เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร

บทที่ 15 เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร

บทที่ 15 เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร


ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น ทุกสายตาก็หันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงบันได

เมื่อเห็นชัดเจนว่าเป็นใคร สีหน้าของบรรดาคนรับใช้ก็ปรากฏแววประหลาดใจ

คุณอันเมิ่ง ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?

ทว่าหลังจากอาการตกใจในตอนแรก พวกเขาก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้

เป็นไปได้มากว่าเธอคงตั้งใจมาเยาะเย้ยถากถางพวกเขาน่ะสิ ก็เพราะคุณนายแท้ๆ ท่าทีที่พวกเขามีต่อเธอก่อนหน้านี้ถึงได้แย่สุดๆ แถมยังเอาแต่ชี้นิ้วสั่งเวลาทำงานอีก พอตอนนี้พวกเขาโดนไล่ออก ใครก็ตามที่เป็นคนปกติก็ต้องมาซ้ำเติมคนที่กำลังล้มอยู่แล้ว

ลู่หลินเหอเหลือบมองแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?"

"ไร้สาระ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันจะลงมาทำไมล่ะ!" อันเมิ่งสวนกลับ จากนั้นเธอก็รีบวิ่งลงบันไดมายืนอยู่ตรงหน้าลู่หลินเหอ

เธอปรายตามองแถวพนักงาน ก่อนจะเขย่งปลายเท้าแล้วกระซิบที่ข้างหูลู่หลินเหอ

"ได้ยินมาว่านายจะไล่พวกเขาออกหมดเลยเหรอ?"

"ทั้งหมดนั่นแหละ"

"นี่นายจะไล่ซินซีออกด้วยเหรอ?"

"ฉันก็บอกว่าทั้งหมดไง"

คิ้วเรียวสวยของเด็กสาวขมวดเข้าหากัน "ไม่ได้เด็ดขาด วันนี้ยังไงซินซีก็ต้องอยู่ ถ้านายไล่เธอออก ฉันก็จะขอลาออกด้วยเหมือนกัน!"

มุมปากของลู่หลินเหอยกขึ้นเล็กน้อย "งั้นฉันควรจะพูดว่า... ตกลง โชคดีสองชั้นเลยดีไหม?"

"อ๊ะ นี่นายเคยดูคลิปนั้นด้วยเหรอ?" อันเมิ่งเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มพาออกนอกเรื่อง จึงรีบเสริมขึ้นว่า "อ้อ ให้นายเก็บเธอไว้เถอะ คนอื่นนายจะไล่ออกก็ช่าง แต่นายจะมาไล่ซินซีออกไม่ได้ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย"

"เธอจะไม่ผิดได้ยังไงล่ะ? เธอไม่ได้รายงานฉันเลยนะว่าเธอต้องเจออะไรบ้าง การปกปิดข้อมูลแบบนี้มันก็ทำให้เธอมีความผิดเหมือนพวกนั้นนั่นแหละ" ลู่หลินเหอหยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมาแล้วพูดต่อ "อีกอย่าง ฉันร่างสัญญาไว้หมดแล้ว และในนั้นก็ระบุชัดเจนว่าพนักงานทุกคนในคฤหาสน์จะต้องถูกเลิกจ้าง จะมายกเว้นแค่เธอคนเดียวมันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ ถ้าเธออยากให้ซินซีอยู่ต่อ สัญญาฉบับนี้ก็ต้องถูกยกเลิก"

"งั้นก็ยกเลิกไปสิ"

"หืม?" ลู่หลินเหอเลิกคิ้ว น้ำเสียงดังขึ้นกว่าเดิม "นี่เธอหมายความว่าเธอกำลังขอร้องแทนพวกเขา อยากให้พวกเขาทุกคนอยู่ต่อสินะ?"

สิ้นคำพูดนั้น บรรดาคนรับใช้ต่างก็อึ้งกันไปตามๆ กัน

คุณอันเมิ่งกำลังขอร้องแทนพวกเขาอยู่จริงๆ งั้นเหรอ?

มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?!

ก่อนหน้านี้ เพราะทำตามคำสั่งของคุณนาย ท่าทีที่พวกเขามีต่อคุณอันเมิ่งนั้นเรียกได้ว่าเลวร้ายสุดๆ แค่คุณอันเมิ่งไม่มาเยาะเย้ยถากถางพวกเขาก็ถือว่าดีถมไปแล้ว เธอจะมาขอร้องแทนคนอย่างพวกเขากันทำไม?

บางครั้ง คนที่ทำผิดก็ไม่ได้หวาดกลัวการแก้แค้นเอาคืนอย่างสาสม ทว่าสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดกลับเป็นการให้อภัยอย่างใจกว้างต่างหาก

เพราะพวกเขาคาดเดาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องโดนแก้แค้น จึงเตรียมใจและสร้างกำแพงป้องกันเอาไว้หลายชั้นเพื่อรับมือกับการโจมตีทุกรูปแบบ

แต่ทว่าการให้อภัยกลับเปรียบเสมือนกระสุนเจาะเกราะที่คาดไม่ถึง มันทะลวงผ่านป้อมปราการแห่งการป้องกันของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย เข้าถึงก้นบึ้งของหัวใจ และฝากรอยประทับที่แผ่วเบาแต่ลึกซึ้งไว้ในวิญญาณ

บรรดาคนรับใช้มองหน้ากัน นอกจากความตกตะลึงแล้ว ยังมีอีกความรู้สึกหนึ่งฉายชัดอยู่ในแววตาของพวกเขา

นั่นคือความสำนึกผิด

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพวกเขา ลู่หลินเหอก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะไล่ทุกคนออกอยู่แล้ว ก็แหม พนักงานหลายคนก็ทำงานกันมาตั้งนาน และต่อให้เขารับคนใหม่เข้ามา พวกนั้นก็คงโดนแม่ของเขาเอาเงินฟาดหัวซื้อตัวไปอีกอยู่ดี

ดังนั้น แผนการเดิมของลู่หลินเหอจึงเป็นการแกล้งทำเป็นไล่ออก แล้วก็ใช้คำพูดของอันเมิ่งเป็นข้ออ้างเพื่ออนุญาตให้พวกเขาอยู่ต่อ

ด้วยวิธีนี้ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะได้อยู่ต่อ แต่พวกเขายังจะรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของอันเมิ่งด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จากการกระทำของแม่เขาที่เพิ่งจะขายพวกเขาเททิ้งเมื่อครู่นี้ ต่อให้ในอนาคตแม่ของเขาจะมีแผนการอะไร พวกเขาก็จะไม่มีวันให้ความร่วมมือเด็ดขาด

และเมื่อถึงตอนนั้น อันเมิ่งก็จะไม่ต้องทนอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งในคฤหาสน์แห่งนี้อีกต่อไป

การเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรนั้นได้ผลดีกว่าการโค่นล้มพวกเขาให้ราบคาบตั้งเยอะ

นั่นคือเหตุผลที่เขาจงใจใส่ชื่อซินซีลงในรายชื่อผู้ที่ถูกเลิกจ้าง เพื่อบีบให้อันเมิ่งต้องออกโรงขอร้องแทน ทำให้เขามีข้ออ้างในการ 'ให้อภัย' พวกคนรับใช้ และปลูกฝังความรู้สึกสำนึกผิดลงในใจของพวกเขา

และในตอนนี้ แววตาของคนรับใช้บางคนก็เริ่มแดงก่ำ ก่อนที่หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดจะรินไหลออกมา

ในจังหวะที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม จู่ๆ อันเมิ่งก็ทำหน้างุนงงแล้วพูดขึ้นว่า "หา? ฉันขอร้องแทนพวกเขางั้นเหรอ? ไปทำแบบนั้นตอนไหนเนี่ย? ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?"

นี่เธอแค่ขอร้องให้ซินซีคนเดียวไม่ใช่เหรอ? ไปเหมารวมคนพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ?

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของบรรดาคนรับใช้ก็เปลี่ยนจาก o(╥﹏╥)o ไปเป็น ( ̄△ ̄;) ในทันที

ลู่หลินเหอชะงักไป เขาไม่คาดคิดเลยว่าในวินาทีสุดท้าย แผนจะมาพังเอาดื้อๆ เพราะความซื่อบื้อของเด็กสาว

เขายังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ แล้วเอ่ยขึ้น "ก็เมื่อกี้เธอเพิ่งพูดเองนี่ว่าอยากจะปกป้องพวกเขาน่ะ"

คนรับใช้: o(╥﹏╥)o

อันเมิ่ง: "ไม่ๆๆ ฉันหมายความว่าสัญญาของนายต่างหากที่ควรจะถูกยกเลิก ไม่ได้บอกว่าฉันอยากจะปกป้องทุกคนสักหน่อย"

คนรับใช้: ( ̄△ ̄;)

"เธอพูดแล้ว"

คนรับใช้: o(╥﹏╥)o

"ฉันไม่ได้พูด"

คนรับใช้: ( ̄△ ̄;)

"เธอพูด"

บรรดาคนรับใช้ทนไม่ไหวอีกต่อไป "นี่พวกคุณสองคนช่วยตกลงกันให้รู้เรื่องก่อนได้ไหม? จะมาเล่นเปลี่ยนหน้ากากงิ้วเสฉวนให้พวกเราดูอยู่ได้!"

ลู่หลินเหอเองก็ยอมแพ้ให้กับความซื่อตรงแบบขวานผ่าซากของเด็กสาวเช่นกัน

ดังนั้น จังหวะที่อันเมิ่งกำลังจะอ้าปากปฏิเสธอีกครั้ง เขาก็เอามือปิดปากเธอไว้แล้วดึงตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด

หลังจากอึ้งไปสองสามวินาที เด็กสาวก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันที

บ้าเอ๊ย ทำไมนายถึงมากอดฉันอีกล่ะเนี่ย!

"อยู่นิ่งๆ ถ้าเธออยากให้ซินซีอยู่ต่อ" ลู่หลินเหอกระซิบที่ข้างหูเธอ

น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์นั้นทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก เธอเลิกดิ้นรนแล้วถามอย่างดีใจ "นายตกลงแล้วเหรอ?"

"ฉันตกลงก็ได้ แต่ประโยคต่อไปเธอต้องพูดตามนี้" ลู่หลินเหอกระซิบประโยคบางอย่างที่ข้างหูเธอ

อันเมิ่งตกใจมากหลังจากได้ฟัง "หา? ทำไมล่ะ?"

"ไม่มีเหตุผลหรอก ถ้าอยากให้เธออยู่ต่อ ก็ทำตามที่ฉันบอกซะ"

อันเมิ่งเบ้ปาก จากนั้นก็กระแอมไอเบาๆ "เอาล่ะ ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาสารภาพผิดกันหมดแล้ว การที่คนเรากล้ายอมรับความผิดตัวเองน่ะคือสิ่งที่ดี นายจะไม่ยอมให้โอกาสคนได้กลับตัวกลับใจเลยหรือไง? ชีวิตคนเรามันไม่ง่ายหรอกนะ เพราะงั้นก็ให้พวกเขาอยู่ต่อเถอะนะ?"

ลู่หลินเหอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "เรียกฉันให้มันเพราะๆ หน่อยสิ แล้วฉันจะยอมให้พวกเขาทุกคนอยู่ต่อเลย"

หลังจากวุ่นวายกันมาพักใหญ่ ในที่สุดสถานการณ์ก็กลับมาอยู่ในการควบคุมของลู่หลินเหออีกครั้ง แถมเขายังสามารถฉวยโอกาสโชว์หวานกับอันเมิ่งได้อีก ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวเลยทีเดียว

พูดเพราะๆ งั้นเหรอ?

เขาไม่ได้ระบุซะหน่อยนี่นาว่าต้องพูดเพราะๆ แบบไหน?

เด็กสาวขมวดคิ้ว หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมา

"คุณป๊าขา!"

"..."

เธอจบเกมแล้วเรียบร้อย

อันเมิ่งงุนงงเป็นอย่างมาก เธอก็พอจะมองออกว่าลู่หลินเหอไม่ได้อยากไล่คนพวกนี้ออกจริงๆ แต่ถ้าเขาไม่อยากไล่ออก แล้วทำไมถึงต้องดึงดันให้เธอเป็นคนออกหน้าพูดด้วยล่ะ?

ขณะที่เธอยังคงสับสนอยู่ บรรดาคนรับใช้กลุ่มหนึ่งก็เข้ามารุมล้อมเธอ

"คุณอันเมิ่งคะ! เรื่องก่อนหน้านี้... พวกเราต้องขอโทษจากใจจริงเลยนะคะ!"

"ผมขอโทษจริงๆ ครับคุณอันเมิ่ง พูดตามตรงเลยนะว่าตอนที่รู้ว่าจะโดนไล่ออก ผมทำตัวไม่ถูกเลย พอคิดถึงหน้าลูกเมีย ผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหนเลยครับ ขอบคุณคุณอันเมิ่งมากนะครับ คุณช่วยชีวิตผมไว้แท้ๆ เลย!"

"คุณอันเมิ่งจะยกโทษให้พวกเราได้ไหมคะ...?"

เด็กสาวมองแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดและความหวังเหล่านั้น ความคับแค้นใจที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนสิ้น เธอโบกมือปัดไปมา

"โธ่เอ๊ย ไม่เป็นไรหรอก จากนี้ไปเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะ!"

ตกค่ำ หลังจากทานอาหารเย็นที่บ้านเสร็จ จู่ๆ วันนี้ลู่หลินเหอก็ไม่ได้กลับไปทำงานล่วงเวลาที่บริษัทซะอย่างนั้น

มื้อค่ำวันนี้อลังการงานสร้างเป็นพิเศษ เมื่อบวกกับใบหน้าบูดบึ้งของผู้หญิงตระกูลลู่ทั้งสามคนเข้าไปด้วยแล้ว อันเมิ่งก็ยิ่งรู้สึกเบิกบานใจเป็นที่สุด

ด้วยความที่อารมณ์ดี เธอก็เลยเผลอกินเข้าไปซะเยอะ ดังนั้นหลังจากกินเสร็จ เธอจึงลากซินซีออกไปเดินย่อยอาหารในสวน

ได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่โต ได้กินแต่อาหารอร่อยๆ แถมยังมีสาวสวยมาเดินเล่นเป็นเพื่อนหลังอาหารอีก ชีวิตแบบนี้มันช่างดีกว่าตอนที่ยังเป็นผู้ชายซะอีก

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวก็คือ น้องชายของเธอไม่ได้อยู่ร่วมสัมผัสประสบการณ์ชีวิตอันแสนสุขนี้ไปกับเธอด้วยเนี่ยแหละ

หลังจากเดินเล่นเสร็จ อันเมิ่งก็กลับมาที่ห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอก็บังเอิญเจอลู่หลินเหอที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จพอดี

ลู่หลินเหอพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่ท่อนล่าง ทว่าท่อนบนของเขากลับเปลือยเปล่า กล้ามอกที่เป็นมัดๆ และซิกแพคที่เรียงตัวสวยงามเตะตาอันเมิ่งเข้าอย่างจัง

ดวงตาคู่สวยของเด็กสาวเบิกกว้าง เธอเดินเข้าไปหาเขาแล้วเอื้อมมือไปบีบกล้ามอกของเขาหลายที

"ใช้ได้เลยนะเนี่ยลูกพี่! ไปฟิตหุ่นมาจากไหนล่ะเนี่ย?"

"..."

จบบทที่ บทที่ 15 เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว