- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 14 บุตรแห่งสวรรค์คนต่อไป
บทที่ 14 บุตรแห่งสวรรค์คนต่อไป
บทที่ 14 บุตรแห่งสวรรค์คนต่อไป
บทที่ 14 บุตรแห่งสวรรค์คนต่อไป
"ลบความทรงจำงั้นหรือ?"
หลิงเซียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พยักหน้าเบาๆ
ด้วยวิธีการของนิกายศักดิ์สิทธิ์ การทำเรื่องต่างๆ ย่อมต้องรัดกุมไร้ช่องโหว่อยู่แล้ว
หากหลิงเซียวเดาไม่ผิด วิหคหมิงเฟิ่งตนนี้น่าจะเป็นโชคลาภวาสนาของฉู่หยาง
บุตรแห่งสวรรค์บังเอิญพบเจอกับผู้อาวุโสในแหวน จากนั้นก็ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ แล้วก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของฟ้าดินทีละก้าว
ตามมาด้วยการเปิดโปงความแค้นครั้งใหม่ แล้วก็เริ่มต้นเส้นทางการผงาดขึ้นฝืนลิขิตสวรรค์อีกครั้ง
น่าเสียดายที่ ฉู่หยางยังไม่ทันได้เติบโต ก็ถูกหลิงเซียวช่วงชิงโชคชะตา แล้วถูกสะกดข่มจนตกตายอยู่ใต้หุบเหวมารเสียก่อน
"เจ้าเข้าไปอยู่ในแหวนของข้าก่อนก็แล้วกัน รอจนกว่าจะกลับไปที่เซิ่งโจว พวกเราค่อยเริ่มจัดการกับนิกายศักดิ์สิทธิ์"
หลิงเซียวปรายตามองวิหคหมิงเฟิ่งอย่างลึกซึ้ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงได้เอ่ยปากถาม "เจ้ามีชื่อหรือไม่?"
"ข้า... จำไม่ได้แล้ว..."
วิหคหมิงเฟิ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มขื่น
"งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะรังเกียจไหม หากข้าจะตั้งชื่อให้เจ้า?"
"หืม? สุดแล้วแต่คุณชายจะบัญชาเลยเจ้าค่ะ"
ในเมื่อตัดสินใจที่จะติดตามหลิงเซียวแล้ว ในเวลานี้วิหคหมิงเฟิ่งตนนี้จึงยอมลดตัวลงมาอย่างมาก
อันที่จริง หากนับตามอายุของมนุษย์ นางก็เพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น ดังนั้นสติปัญญาจึงไม่ได้เป็นผู้ใหญ่เหมือนอย่างที่เห็นภายนอก
"ดี ถ้าอย่างนั้นต่อไปเจ้าก็ชื่อว่าจิ่วโยวก็แล้วกัน"
จู่ๆ หลิงเซียวก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย ทำเอาวิหคหมิงเฟิ่งรู้สึกประหม่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"จิ่ว... จิ่วโยว?"
เดิมทีนางยังนึกว่าคุณชายจะประทานชื่อเพราะๆ ให้กับนางเสียอีก...
จิ่วโยวนี้... ไม่ใช่ว่าเอาชื่อเผ่าพันธุ์ของนางมาตั้งให้ตรงๆ เลยหรือไง?
"ถูกต้อง จิ่วโยว ผู้หญิงที่ข้าเคยรักอย่างสุดหัวใจ"
หลิงเซียวแหงนหน้ามองท้องฟ้าทำมุมสี่สิบห้าองศา ภายในดวงตาเผยให้เห็นถึงความตกระกำลำบากที่ไม่สมกับวัยเลยสักนิด
"ผู้... ผู้หญิงที่รักอย่างสุดหัวใจงั้นหรือ?!"
จิ่วโยวถึงกับชะงักงันไปในทันที สัมผัสได้เพียงใบหน้าที่ร้อนผ่าว ลมหายใจหอบถี่ แทบอยากจะหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในแหวนของหลิงเซียวเสียเดี๋ยวนี้
นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่า ผู้หญิงที่รักอย่างสุดหัวใจที่หลิงเซียวพูดถึงนั้น เป็นเพียงตัวละครที่อยู่เป็นเพื่อนเขามาอย่างยาวนานเท่านั้น
ในตอนนั้น ความสุขที่สุดในแต่ละวันก็คือ การได้ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มรอคอยนิยายตอนใหม่ คาดหวังว่าตัวเองก็จะได้มีแหวนที่เต็มไปด้วยของวิเศษและมีผู้อาวุโสคอยชี้แนะเช่นกัน
น่าเสียดายจริงๆ ไม่รู้ว่าชื่อหลิงเซียวนี้ จะกลายเป็นตัวละครที่อยู่เป็นเพื่อนวัยเยาว์ของพวกท่านได้หรือไม่ คงทำได้เพียงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาก็แล้วกัน
"คุณชายเอาชื่อของผู้หญิงที่รักสุดหัวใจมาตั้งให้ข้า หรือว่าคุณชายจะคิดกับข้า..."
จิ่วโยวในเวลานี้ ไหนเลยจะยังมีความเย็นชาเหมือนตอนที่อยู่ต่อหน้าฉู่หยาง ท่าทางของนางในตอนนี้ดูเหมือนสาวน้อยข้างบ้านไม่มีผิด
"ติ๊ด ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับความหลงใหลจากเศษเสี้ยววิญญาณวิหคหมิงเฟิ่ง ค่าชะตาสวรรค์เพิ่มขึ้นห้าสิบแต้ม"
"มารดามันเถอะ... แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ?"
หลิงเซียมองดูแววตาที่เคลิบเคลิ้มของจิ่วโยวอย่างเหม่อลอย ลอบทอดถอนใจอยู่เงียบๆ ผู้หญิงนี่พอมโนเก่งขึ้นมา ช่างน่ากลัวจริงๆ
แต่จากเรื่องนี้ก็เห็นได้ว่า ร่างต้นของจิ่วโยวผู้นี้ บางทีอาจจะเป็นผู้ที่มีโชคชะตาคุ้มครองด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นนางคงไม่สามารถกระตุ้นให้ระบบมอบรางวัลได้หรอก
"คุณชาย ท่านมาที่แดนร้างเหนือ..."
จู่ๆ จิ่วโยวก็มองหลิงเซียวด้วยความสงสัย ตามหลักแล้ว การที่คนจากโลกเบื้องล่างจะโบยบินขึ้นสู่โลกเบื้องบนนั้น นับเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
แต่การที่คนจากโลกเบื้องบนจะลงมาเยือนโลกเบื้องล่างนั้น ยิ่งเต็มไปด้วยอันตรายและอุปสรรคมากมาย
แม้ระดับการฝึกฝนของหลิงเซียวจะแข็งแกร่งกว่าคนในสี่ดินแดนร้างมาก แต่... หากต้องการทะลวงผ่านม่านพลังแห่งอาณาเขต ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล
"ข้ามาตามหาของชิ้นหนึ่งน่ะ"
ดวงตาของหลิงเซียวเย็นเยียบ ภายในใจกำลังครุ่นคิด ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นฉู่หยางหรือเย่ชิงฉาน ต่างก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการชี้แนะในทะเลวิญญาณของเขาเลย
และตอนที่เขาลงมาจากเซิ่งโจวในครั้งนี้ เดิมทีก็เป็นการแอบลงมาโดยปิดบังสำนักและตระกูล ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งอันตราย
ดูเหมือนว่า คงถึงเวลาที่จะต้องออกจากสำนักเสวียนเจี้ยนแล้ว
"มาร... จุติ!!"
ในตอนนั้นเอง ภายในทะเลวิญญาณของหลิงเซียวก็มีคลื่นพลังอันแปลกประหลาดสั่นกระเพื่อมขึ้นมาอีกครั้ง
กลิ่นอายอันรกร้างว่างเปล่านั้น กว้างใหญ่ไพศาลและแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ราวกับทะลวงผ่านยุคสมัยอันยาวนานนับหมื่นปี ผ่านความตกระกำลำบากมาอย่างโชกโชน
หลิงเซียวไม่ใช่บุตรแห่งสวรรค์ ต่อให้ตอนนี้จะช่วงชิงโชคชะตามาได้ แต่ก็ไม่มีรัศมีตัวเอกคอยคุ้มครองอยู่ดี
ดังนั้น หากพึ่งพาแค่ตัวเอง เกรงว่าคงจะเป็นเรื่องยากที่จะค้นหาโชคลาภวาสนานี้พบ
เดิมทีเขายังหวังพึ่งให้ฉู่หยางกลายร่างเป็นสัตว์วิเศษนักล่าสมบัติ เพื่อช่วยเขาค้นหาดินแดนลับ
แต่เส้นทางที่ฉู่หยางต้องเดิน หลิงเซียวมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องตาย
และเรื่องเร่งด่วนในตอนนี้ก็คือ ต้องรีบตามหาบุตรแห่งสวรรค์คนต่อไปให้พบโดยเร็วที่สุด
ทางที่ดี ควรจะเป็นพวกที่รู้วิชาดูโชคชะตา มีเนตรทิพย์ หรือวิชาค้นหามังกรหาจุดชีพจรทำนองนั้น
"ตามหาของชิ้นหนึ่งงั้นหรือ?"
จิ่วโยวขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย เมื่อเห็นหลิงเซียวไม่อยากพูดอะไรมาก นางจึงโค้งคำนับ แล้วหายวับเข้าไปในแหวนของเขา
"ผู้อาวุโสอิน เรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นอย่างไรบ้าง?"
หลิงเซียวก้มหน้ามองดูยันต์สื่อสารในมือ แล้วเอ่ยถามเสียงขรึม
"คุณชาย พรรคมารในแดนร้างเหนือถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแล้ว แต่ยังไม่พบตัวคนที่คุณชายพูดถึงเลยขอรับ"
ไม่นานนัก ปลายสายของยันต์สื่อสารก็มีเสียงแหบพร่าและทุ้มต่ำตอบกลับมา
ก่อนหน้านี้ หลิงเซียวเคยสั่งให้ผู้พิทักษ์วิถีที่อยู่เบื้องหลังเขา เดินทางไปยังพรรคมารในแดนร้างเหนือ เพื่อสังหารเศษเดนพรรคมารทั้งหมด
ในสายตาคนนอก การกระทำเช่นนี้ถือเป็นคุณธรรมอันยิ่งใหญ่
แต่เจตนาที่แท้จริงของหลิงเซียว ก็คือเพื่อตามหาบุตรแห่งสวรรค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีมารต่างหาก
แต่ดูเหมือนว่า ความหวังนี้คงจะต้องพังทลายลงเสียแล้ว
"แจ้งให้สำนักทั้งหมดในแดนร้างเหนือทราบ พรุ่งนี้เช้า ให้มาเข้าเฝ้าข้าที่สำนักเสวียนเจี้ยน"
หลิงเซียวมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด
บุตรแห่งสวรรค์ เดิมทีก็มีโชคชะตาติดตัว และได้รับการคุ้มครองจากวิถีสวรรค์อยู่แล้ว
ดังนั้น การจะตามหาพวกเขาให้พบ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทว่า ด้วยฐานะของหลิงเซียวในเวลานี้ บรรดาสำนักต่างๆ ในแดนร้างเหนือคงจะเดาออกกันหมดแล้ว
เขาไม่เชื่อหรอกว่า การระดมกำลังของสำนักทั้งหมดในแดนร้างเหนือ จะยังหาบุตรแห่งสวรรค์ไม่พบสักคน!
"ขอรับ!"
ผู้อาวุโสอินรับคำเสียงขรึม ส่วนหลิงเซียวก็เก็บยันต์สื่อสาร แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังทางออกของตำหนักใต้ดิน
[จบตอน]