- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 21 เวลาสามวัน
บทที่ 21 เวลาสามวัน
บทที่ 21 เวลาสามวัน
บทที่ 21 เวลาสามวัน
"โอ้? ชิงฉาน เจ้าคิดว่า... ของขวัญชิ้นนี้ สมควรรับไว้หรือไม่ล่ะ?"
หลิงเซียวหันไปมองเย่ชิงฉานอีกครั้ง ท่าทางของเขาราวกับว่าความชอบทั้งหมดของตน ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้หญิงคนนี้
แน่นอนว่า การที่หลิงเซียวทำเช่นนี้ ย่อมมีเหตุผลของตัวเอง
หากต้องการพิชิตใจผู้หญิงสักคนอย่างราบคาบ นอกจากการแกล้งปล่อยเพื่อจับแล้ว ยังต้องมอบความรู้สึกปลอดภัยให้นางอย่างเพียงพอด้วย
ต้องทำให้นางรู้สึกว่า... เขาต้องการนาง
ยามนี้เย่ชิงฉานได้แสดงท่าทียอมสยบออกมาแล้ว ขอเพียงแค่ใช้ลูกไม้อีกเล็กน้อย ก็จะสามารถครอบครองนางได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
"เอ๊ะ? คุณชาย... แล้วแต่คุณชายจะตัดสินใจเลยเจ้าค่ะ"
ใบหน้างดงามของเย่ชิงฉานแดงระเรื่อ โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาอาฆาตมาดร้ายของบรรดาสตรีศักดิ์สิทธิ์และองค์หญิงที่อยู่ตีนเขา ภายในใจของนางกลับรู้สึกหวานล้ำอย่างบอกไม่ถูก
หญิงผู้น้อยไร้ความสามารถ โชคดีที่ได้รับความโปรดปรานจากคุณชาย ไม่มีสิ่งใดจะตอบแทน คงทำได้เพียง... พลีกายถวายชีวิตให้แล้ว
"ติ๊ด ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับความหลงใหลจากเย่ชิงฉาน ค่าชะตาสวรรค์เพิ่มขึ้นห้าสิบแต้ม"
'เป็นอย่างที่คิด ผู้หญิงโง่คนนี้ เริ่มหลงใหลในตัวข้าจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วสินะ'
เพียงแต่ไม่รู้ว่า หลังจากนางปลุกความทรงจำขึ้นมาได้ จะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหนกันนะ
'ช่างเถอะๆ'
ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน ผู้หญิงในโลกใบนี้ จะมีใครหนีรอดเงื้อมมือของเขาไปได้เชียวหรือ?
หลิงเซียวส่ายหน้า ส่งยิ้มอันอ่อนโยนไปให้สตรีผู้เย่อหยิ่งจากสำนักแห่งหนึ่งที่หน้าตาพอใช้ได้ในหมู่ฝูงชนอย่างลวกๆ
"กรี๊ด!!!!"
เพียงเห็นหญิงสาวผู้นั้นมีสีหน้าชะงักงัน จากนั้นก็กรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ แล้วสลบเหมือดไปในทันที
"นังคนไม่เอาถ่าน!! ยังไม่รีบตื่นขึ้นมาอีก!"
หญิงชราผมขาวที่อยู่ข้างๆ นางร้อนรนขึ้นมาทันที รีบกรอกทั้งโอสถและพลังวิญญาณเข้าไปในปากของหญิงสาวผู้นั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย
'อุตส่าห์ที่คุณชายหลิงเซียวอุตส่าห์ปรายตามองเจ้าแท้ๆ ทำไมเจ้าถึงได้ทำตัวเหมือนสุนัขไร้ค่าแบบนี้ ถึงกับสลบไปเลยงั้นหรือ!'
"แล้วพวกเจ้าล่ะ? คิดแบบเดียวกันหรือเปล่า? อยากได้โอกาสถวายของกำนัลอย่างยุติธรรมงั้นหรือ?"
หลิงเซียวแย้มยิ้ม 'เป็นตัวร้ายนี่มันสะใจจริงๆ แฮะ'
หยอกล้อสาวงามได้ตามใจชอบ แถมยังได้ผลทุกครั้งเสียด้วย
หากเป็นบุตรแห่งสวรรค์ ไม่เพียงแต่จะต้องแสร้งทำเป็นวิญญูชนผู้สงวนท่าทีตลอดเวลา แต่ยังต้องรักเดียวใจเดียวอีกต่างหาก
มิเช่นนั้น หากไปพัวพันกับอิสตรีเข้า ก็จะต้องถูกคนก่นด่าจนไม่มีชิ้นดี
"คุณชาย! สำนักโบราณเซวียนหยวนของข้า ขอมอบเสินชี่ค้อนทะลวงฟ้าหนึ่งด้าม หวังว่าคุณชายจะโปรดปราน!"
"คุณชาย ราชวงศ์ต้าฮ่วนของข้า ขอมอบยันต์ศักดิ์สิทธิ์เพลิงเทวะหนึ่งแผ่น หวังว่าคุณชายจะเมตตา!"
"คุณชาย ข้า..."
"คุณชาย... สำนักเชียนเม่ยของข้า ขอมอบสตรีศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ ยินดีให้เป็นสาวใช้คนสนิทของคุณชายเจ้าค่ะ"
"มารดามันเถอะ!"
บรรดายอดฝีมือจากขุมกำลังหลายแห่งหันขวับไปมองสตรีวัยกลางคนผู้เลอโฉมที่เอ่ยปากเป็นคนสุดท้ายทันที ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
แต่ถึงจะดูแคลนก็เถอะ หลายคนก็เริ่มนึกเสียใจ ว่าทำไมตัวเองถึงคิดไม่ได้กันนะ?
คุณชายหลิงเซียวผู้นี้ แม้รูปโฉมจะหล่อเหลาดุจเซียนสวรรค์ แต่กลับโปรดปรานเย่ชิงฉานเป็นพิเศษ
การกระทำของสำนักเชียนเม่ยในครั้งนี้ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการเอาใจอย่างแท้จริง!
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนผิดหวังก็คือ หลิงเซียวรับของขวัญทั้งหมดเอาไว้ แต่พอหันกลับมา เขาก็มอบพวกมันทั้งหมดให้กับเย่ชิงฉานเสียอย่างนั้น
เห็นได้ชัดว่า สถานะของเย่ชิงฉานในใจเขานั้น... ไม่อาจสั่นคลอนได้เลย!
"สำนักเชียนเม่ยงั้นหรือ?"
หลิงเซียมองดูเด็กสาวในชุดเปิดเผยที่อยู่ข้างกาย มุมปากปรากฏรอยยิ้ม
เด็กสาวที่ชื่อว่าเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ผู้นี้ ตรงหน้าก็งดงามมากจริงๆ แถมทั่วทั้งร่างยังแผ่กลิ่นอายยั่วยวนออกมาอีกด้วย
แม้รูปโฉมของนางจะไม่โดดเด่นเหนือโลกีย์เหมือนเย่ชิงฉาน แต่สำหรับผู้ชายแล้ว นางกลับมีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่า
"ฮึ่ม!"
เย่ชิงฉานยืนอยู่ข้างหลังหลิงเซียว ขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ
หลิงเซียวหันไปมองนางด้วยความสนใจ แล้วส่ายหน้าเบาๆ
"ชิงฉาน เจ้าไม่พอใจงั้นหรือ?"
"ชิงฉานมิกล้าเจ้าค่ะ"
เย่ชิงฉานก้มหน้าลง เห็นได้ชัดว่ากำลังหึงหวง แต่กลับไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าหลิงเซียว
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ก็เม้มปากหัวเราะเบาๆ ก้าวเดินอย่างแช่มช้อยเข้าไปหาหลิงเซียว "ผู้น้อยเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ ต่อจากนี้ไป... ก็เป็นทาสรับใช้ของคุณชายแล้วเจ้าค่ะ คุณชายอยากให้เจียวเอ๋อร์ทำสิ่งใด เจียวเอ๋อร์ก็จะทำสิ่งนั้นเจ้าค่ะ"
"โอ้? ว่านอนสอนง่ายขนาดนี้เลยหรือ? ได้สิ งั้นเจ้าก็ไปติดตามชิงฉาน คอยเป็นสาวใช้ให้นางเรียกใช้งานก็แล้วกัน"
หลิงเซียวแย้มยิ้มบางๆ ยังไม่ทันที่เฟิ่งเจียวเอ๋อร์จะได้ตอบสนอง เขาก็หันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังโถงใหญ่บนยอดเขาเสียแล้ว
สตรีที่ไร้ซึ่งโชคชะตาสวรรค์ สำหรับเขาแล้ว มันไม่มีค่าอะไรเลยแม้แต่น้อย ก็เป็นแค่เครื่องมือที่พร้อมจะโยนทิ้งได้ทุกเมื่อเท่านั้นแหละ
ท้ายที่สุดแล้ว ข้างกายตัวร้าย ก็มักจะต้องมีพวกตัวประกอบที่เอาไว้เป็นที่รับกระสุนสักสองสามคน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันนี่นา
"ประมุขสำนักทั้งหลาย เชิญไปหารือกันในโถงใหญ่เถิด"
"คุณ... คุณชาย!!"
เฟิ่งเจียวเอ๋อร์มองดูรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของเย่ชิงฉาน กระทืบเท้าด้วยความขัดใจ แต่สุดท้ายก็เดินตามหลังคนทั้งสองไปอย่างกระชั้นชิด
'ฮึ่ม ขอเพียงแค่ได้อยู่ข้างกายคุณชาย ยังต้องกลัวว่าจะไม่มีโอกาสอีกหรือ? ท่านอาจารย์บอกว่าพวกตระกูลโบราณในเซิ่งโจวพวกนี้ ให้ความสำคัญกับการสืบทอดทายาทมากที่สุด ขอเพียงแค่ข้าสามารถตั้งครรภ์ลูกของคุณชายได้...'
สำหรับความคิดของเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ หลิงเซียวย่อมไม่ได้ใส่ใจ
เขาจะมองไม่ออกได้อย่างไร ว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์สำนักเชียนเม่ยผู้นี้ฝึกฝนวิชายั่วยวนมา แต่วิชาระดับแค่นี้ สำหรับหลิงเซียวแล้ว มันช่างไร้สาระสิ้นดี
ในแผ่นดินเซิ่งโจว มีเผ่าจิ้งจอกชิงชิวอยู่
สตรีของเผ่าพันธุ์นั้น เกิดมาพร้อมกับกระดูกแห่งความยั่วยวน บุรุษทั่วไปเพียงแค่ได้มองแวบเดียว ก็จะเกิดความหลงใหลและลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
เมื่อเทียบกับเผ่าจิ้งจอก เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ผู้นี้ ก็ไม่นับเป็นตัวอะไรเลย
"คุณชาย เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ผู้นั้นงดงามถึงเพียงนั้น ท่านตัดใจให้นางมาเป็นสาวใช้ของข้าได้ลงคอเชียวหรือ?"
เย่ชิงฉานควงแขนหลิงเซียว หว่างคิ้วแฝงแววประหลาดใจ
แม้ว่านางจะไม่ชอบนังจิ้งจอกผู้นี้เอามากๆ แต่นางก็เข้าใจดีว่า สตรีศักดิ์สิทธิ์สำนักเชียนเม่ยมีความหมายอย่างไรต่อพวกผู้ชาย
ทว่า แววตาของหลิงเซียว กลับสงบนิ่งมาตั้งแต่ต้นจนจบ
สิ่งนี้ทำให้เย่ชิงฉานยิ่งรู้สึกว่า คุณชายจากเซิ่งโจวผู้นี้ ลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง
"เจ้าไม่ต้องหวาดระแวงอะไรไปหรอก ในสายตาของข้า เจ้าคือคนพิเศษที่ไม่เหมือนใคร"
เป็นคำหวานที่เรียบง่ายมาก ซ้ำยังไม่ค่อยจะมีความจริงใจสักเท่าไหร่
แม้แต่เย่ชิงฉานเองก็รู้ ว่านี่เป็นเพียงคำโกหกหลอกลวงของหลิงเซียว แต่พอได้ฟังแล้ว... มันช่างอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน
แม้หลิงเซียวจะไม่ใช่คู่ครองที่ดี แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาเติมเต็มจินตนาการทั้งหมดที่ผู้หญิงมีต่อคู่บำเพ็ญเพียรได้เป็นอย่างดี
หล่อเหลาไร้เทียมทาน ระดับการฝึกฝนน่าสะพรึงกลัว ฐานะสูงส่ง แถมยังโรแมนติกอีกต่างหาก
น่าเสียดาย ที่คนเป็นตัวร้าย จะไปมีความรักที่แท้จริงได้อย่างไร?
ที่บอกว่าเป็นคนพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นั่นก็เป็นเพราะ... เจ้าคือบุตรแห่งสวรรค์น่ะสิ
"คิกคิก"
เย่ชิงฉานซบหน้าลงบนไหล่ของหลิงเซียวอย่างมีความสุข ทำให้สีหน้าของเฟิ่งเจียวเอ๋อร์มืดครึ้มลงเรื่อยๆ
โถงใหญ่สำนักเสวียนเจี้ยน
หลิงเซียวนอนเอนกายอยู่บนที่นั่งประธาน ในมือถือจอกสุราใส
เย่ชิงฉานและเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ยืนขนาบซ้ายขวา คอยรินสุราและน้ำชาให้เขาอยู่ไม่ขาด
หลิงเซียวหลุบตาลงดื่มด่ำกับสุรา แม้จะไม่ได้เอ่ยคำใด แต่กลับแผ่ซ่านแรงกดดันอันลึกล้ำราวกับห้วงเหวออกมา
ในเวลานี้ บรรดาประมุขขุมกำลังที่ยืนอยู่เบื้องล่างโถงใหญ่ ต่างก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ทุกท่าน ที่เรียกพวกท่านมา ก็เพื่ออยากจะสอบถามเรื่องราวบางอย่างจากพวกท่าน"
หลิงเซียวดื่มสุราจนหมดจอก กลับมานั่งตัวตรงอีกครั้ง และมองดูทุกคนในโถงใหญ่
"หา? คุณชายหลิงเซียวถามมาได้เลย ขอเพียงพวกเรารู้ ย่อมต้องตอบอย่างไม่ปิดบังแน่นอนขอรับ"
"ใช่แล้ว! คุณชายอยากถามเรื่องอันใด ในแผ่นดินแดนร้างเหนือแห่งนี้ ไม่มีข่าวสารใดที่พวกเราไม่รู้หรอกขอรับ!"
บรรดาประมุขขุมกำลังทั้งหลายต่างกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง แย่งกันเสนอหน้าต่อหน้าหลิงเซียว
"ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามวัน ช่วยข้าสืบหาข่าวคราวของยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เพิ่งจะโด่งดังขึ้นมาในแดนร้างเหนือช่วงนี้ที ทางที่ดี ขอให้เป็นพวกที่มีภูมิหลังต่ำต้อย ถูกคนเยาะเย้ยถากถางมาตั้งแต่เด็ก แล้วจู่ๆ ก็เก่งกาจขึ้นมาในช่วงนี้นะ"
หลิงเซียวพยักหน้ายิ้มๆ แต่ความเย็นชาในดวงตา กลับทำให้อุณหภูมิในโถงใหญ่ลดต่ำลงไปถึงสามส่วนอย่างกะทันหัน
ฉู่หยางตายแล้ว
บุตรแห่งสวรรค์คนต่อไป... จะอยู่ที่ใดกันนะ?
[จบตอน]