"เบาๆ หน่อยงั้นหรือ?"

หลิงเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายของเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ในทันที

"ตอนนี้ข้ามีเรื่องหนึ่ง อยากจะให้เจ้าไปทำ"

"คุณชาย... ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"

เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวหลิงเซียว ไม่รอให้เขาเอ่ยห้าม นางก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก

"ไม่ใช่เรื่องนี้..."

แม้ว่าในตอนนี้หลิงเซียวก็อยากจะลิ้มลองรสชาติของสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเชียนเม่ยดูสักครั้ง แต่เห็นได้ชัดว่าโชคลาภวาสนาที่กำลังรออยู่สำคัญกว่ามาก

โดยเฉพาะการฉวยโอกาสตอนที่เย่ชิงฉานไม่อยู่ เขาต้องรีบสั่งความเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ให้เรียบร้อย

"อื้อ~"

เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ไหนเลยจะสนว่าหลิงเซียวหมายถึงเรื่องอะไร ในตอนนี้นางเริ่มครางเครือในลำคออย่างห้ามไม่อยู่แล้ว

"เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ ข้าต้องการให้เจ้าไปยั่วยวนเย่ฝาน"

หลิงเซียวพยายามข่มอารมณ์ความต้องการที่พุ่งพล่านอยู่ในใจ เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเสียหน่อย แถมเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ผู้นี้ก็งดงามยั่วยวนไม่เบา

ยิ่งเอวคอดกิ่วที่บิดส่ายไปมานั้น ทำเอาเขาแทบคลั่งตายอยู่แล้ว!

"ยั่วยวน... เย่ฝานงั้นหรือเจ้าคะ?"

ท่าทีเย้ายวนบนใบหน้าของเฟิ่งเจียวเอ๋อร์แข็งค้างไปทันที ก่อนจะมองหลิงเซียวด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

คุณชายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?

หรือว่ากำลังทดสอบนางอยู่?

มิเช่นนั้น ทำไมถึงให้นางไปยั่วยวนคนไร้ค่าพรรค์นั้นด้วย?

"เย่ฝานผู้นี้มีเรื่องปิดบังอยู่ ข้าอยากให้เจ้าไปสืบดูให้รู้เรื่อง เจ้าทำได้หรือไม่?"

สีหน้าของหลิงเซียวเริ่มจริงจังขึ้นมา

ต้องรู้สาเหตุก่อน ถึงจะแก้ปัญหาได้ถูกจุด

หากเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเย่ฝานมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่ แล้วเขาจะวางแผนขั้นต่อไปได้อย่างไรล่ะ?

ยิ่งไปกว่านั้น เย่ฝานผู้นี้มีนิสัยระแวดระวังตัว หากไม่กระตุ้นเขาสักหน่อย เกรงว่าคงยากที่จะหลอกให้เขาเผยไพ่ตายออกมาได้

หากให้เย่ชิงฉานไปทำย่อมเหมาะสมที่สุด แต่หลิงเซียวชั่งใจดูแล้ว ก็ยังรู้สึกทำใจไม่ได้อยู่ดี

ส่วนเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ อย่างมากก็เป็นได้แค่ของเล่นของเขา ให้นางไปยั่วยวนเย่ฝาน ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ไม่มีผลกระทบอะไร

แน่นอน ด้วยค่าชะตาสวรรค์ของหลิงเซียวในตอนนี้ การจะบดขยี้เย่ฝานให้ตายคามือ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องถูกวิถีสวรรค์เล่นงานแต่อย่างใด

ต่อให้เย่ฝานจะมีโชคลาภวาสนาระดับทงเทียนอยู่ในมือ ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถต่อกรกับหลิงเซียวได้หรอก

แต่มาแต่โบราณกาล พวกตัวร้ายมักจะตายเพราะความประมาทเสมอ

เย่ฝานผู้นี้ซ่อนตัวได้มิดชิดเกินไป สุนัขที่ไม่เห่านี่แหละที่อันตรายที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังหวังจะให้เย่ฝานเป็นคนนำทางไปหาโชคลาภวาสนานั่นอีกด้วย ขืนชิงฆ่าทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้ มันจะไปสนุกอะไรล่ะ

"คุณ... คุณชาย ข้ากับเย่ฝานตัดขาดความสัมพันธ์กันไปนานแล้วนะเจ้าคะ ข้า..."

"เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้กำลังทดสอบเจ้าหรอก เย่ฝานผู้นี้ไม่ธรรมดา เจ้าแค่ไปสืบดูความลับของเขา หากทำสำเร็จ ข้าจะมอบเสินชี่ให้เจ้าชิ้นหนึ่ง"

หลิงเซียวย่อมรู้ดีว่าเฟิ่งเจียวเอ๋อร์กำลังกังวลเรื่องอะไร จึงเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้าย

"เจ้าคงจะทำได้ใช่ไหม?"

"อื้อ~"

ร่างอ้อนแอ้นของเฟิ่งเจียวเอ๋อร์สั่นสะท้าน บิดส่ายเรือนร่างอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น

"คุณชายวางใจเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะต้องทำให้เย่ฝานผู้นั้นยอมสยบแทบเท้าอย่างแน่นอน"

"ไม่ๆ ประเดี๋ยวพอไปถึง เจ้าก็โยนความผิดทั้งหมดมาให้ข้า ทำให้เขาเชื่อใจเจ้า... แล้วหลังจากนั้น..."

หลิงเซียวกระซิบข้างหูเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดทำให้ใบหน้าของนางแดงซ่าน ร่างกายร้อนผ่าวไปหมด

"คุณชาย... ไม่สู้พวกเรามาทำเรื่องสนุกๆ กันก่อนดีไหมเจ้าคะ..."

ทางด้านเย่ชิงฉาน หลังจากที่เดินออกจากเรือนพักของหลิงเซียวแล้ว นางก็มุ่งหน้าไปยังลานเล็กๆ ของเย่ฝานทันที

ตั้งแต่เด็กจนโต เย่ฝานอาศัยอยู่ในลานเล็กๆ อันห่างไกล ซึ่งถูกตัดขาดจากโถงใหญ่ของตระกูลเย่แห่งนี้มาโดยตลอด เขาถูกคนทั้งตระกูลเย่กีดกันและเมินเฉย

"ท่านพี่เย่ฝาน"

เย่ชิงฉานยืนอยู่หน้าลาน ส่งเสียงเรียกเบาๆ

"หืม? น้องชิงฉาน!"

ภายในกระท่อมหญ้ากลางลาน รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเย่ฝานทันที เขารีบเก็บแผ่นเหล็กสองชิ้นที่ประกบเข้าหากันจนสนิทลงในถุงเฉียนคุน แล้วหันหลังเดินออกไปนอกห้อง

"ชิงฉาน"

เย่ฝานเปิดประตูรั้วออก มองดูหญิงสาวผู้งดงามที่มาพร้อมรอยยิ้ม ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความหลงใหล

"ท่านพี่เย่ฝาน ท่านจะไม่เชิญข้าเข้าไปนั่งข้างในหน่อยหรือเจ้าคะ?"

เย่ชิงฉานยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะเบาๆ ท่านพี่ผู้นี้ ยังคงซื่อบื้อเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด

แม้ว่าเขาจะเกิดมาพร้อมเส้นชีพจรพิการ ไม่สามารถฝึกฝนวิถีแห่งเซียนได้ แต่เขาก็มีจิตใจที่มุ่งมั่นและไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ

จุดนี้นี่แหละ ที่ดึงดูดความสนใจของเย่ชิงฉานได้ไม่น้อย

"ชิงฉาน รีบเข้ามาสิ!"

เย่ฝานเอื้อมมือไปคว้ามือของเย่ชิงฉานโดยสัญชาตญาณ แต่กลับถูกนางเบี่ยงตัวหลบอย่างเป็นธรรมชาติ

ใบหน้าของเย่ฝานแข็งค้างไป ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา "ชิงฉานโตเป็นสาวแล้วสินะ"

แต่พอหันหน้าหนี ภายในดวงตาของเขาก็มีแววตาเย็นชาวาบผ่าน

ต่อให้เขาจะไม่อยากเชื่อแค่ไหน แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความเหินห่างที่เย่ชิงฉานมีต่อเขา

ต้องรู้ก่อนว่า ตอนเด็กๆ พวกเขาสองคนมักจะจับมือกันไปเที่ยวเล่นนอกเมืองอยู่บ่อยๆ เชียวนะ

"ท่านพี่เย่ฝาน ท่านยังพักอยู่ที่นี่คนเดียวหรือเจ้าคะ?"

เย่ชิงฉานเดินเข้าไปในลานกว้าง มองดูกระท่อมหญ้าที่ดูทรุดโทรมและซอมซ่อตรงหน้า ก็รู้สึกปวดใจอยู่บ้าง

"ใช่แล้วล่ะ ข้าอยู่ที่นี่มาตลอดเลย ชิงฉาน เจ้ายังจำได้ไหม? ครั้งนั้นก็ที่นี่แหละ ที่เจ้าออกโรงปกป้องข้า ชักกระบี่ทำร้ายเย่เซิ่งจนบาดเจ็บ แล้วก็ถูกท่านอาสามด่าไปชุดใหญ่เลย"

ภายในดวงตาของเย่ฝานแฝงไว้ด้วยความรำลึกถึงความหลัง

เพราะกระบี่เล่มนั้นนั่นแหละ ที่ทำให้เขายอมทนอยู่ในตระกูลเย่อย่างอดสูมาจนถึงทุกวันนี้

เป้าหมาย ย่อมเพื่อให้ได้มองเห็นเย่ชิงฉานมากขึ้นอีกสักนิด

มิเช่นนั้น...

ตระกูลเย่ที่ต่ำต้อยนี้ จะมีอะไรให้เขาต้องอาลัยอาวรณ์อยู่อีกเล่า?

"ตอนนั้นท่านพี่เย่เซิ่งกร่างเกินไป ข้าทนดูไม่ได้น่ะเจ้าค่ะ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่านิสัยของเขาจะเปลี่ยนไปมากเลยนะเจ้าคะ ท่านพี่เย่ฝาน ช่วงนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ยังคงสัมผัสพลังวิญญาณไม่ได้เลยงั้นหรือเจ้าคะ?"

เย่ชิงฉานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คล้ายกับไม่ได้รู้สึกว่าความทรงจำในอดีตนั้นมันสลักลึกอะไรมากมาย

"ข้า..."

อันที่จริงเย่ฝานอยากจะบอกระดับการฝึกฝนในตอนนี้ให้เย่ชิงฉานรู้ใจจะขาด

แต่พอเห็นท่าทีของลูกพี่ลูกน้องในเวลานี้ เขาก็ลังเลขึ้นมา

ไพ่ตายของเขา จะเปิดเผยออกมาง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากยอดฝีมือมากมายให้มาหมายปองอย่างแน่นอน

หากเย่ชิงฉานยังคงมีใจตรงกันกับเขาเหมือนเมื่อก่อน เขาก็คงจะไม่มีอะไรปิดบังนาง

แต่ตอนนี้...

"ชิงฉาน ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้เจ้าติดตามอยู่ข้างกายหลิงเซียวอะไรนั่น ในฐานะสาวใช้คนหนึ่งงั้นหรือ?"

เย่ฝานยกน้ำชามาให้ จงใจเอ่ยหยั่งเชิงเย่ชิงฉาน

"อืม คุณชายสูงส่งส่งราวกับเทพสวรรค์ การได้เป็นสาวใช้ติดตามอยู่ข้างกายเขา ข้าก็พอใจมากแล้วล่ะเจ้าค่ะ"

เย่ชิงฉานก้มหน้ายิ้มบางๆ บนใบหน้ากลับมีความขวยเขินปรากฏขึ้น

ส่วนเย่ฝานก็กำหมัดแน่นจนแทบห้ามใจไม่อยู่ ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา

"ชิงฉาน ด้วยรูปโฉมงดงามของเจ้า เจ้าควรจะได้โบยบินดุจพญาหงส์อยู่บนท้องฟ้าสิ แล้วจะยอมลดตัวไปเป็นสาวใช้ให้คนอื่นได้อย่างไร? หลิงเซียวนั่นบังคับขู่เข็ญเจ้า หรือว่ามันหลอกลวงอะไรเจ้ากันแน่?"

ในสายตาของเย่ฝาน หลิงเซียวแม้จะมาจากเซิ่งโจว แต่ฐานะก็คงงั้นๆ แหละ

ท่านแม่ของเขาก็มาจากเซิ่งโจวเช่นเดียวกัน แถมยังทิ้งของวิเศษระดับทงเทียนเอาไว้ให้เขาด้วย

ดังนั้น ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็จะได้ไปเยียบที่นั่น สร้างชื่อเสียงให้ระบือไกล รับท่านแม่กลับมา และฆ่าศัตรูทุกคนให้สิ้นซาก

"ท่านพี่เย่ฝาน? ท่าน... ท่านคิดอะไรของท่านอยู่เจ้าคะ?"

เย่ชิงฉานชะงักไปเล็กน้อย โดยเฉพาะจิตสังหารในดวงตาของเย่ฝานในเวลานี้ ยิ่งทำให้ในใจนางเกิดความรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก

"คุณชายดีกับข้ามากเจ้าค่ะ แต่ท่านพี่ต่างหาก ที่เอาแต่ไม่รู้จักพัฒนาตัวเองอยู่แบบนี้ แล้วต่อไปจะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ? ไม่สู้... ให้ข้าไปขอร้องคุณชาย เผื่อว่าเขาจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเส้นชีพจรพิการของท่านได้ดีไหมเจ้าคะ?"

"ไม่รู้จักพัฒนาตัวเองงั้นหรือ?"

เย่ฝานชะงักงันไปในทันที ใบหน้าที่เคยดูอ่อนโยน กลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาในพริบตา

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 33 ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว